เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 405 อย่ายิง! ผมยอมมอบตัว!

บทที่ 405 อย่ายิง! ผมยอมมอบตัว!

บทที่ 405 อย่ายิง! ผมยอมมอบตัว!


โจวเยี่ยนกลับเข้าห้อง ยัดเงินที่มัดเรียบร้อยแล้วกลับลงไปในหีบใต้เตียง

ผ่านไปครึ่งเดือนกว่าแล้วนับจากเขาซื้อบ้านเก่าตระกูลชิว หีบเงินที่เดิมทีว่างเปล่า ตอนนี้มีเงินกลับมาครึ่งหีบอีกครั้ง

รวมทั้งหมด 5,632 หยวน

ความเร็วในการสะสมเงินถือว่าน่าประทับใจ ทุกวันมีเงินปึกใหญ่ที่รัดหนังยางมัดไว้ถูกยัดลงหีบ ราวกับกำลังก่ออิฐสร้างกำแพง

ซาลาเปาช่วยสร้างจุดเติบโตใหม่ให้กับร้านอาหาร นอกจากพนักงานโรงงานทอผ้าแล้ว ยังมีนักเรียนประถมมากินอาหารเช้ากันมากขึ้นเรื่อย ๆ

หลินปิ่งเหวินกับหลินจิ่งสิง สองพรีเซนเตอร์คนเก่ง ช่วยเขาเจาะตลาดนักเรียนประถมได้สำเร็จ

แถมยังไม่ใช่แค่ซาลาเปา โจวเยี่ยนยังสังเกตเห็นว่าช่วงเย็นเริ่มมีครอบครัวพาเด็ก ๆ มากินข้าวที่ร้านเยอะขึ้น จะจัดวันเกิดให้ลูก หรือฉลองผลการเรียนดี ก็เริ่มนึกถึงร้านโจวเอ้อร์หวาเป็นที่แรก

โต๊ะสิบเก้าตัวเริ่มจะแน่นขนัด ลูกค้าต้องต่อคิวนานขึ้น ประสบการณ์การใช้บริการย่อมไม่ค่อยดีนัก

ไม่ใช่แค่ลูกค้าต้องรอโต๊ะ บางทีโจวเยี่ยนทำอาหารเสร็จเร็ว ก็ต้องหยุดรอให้ลูกค้าชุดต่อไปได้โต๊ะก่อน

เขาดันหีบเงินกลับเข้าไปใต้เตียง แล้วเริ่มครุ่นคิดเรื่องเพิ่มจำนวนโต๊ะ

เพิ่มโต๊ะด้านนอกดีไหม?

หรือจะเช่าห้องข้าง ๆ ที่ว่างอยู่แล้วเจาะทะลุกันดี?

ตั้งโต๊ะด้านนอกประหยัดงบที่สุด แค่ซื้อโต๊ะเก้าอี้เพิ่มก็พอ

แต่ปัญหาใหญ่ของการตั้งโต๊ะข้างนอกคือบรรยากาศไม่ค่อยดี อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆ หน้าร้านติดแม่น้ำ ลมแม่น้ำพัดมาทีหนาวเข้ากระดูก

ห้องข้าง ๆ ว่างอยู่ ค่าเช่าเท่ากับห้องที่เขาเช่าตอนนี้ เช่าแล้วต้องตกแต่งนิดหน่อย ซื้อโต๊ะเพิ่ม

ต้นทุนก็พอควบคุมได้

โต๊ะแปดเซียนพร้อมม้านั่งยาวชุดละห้าสิบหยวน โจวเยี่ยนกะว่าจะเพิ่มสักสิบเอ็ดชุด ก็เป็นเงินห้าร้อยห้าสิบ รวมเดินสายไฟ ทาสีปูนขาว ก็น่าจะประมาณหกร้อยกว่าหยวน

โจวเยี่ยนคิดสักพัก ก็ตัดสินใจว่าเงินก้อนนี้สมควรจ่าย

ประสบการณ์ลูกค้า ประสิทธิภาพในการหมุนเวียนโต๊ะโดยรวม ถ้าเพิ่มโต๊ะเป็นสามสิบตัว ธุรกิจก็น่าจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

พูดง่าย ๆ คือ ลูกค้าเข้ามาร้านแล้วได้นั่งรอ กับต้องยืนตากลมรอคิวหน้าร้าน ความรู้สึกมันคนละเรื่องกันเลย

