- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 495 ผมว่าพวกอาควรจะคุมประพฤติโจวเยี่ยนให้ดีหน่อยนะ
บทที่ 495 ผมว่าพวกอาควรจะคุมประพฤติโจวเยี่ยนให้ดีหน่อยนะ
บทที่ 495 ผมว่าพวกอาควรจะคุมประพฤติโจวเยี่ยนให้ดีหน่อยนะ
ช่วงที่ผ่านมาโจวเยี่ยนมาหาเซี่ยเหยาเพื่อวิ่งออกกำลังกายด้วยกันทุกวัน จนคุณป้าจำหน้าเขาได้แม่น
เซี่ยเหยาไม่เพียงแต่หน้าตาสะสวย แต่ยังมีมารยาทมากด้วย ไม่ว่าจะเข้าหรือออกเธอมักจะทักทายคุณป้ายามเสมอ คราวก่อนยังเอาลูกอมมาให้หนึ่งกล่อง ทำเอาหลานชายทั้งสองคนของคุณป้าดีใจกันยกใหญ่
โจวเยี่ยนกำลังคิดว่าจะรับคำยังไงดี
เซี่ยเหยาเดินลงมาจากตึกพอดี พร้อมกับยิ้มทักทายคุณป้าตุ้ยนุ้ย “สวัสดีค่ะป้าหวง”
“จ้ะ ไปเดินเล่นกันเถอะ เดี๋ยวป้าดูจักรยานให้เอง” ป้าหวงพยักหน้ายิ้มกริ่ม
“ขอบคุณครับคุณป้า” โจวเยี่ยนเอ่ยขอบคุณ แล้วเดินไปทางริมเขื่อนกับเซี่ยเหยา
“ดีจริง ๆ กิ่งทองใบหยก ยืนคู่กันแล้วดูเจริญตาดีจัง” ป้าหวงมองตามหลังทั้งคู่แล้วพึมพำยิ้ม ๆ
“เมื่อกี้ป้าหวงคุยอะไรกับคุณเหรอคะ?” เซี่ยเหยาถามอย่างสงสัย
“คุณป้าบอกว่าผมวาสนาดีครับ ที่ได้แฟนทั้งสวยทั้งใจดีแบบนี้” โจวเยี่ยนมองหน้าเธอแล้วตอบ
“เอ๊ะ?” เซี่ยเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้หลบสายตา เงยหน้ามองโจวเยี่ยนแล้วถามต่อ “แล้ว... แล้วคุณตอบว่ายังไงคะ?”
พอพูดจบ ใบหน้าสวยก็เริ่มมีสีแดงระเรื่อขึ้นมา
แย่แล้ว...
ทำไมถึงหลุดปากถามออกไปแบบนั้นนะ!
“ผมยังไม่ทันได้ตอบเลย คุณก็เดินลงมาพอดีครับ” โจวเยี่ยนบอก
เซี่ยเหยาได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “งั้นเราไปกันเถอะค่ะ ฉันอยากไปเดินเล่นที่สะพานหิน”
“ครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วเดินตามฝีเท้าของเซี่ยเหยาไป
“วันนี้มีความสุขจังเลยค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานเลี้ยงล้มหมูของแถบเสฉวน-ฉงชิ่ง รู้สึกครึกครื้นและสนุกมาก แถมอาหารในงานเลี้ยงก็อร่อยสุด ๆ เลย”
“คุณย่าสะสมเครื่องกระเบื้องกับชุดเครื่องนอนผ้าไหมไว้เยอะมาก รสนิยมท่านดีจริง ๆ ค่ะ ของแต่ละอย่างสวยงามประณีตมากเลย”
“คุณย่าใจดีมากเลยนะคะ ทั้งที่เป็นของสะสมที่ท่านรักและหวงแหนมาก แต่กลับเปิดตู้ให้พวกเราเลือกได้ตามใจชอบ แล้วก็ยกให้พวกเราแบบไม่ลังเลเลย”
เซี่ยเหยาก้าวเดินอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มสดใส ดูออกเลยว่าเธอมีความสุขมากจริง ๆ
โจวเยี่ยนเดินขนาบข้างเธอ มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตาม
เธอที่ต่อหน้าคนอื่นดูสง่างามและเรียบร้อย แต่มักจะเผยด้านที่สดใสเหมือนเด็กสาวออกมาให้เขาเห็นเสมอ ช่างดูมีชีวิตชีวาและงดงามเหลือเกิน
“วันนี้ได้เห็นเครื่องไหมเจียโจวสมัยสาธารณรัฐเยอะมาก มันต่างจากที่ฉันจินตนาการไว้เลยค่ะ ทั้งสีสันและลวดลายดูภูมิฐานมาก ของจริงมันน่าทึ่งกว่าที่บันทึกไว้ในหนังสือเยอะเลย ฉันรู้สึกว่ามีแรงบันดาลใจเต็มไปหมด คืนนี้กลับไปต้องรีบวาดภาพร่างออกมา น่าจะทำเป็นคอลเลกชันฤดูร้อนของผ้าไหมเจียติ้งได้เลยนะคะ” พอพูดถึงเรื่องงานออกแบบ เสียงของเซี่ยเหยาก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที
โจวเยี่ยนมองประกายในดวงตาของเธอ รู้สึกเหมือนว่าตัวเธอเขากำลังเปล่งประกายออกมา
อย่างที่เขาว่ากัน คนเราตอนที่เฉิดฉายในสิ่งที่ตัวเองรักนั้นสวยงามที่สุด
“ปีหน้าคุณจะไปทำงานที่ฮ่องกงเดือนไหนครับ?” โจวเยี่ยนถาม
เซี่ยเหยาตอบโดยไม่ต้องคิด “ฉันตั้งใจว่าจะทำศิลปนิพนธ์ให้เสร็จภายในเทอมนี้ค่ะ หัวข้อฉันก็เลือกไว้แล้ว จะทำเรื่องคอลเลกชันผ้าไหมเจียติ้ง โดยรวมการออกแบบแบรนด์และการออกแบบผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน ซึ่งตรงตามข้อกำหนดของคณะพอดี”
“แถมก่อนกลับฉันก็จะได้ตัวอย่างสินค้า และมีเอกสารรับรองจากโรงงานทอผ้าที่นี่ด้วย พอกลับไปมหาวิทยาลัยก็แค่เขียนวิทยานิพนธ์ แล้วก็แก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาก็เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ฉันกะว่าจะไปฝึกงานที่ฮ่องกงให้เร็วขึ้นหลังช่วงปีใหม่ เพื่อสะสมประสบการณ์ และรีบพัฒนาตัวเองให้เป็นดีไซเนอร์ที่เก่งพอจะทำงานด้วยตัวเองได้”
“แบบนี้...”
เซี่ยเหยามองโจวเยี่ยน แล้วก็กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป
“ดีเลยครับ บริษัทใหญ่อย่างหลี่เฉิงกรุ๊ปคงมีอะไรให้เรียนรู้เยอะมาก” โจวเยี่ยนพยักหน้า เซี่ยเหยาเป็นคนที่วางแผนชีวิตได้ดีจริง ๆ จัดการเรื่องเรียนจบไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ซึ่งจุดนี้ค่อนข้างเหมือนกับเขา
ทั้งคู่เดินเลาะริมเขื่อนไปจนถึงสะพานหิน
ลมบนสะพานค่อนข้างแรง เมื่อได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบเสาสะพานดังซ่า ๆ เซี่ยเหยาก็ขยับเข้าไปใกล้โจวเยี่ยนโดยไม่รู้ตัว
มือใหญ่ที่อบอุ่นข้างหนึ่งกุมมือเธอไว้ แล้วดึงเธอให้เข้ามาใกล้ตัวมากขึ้น
โจวเยี่ยนก้มลงบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะ ผมอยู่นี่”
“ค่ะ” ใบหูของเซี่ยเหยากลายเป็นสีแดงระเรื่อ แต่หัวใจกลับรู้สึกมั่นคงขึ้นมาทันที
ลมฤดูหนาวอาจจะเย็นยะเยือก ทว่ามือของเขากลับอบอุ่นเหลือเกิน
โจวเยี่ยนจูงมือเธอเดินข้ามสะพานหิน พร้อมกับเล่าเรื่องที่เมื่อก่อนคุณปู่วังอวี้กับคุณหนูชิวเคยเดินข้ามสะพานนี้ แล้วไปนั่งคุยกันใต้ต้นไม้โดยเว้นระยะห่างกันครึ่งเมตร
“ความรักของคุณปู่วังกับคุณหนูชิวนั้นดูสำรวมและสง่างามมากเลยนะคะ ผ่านการหล่อหลอมและตกตะกอนตามกาลเวลา จนดูเงียบสงบและสวยงาม” เซี่ยเหยาเงยหน้ามองโจวเยี่ยน “คุณว่า... พอเราอายุแปดสิบ เรายังจะเดินข้ามสะพานหินแบบนี้ด้วยกันได้ไหมคะ?”
“ได้สิครับ” โจวเยี่ยนมองสบตาเธอแล้วพยักหน้าเบา ๆ
เซี่ยเหยายิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสอย่างยิ่ง เธอมองดูสายน้ำใสที่ซัดกระทบตลิ่ง แล้วรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัวช่างงดงามเหลือเกิน
โจวเยี่ยนไปส่งเซี่ยเหยาจนถึงหน้าตึกหอพักแล้วจึงยอมปล่อยมือ
“งั้นฉันขึ้นตึกก่อนนะคะ” เซี่ยเหยาบอกกับเขา
“ครับ เดี๋ยวผมรอให้ไฟในห้องคุณเปิดก่อนแล้วค่อยไป” โจวเยี่ยนพยักหน้า
“ค่ะ” เซี่ยเหยาหันหลังเดินตรงไปยังบันได
“เซี่ยเหยาครับ”
“คะ?” เซี่ยเหยาหันกลับมามอง
“คุณ... วันนี้สวยมากเลยครับ” โจวเยี่ยนพูดออกไป
“ขอบคุณค่ะ คุณเองก็หล่อมากเหมือนกัน” เซี่ยเหยาพยักหน้าเบา ๆ ขณะที่หันหลังเดินขึ้นบันไดไป รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าทันที ฝีเท้าที่ก้าวเดินดูเบาสบายขึ้นกว่าเดิม
โจวเยี่ยนมองตามแผ่นหลังของเธอจนลับตาไปที่หัวบันได แล้วยกมือขึ้นตีปากตัวเองเบา ๆ
ปากแข็งเอ๊ย!
ทำไมถึงพูดคำนั้นไม่ออกนะ!
ไฟที่ห้องพักชั้นสามสว่างขึ้นแล้ว โจวเยี่ยนจึงก้าวขึ้นจักรยานแล้วปั่นกลับไปทางร้านอาหารช้า ๆ
เซี่ยเหยายืนอยู่ที่หน้าต่าง มองดูเงาหลังของเขาค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด มุมปากของเธอประดับด้วยรอยยิ้ม และรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว
เมื่อกี้เขาอยากจะพูดอะไรกันแน่นะ?
ทำไมพอจะพูดแล้วถึงเปลี่ยนคำพูดเสียอย่างนั้น?
ดูซื่อ ๆ แต่ก็น่ารักดีเหมือนกันแฮะ
โจวเยี่ยนกลับมาถึงร้านอาหาร
โจวโม่โม่กำลังสอนน้าจ้าวทำการบ้านอยู่
สหายเหล่าโจวกับอาเหว่ยกำลังเดินหมากรุกกันอยู่ที่โต๊ะมุมสุดในตึกข้าง ๆ ทั้งคู่ลดเสียงลงต่ำ และกำลังดวลหมากกันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร
“รุกฆาต! ผมชนะแล้ว!” อาเหว่ยรุกหมากไปข้างหน้า กินม้าของสหายเหล่าโจวแล้วอุทานอย่างตื่นเต้น
“เอาใหม่! อีกตาหนึ่ง! ใครชนะสี่ในเจ็ดตาก่อนเป็นฝ่ายชนะ” สหายเหล่าโจวพูดอย่างไม่ยอมแพ้
“ชู่ว! ห้ามเสียงดังสิคะ! เถี่ยอิงยิ่งคำนวณเลขไม่เก่งอยู่ ถ้าส่งเสียงดังแม่จะยิ่งคิดไม่ออกนะ” โจวโม่โม่วิ่งเข้ามาเท้าสะเอว แล้วดุด้วยน้ำเสียงใสซื่อแบบเด็ก ๆ
“อ๋อ...”
“ไม่ส่งเสียงแล้วครับ”
อาเหว่ยกับสหายเหล่าโจวรีบพยักหน้ารับคำ แล้วกลับไปตั้งกระดานหมากใหม่อย่างสงบเสงี่ยม
โจวเยี่ยนเดินเข้ามาในร้านพอดี เห็นฉากนี้เข้าก็เกือบจะหลุดขำออกมา
ดูออกได้ไม่ยากเลยว่าพวกเขาถูกไล่ไปนั่งตรงนั้น
ก็แน่ล่ะ ใครสอนการบ้านแล้วไม่สติแตกบ้างล่ะ
คุณครูเสี่ยวโจวเองก็มีโหมดดุเหมือนกันนะเนี่ย
“ว่ายังไงจ๊ะ? สำเร็จไหม?” พอเห็นโจวเยี่ยนเดินเข้ามา น้าจ้าวก็หยุดทำโจทย์เลขทันที แล้วรีบถามด้วยความอยากรู้
สหายเหล่าโจวกับอาเหว่ยก็วางหมากรุกลง แล้วเดินมาออที่ประตูเพื่อคอยสังเกตท่าทางของโจวเยี่ยน
“ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” โจวเยี่ยนจอดจักรยานเสร็จ ก็เดินขึ้นชั้นบนไปหยิบเสื้อผ้าโดยไม่หันกลับมามอง
“พ่อว่าน่าจะสำเร็จไปเกินครึ่งแล้วล่ะ” สหายเหล่าโจวเอ่ย “วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ หน้าบาง ไม่กล้าพูดตรง ๆ”
“เรื่องนี้ยังต้องสงสัยอีกเหรอ? อาลองดูสายตาที่พวกเขามองกันสิครับ หวานเชื่อมหยดย้อยขนาดนั้น จะมีนักศึกษาจากในเมืองที่ไหนสวยปานนั้นยอมมุดหัวอยู่ในครัวล่ะครับ? แล้วดูโจวเยี่ยนสิตอนกินข้าวยังคอยคีบกับข้าวให้เขาอีก เอาใจเก่งจริง ๆ ระหว่างพวกเขาต้องมีอะไรแน่ ๆ” อาเหว่ยให้คำแนะนำด้วยสีหน้าจริงจัง
“อาโจว น้าจ้าว ผมว่าพวกอาควรจะคุมประพฤติโจวเยี่ยนให้ดีหน่อยนะ พวกเขายังไม่ถึงเกณฑ์แต่งงานเลย กฎหมายบ้านเมืองไม่ยอมรับพฤติกรรมแบบนี้หรอกครับ ผมเห็นแล้วมันขัดหูขัดตาจริง ๆ”
“อาเหว่ย ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเดินหมากรุกเสร็จก็รีบไปนอนนะ หลับลึก ๆ แล้วทุกอย่างจะดีเอง” สหายเหล่าโจวเอ่ยปลอบ
น้าจ้าวก็ช่วยปลอบเสริม “อาเหว่ย ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยววันหลังน้าจะช่วยดูให้ ร้านเรามีสาว ๆ โรงงานทอผ้าแวะเวียนมาตั้งเยอะ น้าต้องหาเมียที่เหมาะสมให้คนดี ๆ แบบเธอได้แน่นอนจ้ะ”
“ขอบคุณมากครับน้าจ้าว” อาเหว่ยซาบซึ้งใจมาก แล้วจึงลากสหายเหล่าโจวเดินจากไป “ไปครับอาโจว มาต่อกันเลย ถ้าอาแพ้อีกตา คืนนี้คงได้นอนไม่หลับแน่ ๆ”
โจวเยี่ยนอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมา และเริ่มจดรายการของที่จะต้องซื้อในวันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้เขามีออเดอร์จัดโต๊ะจีนของซ่งหยางเพิ่มขึ้นมา นอกเหนือจากการเปิดร้านตามปกติ
ปลาไนหินนั้นสหายเหล่าโจวสั่งจองไว้ล่วงหน้าแล้ว เรื่องการหาซื้อปลานี่ต้องยอมรับว่าเครือข่ายเส้นสายของพ่อกว้างขวางกว่าเยอะ
อย่างที่เขาว่ากันว่าความชำนาญเกิดจากประสบการณ์ ซึ่งใช้ได้กับทุกวงการจริง ๆ
พรุ่งนี้ยังต้องซื้อไก่กระทงอีกหนึ่งตัว
อกไก่เอามาทำไก่หิมะ ส่วนเนื้อไก่ที่เหลือก็เอามาทำไก่ตุ๋นเผือก เป็นอาหารเย็นสำหรับพนักงานพรุ่งนี้ได้พอดี
ถ้าพูดถึงเรื่องสวัสดิการอาหารการกิน ร้านโจวเอ้อร์หวาน่าจะเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาร้านอาหารแถบเจียโจวเลยทีเดียว
ช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ เขาตั้งใจว่าจะหาเวลาแวะไปที่ห้องสมุด เพื่อคืนหนังสือและขอยืมเล่มใหม่จากคุณปู่วัง พร้อมกับถือโอกาสขอคำชี้แนะจากเจ้าพ่อจดหมายรักเสียหน่อย
ในย่านซูจีนี่ เขาเชื่อใจคุณปู่วังที่สุดแล้ว