- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 485 เถี่ยอิง บ้านดองมาเหรอ?
บทที่ 485 เถี่ยอิง บ้านดองมาเหรอ?
บทที่ 485 เถี่ยอิง บ้านดองมาเหรอ?
“เสี่ยวอิง เสี่ยวหรง มานี่เร็วลูก!” อู๋กุ้ยฮวารีบเรียกลูกสองคนมาข้างตัว แอบชำเลืองมองสีหน้าเกาชุ่ยฮวาด้วยความกังวล
จ้าวเถี่ยอิงแจกลูกอมเด็ก ๆ เสร็จ เห็นเกาชุ่ยฮวาหน้าถมึงทึงจ้องเด็กสองคน ก็ยิ้มเยาะ “เกาชุ่ยฮวา หล่อนนี่ใจแคบสมกับเป็นหัวหน้าสมาคมสตรีจริง ๆ นะ เรื่องของเราก็ส่วนของเราสิ เด็กสองคนเรียกฉันย่าสี่ ขอกินลูกอมหน่อย มันจะเป็นไรไป?
เด็กตัวเท่าเมี่ยงยังต้องมาดูสีหน้าหล่อน ราชวงศ์ชิงล่มสลายไปกี่ปีแล้ว หล่อนเป็นซูซีไทเฮาหรือไง?”
เกาชุ่ยฮวาโกรธจนควันออกหู กัดฟันตอบ “ไม่ต้องมาพูดดีเข้าตัว พูดซะตัวเองเป็นคนดีใจบุญสุนทาน หลานฉันอยากกินลูกอมฉันซื้อให้เองได้
แจกลูกอมเหรอ เหอะ! ฉันว่าหล่อนอิจฉาคนอื่นที่มีหลานมากกว่า อยากได้ล่ะสิ! แน่จริงก็ให้โจวเยี่ยนบ้านหล่อนไปเสกมาสักสองคนสิ
อ้อ! ลืมไป ตอนนี้เขามีนโยบายวางแผนครอบครัว อยากมีสองคนก็หมดสิทธิ์แล้ว ยิ่งถ้าได้ลูกผู้หญิง หล่อนก็ไปหาที่ร้องไห้เถอะ แต่ก็นะ โจวเยี่ยนบ้านหล่อนยังหาเมียไม่ได้เลย จะเอาปัญญาที่ไหนไปเสกเด็ก”
จ้าวเถี่ยอิงเบ้ปาก “เป็นถึงหัวหน้าสมาคมสตรี ไม่มีความตระหนักรู้เอาซะเลย ลูกผู้หญิงแล้วมันทำไม? มีลูกชายหรือลูกสาวก็เหมือนกัน นี่ไม่ใช่คำขวัญที่หล่อนท่องปาว ๆ ทุกวันเหรอ?
ถ้าทำไม่ได้ก็ไสหัวไป วัน ๆ ทำหน้าบอกบุญไม่รับ เหมือนใครติดหนี้หล่อนสักสองหมื่น หน้าตาอัปมงคลชะมัด”
เกาชุ่ยฮวาอ้าปากพะงาบ ๆ ไม่กล้าต่อปากต่อคำ
“กริ๊ง!”
เสียงกระดิ่งใสกังวานดังขึ้น
ทุกคนหันขวับไปมอง
“โจวเยี่ยนกลับมาแล้ว!”
“น้องสาวที่ซ้อนท้ายมานั่นใครอ่ะ? สวยจังเลย! ดูเหมือนสาวในเมืองเลยนะ”
“ถึงวันนี้โจวเยี่ยนจะใส่เสื้อนวมเก่า ๆ แต่ทำไมฉันรู้สึกว่ามันรวยจริงวะ?”
“ฉันก็ว่างั้น! ถ้าไม่รวยจริง จะไปหาแฟนสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้ได้ไง!”
“แล้วรถคันหลังนั่นใครอีกสองคน? ดูเหมือนพวกปัญญาชนเลย แต่งตัวดีเชียว”
ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ ชะเง้อคอมองกันใหญ่ แต่ที่สงสัยที่สุดก็คงหนีไม่พ้นหญิงสาวที่ซ้อนท้ายจักรยานโจวเยี่ยนนั่นแหละ
สวยหยาดเยิ้มจริง ๆ
ผิวขาวสวย เสื้อผ้าก็ดูดี เหมือนดาราหนังเลย
วันนี้ต้องตามโจวเยี่ยนมากินเลี้ยงล้มหมูแน่ ๆ!
งั้นต้องเป็นแฟนโจวเยี่ยนชัวร์
ไม่รอดแน่!
โจวเยี่ยนยิ้มทักทายพวกผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน คิ้วกระดกแทบจะลอยไปถึงฟ้า
เซี่ยเหยาได้ยินคำพูดพวกนั้น มุมปากก็ยกยิ้ม มือที่เดิมจับเบาะรถอยู่ ก็เลื่อนขึ้นมาโอบเอวโจวเยี่ยนเบา ๆ
เอวเขาค่อนข้างเพรียว ขนาดใส่เสื้อนวมยังสัมผัสได้ถึงกล้ามท้อง ชอบจัง
หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที
“โอ้โห สวยจริง ๆ ผิวพรรณผุดผ่องเชียว” โจวเลี่ยงเลี่ยงยืดตัวขึ้น มองตามชาวบ้าน พึมพำเบา ๆ
อู๋กุ้ยฮวาส่งสายตาอาฆาตมา ทำเอาเขาตกใจรีบก้มหน้าหั่นเนื้อต่อ
เกาชุ่ยฮวาสีหน้าเขียวคล้ำ เธอเพิ่งว่าโจวเยี่ยนไม่มีแฟน หันมาอีกทีมันพาแม่สาวชาวกรุงสวยเช้งกลับมาด้วย ตบหน้าเธอฉาดใหญ่จนหน้าบวมไปหมด
“เหยาเหยา อันเหอ จื้อเฉียง แล้วก็เจ้าตัวเล็กทั้งสอง มากันแล้วเหรอ” จ้าวเถี่ยอิงยิ้มแก้มปริเดินเข้าไปต้อนรับ เหมือนไก่ชนที่ชนะศึก ปรายตามองไปทางเกาชุ่ยฮวาแวบนึง
นังเด็กเมื่อวานซืน จะมาสู้กับตัวแม่ ยังเร็วไปร้อยปี
“สวัสดีค่ะคุณน้า คุณอา” เซี่ยเหยาลงจากเบาะท้าย ทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง
คราวก่อนที่เจียโจวเคยเจอลุงป้าน้าอาของโจวเยี่ยนมาแล้ว เคยทานข้าวด้วยกัน เธอยังจำได้ ถึงจะโดนชาวบ้านมุงดู แต่มีโจวเยี่ยนอยู่ข้าง ๆ ก็เลยไม่รู้สึกอึดอัด
“พี่อิง เตรียมพร้อมเสร็จสรรพเลยนะคะเนี่ย” เมิ่งอันเหอลงจากรถ ในมือถือกระเป๋าใบเล็ก มองม้านั่งฆ่าหมูที่วางอยู่หน้าประตู ยิ้มถาม
“ก็รอจื้อเฉียงมาจับหมูอยู่นี่ไง” จ้าวเถี่ยอิงหัวเราะ
“วันนี้ผมเตรียมตัวมาดีครับ เปลี่ยนใส่รองเท้าเจี่ยฟ่างมาเลย รับรองเอาอยู่” หลินจื้อเฉียงจอดจักรยานแอบข้างทาง หิ้วหลินปิ่งเหวินลงจากคานหน้ารถ แล้วหยิบถุงผ้าในตะกร้าหน้ารถลงมาด้วย จงใจโชว์รองเท้าเจี่ยฟ่างคู่ใหม่เพื่อแสดงความมุ่งมั่น
“แม่ทูนหัว!”
“สวัสดีครับแม่ทูนหัว~”
หลินจิ่งสิงกับหลินปิ่งเหวินวิ่งเข้ามาทักทาย
“เด็กดี เอ้าลูกอม” จ้าวเถี่ยอิงยิ้มกอบลูกอมใส่มือให้สองกำมือ แทบจะล้นมือ
“เหยาเหยาหลานรัก มาแล้วเหรอ” คุณย่าได้ยินเสียงก็เดินออกมาจากในบ้าน วันนี้แกสวมเสื้อนวมสีฟ้าอ่อน ผมสีเงินเกล้ามวยหวีเรียบแปล้ ดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง
“คุณย่า” เซี่ยเหยายิ้มทักทาย แล้วแนะนำให้รู้จัก “นี่น้าเล็กหนูค่ะ นี่น้าเขย ส่วนสองคนนี้ลูกพี่ลูกน้องหนูค่ะ”
โจวเยี่ยนยืนอยู่ข้าง ๆ หาจังหวะแทรกไม่ได้เลย
“คุณป้าคะ หนูชื่อเมิ่งอันเหอค่ะ ได้ยินเหยาเหยาพูดถึงคุณป้าบ่อย ๆ” เมิ่งอันเหอรับถุงผ้าจากมือหลินจื้อเฉียง ยิ้มเดินเข้าไปหา “วันนี้ติดรถโจวเยี่ยนมากินเลี้ยงล้มหมู เลยถือโอกาสมาเยี่ยมคุณป้าด้วย นี่ของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ”
“มากินเลี้ยงล้มหมูก็มาเถอะ จะหิ้วของอะไรมาด้วย เกรงใจกันแย่” คุณย่ายิ้มรับของ “เมิ่งอันเหอ ชื่อเพราะจัง พ่อหนูต้องเป็นคนมีความรู้แน่ ๆ แม่หนูก็ต้องสวยมาก หนูถึงได้สวยหยดแบบนี้ สวยทั้งบ้านเลย แล้วเจ้าตัวเล็กสองคนนี่ก็หล่อเหลาเอาการ ดูเป็นเด็กดี”
“คุณป้าชมเก่งจังเลยค่ะ แม่หนูกับคุณป้าต้องคุยกันถูกคอแน่ ๆ” เมิ่งอันเหอฟังแล้วยิ้มแก้มปริ
คุณย่าหน้าตาใจดี หลังตรงเป๊ะ ถึงหน้าจะมีริ้วรอย แต่โครงหน้าสวย ไม่เหมือนยายแก่บ้านนอกที่เธอจินตนาการไว้เลย มีบุคลิกพิเศษบางอย่าง
ฟังแกพูดก็รู้ว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ใช่คนแก่ปากร้ายไร้มารยาท
“คุณย่า หนูมีของมาฝากด้วยค่ะ” เซี่ยเหยายิ้มเดินเข้าไป ยื่นถุงผ้าในมือให้
“หนูนี่น่ารักจริง ๆ มีน้ำใจ” คุณย่ายิ้มรับ ปากถุงเปิดอยู่ มองแวบเดียวก็เห็นขวดเหล้า รอยยิ้มบนหน้ายิ่งกว้างขึ้น
“ป่ะ เข้าไปนั่งข้างในกัน ดื่มชาร้อน ๆ ก่อน ให้พวกผู้ชายเขาไปจับหมูออกมาจากเล้า” คุณย่าชวนทุกคนเข้าบ้าน
“ค่ะ” เมิ่งอันเหอพยักหน้า เดินตามคุณย่าเข้าไปในลานบ้านพร้อมเซี่ยเหยา
“พี่เหยาเหยา~~” โจวโม่โม่วิ่งเข้ามา ยัดลูกอมใส่มือเธอ แหงนหน้ากระซิบยิ้ม ๆ “รสแตงโมนะ!”
“จ้ะ” เซี่ยเหยายิ้มรู้กัน เก็บลูกอมใส่กระเป๋า จูงมือน้อย ๆ เดินเข้าลานบ้าน
“ไป อาเหว่ย ไปดื่มชากัน” โจวเยี่ยนโอบไหล่อาเหว่ยเดินเข้าลานบ้าน
“ดื่มบ้าอะไร ฉันจะไปจับหมูในเล้า!” อาเหว่ยกำหมัดชูแขน โชว์กล้ามแขน
โจวเยี่ยนถอดเสื้อนวมเก่าออก เผยให้เห็นเสื้อกล้ามข้างใน เกร็งแขนเบา ๆ กล้ามแขนก็ขึ้นเป็นมัด ๆ กล้ามไม่ได้ใหญ่โต แต่ลายเส้นชัดเจนมาก
“เชี่ย! เพื่อน นายทำอาชีพอะไรเนี่ย? นายเป็นพ่อครัวไม่ใช่เหรอ?” อาเหว่ยลดมือลง หน้าตาเจ็บปวด “ช่างมัน ๆ ฉันไปดื่มชาก็ได้”
“เถี่ยอิง บ้านดองมาเหรอ?”
“สะใภ้เธอสวยจัง ปีนี้จะจัดงานไหม?”
“มิน่าถึงไม่ทะเลาะกัน ที่แท้ก็รอไม้เด็ดนี้นี่เอง สามเดือนไม่ทะเลาะ ฝีปากยังเป็นที่หนึ่งในหมู่บ้านโจวเหมือนเดิม” ชาวบ้านที่สนิทกันแซวจ้าวเถี่ยอิง
“อย่าพูดมั่วสิ เหยาเหยาเป็นเพื่อนโจวเยี่ยน ส่วนอันเหอเป็นดองกับฉัน เด็กสองคนนั่นเรียกฉันแม่ทูนหัว” จ้าวเถี่ยอิงยิ้มแก้มปริ แจกลูกอมให้ทุกคน “มา ๆ กินหนม ๆ!”
“กิน ๆ ๆ ลูกอมงานมงคลนี่หวานเจี๊ยบ” เสียงหัวเราะของชาวบ้านดังลั่นกว่าเดิม
เกาชุ่ยฮวาโกรธจนหน้าบวม สะบัดก้นเดินกลับเข้าบ้านไป
เซี่ยเหยากับเมิ่งอันเหอเดินเข้ามาในลานบ้าน มุมลานมีห่านขาวตัวใหญ่กางปีก จ้องเขม็งมาที่ทุกคน เหมือนพร้อมจะกระโจนเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ
“ห่านตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลย!” หลินปิ่งเหวินกับหลินจิ่งสิงตกใจหลบไปอยู่หลังหลินจื้อเฉียง คราวก่อนไปกินข้าวบ้านเพื่อนพ่อในไร่ โดนห่านไล่จิกจนร้องจ๊าก กัดเจ็บแถมแรงเยอะอีกต่างหาก
เซี่ยเหยาก็เคยได้ยินกิตติศัพท์ เลยเผลอดึงโจวโม่โม่หลบไปข้าง ๆ
“ไม่ต้องกลัวค่ะ ต้าไป๋ไม่กัดคน” โจวโม่โม่ปลอบใจ ดึงมือออกจากมือเซี่ยเหยา เดินเข้าไปตบหัวต้าไป๋ฉาดใหญ่ ขู่เสียงเล็กเสียงน้อย “ต้าไป๋ นี่คนกันเอง ห้ามกางปีก! ห้ามกัดคน! ไม่งั้นหนูจะให้เกอเกอจับแกต้มซะ!”
ห่านขาวที่เมื่อกี้ยังยืดคอชูคอ รีบก้มหัวอันสูงส่งลงทันที หุบปีกที่กางอยู่ เอาหัวไถมือโจวโม่โม่รัว ๆ เป็นเชิงยอมแพ้
ทุกคนเห็นฉากนี้แล้วอดขำไม่ได้
“ห่านตัวนี้ที่บ้านฟังแค่สามคน ย่าผม อาเล็ก แล้วก็โม่โม่” โจวเยี่ยนหัวเราะอธิบาย “ผมเดินเข้าบ้านยังต้องถือไม้ป้องกันตัวเลย”
หลินจื้อเฉียงบอก “ห่านเฝ้าบ้านดุกว่าหมาเฝ้าบ้านอีก ตัวนี้เลี้ยงซะอ้วนพี อย่างต่ำก็สิบกว่าจิน จับต้มหม้อเหล็กคงหอมน่าดู เมื่อก่อนอาไปอบรมทางเหนือ หน้าหนาวชอบกินห่านต้มหม้อเหล็กที่สุด”
ห่านตัวใหญ่ที่ก้มหัวอยู่จู่ ๆ ก็เงยหน้ามองหลินจื้อเฉียง ร้องแกว๊ก ๆ ใส่สองที
“ไม่ได้ว่าแก ไม่ได้ว่าแก” หลินจื้อเฉียงรีบโบกมือ
เซี่ยเหยาเคยเห็นลานบ้านกับห่านตัวนี้ในรูปวาดของโจวโม่โม่ สายตามองหาเจ้าแมวลายสลิดไปทั่ว
โจวเยี่ยนดูออกทันทีว่าเธอหาอะไร ยิ้มอธิบาย “ฮวาฮวาน่าจะออกไปเที่ยวเล่น แมวบ้านนอกเลี้ยงแบบปล่อย หากินหนู กินนกกระจอก จะอยู่บ้านไม่อยู่บ้านแล้วแต่อารมณ์ บางทีหายไปสองวันก็มี”
เซี่ยเหยาฟังแล้วก็ยิ้ม “อย่างนี้นี่เอง แมวส้มที่คุณตาเลี้ยงจับหนูเป็นแต่ไม่กิน ชอบกินปลา คุณตาชอบไปตกปลาในคลองหน้าบ้านให้มันกิน มันก็นั่งเฝ้าข้าง ๆ ปลาขึ้นมาตัวนึงก็กินตัวนึง เลี้ยงซะอ้วน ขนมันเงา เชื่องคนมาก หาตัวได้ตลอดที่ขอบหน้าต่าง นอนหลับปุ๋ยทุกที”
ลานบ้านกว้างขวาง เก็บกวาดสะอาดสะอ้าน มุมลานกั้นคอกเลี้ยงไก่เป็ดห่าน แล้วก็มีเล้าหมู กลิ่นก็พอมีบ้าง แต่เปิดโล่งอากาศถ่ายเท ก็พอรับได้
เดินผ่านลานบ้านมาถึงห้องโถงกลาง พอก้าวข้ามธรณีประตู ทุกคนก็เผลอหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว
ผนังห้องโถงตรงข้ามประตูแขวนป้ายไว้สองป้าย——บ้านวีรบุรุษชั้นหนึ่ง ตัวอักษรสีทองส่องประกายวาววับ
เคยได้ยินว่าบ้านเก่าตระกูลโจวมีป้ายวีรบุรุษชั้นหนึ่งแขวนอยู่สองป้าย แต่พอได้มาเห็นกับตา ความรู้สึกสะท้านใจทำเอาหลินจื้อเฉียงกับเมิ่งอันเหอขนลุกซู่
ป้ายสองแผ่น เป็นตัวแทนเกียรติยศสูงสุดของชายชาติทหาร