เอากำไรสองวันมาขยายกิจการ ถือว่าคุ้มค่า

พรุ่งนี้เขาจะลองถามหวังเวยดูว่าห้องข้าง ๆ นี้ปล่อยเช่าหรือเปล่า

หยิบสมุดบันทึกออกมา โจวเยี่ยนจดสิ่งที่ต้องทำในอีกสองสามวันข้างหน้าลงไปคร่าว ๆ ช่วงนี้งานยุ่ง กลัวจะลืม

เช้าวันรุ่งขึ้น โจวเยี่ยนกดปิดนาฬิกาปลุกในผ้าห่มที่เพิ่งดังได้สองที ลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันแล้วไปนวดแป้ง

จางเหล่าซานเอาหมูมาส่งที่ร้านแต่เช้าตรู่ ตอนที่ขนหมูเข้าร้าน โจวเยี่ยนมองเห็นแผงซาลาเปาตระกูลเหอฝั่งตรงข้าม คนสองคนกำลังฉายไฟฉายช่วยกันขนของขึ้นรถสามล้อ ดูเหมือนจะเป็นเหอเอ้อร์เหมากับหลิวเฟิน

หม้อ ฟืน ซึ้งนึ่ง ทยอยขนขึ้นรถทีละอย่าง ดูท่าทางคงเตรียมย้ายที่แล้ว

โจวเยี่ยนพยักหน้าเบา ๆ เหอเอ้อร์เหมาคนนี้ลูกผู้ชายตัวจริง พูดคำไหนคำนั้น เมื่อวานบอกว่าจะไม่มาขายหน้าโรงงานทอผ้าอีก วันนี้ก็ขนของย้ายไปเลย

“หวังเหล่าอู่นี่ก็ใจกว้างชะมัด ดูสองคนนั้นสิทำงานด้วยกันทุกวัน ช่วยเหลือกันตลอด ใครไม่รู้คงนึกว่าเป็นผัวเมียกัน” จางเหล่าซานรับเงินจากมือโจวเยี่ยนแล้วกระซิบ

โจวเยี่ยนยิ้มบาง ๆ ไม่ได้รับคำ มองดูสองคนนั้นช่วยกันยกหม้อ แสงไฟฉายวูบวาบ ดูแล้วให้อารมณ์คู่ผัวตัวเมียจริง ๆ นั่นแหละ

โจวเยี่ยนหิ้วหมูเข้าครัวเริ่มผัดไส้ วันนี้ยังคงทำซาลาเปาห้าร้อยลูกเหมือนเดิม น่าจะเป็นเพดานสูงสุดสำหรับการทำซาลาเปาตอนเช้าแล้ว ถ้าไม่เพิ่มคนหรือตื่นเช้ากว่านี้ คงเพิ่มจำนวนได้ยาก

โจวเยี่ยนผัดไส้เสร็จก็เอาแช่น้ำบ่อเย็น ๆ พักไว้ สหายเหล่าโจวเข็นเนื้อวัวกลับมา หลี่ลี่หวากับจ้าวหงก็กลับมาพอดี พอเดินเข้ามาก็กวักมือเรียกโจวเยี่ยน “โจวเยี่ยน มาดูเรื่องสนุกเร็ว! ตีกันแล้ว!”

“อุ๊ยตาย! เดี๋ยวฉันไปเรียกน้าสี่ เรื่องมัน ๆ แบบนี้แกชอบนักล่ะ!” จ้าวหงยิ่งรีบวิ่งตึงตังขึ้นไปข้างบน

“ตีกันเหรอครับ?” โจวเยี่ยนผ้ากันเปื้อนยังไม่ทันถอด ก้าวยาว ๆ สามก้าวถึงหน้าประตู

แวบแรกก็เห็นหวังเหล่าอู่ที่หายหน้าไปนาน ยืนขวางหน้ารถสามล้อ ข้างเท้ามีกระทะเหล็กใบหนึ่งถูกปาทิ้ง อารมณ์เดือดพล่านชี้หน้าด่าเหอเอ้อร์เหมากับหลิวเฟิน “เหอเอ้อร์เหมา! ไอ้คนเนรคุณ! กูเห็นมึงจนไม่มีข้าวจะแดก ชวนมาหุ้นทำมาหากิน ไอ้ลูกเต่า มึงเสือกปีนขึ้นเตียงเมียกู!”

