เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 500 คุณมาเป็นแฟนผมไหม?

บทที่ 500 คุณมาเป็นแฟนผมไหม?

บทที่ 500 คุณมาเป็นแฟนผมไหม?


“เอาล่ะ ดื่มน้ำหน่อย แล้วไปนอนพักกลางวันซะ วันนี้หนูก็ออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนกัน” จ้าวเถี่ยอิงถือแก้วน้ำอุ่นมายื่นให้เจิงอันหรง

“ค่ะ ได้ค่ะ” เจิงอันหรงพยักหน้า

“ผมก็จะไปงีบเหมือนกัน ช่วงนี้เหนื่อยจัด จนติดนิสัยนอนกลางวันไปแล้ว” อาเหว่ยวางแก้วน้ำไว้บนเคาน์เตอร์ข้าง ๆ แล้วเดินดุ่ม ๆ ขึ้นชั้นบนไป

โจวเยี่ยนหยิบหนังสือเดินออกจากร้าน

“เปลี่ยนหนังสือให้พ่อสองเล่มนะ สองเล่มนี้อ่านจบแล้ว” สหายเหล่าโจวถือสามก๊กเดินมา ใส่ลงในถุงผ้าในตะกร้าหน้ารถ “ไม่เอาหนังสือฝรั่งนะ ถ้ามีพงศาวดารก็เอาพงศาวดารมา”

“ได้ครับ” โจวเยี่ยนรับคำ หิ้วเนื้อวัวพะโล้สามขีด หัวหมูพะโล้สามขีด ขึ้นจักรยานปั่นออกไป

มาถึงห้องสมุดตำบล ปู่วังกำลังเอนกายบนเก้าอี้โยก หรี่ตาฟังนิยายเสียงจากวิทยุเทป ถ้วยชาข้างมือมีไอร้อนลอยกรุ่น

ปู่วังลืมตา “แขกหายากแฮะ เถ้าแก่โจว”

“ปู่อย่าแซวผมเลยครับ ช่วงนี้ยุ่งจริง ๆ หาเวลามาคืนหนังสือยืมหนังสือไม่ทันเลย” โจวเยี่ยนจอดรถ เอาเหล้าที่แวะซื้อระหว่างทางกับพะโล้สองกล่องลงมา วางไว้บนโต๊ะตัวเตี้ยข้างมือปู่วัง

“เธอมาทีไร ฉันลาภปากทุกที” ปู่วังยิ้มลุกขึ้นนั่ง ยื่นมือไปเปิดกล่องข้าว หยิบเนื้อวัวพะโล้ชิ้นหนึ่งใส่ปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ พยักหน้าอย่างเปี่ยมสุข “อร่อย! ถ้าพูดถึงพะโล้ ในเขตเจียโจวตอนนี้ ฝีมือเธออร่อยที่สุดแล้ว”

“วันนี้กะจะยืมหนังสืออะไรล่ะ?” ปู่วังหยิบจอกใบเล็กมา

โจวเยี่ยนดึงจุกเหล้าออก รินเหล้าให้แก “ยืมหนังสือไม่รีบครับ ผมมีเรื่องอยากขอคำชี้แนะจากปู่หน่อย”

ปู่วังยกจอกเหล้าขึ้นจิบ เงยหน้ามองเขา “เรื่องความรักเรอะ?”

“ผมมีเพื่อนคนนึง ช่วงนี้เขากลุ้มใจนิดหน่อย เขาเจอผู้หญิงดี ๆ คนนึง แต่ผู้หญิงคนนี้ใกล้จะฝึกงานจบกลับไปเรียนที่ซานเฉิงแล้ว ปีหน้าเรียนจบก็ต้องไปทำงานที่ฮ่องกง” โจวเยี่ยนลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งตรงหน้าปู่ มองแกด้วยสีหน้าจริงจังแล้วถาม “ปู่ว่า เพื่อนผมคนนี้ควรจะสารภาพรักในจังหวะนี้ดีไหมครับ? ควรจะรีบตกลงคบกันตอนนี้ หรือรอให้หน้าที่การงานมั่นคง พร้อมรับมือกับระยะทางได้มากกว่านี้ค่อยสารภาพรักดีกว่าครับ?”

