- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 415 นอกจากหนีตามกันไปก็ไม่มีทางอื่นแล้ว
บทที่ 415 นอกจากหนีตามกันไปก็ไม่มีทางอื่นแล้ว
บทที่ 415 นอกจากหนีตามกันไปก็ไม่มีทางอื่นแล้ว
“ฝีมือวาดภาพพู่กันจีนของคุณเซี่ยเหยาสูงส่งขนาดนี้ ทำไมไม่ศึกษาต่อด้านนี้ แต่เลือกสอบเข้าเอกออกแบบโฆษณาแทนล่ะครับ?” เหยาลี่เฉิงถามด้วยความสงสัย
“เนื่องจากการวางแผนอาชีพและความชอบส่วนตัวค่ะ ฉันชอบงานที่ท้าทายมากกว่า เลยเลือกเส้นทางออกแบบโฆษณา” เซี่ยเหยายิ้มตอบ “แน่นอนค่ะว่า ทุกเส้นทางที่เดินผ่านมาล้วนมีความหมาย ประสบการณ์วาดภาพพู่กันจีนกว่าสิบปีทำให้ฉันเข้าใจวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างลึกซึ้ง สามารถหาแรงบันดาลใจในการออกแบบจากภาพวาดที่มีชื่อเสียงนับไม่ถ้วนได้อย่างรวดเร็ว ฉันคิดว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดของฉันในวงการออกแบบค่ะ”
“นี่เป็นจุดแข็งของคุณจริง ๆ เป็นสิ่งที่ดีไซเนอร์คนอื่นอยากเรียนรู้ก็เรียนได้ยาก” เหยาลี่เฉิงพยักหน้า “มีความคิดแบบนี้ ผมเชื่อว่าคุณจะเป็นดีไซเนอร์ที่ยอดเยี่ยมในอนาคต ไม่ว่าจะออกแบบเสื้อผ้าหรือออกแบบโฆษณาก็ตาม”
“ขอบคุณค่ะ” เซี่ยเหยาพยักหน้ายิ้มรับ
หลินจื้อเฉียงอมยิ้มน้อย ๆ ด้วยความภาคภูมิใจ
ตู้เจิ้งหงที่อยู่ข้าง ๆ ทำท่าเหมือนจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบ
เมื่อวานเขาเป็นคนรับผิดชอบติดตามผู้จัดการโรงงานต้อนรับคณะดูงาน ตอนนั้นเถ้าแก่สองคนนี้ยังไม่เห็นชมเขาขนาดนี้เลย
ทางแผนกการตลาดรีบระดมพล นำตัวอย่างสี่ชิ้นที่เพิ่งทำออกมาในช่วงสองวันนี้มาวางโชว์ ส่วนเซี่ยเหยาก็กลับไปที่ห้องทำงาน คัดเลือกแบบร่างซีรีส์ผ้าไหมเจียติ้งที่เธอวาดไว้ช่วงนี้มาหลายแผ่น
เหยาลี่เฉิงและจวงหวาอวี่ดูชิ้นงานตัวอย่างก่อน ไม่นานก็เห็นผ้าลายเดียวกับที่เซี่ยเหยาเอามาทำถุงเครื่องหอมให้โจวโม่โม่ ดอกเหมยกับลวดลายเข้ากันได้อย่างลงตัว ผลลัพธ์ที่ออกมาบนผืนผ้าก็ดูดีทีเดียว
เหมย กล้วยไม้ ไผ่ เบญจมาศ ซีรีส์สี่สุภาพชนเป็นหัวข้อที่พบเห็นได้บ่อย แม้หัวข้อจะธรรมดา ทว่าภาพวาดกลับไม่ธรรมดา
ทั้งสองคนยืนดูอยู่นาน สบตากันแวบหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างเห็นแววตาตะลึงงันของอีกฝ่าย
“ที่คุณเซี่ยถืออยู่คือแบบร่างที่ยังไม่ได้ผลิตเหรอครับ?” เหยาลี่เฉิงมองสมุดภาพในอ้อมแขนของเซี่ยเหยาแล้วถาม
“ใช่ค่ะ ตรงนี้ยังมีแบบร่างอีกสี่แผ่น เป็นซีรีส์ผ้าไหมเจียติ้ง เนื่องจากลวดลายค่อนข้างซับซ้อน เลยยังไม่ได้ผลิตตัวอย่างออกมาค่ะ” เซี่ยเหยาพยักหน้า กางสมุดภาพลงบนโต๊ะ หยิบแบบร่างสี่แผ่นออกมา
เหยาลี่เฉิงขยับเข้าไปดู ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
เขาเข้าสู่วงการเสื้อผ้าตั้งแต่อายุยี่สิบ ปั้นโรงงานเสื้อผ้าที่ใกล้เจ๊งจนกลายเป็นอันดับหนึ่งในฮ่องกง บุกเบิกตลาดญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก้าวขึ้นเป็นเจ้าพ่อวงการเสื้อผ้าที่ใคร ๆ ต่างกล่าวขาน
เขาเคยเจอดีไซเนอร์เก่ง ๆ มาเยอะ แต่หาได้น้อยมากที่จะกล้าใช้สีสันและองค์ประกอบลวดลายบนผ้าไหมได้จัดจ้านขนาดนี้
แบบร่างของเซี่ยเหยาดูประหนึ่งภาพวาดพู่กันจีนอันวิจิตร เต็มไปด้วยกลิ่นอายและจินตนาการอันไร้ขอบเขต ทว่าเมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา กลับรู้สึกว่ามันดูเลื่อนลอยและไม่น่าจะทำได้จริงนัก
ความแน่นอนสู้ลายเหมย กล้วยไม้ ไผ่ เบญจมาศไม่ได้
คิดว่าผู้บริหารโรงงานทอผ้าก็คงคิดเหมือนกัน เลยทำตัวอย่างลายสี่สุภาพชนออกมา ส่วนสี่ภาพนี้กลับยังอยู่แค่บนกระดาษ
“ผมว่าภาพหลักนี่เอาไปใส่กรอบแขวนในห้องทำงานผมได้เลยนะ สวยเหลือเกิน สระบัวใต้แสงจันทร์ อารมณ์ภาพงดงามมาก โทนสีก็สบายตา ถ้าทำเป็นปลอกผ้านวมผ้าไหม น่าจะขายดีเทน้ำเทท่า” จวงหวาอวี่เอ่ยชม
“ชุดนอน เสื้อคลุม กี่เพ้า ปลอกผ้านวม ผ้าพันคอ... ทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ อารมณ์ภาพสุดยอดจริง ๆ เป็นซีรีส์ดอกบัวที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย” เหยาลี่เฉิงพยักหน้าเห็นด้วย ทำมือเป็นกรอบรูปเลื่อนไปมาบนกระดาษ “ถึงขั้นตัดเอาส่วนใดส่วนหนึ่งออกมาทำแยกก็ยังโดดเด่น อย่างดอกบัวคู่ก้านเดียวนี่ ดอกบัวบานดอกนี้ หรือมุมสระบัวตรงนี้ แล้วยังมีภาพร้อยบุปผานี่อีก รายละเอียดเยอะมาก...”
เหยาลี่เฉิงเงยหน้ามองหลินจื้อเฉียง ถามว่า “รองผู้จัดการหลิน พวกนี้จะเข้าสู่กระบวนการผลิตทั้งหมดใช่ไหมครับ?”
หลินจื้อเฉียงมองแบบร่างที่กางอยู่บนโต๊ะ รู้สึกหนังหัวชาหนึบ ๆ แต่ก็รีบยิ้มตอบ “คุณเหยาครับ แบบร่างพวกนี้ค่อนข้างซับซ้อน เทคนิคทอผ้ายกดอกยากที่จะเก็บรายละเอียดภาพทั้งภาพได้ เราอาจเลือกใช้วิธีพิมพ์ลายแทน แบบนี้ต้นทุนจะควบคุมได้ง่ายกว่า และผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะดีกว่าด้วยครับ เรามีเทคโนโลยีการพิมพ์ย้อมที่ทันสมัยที่สุดในประเทศครับ”
“ถ้าเป็นลวดลายขนาดเล็ก เราสามารถผลิตด้วยเทคนิคทอผ้ายกดอกได้ครับ แน่นอนว่าต้องมีออเดอร์ที่แน่นอนก่อน ด้วยเทคโนโลยีของโรงงานทอผ้าเรา สามารถทำออกมาได้แน่นอนครับ”
“คุยกับผู้บริหารสายเทคนิคนี่รวดเร็วทันใจดีจัง” เหยาลี่เฉิงพยักหน้า เขาคลุกคลีในวงการเสื้อผ้ามาหลายปี พอจะรู้ระดับของอุตสาหกรรมผ้าไหมในแผ่นดินใหญ่อยู่บ้าง
เขามองแบบร่างพวกนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พยักหน้าพูดว่า “พวกคุณโทรหาเจ้าหน้าที่คณะกรรมการเศรษฐกิจเถอะ บอกว่าเหยาลี่เฉิงเตรียมจะเซ็นสัญญาซื้อขายกับโรงงานทอผ้าเจียโจว ให้พวกเขามาดำเนินการตามขั้นตอนได้เลย”
“หา?” ตู้เจิ้งหงตกใจ นี่เปิดบิลแล้วเหรอ?
บ้าจริง! เขายังไม่ทันได้แจ้งคณะกรรมการเศรษฐกิจให้มาดูงานเลยนะ
เปิดไฟเขียวเร็วกว่าเขาต้มน้ำเดือดซะอีก!
แต่ถึงอย่างนั้นก็สมกับเป็นหัวหน้าแผนกการตลาด ปฏิกิริยายังรวดเร็ว รีบพยักหน้าทันที “ได้ครับ! ผมจะไปโทรเดี๋ยวนี้แหละ”
หลินจื้อเฉียงเองก็แปลกใจในความใจป้ำของเหยาลี่เฉิง เขาเตรียมใจมาต่อรองราคาและพิสูจน์ความสามารถเต็มที่แล้วแท้ ๆ
เหยาลี่เฉิงไม่ถามอะไรสักคำ เตรียมสั่งออเดอร์เลย
แน่นอนว่ารายละเอียดออเดอร์ยังต้องมาคุยกันต่อทีหลัง
แต่การให้แจ้งเจ้าหน้าที่คณะกรรมการเศรษฐกิจมาเลย แสดงว่ามีความตั้งใจแน่วแน่มากแล้ว
ออเดอร์ขายในประเทศสำหรับโรงงานทอผ้าเจียโจวที่เป็นเจ้าพ่อโกยเงินตราต่างประเทศนั้น หายากยิ่งกว่าออเดอร์ส่งออกซะอีก
การส่งออกตอนนี้การแข่งขันสูงมาก การขยายช่องทางจำหน่ายเป็นเป้าหมายที่พวกเขาวางไว้เมื่อต้นปี ไม่นึกว่าจะมาสำเร็จเอาตอนสิ้นปี
“เยี่ยมไปเลยครับ โรงงานทอผ้าเราจะทำสินค้าให้ดีที่สุดตามความต้องการของคุณแน่นอน” หลินจื้อเฉียงจับมือกับเหยาลี่เฉิงด้วยความดีใจ
เหยาลี่เฉิงยิ้มตอบ “พวกคุณควรขอบคุณคุณเซี่ยเหยานะครับ เธอเป็นดีไซเนอร์ที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย ซีรีส์ผ้าไหมเจียติ้งยอดเยี่ยมมาก ที่ผมสั่งออเดอร์ก็เพราะแบบร่างสี่ใบนี้แหละครับ”
สายตาของทุกคนในห้องประชุมต่างจับจ้องไปที่เซี่ยเหยา มีทั้งอิจฉาและชื่นชม
หลินจื้อเฉียงยิ้มแก้มปริพยักหน้า “แน่นอนครับ เราจะมอบโล่ประกาศเกียรติคุณและรางวัลให้เธอตามระเบียบของบริษัทครับ”
มุมปากของเซี่ยเหยาประดับด้วยรอยยิ้ม อารมณ์ดีอย่างไม่ต้องสงสัย มันเป็นความรู้สึกที่ความพยายามถูกมองเห็นและได้รับการยอมรับ
“คุณเซี่ยเหยา ช่วยเล่าแนวคิดการออกแบบของภาพพวกนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ รวมถึงการสร้างแบรนด์ผ้าไหมเจียติ้งที่คุณพูดถึงเมื่อกี้ด้วย คุณพิจารณายังไงบ้าง” เหยาลี่เฉิงมองเซี่ยเหยาแล้วพูด
“ไม่มีปัญหาค่ะ” เซี่ยเหยาก้าวออกมา อธิบายที่มาของแรงบันดาลใจในภาพวาดเหล่านี้อย่างฉะฉาน รวมถึงผลการวิจัยผ้าไหมเจียติ้งในช่วงที่ผ่านมา และวิธีผสานทักษะฝีมือที่สืบทอดมาหลายร้อยปีให้เข้ากับแบรนด์
เหยาลี่เฉิงฟังแล้วพยักหน้าไม่หยุด มองเซี่ยเหยาด้วยสายตาชื่นชมเต็มเปี่ยม
…
สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจประจำเมือง
“อะไรนะ? เหยาลี่เฉิงจะเซ็นสัญญากับโรงงานทอผ้าเจียโจวเหรอ? เขากับจวงหวาอวี่ไปกินข้าวร้านโจวเยี่ยนที่ซูจีไม่ใช่เหรอ? ไหงกลายเป็นทำธุรกิจกันไปได้?” เฉินหมิงมองหลินชิงที่เดินเข้ามาด้วยความประหลาดใจ
หลินชิงรายงานว่า “ทางโรงงานทอผ้าโทรมาบอกว่า เหยาลี่เฉิงกับจวงหวาอวี่เป็นฝ่ายเข้าไปหาเองครับ อาจเป็นไปได้ว่าหลังจากดูงานเมื่อวานก็มีความคิดอยู่แล้ว วันนี้พอไปถึงซูจีเลยไปดูงานซ้ำอีกรอบ เพิ่งตัดสินใจสั่งออเดอร์เมื่อกี้นี้เองครับ”
เฉินหมิงพยักหน้ายิ้ม “ถือเป็นเรื่องดี ลี่เฉิงกรุ๊ปของเหยาลี่เฉิงมีอิทธิพลในวงการเสื้อผ้ามาก ทางเมืองกั่วเฉิงเองก็พยายามแย่งชิงอยู่ตลอด โรงงานทอผ้าเจียโจวคว้าออเดอร์นี้มาได้ไม่ง่ายเลย หลินชิง คุณไปจัดการด้วยตัวเองเลยนะ ให้เสี่ยวหวังขับรถไปส่ง ทำให้เรื่องนี้สำเร็จให้ได้”
“ได้ครับผู้อำนวยการ” หลินชิงรับคำ แล้วหันหลังเดินเร็ว ๆ ออกจากห้องไป
“เจ้าโจวเยี่ยนคนนี้ มีดีเหมือนกันแฮะ” เฉินหมิงหัวเราะ แล้วก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ
…
โจวเยี่ยนยุ่งเสร็จก็ออกมาจากครัว ได้ยินคุณย่าบอกว่าถุงเครื่องหอมที่เซี่ยเหยาทำดึงดูดความสนใจของจวงหวาอวี่และเหยาลี่เฉิง จนพาพวกเขาเข้าไปดูงานในโรงงานทอผ้าแล้ว นอกจากความแปลกใจแล้ว เขาก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลดี
รสนิยมและฝีมือวาดภาพของเซี่ยเหยานั้นเป็นเลิศอยู่แล้ว ผ้าไหมกับภาพวาดพู่กันจีนก็เข้ากันได้ดีเยี่ยม นักธุรกิจอย่างเหยาลี่เฉิง สายตาต้องเฉียบคมแน่
โจวเยี่ยนคิดในใจว่า ถ้าทำให้เกิดออเดอร์ได้จริง เซี่ยเหยาคงดีใจน่าดู
“แม่หนูคนนี้หน้าตาสะสวย จิตใจดีมีฝีมือ ได้รับการอบรมมาดี ย่าดูแล้วเขาก็มีใจให้แกอยู่นะ แกต้องดีกับเขาหน่อย แล้วก็รู้จักเป็นฝ่ายรุกบ้าง” หญิงชรามมองโจวเยี่ยนแล้วพูดอย่างจริงจัง “แต่ก็อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามล่ะ ดูท่าทางเขาเป็นคนจิตใจละเอียดอ่อน แกดีกับเขา เขารับรู้ได้ ขืนบุ่มบ่ามเดี๋ยวจะพาลตกใจหนีไปซะก่อน”
โจวเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็นั่งลงข้าง ๆ คุณย่า ถามอย่างตั้งใจว่า “ย่า แล้วย่าว่าผมกับเขามีโอกาสไหม? บ้านเขาน่าจะฐานะดีมาก เป็นคนหางโจวมณฑลเจ้อเจียง แม่กับตาเขาเป็นปรมาจารย์ภาพวาดพู่กันจีน พ่อทำงานธนาคาร”
“ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็คือฐานะไม่สมกัน คุณหนูบ้านรวยมาเจอลูกชาวนาอย่างแก นอกจากหนีตามกันไปก็ไม่มีทางอื่นแล้ว” หญิงชราพูดกลั้วหัวเราะ
โจวเยี่ยน “...”
“แต่นั่นมันเรื่องสมัยก่อน ปู่ของแกแบกปืนตามท่านประธานเหมาไปสู้รบก็เพื่อล้มล้างชนชั้นกินคนที่ว่านั่นแหละ ตอนนี้ประชาชนจีนเป็นเจ้าของประเทศ ชนชั้นกรรมาชีพเป็นผู้นำ ชาวนากับจิตรกรไม่มีสูงต่ำแบ่งแยก” หญิงชรามมองโจวเยี่ยนด้วยความภาคภูมิใจ “แกเป็นหลานทหาร เป็นลูกชาวนา เป็นผู้ประกอบการที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง ส่วนเขาเป็นปัญญาชนคนเก่ง เหมาะสมกันดี”
หลังของโจวเยี่ยนยืดตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนได้รับพลังบางอย่างอัดฉีดเข้ามา
หญิงชราตบมือเขาเบาๆ “ย่าดูจากตัวเขาแล้วรู้เลยว่าครอบครัวเขาอบรมมาดี แต่แกเองก็ต้องแสดงความสามารถและความรับผิดชอบออกมาให้เห็น พวกเขาถึงจะกล้าฝากฝังลูกสาวดั่งแก้วตาดวงใจไว้กับอีกครอบครัวที่อยู่ห่างออกไปตั้งสี่พันลี้”
“ผมเข้าใจแล้วครับย่า” โจวเยี่ยนพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ความรับผิดชอบและหน้าที่ สำคัญยิ่งกว่าคำหวานใด ๆ
…
ยุ่งกันมาตลอดบ่าย เหยาลี่เฉิงเคาะออเดอร์ล็อตแรกแล้ว แต่เนื่องจากโรงงานทอผ้ายังไม่มีตัวอย่างสินค้า รายละเอียดเจาะจงเลยต้องรอทั้งสองฝ่ายประสานงานกัน แต่ต้องรอให้ผู้รับผิดชอบโรงงานที่หยางเฉิงของลี่เฉิงกรุ๊ปมาคุย โครงสร้างหลัก ๆ ได้ตกลงกันไว้หมดแล้ว
เลขาของเหยาลี่เฉิงกำลังหารือรายละเอียดสัญญากับพวกหลินจื้อเฉียง ส่วนตัวเขาเดินมาที่หน้าประตูห้องประชุม มองเซี่ยเหยาที่กอดสมุดภาพอยู่แล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณเซี่ยเหยา ไม่ทราบว่าหลังเรียนจบได้ที่ทำงานแน่นอนหรือยังครับ?
ผมชื่นชมพรสวรรค์ของคุณมาก อยากจะชวนคุณมาร่วมงานกับลี่เฉิงกรุ๊ปของเรา จะเป็นทางด้านออกแบบโฆษณาหรือออกแบบเสื้อผ้า คุณเลือกได้เลยครับ
สถานที่ทำงาน จะเป็นฮ่องกงหรือหยางเฉิงคุณก็เลือกได้อย่างอิสระ ผมจะให้เงินเดือนตามมาตรฐานดีไซเนอร์อาวุโสของฮ่องกง เริ่มต้นที่เดือนละหนึ่งหมื่นครับ”