เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 395 นี่แหละที่เรียกว่าชื่อเสียง

บทที่ 395 นี่แหละที่เรียกว่าชื่อเสียง

บทที่ 395 นี่แหละที่เรียกว่าชื่อเสียง


สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่โจวเยี่ยนในทันที มีทั้งประหลาดใจ ยินดี และแน่นอนว่าต้องมีข้อกังขา

“ศิษย์น้อง ทำปลาไนผัดแห้งเป็นจริง ๆ เหรอ?” เจิ้งเฉียงถาม

“เจ้าลูกศิษย์ เคยเชือดปลาไนหินไหม?” เซี่ยวเหล่ยถาม

ข่งชิ่งเฟิง “...”

ข่งกั๋วต้งกับข่งลี่เหว่ยอยากพูดแต่ก็ยั้งปากไว้

หลินชิงสีหน้าซับซ้อน สำนักข่งนี่ดูไม่เหมือนที่เขาคิดไว้เลยแฮะ?

นี่ใช่สำนักข่งที่รวมพ่อครัวดังแห่งเจียโจวไว้หรือเปล่าเนี่ย?

“คราวก่อนเห็นท่านลุงสวี่ทำปลาไนผัดแห้ง แล้วแกก็ชี้แนะมานิดหน่อย ผมได้แรงบันดาลใจมาก พอกลับไปก็ค้นตำราศึกษาอย่างจริงจัง แล้วก็ทบทวนขั้นตอนที่อาจารย์เคยทำ ลองแกะสูตรทำดูหลายครั้งครับ” โจวเยี่ยนพูดหน้าตาย ผายมือออกสองข้าง “แน่นอนครับ เชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่พวกคุณ”

คราวนี้ทุกคนถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ รับรองว่าให้ตายก็ไม่เชื่อ

แต่นี่คือโจวเยี่ยนนะ!

เขาแกะสูตรไก่หิมะที่ตัวเองไม่เคยเห็นของจริงออกมาได้ แถมยังใช้เนื้อต้มเฉียวเจี่ยวที่แกะสูตรมาขึ้นปกนิตยสาร ‘การทำอาหารเสฉวน’ ได้อีก

“เชื่อ”

ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน

ถึงในใจจะยังหวั่น ๆ แต่ก็เผลอพยักหน้าไปแล้ว

นี่แหละที่เรียกว่าชื่อเสียง

“เสี่ยวโจว ชื่อเสียงสำนักข่ง ฝากไว้ที่เธอแล้วนะ” ข่งชิ่งเฟิงจับมือโจวเยี่ยน แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและการฝากฝัง

“อาจารย์ปู่เล็ก วางใจเถอะครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า ค่อย ๆ ดึงมือกลับ “เมื่อกี้เข้าห้องน้ำล้างมือหรือยังครับ?”

“อะแฮ่ม... เดี๋ยวไปล้างซ้ำอีกที” ข่งชิ่งเฟิงสีหน้าเจื่อน ๆ

บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที

ข่งกั๋วต้งเอ่ยขึ้นว่า “งั้นโจวเยี่ยนต้องทำสามเมนู เวลาอาจจะกระชั้นชิดไปหน่อย ฉันกับลี่เหว่ยจะเป็นลูกมือให้ จัดการปลาและหั่นของ เธอว่าไง?”

“ได้แน่นอนครับ อาจารย์ลุงรอบคอบมาก ไก่หิมะผมต้องสับเอง อาจารย์ลุงกับอาจารย์ช่วยเตรียมเครื่องสำหรับปลาไนผัดแห้งให้ผม ก็น่าจะทันครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า พ่อครัวระดับสองสองคนมาเป็นลูกมือหั่นผัก ก็มีแค่วันนี้แหละ จะปฏิเสธได้ไง

“ฉัน?” เซี่ยวเหล่ยเลิกคิ้ว ไอ้หนูนี่ เห็นเขาเป็นคนหั่นผักจริง ๆ เหรอเนี่ย

“ไม่ทำเหรอครับ?” โจวเยี่ยนมองเขาแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองเจิ้งเฉียง “ไม่ทำ คนทำเยอะแยะ”

“ฉันทำ! ฉันทำ!” เจิ้งเฉียงรีบพยักหน้า

“ทำ! ทำอยู่แล้ว! เกิดมาเพื่อเป็นคนหั่นผัก!” เซี่ยวเหล่ยพยักหน้า

“งั้นก็ตกลงครับ” โจวเยี่ยนยิ้ม

หลินชิง “...”

สำนักข่งนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

เรื่องโจวเยี่ยนทำหน้าที่พ่อครัวใหญ่ทำปลาไนผัดแห้งแทนข่งชิ่งเฟิง ก็ถือเป็นอันตกลง

สำนักข่งไม่มีปัญหา หลินชิงก็ย่อมไม่มีปัญหาเช่นกัน

เขาเคยกินปลาไนผัดโหระพาฝีมือโจวเยี่ยน อร่อยจนตะลึง

ปลาไนผัดแห้งต่อให้ทำไม่คล่อง ก็น่าจะไม่ถึงกับกินไม่ได้

อีกอย่างอาจารย์กับอาจารย์ลุงของเขาก็อยู่ที่นี่ กล้าออกตัวแรงขนาดนี้ น่าจะมีของดีอยู่บ้างแหละมั้ง?

น่าจะนะ...

บ้าเอ๊ย ยังไงก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี

ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกันหมด

ข่งชิ่งเฟิงโบกมือ “พวกเธอไปทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันขอพักอีกหน่อย จิบน้ำเกลือน้ำตาล พอมีแรงแล้วเดี๋ยวตามไป”

“ครับ งั้นพวกผมไปทำงานก่อน” โจวเยี่ยนพยักหน้า มองข่งชิ่งเฟิงแล้วพูดว่า “อาจารย์ปู่เล็กมีอะไรก็เรียกเจ้าหน้าที่นะครับ ถ้าไม่ไหวก็กลับไปก่อน สุขภาพสำคัญที่สุด เรื่องอื่นเรื่องเล็กครับ”

“อื้ม” ข่งชิ่งเฟิงยิ้มอย่างปลื้มใจ เด็กคนนี้ พูดจาฉะฉานทำงานพึ่งพาได้จริง ๆ

ทุกคนกลับมาที่ครัว โจวเยี่ยนไปล้างมือก่อน

ใช้สบู่ฟอกมืออย่างละเอียด ล้างไปสามรอบ

ข่งลี่เหว่ยเห็นดังนั้น ก็มาล้างมือสามรอบตาม

พ่อครัวหลายคนส่งสายตาเป็นห่วงมาให้

งานเลี้ยง อาหารหนึ่งโต๊ะคือองค์รวม

ข่งชิ่งเฟิงในฐานะพ่อครัวดังแห่งเจียโจว ผู้นำสำนักข่ง วันนี้เมนูปลาไนผัดแห้งของเขาเป็นเมนูไฮไลต์ เมนูใหญ่ปิดท้ายงาน

ปู่รองข่งเกิดเหตุฉุกเฉิน ป่านนี้ยังไม่กลับเข้าครัว ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้คนเป็นห่วง

แน่นอนว่าก็มีพวกชอบมุงดูเรื่องชาวบ้านอยู่ไม่น้อย

เขาว่าคนอาชีพเดียวกันคือศัตรู คำนี้ไม่ผิดเลยจริง ๆ

สำนักข่งในเจียโจวมีอิทธิพลกว้างขวาง ข่งไหวเฟิงก่อตั้งชั้นเรียนฝึกอบรม ข่งชิ่งเฟิงรับช่วงต่อ กลายเป็นโรงเรียนนายร้อยหวงผู่แห่งวงการอาหารเจียโจวไปแล้ว

ศิษย์สำนักข่งกระจายไปทั่วเสฉวน หรือแม้แต่ร้านอาหารทั่วประเทศ จะบอกว่าลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมืองก็คงไม่เกินจริง

ในเจียโจว มีคำกล่าวว่า ‘ขาดข่งงานเลี้ยงไม่เกิด’ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของสำนักข่งได้เป็นอย่างดี

แต่ก็เพราะแบบนี้แหละ พ่อครัวสำนักอื่นเลยมีความขุ่นเคืองในใจอยู่บ้าง

งานสำคัญขนาดนี้ ถ้าเมนูหลักของพ่อครัวใหญ่สำนักข่งพังพินาศ ชื่อเสียงสำนักข่งก็คงป่นปี้แน่

“ชิ่งเฟิงเป็นไงบ้าง? ยังไม่ดีขึ้นเหรอ?” หลี่เหลียงไฉเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใย

เขากับข่งชิ่งเฟิง และข่งไหวเฟิง คบหากันมาหลายสิบปี สมัยหนุ่ม ๆ ก็จัดโต๊ะจีนด้วยกันบ่อย ๆ สนิทสนมกันมาก

ทุกคนได้ยินเสียง ก็หันมามองกันเป็นตาเดียว

“อาหลี่ อาจารย์กินหม้อไฟไม่สุกเมื่อเที่ยงเลยท้องเสีย ตอนนี้อ่อนเพลียนิดหน่อย พักอยู่ที่ห้องรับรอง อาการทรงตัวแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไรมาก วางใจได้ครับ” ข่งกั๋วต้งตอบ

“คนไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แกก็ชอบกินแบบดิบ ๆ สุก ๆ แบบนี้แหละ สมัยหนุ่ม ๆ ก็ท้องเสียเพราะเรื่องนี้บ่อย” หลี่เหลียงไฉโล่งอก

ฉินคุนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรจริง ๆ

“แกหมดแรง แล้วปลาไนผัดแห้งจะทำยังไง? สภาพนี้จะกลับมาทำกับข้าวไหวเหรอ?” หลี่เหลียงไฉถามต่อ คิ้วขมวดมุ่น

“คงทำไม่ไหวหรอกครับ อายุขนาดนี้แล้ว น่าจะต้องพักฟื้นสักสองสามวันกว่าจะหายดี” ข่งกั๋วต้งส่ายหน้า

หลี่เหลียงไฉกับฉินคุนได้ยินก็ถอนหายใจ

คนรุ่นราวคราวเดียวกัน เข้าใจดีถึงสังขารที่ร่วงโรยลงทุกวัน

“กั๋วต้ง งั้นวันนี้ปลาไนผัดแห้ง เธอทำเหรอ?” ฉินคุนมองข่งกั๋วต้งแล้วถาม

หลี่เหลียงไฉก็มองเขาเหมือนกัน แววตาแฝงความกังวลเล็กน้อย

ข่งกั๋วต้งเป็นหลานแท้ ๆ ของข่งชิ่งเฟิง และเป็นลูกศิษย์คนแรก เรียนทำอาหารมาสามสิบกว่าปี แต่ถ้าพูดถึงฝีมือ ก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรนัก

ในสำนักข่ง คนฝีมือดีกว่าเขาเดินชนกันให้วุ่น

ไม่ต้องพูดถึงฟางอี้เฟย ซ่งปั๋ว สวี่อวิ้นเหลียงเลย แค่เซี่ยวเหล่ยที่อยู่โรงอาหารโรงงานมาตลอดยี่สิบกว่าปี ฝีมือก็เหนือกว่าเขาแล้ว

ปลาจานนี้คงยกขึ้นโต๊ะได้แหละ แต่รสชาติเป็นยังไง ก็คงต้องลุ้นกันหน่อย

“ไม่ใช่ผมครับ โจวเยี่ยนทำ” ข่งกั๋วต้งชี้ไปที่โจวเยี่ยนที่เริ่มเตรียมสับเนื้อไก่อยู่ข้าง ๆ

“โจวเยี่ยน? เขาต้องทำสองเมนูแล้วไม่ใช่เหรอ?” หลี่เหลียงไฉตกใจ

“ให้เขาทำปลาไนผัดแห้งด้วย? เมนูนี้เขาทำเป็นแล้วเหรอ?” ฉินคุนก็หน้าตื่นเหมือนกัน

เหล่าพ่อครัวในครัวได้ยินก็ประหลาดใจไปตาม ๆ กัน

ศิษย์รุ่นสี่สำนักข่งคนนี้ จะเทพเกินไปไหมเนี่ย?

“เชี่ย! โจวเยี่ยนแม่งเจ๋งขนาดนี้เลยอ่อ?” ลู่ชวนยืนอ้าปากค้าง

หมูในโถของอาจารย์เขา เขาแค่รับผิดชอบหั่นเนื้อ เฝ้าหม้อ ก็รู้สึกมีส่วนร่วมเต็มเปี่ยม จนพ่อครัวรุ่นใหม่คนอื่นอิจฉาจะแย่แล้ว

โจวเยี่ยนไม่ใช่แค่ทำเองสองเมนู ตอนนี้ยังต้องทำเมนูหลักแทนอาจารย์ปู่เล็กอีก

เขาที่เป็นอัจฉริยะแห่งบ้านพักรับรอง เจอโจวเยี่ยนยังต้องเรียกพี่เลย

“ปลาไนผัดแห้งที่กั๋วต้งกับเจ้าหินไม่กล้าทำ เขากล้าทำ! เรื่องที่พวกนั้นไม่กล้าออกหน้า เขากล้าออกหน้า! เด็กคนนี้ ไม่ธรรมดาจริง ๆ!” ลู่เสี่ยวจี้สีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม มองไปที่เซี่ยวเหล่ย น้ำเสียงหมั่นไส้นิด ๆ “ไอ้แก่นี่ วาสนาดีชะมัด”

ข่งกั๋วต้งฝีมือทำอาหารอาจจะขาดพรสวรรค์ ในใจก็กังวลอยู่บ้าง แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นไม่เคยหวั่น ยืดอก หน้าบานด้วยความภูมิใจ “โจวเยี่ยนเป็นตัวแทนศิษย์รุ่นสี่สำนักข่ง เป็นดาวเด่นในหมู่พ่อครัวรุ่นใหม่ ภายใต้การสอนอย่างทุ่มเทของเซี่ยวเหล่ย ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากลุงใหญ่ข่งไหวเฟิงมาเต็ม ๆ

ปลาไนผัดแห้งที่เป็นเมนูเอกลักษณ์ของสำนักข่ง โจวเยี่ยนทำได้อย่างชำนาญ ไม่มีปัญหา วันนี้จะแสดงฝีมือให้แขกและอาจารย์ทุกท่านได้ชมกันครับ”

ช่างหัวมันว่าจะได้ไม่ได้ ยังไงก็ต้องบอกว่าได้ไว้ก่อน!

มาดต้องเป๊ะไว้ก่อน

เรื่องอื่น ไว้ยกขึ้นโต๊ะแล้วค่อยว่ากัน

เซี่ยวเหล่ยที่กำลังจะไปเชือดปลา มุมปากเริ่มกระตุกยิก ๆ

ใช่แล้ว นี่แหละศิษย์ที่เขาทุ่มเทสอนมากับมือ

เอ๊ะ?

ทำไมถึงรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนสมัยก่อนตอนที่คนเขาประกาศชื่ออาจารย์ แล้วฉันก็ยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจอยู่ข้าง ๆ แกเลย?

ช่างเถอะ ภูมิใจก็พอแล้ว

ข่งกั๋วต้งพูดขนาดนี้ คนอื่นก็คงพูดอะไรมากไม่ได้

แต่เรื่องที่โจวเยี่ยนทำคนเดียวสามเมนู แถมยังเพิ่มปลาไนผัดแห้งเข้ามากะทันหัน ก็ยังอดสงสัยไม่ได้

พ่อครัวหนุ่มอายุยี่สิบต้น ๆ จะไหวจริงเหรอ?

ไหวไม่ไหว มีแค่โจวเยี่ยนที่รู้ดี

โจวเยี่ยนใช้สันมีดทุบอกไก่ พลางเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาเงียบ ๆ กดแลกรางวัลภารกิจ

[ติ๊ง! แลกเปลี่ยนตำราอาหาร ‘ปลาไนผัดแห้ง’ สำเร็จ สถานะ: เรียนรู้ได้!]

เห็นไหม แค่นี้ก็ได้แล้ว

นี่คือรางวัลที่เขาตรากตรำทำภารกิจแลกมานะ!

เมื่อเช้าเขายังลังเลอยู่เลยว่าจะแลกเมนูอะไรดี

ตอนนี้ดีเลย ไม่ต้องลังเลแล้ว

เดิมพันด้วยเกียรติยศสำนักข่ง ศิษย์สำนักข่ง ย่อมต้องกล้าหาญออกหน้า จะปฏิเสธมิได้...

ช่างเถอะ แถไม่ไหวแล้ว แลกอะไรก็เหมือนกัน งั้นก็แลกปลาไนผัดแห้งนี่แหละ

เมนูหรูระดับภัตตาคารแบบนี้ ถ้าไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยง เขาคงนึกไม่ออกหรอก

สำนักข่งเชี่ยวชาญเรื่องผัดปลา ปลาไนผัดแห้งถือเป็นเมนูเด็ด

สวี่อวิ้นเหลียงใช้ปลาไนผัดแห้งเมนูนี้ ยึดหัวหาดในภัตตาคารเฉิงตูได้อย่างมั่นคง

เห็นได้ชัดว่าเมนูนี้มีบทบาทสำคัญแค่ไหนในโต๊ะจีนอาหารเสฉวน

อีกไม่กี่ปี ปลาไนจะกลายเป็นสัตว์คุ้มครอง คงไม่ได้กินของป่าแท้ ๆ แล้ว

วันนี้สถานการณ์คับขัน ข่งกั๋วต้งกับอาจารย์เขาไม่กล้าออกหน้า เขาก็ต้องลุกขึ้นมาแบกเอง

งานแบบนี้ ถ้าชื่อเสียงสำนักข่งพัง พวกเขาที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนก็ต้องรับผิดชอบ

มองตำราอาหารที่ส่องแสงวิบวับ โจวเยี่ยนก็วางใจ

เท่านี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว

อกไก่จากไก่กระทงสองตัวถูกทุบจนละเอียด เลาะเอ็นออกจนเกลี้ยง ขูดซ้ำไปมาหลายรอบ พอแน่ใจว่าไม่มีปัญหา ถึงเริ่มผสมแป้ง

งานเลี้ยงวันนี้ แขกกินสามโต๊ะ ตามธรรมเนียมจะจัดไว้ในครัวอีกหนึ่งโต๊ะ รอยุ่งเสร็จ บรรดาอาจารย์ที่มาวันนี้ก็นั่งกินด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้

งานเลี้ยงกลางแจ้งยังต้องเหลือโต๊ะให้พ่อครัวกับลูกมือ วันนี้คนที่มาล้วนเป็นพ่อครัวมีหน้ามีตา จะให้ท้องกิ่วกลับไปได้ไง วันหลังคงไม่มีใครมาหรอก

ส่วนพวกลูกมือ ก็อาจจะไม่ได้กินเมนูครบชุด

เพราะอาหารบางอย่างใช้วัตถุดิบแพงหูฉี่ เอะอะก็ปลิงทะเล เป๋าฮื้อ ก็ต้องดูว่าจัดครบสี่โต๊ะแล้วยังเหลือไหม

โจวเยี่ยนคำนวณดูแล้ว เขาทำไก่หิมะได้ห้าที่สบาย ๆ

โจวเยี่ยนเตรียมไก่หิมะอยู่ทางนี้ เซี่ยวเหล่ยเชือดปลาไนหินสี่ตัวเสร็จก็เอามา เริ่มหมักปลา

เซี่ยวเหล่ยทำปลาไนผัดแห้งไม่เก่ง แต่ฝีมือการเตรียมปลาไม่ตกเลย

เมื่อก่อนเป็นลูกมือข่งไหวเฟิงบ่อย ๆ เทคนิคการฆ่าปลา หมักปลา ยังคงแม่นยำ

ข่งกั๋วต้งกับเจิ้งเฉียงยืนคุมงาน พยักหน้าหงึกหงัก

ใช่แล้ว ต้องแบบนี้ แบบนั้น แล้วก็แบบนี้

จบบทที่ บทที่ 395 นี่แหละที่เรียกว่าชื่อเสียง

คัดลอกลิงก์แล้ว