- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 490 เนื้อรมควันบนเขียงอร่อยที่สุดแล้ว
บทที่ 490 เนื้อรมควันบนเขียงอร่อยที่สุดแล้ว
บทที่ 490 เนื้อรมควันบนเขียงอร่อยที่สุดแล้ว
พอเปิดเครื่องบดเนื้อ เนื้อหมักก็พรั่งพรูออกจากกรวย ไหลเข้าสู่ไส้หมูที่สวมรอไว้ตรงปากกรวยอย่างไม่ขาดสาย
จางเหล่าซานประคองกุนเชียง ค่อย ๆ ขดลงในอ่างเคลือบใบใหญ่ที่วางรองไว้ด้านล่าง
โจวเยี่ยนยืนดูอยู่ข้าง ๆ กุนเชียงสีแดงสด อวบอิ่มแน่นเปรี้ยะ ดีกว่าใช้มือค่อย ๆ ยัด ค่อย ๆ บีบทีละนิดเป็นไหน ๆ
“โอ้โห! เร็วชะมัด! เครื่องจักรนี่มันดีจริง ๆ!”
“พูดถูก ยัดได้ทั้งเร็วทั้งสวยเลยนะ!”
โจวชิงกับโจวเจ๋อทึ่งกันใหญ่ ทำกุนเชียงมาตั้งหลายปี เพิ่งมีครั้งแรกที่ได้ยืนกอดอกดูเฉย ๆ
“โจวเยี่ยนนี่เก่งจริง ๆ นะ เอาเครื่องจักรมาทำกุนเชียง แป๊บเดียวก็เสร็จ”
“มิน่าถึงไม่รีบร้อน เก้าโมงค่อยเริ่มฆ่าหมู ดูบ้านคุนคุนสิ ฆ่าหมูตั้งแต่หกโมงเช้า หมูสามร้อยจินยังยัดกุนเชียงไม่ถึงครึ่ง”
ชาวบ้านต่างพากันมามุงดูของแปลก
เกาชุ่ยฮวาที่หงุดหงิดอยู่แล้ว ได้ยินเข้าหน้ายิ่งดำคล้ำ วางกุนเชียงที่ยัดได้ครึ่งหนึ่งลงในอ่าง กัดฟันหยิบหมูสามชั้นก้อนโตขึ้นมา สั่งอู๋กุ้ยฮวาที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “กุ้ยฮวา ไปเป็นลูกมือฉัน ไปหุงหาอาหาร จัดงานเลี้ยงล้มหมูวันนี้ให้ดี”
“ค่ะแม่” อู๋กุ้ยฮวารีบรับคำ
โจวเยี่ยนยืนดูอยู่พักหนึ่ง พอแน่ใจว่ากุนเชียงที่จางเหล่าซานทำไม่มีปัญหา ก็หันไปบอกสหายเหล่าโจวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “พ่อครับ ทางนี้ฝากพ่อด้วยนะ กุนเชียงข้อละยี่สิบเซนต์ ใช้เชือกนี้มัดให้แน่น วางไว้เดี๋ยวผมมาเจาะรูเอง”
สหายเหล่าโจวพยักหน้ารับ งานนี้เขาถนัด
“อาเหว่ย ไป ทำกับข้าวงานเลี้ยงล้มหมูกัน” โจวเยี่ยนเรียกอาเหว่ย แล้วไปทำกับข้าวบ้าง
คนเยอะงานก็เดินไว คนตระกูลโจวทำงานคล่องแคล่วกันทุกคน
“โจวเยี่ยน ดูสิคุณย่าให้ชุดเครื่องนอนผ้าไหมฉันมาชุดนึง” โจวเยี่ยนเพิ่งเดินเข้าประตู ก็เจอเซี่ยเหยาอุ้มกองผ้าไหมที่พับเรียบร้อยออกมาจากห้องคุณย่า ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“จริงเหรอครับ นี่ของรักของหวงคุณย่าเลยนะ” โจวเยี่ยนแปลกใจนิดหน่อย
หลาน ๆ อย่างพวกเขา สั่งสมประสบการณ์มาจากการโดนตี
ในบ้านนี้ น้ำพะโล้เก่ากับตู้สองใบของคุณย่าห้ามแตะ ไม่งั้นโดนฟาดหลังลายแน่นอน
โจวเจี๋ยตอนเด็ก ๆ เคยแอบเอาช้อนกระเบื้องของคุณย่าไปตักทรายเล่น คุณย่าหวดลุงรองยับเลย
พอลุงรองกลับถึงบ้าน ปิดประตู โจวเยี่ยนอยู่นอกรั้วยังได้ยินเสียงพี่เจี๋ยร้องไห้จ้า
ร้องลั่นเลยล่ะ
ตู้เก็บผ้าไหมก็ล็อกกุญแจไว้ ทุกครั้งที่ลูกชายหรือหลานชายแต่งงาน คุณย่าจะเปิดตู้ให้สะใภ้ใหม่เลือกชุดเครื่องนอนที่ชอบไปหนึ่งชุด
ที่บ้านโจวเยี่ยนยังมีชุดเครื่องนอนผ้าไหมสีแดงสดชุดหนึ่ง เป็นของที่แม่เขาได้ตอนแต่งงาน
งั้นที่คุณย่าทำแบบนี้คือ...
โจวเยี่ยนมองชุดเครื่องนอนสีเขียวอ่อนในอ้อมกอดเซี่ยเหยา แล้วเหลือบมองคุณย่า
“เหยาเหยาบอกกลัวเครื่องกระเบื้องแตก ย่าเลยให้ปลอกผ้านวมไหมไปชุดนึง” คุณย่ามองเขา สายตามีเลศนัย “ไว้แกแต่งเมียเมื่อไหร่ ย่าเตรียมไว้อีกชุด”
โจวเยี่ยนได้ยินก็เผลอมองเซี่ยเหยา
เซี่ยเหยาก้มหน้า จ้องผ้าไหมในมือไม่พูดอะไร มุมปากยกยิ้ม
เมิ่งอันเหอประคองถ้วยชาใบโปรด มองทั้งสองคนแล้วอดยิ้มไม่ได้ เป็นวัยรุ่นนี่ดีจังนะ
“ฉันไปต้มซุปเครื่องในหมูแล้ว!” อาเหว่ยเดินปึงปังจากไป
อยู่ตรงนี้ต่อไม่ได้แล้ว ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวอกแตกตาย
งานเลี้ยงล้มหมูยังไม่ได้กินเลย!
หลอกหมามาฆ่าชัด ๆ
เคยคิดถึงความรู้สึกเขาบ้างไหม?
“คุณจะไปทำกับข้าวแล้วเหรอ?” เซี่ยเหยาเงยหน้ามองเขา เปลี่ยนเรื่องคุย
“ครับ สิบเอ็ดโมงแล้ว ทำเสร็จกินมื้อเที่ยงพอดี” โจวเยี่ยนพยักหน้า “คุณนั่งดื่มชากับพี่เมิ่งไปก่อนนะ เดี๋ยวก็ได้กินข้าวแล้ว”
“ฉันไปช่วยก่อไฟให้ไหมคะ อันนี้ฉันถนัด” เซี่ยเหยาเสนอตัว
“ไปเถอะ ๆ ฉันดื่มชากับคุณป้าดีกว่า” เมิ่งอันเหอยิ้มโบกมือ หันไปบอกคุณย่า “เดี๋ยวหนูชงชาให้คุณป้าเองค่ะ”
คุณย่ายิ้มพยักหน้า “เอาสิ ฉันจะได้เรียนรู้ว่าคนมีความรู้เขาดื่มชากันยังไง”
เซี่ยเหยาตามโจวเยี่ยนเข้าครัว อาเหว่ยจุดไฟติดแล้ว กำลังนั่งยอง ๆ ใช้พัดสานพัดไฟฟู่ ๆ
“ติดแล้วเหรอ?” โจวเยี่ยนถาม
“อือ เพิ่งติด” อาเหว่ยเงยหน้าขึ้น เห็นเซี่ยเหยายืนอยู่ข้างโจวเยี่ยนก็งง ๆ “เถ้าแก่เนี้ย เข้าครัวมาทำไมครับ?”
“ก่อไฟค่ะ” เซี่ยเหยาตอบ
“แล้วฉันทำไรอ่ะ?” อาเหว่ยเงยหน้ามองโจวเยี่ยน
“พี่ก็ต้มซุปเครื่องในหมูไง ไหนบอกทำเป็น?” โจวเยี่ยนมองเขา
“เอ้อใช่! ฉันต้มน้ำซุปกระดูกหมูไว้แล้วนี่หว่า!” อาเหว่ยรีบลุกขึ้น ผายมือเชิญอย่างนอบน้อม “เถ้าแก่เนี้ย เชิญครับ เชิญก่อไฟให้เถ้าแก่เลยครับ”
“อะแฮ่ม อาเหว่ย” โจวเยี่ยนกระแอมทีนึง
อาเหว่ยขยิบตาให้เขา แล้วเดินไปจัดการปอดหมูอย่างสบายอารมณ์
เซี่ยเหยาไม่ได้พูดอะไร กระชับเสื้อ นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กหน้าเตา ก้มหน้ามองไฟ แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าที่แดงระเรื่อ มุมปากยกยิ้ม
“อาเหว่ยเขาก็แบบนี้แหละครับ ปากพล่อย” โจวเยี่ยนพูดแก้เก้อ
“อื้อ จะเอาไฟแรงหรือไฟอ่อนคะ?” เซี่ยเหยาเงยหน้ามองเขา สายตาเป็นประกาย
“ไฟแรงครับ เดี๋ยวผมทำซี่โครงหมูน้ำแดงของโปรดคุณก่อน” โจวเยี่ยนยิ้มบอก
“ได้ค่ะ” เซี่ยเหยารับคำ เติมฟืนเข้าเตาไปท่อนนึง
“เมี้ยว~~” เสียงแมวร้องดังมาจากกองฟืน
เซี่ยเหยาตกใจชักมือกลับ หันไปมอง เจอลูกแมวลายสลิดนอนขดอยู่ในซอกกองฟืน ก็ยิ้มออกมา “ที่แท้ฮวาฮวาก็มาแอบหลับอยู่นี่เอง”
โจวเยี่ยนได้ยินก็ยิ้ม “สงสัยอากาศหนาว เลยหาที่อุ่น ๆ จำศีล ในครัวก่อไฟคงอุ่นกว่าในลานบ้าน”
“ฮวาฮวา มา มาหาพี่สาวมา” เซี่ยเหยาเรียกแมวลายสลิดเสียงอ่อนเสียงหวาน
“แมวตัวนี้...” โจวเยี่ยนกำลังจะบอกว่ามันกลัวคนแปลกหน้า ขนาดเขาเรียกยังไม่มา
แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงกุกกัก แมวลายสลิดตัวอ้วนปีนออกมาจากกองฟืน บิดขี้เกียจทีหนึ่ง จ้องหน้าเซี่ยเหยาสักพัก แล้วกระโดดลงมา เอาตัวถูขาเธอ ร้องเมี้ยว ๆ ใส่เฉยเลย
“แมวตัวนี้นิสัยดีเหมือนกันนะเนี่ย” เซี่ยเหยาลูบหัวขนฟูของมัน ยิ้มเงยหน้าบอกโจวเยี่ยน
“คงงั้นมั้งครับ” โจวเยี่ยนไปไม่เป็นเลย เจ้าแมวนี่เลือกปฏิบัติชัด ๆ
เซี่ยเหยาเล่นกับมันสักพัก โจวโม่โม่ก็วิ่งเข้ามา เห็นแมวลายสลิดก็พุ่งเข้าใส่ ร้องเรียกดีใจ “ฮวาฮวา!”
“เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว~~~” เสียงร้องของฮวาฮวาเปลี่ยนเป็นออดอ้อนร่าเริงทันที เอาหัวถูขาโจวโม่โม่ แถมยังนอนหงายโชว์พุงให้ดูอีก
“เด็กดี” โจวโม่โม่นั่งยอง ๆ ลูบพุงมัน ถามอย่างสงสัย “พี่เหยาเหยา พี่ไปเจอฮวาฮวาที่ไหนคะ?”
“มันแอบนอนอยู่ในกองฟืนน่ะ พี่ก็เพิ่งเห็นเหมือนกัน” เซี่ยเหยายิ้มบอก
“อ๋อ มันแอบอยู่นี่เอง มิน่าหนูเรียกในลานบ้านตั้งนานไม่ยอมขาน” โจวโม่โม่พยักหน้า ลุกขึ้นวิ่งไปหาโจวเยี่ยน “เกอเกอ มีเนื้อแบ่งให้หนูหน่อยไหม หนูจะเอาไปให้ฮวาฮวา”
โจวเยี่ยนมองซี่โครงหมูในกะละมังตัวเอง ชี้ไปที่อาเหว่ยข้าง ๆ “ไปขอตับหมูจากอาเหว่ยสิ อยู่ใกล้มือเขาพอดี”
“อาเหว่ย~” โจวโม่โม่รีบวิ่งไปหา
“เอ้า เอาไป” อาเหว่ยหั่นตับหมูชิ้นหนึ่งส่งให้โจวโม่โม่
โจวโม่โม่ถือตับหมูเดินมา ฮวาฮวาทนไม่ไหว ยืนสองขาหน้าขึ้น จ้องตับหมูในมือโจวโม่โม่ ร้องเรียกเสียงหวานจ๋อยกว่าเดิม
“มา กินสิ~” โจวโม่โม่ยื่นตับหมูให้ ฮวาฮวาค่อย ๆ อ้าปากงับปลายอีกด้าน รอจนโจวโม่โม่ปล่อยมือ ถึงก้มหน้ากิน เคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย
โจวเยี่ยนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมแมวลายสลิดถึงรักโจวโม่โม่นัก ก็โจวโม่โม่ขยันหาเนื้อมาประเคนซะขนาดนี้
“ฮวาฮวา กินชิ้นเดียวนะ หนูไม่มีแล้ว เดี๋ยวหนูก็ต้องกินเนื้อเหมือนกัน” โจวโม่โม่นั่งยอง ๆ ข้าง ๆ พูดเสียงเล็กเสียงน้อย
“เมี้ยว เมี้ยว~” แมวลายสลิดกินไปก็ไม่ลืมร้องตอบสองที
“ป่ะ ไปล้างมือหน่อย” เซี่ยเหยาลุกขึ้นจูงโจวโม่โม่ไปล้างมือ เจ้าตัวเล็กไปคุ้ยเจอมันเทศลูกเล็ก ๆ ตรงมุมห้องมาสองสามหัว สองคนเลยสุมหัวกันหาวิธีเผามัน
เอามันเทศวางแอบไว้ในเตา เซี่ยเหยากอดโจวโม่โม่ผิงไฟ เล่านิทานให้ฟัง แมวลายสลิดกินตับหมูหมดก็ไม่ไปไหน นอนหดขาขาว ๆ หมอบอยู่ข้าง ๆ ผิงไฟ หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ส่งเสียงกรนครืดคราด
ซี่โครงหมูตุ๋นอยู่ในหม้อ เอาเนื้อรมควันออกจากซึ้งนึ่ง นึ่งมาหนึ่งชั่วโมง เนื้อรมควันสุกทั่วถึง
[เนื้อรมควันที่ยอดเยี่ยมชิ้นหนึ่ง]
โจวเยี่ยนมองเนื้อรมควันในจาน อดชื่นชมฝีมือคุณย่าไม่ได้
คิดสูตรเองจนทำเนื้อรมควันได้ระดับนี้ มิน่าลุงใหญ่กับลุงรองถึงได้ศรัทธาฝีมือแกอย่างบ้าคลั่ง
คนในหมู่บ้านโจวที่สนิทกัน พอถึงหน้าทำเนื้อรมควันกุนเชียง จะเชิญคุณย่าไปช่วยปรุงรส พอทำเสร็จก็จะส่งเนื้อมาให้ชิ้นหนึ่งเป็นค่าตอบแทน
นี่แหละที่เรียกว่าตัวแม่!
วันนี้ตอนที่คุณย่ายื่นโถเกลือให้เขา ไม่ใช่แค่คนตระกูลโจวที่ตกใจ ชาวบ้านก็ช็อกกันเป็นแถบ
“อยากกินเนื้อรมควันเพิ่งนึ่งเสร็จไหม?” โจวเยี่ยนหันไปถามเซี่ยเหยากับโจวโม่โม่
“อยาก!”
สองคนตอบพร้อมกัน
โจวเยี่ยนหยิบเขียงหั่นเนื้อสุกของคุณย่ามา ใช้มีดหั่นพะโล้แล่เนื้อรมควันเป็นแผ่นบาง ๆ
หมูสามชั้นรมควันติดหนังที่มีมันแทรก พอหั่นตอนสุก มันหมูจะใสวาวเป็นสีอำพัน เนื้อแดงสีแดงสดเหมือนไม้จันทน์แดง ชุ่มฉ่ำน่ากินสุด ๆ
เซี่ยเหยากับโจวโม่โม่มายืนอยู่ข้างเตา เจ้าตัวเล็กพยายามเขย่งเท้าดู แต่เตี้ยไปหน่อย เห็นแค่ขอบเขียง จมูกดมฟุดฟิด ร้อนรนอยากกินเต็มแก่ “เกอเกอ~~ หนูอยากกินเนื้อรมควันบ้าง!”
“มา ให้หนูชิมชิ้นแรกเลย” โจวเยี่ยนคีบเนื้อรมควันป้อนโจวโม่โม่
เจ้าตัวเล็กอ้าปากรับ เอามือจับ กัดคำโต เคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างมีความสุข
“กินสิครับ เนื้อรมควันบนเขียงอร่อยที่สุดแล้ว” โจวเยี่ยนบอกเซี่ยเหยา
เซี่ยเหยามองซ้ายมองขวา ไม่เห็นตะเกียบ ลังเลนิดหนึ่ง แล้วก็ยื่นมือไปหยิบเนื้อรมควันเข้าปาก
เนื้อรมควันเพิ่งขึ้นจากเตา กัดเข้าไปคำแรก หนังเด้งสู้ฟัน มันหมูละลายในปาก กลิ่นหอมฟุ้ง เนื้อแดงเค็มกำลังดี มีความเด้งนิด ๆ ได้กลิ่นหอมเหมือนแฮมกับกลิ่นรมควันไม้สนไซเปรสที่เป็นเอกลักษณ์
หอมจัง!
เรียนมหาลัยที่ซานเฉิงมาสามปี กินเนื้อรมควันมาก็หลายที
แต่เนื้อรมควันที่เคยกินมา เหมือนจะไม่มีชิ้นไหนอร่อยเท่าชิ้นนี้เลย
โดยเฉพาะเนื้อรมควันผัด หนังหมูมักจะแข็งจนเคี้ยวไม่เข้า
ความอร่อยของเนื้อรมควัน เธอเพิ่งได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในวันนี้
“อาจารย์โจว เนื้อรมควันบนเขียงไม่เรียกฉันมากินสักชิ้นเลยเหรอ?” อาเหว่ยโผล่หน้ามา มองเนื้อรมควันบนเขียงแล้วกลืนน้ำลาย “เนื้อรมควันคุณย่าทำออกมาดีจริง ๆ แค่ดูก็น่ากินแล้ว”
“มาสิ ป้อนให้ชิ้นนึง” โจวเยี่ยนคีบป้อนให้ เพราะมืออาเหว่ยเปื้อนเลือดหมูจากการหั่นตับ
“อื้ม! เด็ด! เนื้อรมควันหอมมาก เอาไปผัดมันฝรั่งต้องอร่อยเหาะแน่!” อาเหว่ยชมเปาะ กินอีกชิ้นแล้วกลับไปทำงานต่อ