“ดูออกเลยนะว่าเพื่อนเธอช่วงนี้เจอปัญหาโลกแตกของคนมีความรักเข้าให้แล้ว” ปู่วางจอกเหล้า ยิ้มมองเขา “ถ้าดูตามนี้ เธอ... ถ้าพวกเขาตกลงคบกัน ต่อไปอาจจะต้องเจอรักทางไกลเป็นปีหรือนานกว่านั้น ในความรัก ระยะทางไม่ได้ทำให้คิดถึงกันเสมอไปหรอกนะ ดีไม่ดีอาจจะก่อให้เกิดความทุกข์และความระแวงสงสัยตามมาเพียบ”

“เพราะงั้น ควรชะลอไปก่อนเหรอครับ?” โจวเยี่ยนขมวดคิ้ว

ปู่วังส่ายหน้า “มันขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่าย ถ้าพวกเธอเชื่อใจกันมากพอ ระยะทางจะทำให้ใจพวกเธอใกล้กันยิ่งขึ้น

เฝ้ารอการเจอกันครั้งหน้าอย่างใจจดใจจ่อ เชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าความรักของอีกฝ่ายจะไม่ถูกขุนเขาและท้องทะเลกั้นขวาง เมื่อระยะทางถูกทำลายลง นี่จะเป็นความทรงจำที่งดงาม

ต่อให้ตัวติดกันตลอดเวลา ความรักที่ร้อนแรงเพียงชั่วครู่ก็จะถูกเรื่องปากท้องชีวิตประจำวันกัดกินจนหมดสิ้น สิ่งที่จะยั่งยืนคือพลังงานความรักที่ต่างฝ่ายต่างส่งให้กันอย่างไม่ขาดสาย”

นัยน์ตาโจวเยี่ยนค่อย ๆ สว่างวาบ เขาเหมือนจะจับจุดอะไรได้บางอย่าง

ปู่วังพูดเนิบ ๆ “ฮ่องกงน่ะไกล จดหมายส่งจากเจียโจว ต้องรอครึ่งเดือนกว่าจะถึงมือเธอ จดหมายที่ได้รับก็เป็นเรื่องราวและความรู้สึกที่เธอแบ่งปันเมื่อครึ่งเดือนก่อน

แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกันล่ะ? จากเจียโจวนั่งเรือโคลงเคลงไปหยางเฉิงก็ปาไปอาทิตย์กว่าแล้ว รถและม้าก็ช้าอืดอาด

เราแค่สนใจความรู้สึกที่ได้รับจากจดหมายตรงหน้า แล้วตอบกลับเธอไปด้วยความจริงใจและเร่าร้อน เธอย่อมสัมผัสได้”

โจวเยี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด แล้วถามด้วยความอยากรู้ “ตอนนี้เดือนหนึ่งปู่ส่งจดหมายหาคุณนายชิวกี่ฉบับครับ?”

“บางทีก็สองวันเขียนที บางทีก็สามวัน ถ้าเจอเรื่องน่าสนใจ วันรุ่งขึ้นก็เขียนอีกฉบับ” ปู่วังยิ้ม “อย่างวันนี้ เดี๋ยวฉันก็จะเขียนเล่าเรื่องเพื่อนเธอให้เขาฟัง นาน ๆ ทีจะเจอเรื่องน่าสนใจแบบนี้”

โจวเยี่ยน: “...”

ไม่น่าหาเรื่องถามเลยตู!

“การสารภาพรัก มันเป็นแค่รูปแบบการยืนยันสถานะอย่างเป็นทางการ แต่ความรักไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะสิ่งนี้หรอก” วังอวี้มองโจวเยี่ยน แววตาลึกล้ำ “เพื่อนเธอแทนที่จะมัวลังเลว่าจะบอกชอบเมื่อไหร่ สู้ถามใจตัวเองให้ดีก่อนดีกว่า ว่ารักแม่หนูคนนี้จริงไหม คิดเรื่องอนาคตของทั้งคู่ไว้หรือยัง มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงระยะทางนี้ได้ไหม”

“ชีวิตคนเรา รอไม่ได้หรอกนะ ถ้าเธอยังคิดไม่ตก ก็อย่าไปถ่วงเวลาเขา จดหมายฉบับหนึ่งต้องรอตั้งครึ่งเดือนกว่าจะได้อ่าน คนเรารอไปรอมาอาจจะหมดไปทั้งชีวิตก็ได้”

โจวเยี่ยนยืดตัวตรงขึ้นทันที นิ่งคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ปู่ครับ ผมเริ่มเข้าใจแล้ว”

ปู่วังพูดถูก

การสารภาพรักเป็นเพียงการประทับตราให้กับความสัมพันธ์ที่ชัดเจนอยู่แล้ว

ความรักที่แท้จริงซ่อนอยู่ในช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน

ถ้าเขามั่นใจว่าตัวเองมีความสามารถที่จะแบกรับความรู้สึกนี้ได้ ก็สามารถสารภาพรักเพื่อยืนยันความสัมพันธ์นี้ได้

โรงเรียนที่ซานเฉิง บ้านที่หางโจว งานที่ฮ่องกง สำหรับยุคสมัยนี้ แต่ละที่ล้วนไกลแสนไกล

แต่เขารู้ดี สิ่งที่จำกัดคือเงินในกระเป๋า

เฉิงตูไปหางโจวมีเที่ยวบิน ราคาตั๋วเครื่องบินสูงถึงหลายร้อยหยวน เท่ากับเงินเดือนคนงานทั้งปี

ร้านโจวเยี่ยนเดือนหนึ่งหาได้หมื่นหยวน รอปีหน้าย้ายร้านไปเจียโจว ขยายกิจการ เขาเชื่อมั่นว่าจะหาได้มากกว่านี้

ระยะทางไม่ใช่ปัญหา อย่างน้อยก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา

เงินแม้จะไม่ใช่พระเจ้า แต่แก้ปัญหาชีวิตส่วนใหญ่ได้จริง ๆ

โจวเยี่ยนเป็นปุถุชนคนรักเงิน หาเงินให้ได้เยอะ ๆ ให้ตัวเองและครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คือความปรารถนาที่เรียบง่ายที่สุดของเขา

ดูเหมือนตอนนี้แรงจูงใจในการหาเงินจะเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยแล้ว

ปู่วังยกจอกเหล้าขึ้นจิบ เอ่ยปากว่า “หนังสือที่เธออยากได้อยู่แถวในสุด อยู่ด้านล่างสุดของชั้นวางหนังสือชั้นที่สอง”

“หา? ปู่มีหนังสือแนะนำอีกแล้วเหรอครับ?” โจวเยี่ยนแปลกใจนิด ๆ หยิบหนังสือจากตะกร้าหน้ารถ เดินเข้าไปในห้องสมุด

เอาหนังสือที่ยืมมาก่อนหน้านี้ไปเก็บที่เดิม แล้วเดินไปแถวหลังสุดตามที่ปู่วังบอก สายตากวาดมองชั้นหนังสือทีละแถว จนเจอชั้นวางที่สอง พอมองต่ำลงไป ก็เห็นร่างหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กข้างชั้นหนังสือ

เซี่ยเหยาสวมเสื้อโค้ทสีเทา รวบผมเผยให้เห็นหน้าผากและแก้มเนียนใส ในมือประคองหนังสือเล่มหนึ่ง แสงแดดส่องผ่านกระจกตกกระทบบนใบหน้าเธอ ดูสงบเงียบและงดงาม

ได้ยินเสียงฝีเท้า เซี่ยเหยาก็เงยหน้ามองมาทางเขาพอดี

“เซี่ยเหยา?”

“โจวเยี่ยน!”

ทั้งสองเอ่ยชื่อพร้อมกัน ใบหน้าต่างฉายแววประหลาดใจ

“คุณมาหาข้อมูลเหรอ?”

“คุณมายืมหนังสือเหรอ?”

พูดจบ ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา

เซี่ยเหยาพยักหน้า “ใช่ค่ะ ฉันมาหาข้อมูล ที่นี่หนังสือปู่วังครบมาก หนังสือเก่าท้องถิ่นหลายเล่มปู่แกไปเสาะหามาเอง ในห้องสมุดเมืองยังไม่แน่ว่าจะหาเจอเลย”

“หนังสือที่ยืมคราวก่อนอ่านจบแล้ว วันนี้เลยมาเปลี่ยนสองเล่มครับ” โจวเยี่ยนตอบ ปู่วังนี่ก็จริง ๆ เลย ไม่ยอมบอกล่วงหน้าสักคำ

ไม่รู้ว่าเมื่อกี้ที่คุยกัน เซี่ยเหยาจะได้ยินหรือเปล่า

“ปู่วังแนะนำหนังสืออะไรให้คุณคะ?” เซี่ยเหยามองเขาแล้วถาม

โจวเยี่ยนยิ้มตอบ “แกบอกแค่ว่าอยู่ชั้นล่างสุดของตู้หนังสือนี้ บางทีคุณอาจจะช่วยแนะนำให้ผมสักเล่มได้ไหมครับ”

“แถวสุดท้าย...” เซี่ยเหยาวางหนังสือในมือไว้ข้าง ๆ กวาดตามองหนังสือแถวสุดท้าย ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกมา ยื่นให้โจวเยี่ยน “เล่มนี้ไหมคะ?”

สายตาโจวเยี่ยนตกลงบนปกหนังสือ ‘ว่าด้วยความรัก’ เขียนโดย วาซีเลฟ

เขามั่นใจมากว่าที่ปู่วังบอก ต้องเป็นเล่มนี้แน่ ๆ

ความโรแมนติกของคนรักหนังสือ คงเป็นแบบนี้สินะ

หนังสือใหม่มาก น่าจะยังไม่ค่อยมีคนยืมอ่าน

เซี่ยเหยาถือหนังสือค้างไว้ ใบหน้าค่อย ๆ แดงระเรื่อ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเสียใจ ผีตนไหนเข้าสิงให้หยิบเล่มนี้ออกมานะ เธอเบนสายตาหนี พูดอย่างลนลานนิด ๆ “ถ้าไม่โอเค เดี๋ยวฉันเลือกเล่มใหม่ให้ค่ะ”

“ดีครับ ดูเป็นหนังสือใหม่ด้วย เดี๋ยวผมจะเอาไปศึกษาดู” โจวเยี่ยนรับหนังสือมาอย่างเป็นธรรมชาติ

เซี่ยเหยาเม้มปาก เขาบอกว่า... ศึกษาดู?

หนังสือเล่มนี้ จะล้ำสมัยไปหน่อยไหมนะ?

“พรุ่งนี้คุณต้องขึ้นแสดง ซ้อมเสร็จหรือยังครับ?” โจวเยี่ยนถาม

เซี่ยเหยาพยักหน้า “เมื่อวานซ้อมไปรอบนึงแล้ว ร้องเดี่ยว แค่มั่นใจก็พอ พวกแสดงกลุ่ม ช่วงนี้ซ้อมกันทุกเย็นเลยค่ะ”

“กำหนดวันฝึกงานจบหรือยังครับ?”

“กำหนดวันศุกร์หน้าค่ะ น้าเล็กจะพาไปส่งขึ้นรถไฟที่เฉิงตูพอดี จะได้สะดวกหน่อย”

“ครับ ถึงตอนนั้นผมไปส่งนะ” โจวเยี่ยนพยักหน้า

เซี่ยเหยาเงยหน้ามองเขา ยิ้มตาหยี “ได้สิคะ งั้นเดี๋ยวฉันแวะไปกินบะหมี่ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงที่ร้านคุณก่อนกลับ พอกลับซานเฉิงแล้ว คงไม่ได้กินซี่โครงหมูอร่อย ๆ แบบนี้อีกแล้ว”

โจวเยี่ยนมองใบหน้าเปื้อนยิ้มสดใสของเธอ ที่เต็มไปด้วยความหวานละมุนของวัยสาว ความวู่วามบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมากลางใจ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง เสียงแหบพร่าเล็กน้อย “สหายเซี่ยเหยา มา... คุณมาเป็นแฟนผมไหมครับ? วันหลังผมจะทำซี่โครงหมูน้ำแดงให้กิน”

หน้าเซี่ยเหยาแดงก่ำทันที แววตาฉายแววตื่นตระหนก นิ้วเรียวยาวกำหนังสือแน่น “จะกินซี่โครงหมูน้ำแดง ต้องเป็นแฟนด้วยเหรอคะ?”

โจวเยี่ยนก้มมองเธอ เห็นเซี่ยเหยาที่ปกติวางตัวสบาย ๆ มีท่าทีประหม่าแบบนี้ ก็อดขำไม่ได้ ก้มตัวลงยิ้มบอก “ซี่โครงหมูน้ำแดงแพงนะ ถ้าคุณพยักหน้า วันหลังกินฟรีตลอดชีพ เพิ่มอีกชามก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม”

เซี่ยเหยารู้สึกได้ว่าโจวเยี่ยนขยับเข้ามาใกล้ เงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ สบกับดวงตาเจ้าชู้คู่นั้น ภายใต้แสงสะท้อนจากกระจกดูชวนฝันพิกล

“ซี่โครงหมูน้ำแดง ไม่คิดเงินจริง ๆ เหรอคะ?” เธอถามเสียงเบา

“อือ” โจวเยี่ยนพยักหน้า

เซี่ยเหยารู้สึกมึนงง อยากจะพยักหน้าตอบรับ แต่คำพูดมาจ่อที่ปาก ก็กลั้นใจกลืนกลับลงไป “งั้น... ขอฉันเอาไปคิดดูดี ๆ อีกทีได้ไหมคะ?”

“ได้แน่นอนครับ” โจวเยี่ยนยืดตัวขึ้น ใบหน้าเปื้อนยิ้ม “คิดได้เมื่อไหร่ บอกผมได้ตลอดเลยนะ”

โจวเยี่ยนหันหลังเดินไปสองก้าว สายตามองหาตู้หนังสืออื่น เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตึกตัก พยายามมองหาพงศาวดารที่สหายเหล่าโจวสั่งมา แต่สายตาปกติตอนนี้กลับเหมือนคนแก่สายตายาว โฟกัสอะไรไม่ได้เลย

“สหายโจวเยี่ยน” เสียงเซี่ยเหยาดังขึ้นข้างหลังเขา

โจวเยี่ยนหันกลับไป

เซี่ยเหยากอดหนังสือ ยืนยิ้มให้เขาท่ามกลางแสงสว่าง “ฉันอยาก... กินซี่โครงหมูน้ำแดงฝีมือคุณตลอดไปค่ะ”

จบบทที่ บทที่ 500 คุณมาเป็นแฟนผมไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว