เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 470 รสชาตินี้แหละ!

บทที่ 470 รสชาตินี้แหละ!

บทที่ 470 รสชาตินี้แหละ!


“คุณปู่ นี่มันเช้าไปไหมคะ? ฟ้าเพิ่งจะสว่างเองนะ?”

บนถนนใหญ่ ซ่งหว่านชิงหาวหวอดขี่จักรยานเคียงคู่ไปกับซ่งฉางเหอ ผมมัดหางม้าลวก ๆ สีหน้ายังดูมึน ๆ

หกโมงเช้าเธอก็โดนปู่ปลุกแล้ว

เวรกรรมแท้ ๆ!

เธอไม่ได้ตื่นเช้าไปเรียนนานแล้ว หน้าหนาวขนาดนี้ ต้องลุกจากผ้าห่มอุ่น ๆ เพียงเพื่อมากินซาลาเปาร้อน ๆ ลูกเดียวเนี่ยนะ

เธอเริ่มเสียใจที่เมื่อวานตัดสินใจวู่วามไปหน่อย

เธอไม่ได้พิถีพิถันขนาดนั้น ซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองที่โจวหมิงซื้อมาฝากเธอก็ว่าอร่อยดี อุ่น ๆ กัดไปนุ่ม ๆ หอมใช้ได้

“เช้าอะไรกัน เราขี่ช้า ๆ แบบนี้ กว่าจะถึงร้านโจวเยี่ยนก็เจ็ดโมงครึ่งแล้ว ถ้าไม่รีบหน่อย เดี๋ยวก็อดกินซาลาเปาร้อน ๆ หรอก” ซ่งฉางเหอพูดเนิบ ๆ

“ค่า~~” ซ่งหว่านชิงยิ้มอย่างจนใจ

จะทำไงได้ล่ะ ผู้เฒ่าอายุปูนนี้ ฟ้ายังไม่สางก็ตื่นแล้ว

หกโมงครึ่งเพิ่งจะออกเดินทางก็เพราะรอหลานสาวอย่างเธอเปลี่ยนชุด หวีผม ล้างหน้าแปรงฟัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงไปนั่งอยู่ที่ร้านโจวเยี่ยนแล้วล่ะ

“คุณปู่ ปู่ชอบกินซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ซ่งหว่านชิงถามอย่างสงสัย ตอนย่ายังอยู่ ทุกครั้งที่ทำซาลาเปาต้องมีไส้หมูผักกาดดอง แล้วปู่ก็กินแต่ไส้นี้

“ชอบสิ ซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองของย่าแกเรียนมาจากทวด ได้วิชามาสักหกเจ็ดส่วน ทำได้หอมมาก” แววตาซ่งฉางเหอฉายแววคะนึงหา “พอย่าแกจากไป ปู่ก็ไม่ได้กินซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองอร่อย ๆ อีกเลย”

“เจ้าที่ถนนตงต้าเจียนั่นก็พอได้ไม่ใช่เหรอคะ? เดือนก่อนเรายังไปกินกันมาหนนึงนี่นา”

“ห่างชั้นกันเยอะ ผักกาดดองเจ้านั้นไม่ต้นตำรับ เอาผักดองเค็มทั้งดีทั้งไม่ดีมาผสมกัน ไม่รู้เถ้าแก่คิดอะไรอยู่” ซ่งฉางเหอส่ายหน้า มองซ่งหว่านชิง “ตอนนั้นย่าบอกจะสอนแกทำ แกไม่ได้เรียนมาสักนิดเลยสินะ”

“จะมาว่าอะไรหนูเล่า ปู่อยู่กับย่ามาห้าสิบปี ปู่ก็ทำไม่เป็นเหมือนกันแหละ” ซ่งหว่านชิงทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว “คนแซ่ซ่งอย่างพวกเรา ไม่เหมาะกับการเข้าครัวหรอกค่ะ แม่ยังไม่กล้าให้หนูเข้าครัวเลย กลัวหนูเผาครัววอด”

“แก... พูดมาก็มีเหตุผล” ซ่งฉางเหอพยักหน้า

สองปู่หลานคุยสัพเพเหระมาตลอดทาง พอถึงหน้าโรงงานทอผ้า ก็เจ็ดโมงครึ่งพอดีเป๊ะ เจอกับช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่คนงานโรงงานทอผ้ามาทำงานพอดี บนถนนกว้างขวาง เต็มไปด้วยคนงานโรงงานทอผ้าที่ขี่จักรยานมาทำงาน

“คนงานโรงงานทอผ้าเจียโจวเยอะจังเลย!” ซ่งหว่านชิงมองกระแสจักรยานทั้งข้างหน้าข้างหลัง ถึงขั้นมีเจ้าหน้าที่จราจรมาคอยโบก

ซ่งฉางเหอบอก “โรงงานทอผ้าเจียโจวเป็นหัวเรือใหญ่ของอุตสาหกรรมผ้าไหมเจียโจวเรา คนงานตั้งสามพันกว่าคน เป็นผู้ทำรายได้เข้าประเทศรายใหญ่ ผลประกอบการดี ค่าแรงคนงานสูง โจวเยี่ยนเลือกเปิดร้านที่นี่ ตาถึงจริง ๆ คนพลุกพล่านกว่าหลายที่ในตัวเมืองเจียโจวซะอีก”

ทั้งสองขี่ตามกระแสจักรยานไปเรื่อย ๆ ไม่ช้าไม่เร็ว แป๊บเดียวก็ถึงหน้าประตูโรงงาน มองปราดเดียวก็เห็นซึ้งนึ่งตั้งตระหง่านอยู่หน้าร้านอาหารโจวเอ้อร์หวา

ข้างซึ้งนึ่งที่ควันโขมง มีคนงานที่หิวโซยืนรออยู่ เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งชีวิตชีวา

หลี่ลี่หวานยืนอยู่หลังซึ้ง คอยคีบซาลาเปาและเก็บเงิน

หน้าร้านจอดจักรยานเต็มไปหมด อย่างน้อยก็หลายสิบคน

“ขายมื้อเช้าดีขนาดนี้เลยเหรอ! หนูนึกว่าช่วงคนเยอะสุดคือมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นซะอีก!” ซ่งหว่านชิงตกใจนิด ๆ

“ต่อคิวซื้อซาลาเปา แสดงว่ารสชาติต้องไม่เลวแน่” ซ่งฉางเหอยิ้ม ทั้งสองจอดจักรยานไว้ข้างทาง เอาโซ่คล้องล้อล่ามไว้กับต้นไม้ด้วยกัน แล้วค่อยเดินเข้าร้าน

โต๊ะสิบกว่าตัวในร้านแทบจะเต็มหมด มีลูกค้าเดินเข้า และมีลูกค้าลุกออก

ทั้งสองยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าประตู จะเข้าก็ไม่ได้ จะถอยก็ไม่เชิง

“คุณปู่ซ่ง หว่านชิง มากันแล้วเหรอคะ” จ้าวเถี่ยอิงเพิ่งเก็บเงินลูกค้าสองคน เห็นสองคนยืนอยู่หน้าประตู ก็ร้องทักยิ้มแย้ม “เข้ามาเลยค่ะ ตรงนี้มีที่ว่างสองที่พอดี มื้อเช้าเรานั่งเบียดกันได้ มาถึงก็นั่งเลย ไม่ต้องพิธีรีตองจ้ะ”

“ค่ะคุณน้า” ซ่งหว่านชิงรับคำ พาซ่งฉางเหอเดินเข้ามา นั่งลงที่โต๊ะแปดเซียนตัวที่ติดกับเมนู

โต๊ะเดียวกันมีลูกค้าอีกสามคน สองคนกินซาลาเปา อีกคนกินบะหมี่แห้งเนื้อสับผัดพริก ก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ได้สนใจว่าจะมีคนมานั่งแจมอีกสองคน

ตอนแรกซ่งหว่านชิงกะจะกินซาลาเปา แต่พอเหลือบไปเห็นบะหมี่แห้งในชามสาวโรงงานฝั่งตรงข้าม ก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้

เส้นบะหมี่ขนาดกำลังดีคลุกเคล้าน้ำมันพริกสีแดง เคลือบด้วยเครื่องราดหน้าเนื้อสับผัดพริกสองชนิดจนทั่ว ดูแล้วน่าจะเผ็ดหอมชื่นใจ

ซ่งหว่านชิงลังเลครู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะถามเสียงเบา “พี่สาวคะ ฉันเพิ่งมาครั้งแรก บะหมี่นี่อร่อยไหมคะ?”

สาวโรงงานเคี้ยวเส้นกลืนลงคอ แล้วค่อยเงยหน้ามองซ่งหว่านชิง ยิ้มตอบ “บะหมี่แห้งเนื้อสับฝีมือเถ้าแก่โจวนี่เด็ดดวงมาก! น้องต้องลองนะ เส้นนี่เขาดึงสดทุกวัน เหนียวนุ่มลื่นคอ ปรุงรสมาดีมาก เครื่องเนื้อสับผัดพริกก็ให้เยอะ รสชาติสุดยอดจริง ๆ”

ขนาดซ่งฉางเหอฟังแล้วยังอดมองตามไม่ได้ ดูน่ากินจริง ๆ นั่นแหละ

“ขอบคุณค่ะ” ซ่งหว่านชิงขอบคุณตามมารยาท แล้วหันไปบอกซ่งฉางเหอ “คุณปู่ หนูเปลี่ยนใจแล้ว เช้านี้หนูจะกินบะหมี่!”

จ้าวเถี่ยอิงเสิร์ฟซาลาเปาโต๊ะข้าง ๆ แล้วหันมาถาม “รับอะไรดีคะ?”

“ผมเอาซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองสามลูก” ซ่งฉางเหอสั่ง

“น้าคะ หนูเอาบะหมี่แห้งเนื้อสับผัดพริกชามนึง ขอถ้วยแบ่งใบเล็กให้หนูด้วยนะคะ” ซ่งหว่านชิงบอก

“ได้จ้ะ!” จ้าวเถี่ยอิงรับคำ แล้วหันไปหาลูกค้าคนต่อไปทันที

เจ็ดโมงครึ่งเป็นช่วงลูกค้าพีคสุด ยุ่งจนเท้าแทบไม่ติดพื้น ไม่มีเวลามาคุยเล่นด้วยจริง ๆ

“ขอถ้วยมาทำไม?” ซ่งฉางเหอยิ้มถาม

ซ่งหว่านชิงยิ้มหวาน “หนูเห็นบะหมี่ร้านเขาชามเบ้อเริ่มเลย คิดว่ากินไม่หมดแน่ เดี๋ยวปู่ช่วยชิมฝีมือลวกเส้นของโจวเยี่ยนหน่อยนะคะ จะได้ไม่เสียของ”

“เอาสิ” ซ่งฉางเหอพยักหน้า หลานสาวเขากินน้อยจริง ๆ นั่นแหละ

“คุณปู่ซ่ง ซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองสามลูกค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ ไม่อิ่มสั่งเพิ่มได้” จ้าวเถี่ยอิงเอาซาลาเปามาเสิร์ฟให้ซ่งฉางเหอก่อน

ซาลาเปาเพิ่งออกจากเตาร้อน ๆ ลูกใหญ่ไม่เบา ขาวอวบนุ่มฟู แป้งบางใส กลิ่นหอมแป้งสาลีลอยมาแตะจมูก ปนกับกลิ่นหอมของไส้หมูผักกาดดอง

ซ่งฉางเหอได้กลิ่น ความทรงจำก็เริ่มพรั่งพรู หยิบตะเกียบคีบซาลาเปาขึ้นมาลูกหนึ่ง กัดเข้าไปคำหนึ่ง

แป้งนุ่มฟู กัดเบา ๆ ก็ขาด ไส้หมูผักกาดดองรสเค็มสดชื่น เข้าปากก็นุ่มชุ่มฉ่ำ ความกรุบกรอบของผักกาดดองผสมผสานกับความหอมของเนื้อหมูบนปลายลิ้น รสชาติชวนให้ถวิลหา

รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของไส้หมูผักกาดดองระเบิดในปาก!

รสชาตินี้แหละ!

ซ่งฉางเหอเคี้ยวช้า ๆ ความทรงจำไหลบ่า ในครัวสำนักฝึกยุทธบนเขาเอ๋อเหมย หน้าซึ้งนึ่งที่ควันโขมง มักจะมีเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เพิ่งฝึกยุทธเสร็จยืนล้อมวงกันอยู่

อาจารย์แม่นั่งเติมฟืนอยู่หลังเตา มักจะยิ้มแล้วบอกว่า “เดี๋ยวก่อน! ยังไม่ถึงเวลา ไปล้างมือซะ!”

“ล้างแล้วครับ!”

เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องมักตะโกนตอบพร้อมกัน จริง ๆ มีแค่ศิษย์น้องเล็กกับศิษย์น้องหญิงเท่านั้นที่ล้าง คนอื่นกลัวว่าแค่เวลาไปล้างมือ ซาลาเปาจะหมดเกลี้ยง ใครจะกล้าเดินไปไหน

ซ่งฉางเหอกินซาลาเปาไป ภาพความทรงจำก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ใบหน้าเหล่านั้นที่เกือบจะลืมเลือนไปแล้ว ยังคงดูหนุ่มแน่นเหมือนเดิม

ซาลาเปาสุกปุ๊บ ต่างคนต่างอุ้มซึ้งไปที่โต๊ะกินข้าวคนละซึ้ง ซึ้งหนึ่งสิบสองลูก กินกันหมดเกลี้ยง

ซาลาเปาร้อน ๆ เพิ่งออกจากเตา ไม่กลัวร้อน ใช้มือคว้าหมับ กัดทีเดียวครึ่งลูก ร้อนจนปากเบี้ยว ทว่าหน้าตาแต่ละคนกลับเปื้อนยิ้ม

“ช้าหน่อย! ช้าหน่อย! เดี๋ยวลวกปาก ไม่มีใครแย่งพวกเธอหรอก” อาจารย์แม่ตอนนั้นยิ้มแก้มปริ แฝงความภูมิใจนิด ๆ

กินหมดไปซึ้งหนึ่ง ยังรู้สึกไม่หนำใจ

เดินออกมาจากครัว ซู่ซู่ก็วิ่งตามมา ยัดซาลาเปาใส่มือเขาหนึ่งลูก แล้ววิ่งหัวเราะหนีไป

“ปู่คะ? ปู่...” ซ่งหว่านชิงมองซ่งฉางเหอที่น้ำตานองหน้า ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นปู่หลุดอาการขนาดนี้

“ไม่เป็นไร ซาลาเปาของโจวเยี่ยนทำเหมือนของทวดแกมาก รสชาติอร่อยเหมือนกันเลย นึกถึงเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาน่ะ” ซ่งฉางเหอไม่ได้รับผ้าเช็ดหน้า ยกมือปาดน้ำตา วางตะเกียบ หยิบซาลาเปาลูกที่สองขึ้นมา ยิ้มบอก “รสชาตินี้แหละ ชาตินี้ปู่ไม่มีวันลืม”

ซ่งหว่านชิงได้ยินก็ยิ้ม ดีจัง หายากนะที่ปู่จะชมว่าซาลาเปาคนอื่นอร่อย

ปู่ฟาดซาลาเปาไปสามลูก บะหมี่แห้งเนื้อสับผัดพริกสองชนิดของซ่งหว่านชิงก็มาเสิร์ฟ พร้อมถ้วยแบ่งและหัวไชเท้าดองหนึ่งจานเล็ก

ซ่งหว่านชิงเพ่งมอง บะหมี่แห้งราดด้วยเครื่องเนื้อสับผัดพริกสองชนิดสีสันสดใส เนื้อสับผัดพริกเขียวพริกแดง ไอร้อนพาเอากลิ่นหอมของเนื้อลอยมาแตะจมูก

ตื่นแต่เช้าขี่จักรยานมาเป็นชั่วโมง ได้กลิ่นหอมซาลาเปาในร้าน ท้องเธอก็ร้องจ๊อก ๆ แล้ว

หยิบตะเกียบมาคู่หนึ่ง คนเส้นบะหมี่จากล่างขึ้นบนให้เข้ากัน

เส้นบะหมี่สีขาวนวลถูกคลุกเคล้า เคลือบน้ำมันพริกทันที เกาะติดด้วยน้ำซอสและเครื่องราดหน้า เป็นมันวาว ดูยั่วน้ำลายสุด ๆ ปริมาณเยอะมาก อย่างน้อยก็สามเหลี่ยง

ซ่งหว่านชิงตักใส่ถ้วยแบ่งออกมาถ้วยหนึ่งก่อน เลื่อนไปตรงหน้าซ่งฉางเหอ “ปู่คะ ปู่ชิมดูสิ ถ้าไม่อิ่มค่อยสั่งซาลาเปาเพิ่ม”

พูดจบ เธอก็คีบบะหมี่ส่งเข้าปาก สูดเส้นดังซู๊ดเข้าไป

รสเผ็ดชาหอมสดชื่นระเบิดที่ปลายลิ้น ปลุกต่อมรับรสยามเช้าให้ตื่นตัวทันที

เส้นเหนียวนุ่ม เคล้าด้วยเนื้อสับกรอบนอกนุ่มใน ผสมผสานกับพริกขี้หนูรสเผ็ดจัดจ้าน คำเดียวขึ้นสมอง!

รสชาติเอกลักษณ์ของพริกดองและขิงดองช่วยเพิ่มมิติรสชาติ ยกระดับความอร่อยขึ้นไปอีกขั้น

หอมเกินไปแล้ว!

สมองซ่งหว่านชิงอื้ออึงไปหมด เธอขอถอนคำพูดเมื่อกี้

ต่อให้ที่นอนตอนเช้าจะอุ่นแค่ไหน แต่บะหมี่แห้งเนื้อสับผัดพริกสองชนิดคำนี้คุ้มค่าที่จะแลก!

เธอชอบกินบะหมี่แห้ง กินบะหมี่แห้งหมูสับที่ร้านหน้าปากซอยบ้านมาหลายปี ก็คิดว่าอร่อยดี

แต่เทียบกับบะหมี่แห้งเนื้อสับผัดพริกสองชนิดฝีมือโจวเยี่ยนชามนี้ คนละชั้นกันเลย

เส้นบะหมี่สู้เส้นดึงมือของโจวเยี่ยนที่เหนียวนุ่มลื่นคอไม่ได้ น้ำมันพริกและการปรุงรสก็ไม่หอมเท่า เครื่องหมูสับยิ่งเทียบกับเครื่องเนื้อสับผัดพริกสองชนิดของโจวเยี่ยนไม่ได้เลย แพ้ราบคาบ

คำแล้วคำเล่า อร่อยจนหยุดไม่ได้!

ซ่งหว่านชิงเงยหน้า มองถ้วยเล็กตรงหน้าซ่งฉางเหอ “ปู่คะ ถ้าปู่ไม่ชอบกินบะหมี่ สั่งซาลาเปาเพิ่มอีกสักสองลูกไหมคะ ไม่ต้องฝืนนะ”

“หลานพูดแบบนี้ ปู่ต้องชิมซะหน่อยแล้ว” ซ่งฉางเหอหยิบตะเกียบ ยกถ้วยเล็กขึ้นกินบะหมี่ไปคำหนึ่ง ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที พยักหน้าชม “บะหมี่นี่ทำดี! เหนียวนุ่มลื่นคอ ฝีมือโจวเยี่ยนนี่เด็ดขาดจริง ๆ”

“อาจารย์ ทำไมมาถึงเร็วจังครับ? ผมไปรอที่ปากทางตั้งนาน” เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง

จบบทที่ บทที่ 470 รสชาตินี้แหละ!

คัดลอกลิงก์แล้ว