สองข้างทางเต็มไปด้วยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจีนมุง บางคนถือตะหลิว บางคนถือฝาหม้อ ดูรู้เลยว่ารีบวิ่งมา กลัวจะพลาดช็อตเด็ด

ป้อมยามฝ่ายรักษาความปลอดภัยข้าง ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่กรูออกมากันพรึ่บ ชะเง้อคอดูกันใหญ่

พอได้ยินเรื่องฉาวโฉ่ระดับระเบิดลงจากปากหวังเหล่าอู่ แต่ละคนก็อ้าปากค้าง ทั้งตกใจทั้งตื่นเต้น

น้าจ้าวผมเผ้ายุ่งเหยิงวิ่งตามจ้าวหงลงมา กระชับเสื้อนวมแน่น หน้าตาตื่นเต้นสุดขีด “เห็นไหม! ฉันบอกแล้วว่าสองคนนี้มีอะไรกัน!”

“แน่นอนแล้ว ปกติมองตากันหวานเยิ้ม นึกไม่ถึงว่าจะไปไวขนาดนี้! นอกจากจะได้กันแล้ว ยังจะพากันหนีตามผู้ชายอีกเหรอเนี่ย?” จ้าวหงเดาะลิ้นทึ่งจัด

“จะว่าไป เหอเอ้อร์เหมานี่ดีกว่าหวังเหล่าอู่ทุกอย่าง มีวิชาติดตัว ปฏิบัติต่อหลิวเฟินก็ดี ไม่เหมือนหวังเหล่าอู่ที่เอะอะก็ตบตี หล่อนก็ทนเก่งนะ ผ่านมาตั้งหลายปีไม่ลุกขึ้นมาฆ่าหวังเหล่าอู่ทิ้งซะ” น้าจ้าวเปรยอย่างปลง ๆ

“หือ?” โจวเยี่ยนกับสหายเหล่าโจวหันขวับมองหน้ากัน

“หืออะไร? ใครกล้าตีฉัน ฉันสวนกลับแน่ จะยอมให้รังแกได้ไง” น้าจ้าวมองทั้งสองคน พูดอย่างกับเป็นเรื่องปกติ

สองหนุ่มพยักหน้าเงียบ ๆ ไม่กล้าหือ

เจ๊แกเป็นราชินีทหารหญิงเชียวนะ ไม่ได้มาเล่น ๆ

“หลีกไป หลิวเฟินไม่อยู่กับมึงแล้ว ตอนนี้เราจะไป มึงอย่ามาขวาง” เหอเอ้อร์เหมาจับแฮนด์รถสามล้อ มองหวังเหล่าอู่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แม่งเอ๊ย! อยู่กินกับกูมาสิบแปดปี มึงบอกจะเลิกก็เลิกง่าย ๆ งี้เหรอ?” หวังเหล่าอู่คว้ามีดทำครัวขึ้นมา ชี้หน้าด่าเหอเอ้อร์เหมากับหลิวเฟินอย่างบ้าคลั่ง “หลิวเฟิน! อีนังโง่! มึงกล้าดียังไงทำกับกูแบบนี้? กูเลี้ยงมึงมาเป็นสิบปี กินของกู ใช้ของกู นอนบ้านกู! มึงเสือกเลือกไอ้ขี้คุกพรรค์นี้หนีตามกันไปเนี่ยนะ?

กูจะบอกให้นะ วันนี้พวกมึงไปไหนไม่ได้หรอก หนีรอดก็บ้าแล้ว! รอกูจับมึงกลับไปได้ กูจะเอาโซ่ล่ามมึงไว้! ดูซิว่าจะหนีไปไหนได้!”

มีดทำครัวสะท้อนแสงวาววับ หลิวเฟินหดตัวไปหลบหลังเหอเอ้อร์เหมาโดยสัญชาตญาณ

เหอเอ้อร์เหมาปล่อยมือจากแฮนด์รถ ชักไม้นวดแป้งออกมาถือไว้ ยืนบังหน้าหลิวเฟิน ตะโกนใส่หวังเหล่าอู่ “หวังเหล่าอู่ ช่วงปราบปรามเข้มข้นแบบนี้มึงกล้าใช้มีด ไม่กลัวโดนยิงเป้าเหรอวะ!”

หวังเหล่าอู่หน้าตาบิดเบี้ยว “กลัว? กลัวกับผีน่ะสิ! กูไม่กลัวฟ้า ไม่กลัวดิน...”

“หวังเหล่าอู่! แกถูกล้อมไว้หมดแล้ว วางมีดลง! เดี๋ยวนี้!” หวังเหล่าอู่ยังพูดไม่ทันจบ เจ้าหน้าที่กลุ่มใหญ่ก็ถือโล่ถือไม้ง่ามกรูเข้ามาล้อมไว้ หลัวเว่ยตงชักปืนพกออกมาเล็งไปที่หวังเหล่าอู่

เคร้ง!

มีดทำครัวร่วงลงพื้น ประกายไฟแลบ

หวังเหล่าอู่หน้าซีดเผือด ยกมือกุมหัวนั่งยองลง ตะโกนเสียงสั่น “อย่ายิง! ผมยอมมอบตัว! ผมยอมมอบตัวแล้ว!”

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่มุงดูระเบิดหัวเราะลั่น

หลัวเว่ยตงเดินเข้าไปเตะมีดทิ้ง เจ้าหน้าที่กรูกันเข้าไปเอาไม้ง่ามกดหวังเหล่าอู่แนบพื้น ล็อกตัว ค้นตัว เจอมีดพับอีกเล่ม

“เก่งนี่หว่าหวังเหล่าอู่ นี่มันเจตนาฆ่าชัด ๆ!” หลัวเว่ยตงมองหวังเหล่าอู่แล้วพูด

“ไม่กล้าหรอกครับ... หัวหน้าหลัว ผมแค่พกไว้ป้องกันตัว” หวังเหล่าอู่ถูกกดอยู่กับพื้นไม่กล้าดิ้น ทั้งกลัวทั้งโกรธ “คุณจับผมผิดคนแล้ว ต้องจับคู่ชายชั่วหญิงเลวนั่นต่างหาก! ผมจะบอกให้นะ ไอ้เหอเอ้อร์เหมามันคนขี้คุก เพิ่งออกจากคุกมา เป็นโจรลักเล็กขโมยน้อย ชอบลวนลามผู้หญิง! มัน... มันข่มขืนเมียผม! แล้วยังหลอกพาหล่อนหนีอีก”

สายตาคมกริบของหลัวเว่ยตงตวัดไปมองเหอเอ้อร์เหมา เจ้าหน้าที่ข้าง ๆ ขยับเข้าไปประกบซ้ายขวา

เหอเอ้อร์เหมาวางไม้นวดแป้งกลับไปที่รถสามล้อ ยกมือขึ้นส่ายหน้า “ผมเปล่านะครับ ผมรับโทษครบแล้ว ตอนนี้แค่อยากค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ใช้ชีวิตดี ๆ หลิวเฟินโดนหวังเหล่าอู่ตบตีเป็นประจำ เธอทนชีวิตแบบนี้ไม่ไหวแล้ว ผมถึงอยากพาเธอหนีไป”

หลัวเว่ยตงหันไปมองหลิวเฟิน ถามว่า “หลิวเฟิน คุณว่าไง?”

“หัวหน้าหลัวคะ เมื่อวานฉันไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพักแล้ว เพราะหวังเหล่าอู่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวมาตลอด ชีวิตคู่พังจนเกินเยียวยา ฉันต้องการหย่า แต่เขาไม่ยอม ฉันเลยแยกกันอยู่กับเขาตั้งแต่เมื่อวาน รออีกสองปีค่อยกลับมาทำเรื่องหย่า” หลิวเฟินเลิกผมขึ้น เปิดให้เห็นแผลที่หน้าผากที่เพิ่งตกสะเก็ด

“นี่คือแผลที่หวังเหล่าอู่ทำเมื่อวาน โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยช่วยห้ามไว้ไม่งั้นคงเจ็บกว่านี้ บนตัวฉันยังมีแผลเก่าอีกเพียบ เมื่อวานตำรวจหญิงที่โรงพักตรวจร่างกายฉันแล้วค่ะ”

“ชีวิตแต่งงานของฉันกับหวังเหล่าอู่พังทลาย ไม่ใช่เพราะพี่เหอเอ้อร์เหมาเข้ามาแทรก แต่เพราะญาติพี่น้องฉันตายหมด หวังเหล่าอู่หลอกฉันไปข่มขืนตอนอายุสิบแปด ขู่ว่าถ้ากล้าหนีจะตีขาให้หัก ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวมาตลอด”

“พี่เหอเอ้อร์เหมาไม่ได้ข่มขืนฉัน เขามาช่วยฉัน เขาจะพาฉันไปจากที่นี่ ไปให้พ้นจากปีศาจอย่างหวังเหล่าอู่”

บรรยากาศโดยรอบเงียบลงทันที สายตาที่ทุกคนมองหลิวเฟินเต็มไปด้วยความเวทนา ส่วนที่มองหวังเหล่าอู่กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ

“ไอ้ระยำ ฮุบสมบัติคนตายทั้งตระกูล!” น้าจ้าวกำหมัดแน่น สีหน้าโกรธแค้น

“หลิวเฟินก็น่าสงสารจริง ๆ ที่ต้องมาเจอคนอย่างหวังเหล่าอู่” จ้าวหงก็ถอนหายใจ

“ตอแหล! ตอแหลทั้งเพ!” หวังเหล่าอู่เริ่มลนลาน พยายามแก้ตัว

“หัวหน้าครับ เมื่อวานผมเห็นหวังเหล่าอู่ใช้ไม้นวดแป้งตีหลิวเฟินจริง ๆ ผมเป็นคนห้ามไว้เอง” เสี่ยวอู๋พูดขึ้น “พวกพ่อค้าแม่ค้าก็รู้กันทั่วว่าหวังเหล่าอู่ชอบตบตีหลิวเฟิน ไม่ใช่เพิ่งเป็นวันสองวัน”

“หวังเหล่าอู่ เอ็งนี่มันหน้าตัวเมียจริง ๆ! มีแรงหน่อยก็เอามาลงกับเมีย!” หลัวเว่ยตงมองหวังเหล่าอู่ด้วยความขยะแขยง โบกมือสั่ง “ใส่กุญแจมือ ลากตัวกลับไปสอบสวนคดีอาชญากรรมก่อน เดี๋ยวค่อยประสานกับโรงพักตำบล รวมคดีทำร้ายร่างกายในครอบครัวไปด้วยเลย”

“ครับ!” เจ้าหน้าที่รับคำ ดัดมือหวังเหล่าอู่ไขว้หลัง ล็อกกุญแจมือเสียงดังแกริก

หลัวเว่ยตงมองเหอเอ้อร์เหมากับหลิวเฟิน แล้วมองข้าวของบนรถสามล้อ ทั้งซึ้ง เขียง กระทะ สีหน้าอ่อนลงนิดหน่อย พยักหน้าบอก “พวกคุณไปได้ ขอให้ค้าขายร่ำรวย ชีวิตราบรื่นนะ”

“ขอบคุณครับ” เหอเอ้อร์เหมากล่าวขอบคุณ

“ขอบคุณค่ะหัวหน้าหลัว นึกไม่ถึงว่าก้าวที่ฉันไม่กล้าก้าวมาตลอด จะได้รับความช่วยเหลือจากทุกคนขนาดนี้” หลิวเฟินน้ำตาคลอ มองหวังเหล่าอู่แล้วพูดว่า “เห็นแก่ความเป็นผัวเมีย ฉันมีเรื่องอยากจะพูดกับหวังเหล่าอู่สักสองประโยค ได้ไหมคะ?”

“เชิญครับ” หลัวเว่ยตงพยักหน้า

หวังเหล่าอู่ถลึงตามองหลิวเฟินอย่างอาฆาต แต่ถูกเจ้าหน้าที่สองนายล็อกตัวไว้ เลยไม่กล้าปากดี

หลิวเฟินเดินเข้าไปหาหวังเหล่าอู่ จ้องหน้าแล้วพูดว่า “หวังเหล่าอู่ ไอ้หน้าตัวเมีย ไอ้โรคจิตนกเขาไม่ขัน ไอ้ขันที! นอกจากถุยน้ำลายใส่หน้าฉันแล้วแกทำอะไรเป็นบ้าง? ฉันอยู่กับแกมาสิบแปดปี ยังมีความสุขไม่เท่าอยู่กับพี่เอ้อร์เหมาแค่สองคืนนี้เลย”

เสียงเธอไม่ดัง แต่ก็ไม่เบา คนที่มุงดูอยู่ได้ยินกันชัดแจ๋ว

หวังเหล่าอู่เบิกตาโพลง สีหน้าเปลี่ยนจากตกตะลึงเป็นโกรธแค้น แล้วค่อย ๆ กลายเป็นความหวาดกลัว หน้าแดงก่ำเป็นสีตับหมู พูดเสียงสั่น “หลิวเฟิน... มึง... มึง...”

สีหน้าจีนมุงเป็นแบบนี้: (°O°)

และแบบนี้: Σ(っ°Д°;)っ

จบบทที่ บทที่ 405 อย่ายิง! ผมยอมมอบตัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว