เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 385 ซาลาเปาจากเริ่มต้นสู่ลงโลง

บทที่ 385 ซาลาเปาจากเริ่มต้นสู่ลงโลง

บทที่ 385 ซาลาเปาจากเริ่มต้นสู่ลงโลง


โจวเยี่ยนฟังไปสองสามประโยค ก็กลับเข้าครัวไปทำบะหมี่ต่อ

เรื่องนี้เขาเองก็ต้องระวังตัวไว้หน่อย กล้าเข้ามาขโมยของในโรงงานทอผ้าใต้จมูกแผนกรักษาความปลอดภัย โจรกลุ่มนี้คงไม่ธรรมดาแน่

แต่ร้านพวกเขาอยู่ติดกับป้อมยามของแผนกรักษาความปลอดภัย น่าจะนับว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโรงงานทอผ้าแล้วล่ะ

เรื่องปล้นจี้ เขาก็ต้องระวังไว้หน่อยเหมือนกัน

เวลาวิ่งตอนเย็นต้องวางแผนเส้นทางให้ดี ต้องไปวิ่งในที่ที่มีคนพลุกพล่าน พอฟ้ามืดก็ต้องรีบไปส่งเซี่ยเหยาที่หอพัก

ลำพังตัวเขาคนเดียวไม่กลัวหรอก ใส่เกียร์หมาวิ่งหนี โอกาสน้อยมากที่โจรจะวิ่งไล่ทัน

แต่เซี่ยเหยาไม่เหมือนกัน

โจวเยี่ยนไม่อยากให้เธอต้องเสี่ยงอันตรายแม้แต่นิดเดียว

พักเรื่องนี้ไว้ก่อน เขาหันมาตั้งใจดึงเส้นบะหมี่

ข้าง ๆ หลี่ลี่หวายังทำซาลาเปาอยู่ เหลืออีกไม่เยอะ เธอรับหน้าที่เก็บงาน

“เถ้าแก่ วันนี้ทำซาลาเปาเยอะขนาดนี้ จะขายหมดเหรอคะ?” หลี่ลี่หวาถาม

“วันนี้เปิดตัวได้สวย ผมว่ามีโอกาสสูงครับ” โจวเยี่ยนยิ้ม

เด็ก ๆ ที่หลินปิ่งเหวินกับหลินจิ่งสิงพามาเหมาไปแล้วหนึ่งซึ้ง หลัวเว่ยตงก็เหมาไปอีกซึ้งกว่า ๆ

เปิดร้านมาก็เจอออร์เดอร์ใหญ่ ราบรื่นสุด ๆ

ซาลาเปาห้าร้อยลูก มีหวังขายหมดแน่

“ธุรกิจเขามันจะทำง่ายเกินไปไหมเนี่ย? เด็กนักเรียนพาผู้ปกครองมากินถึงร้าน แผนกรักษาความปลอดภัยก็สั่งทีละซึ้ง วันหนึ่งจะหาเงินได้เท่าไหร่กันนะ” เหอเอ้อร์เหมามองจ้าวหงที่ถือถาดใส่ซาลาเปาเดินไปส่งที่แผนกรักษาความปลอดภัย สีหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา

ฝั่งเขายังไม่ได้ประเดิมเลย โจวเยี่ยนขายหมดไปสามซึ้งแล้ว

ความแตกต่างนี้...

เจ็บปวด อยากจะร้องไห้

“ครอบครัวนี้ เก่งจริง ๆ” สีหน้าของหลิวเฟินก็ซับซ้อนไม่แพ้กัน

หวังเหล่าอู่ปากเสีย ตั้งแต่ร้านโจวเยี่ยนเปิดก็คอยนินทาว่าร้าย ลอบกัดลับหลังตลอด

แต่โจวเยี่ยนคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ร้านทำท่าจะเจ๊งอยู่รอมร่อ พอโดดน้ำไปช่วยหลานสาวรองผู้จัดการโรงงาน ก็เหมือนบรรลุธรรม หันมาทำบะหมี่ขาย กอบกู้ร้านกลับมาได้เฉย

แผงลอยที่พวกเธอตั้งขายมาสองปี โดนเขาเบียดจนเจ๊งไปเลย

นึกไม่ถึงว่าพอไปตามเหอเอ้อร์เหมามาทำซาลาเปา ก็ดันมาชนกับเขาอีก

คู่เวรคู่กรรมต้องโคจรมาเจอกัน คำนี้พูดไว้ไม่ผิดเลยจริง ๆ

“แล้วซาลาเปาสามร้อยลูกที่เราทำวันนี้ จะขายยังไง? จะตะโกนขายอยู่นี่ หรือไปที่หัวสะพานเลย?” หลิวเฟินมองเหอเอ้อร์เหมาแล้วถาม

“วันนี้ช่างเถอะ หลบความร้อนแรงมันไปก่อน ฉันจะนึ่งสักร้อยลูกไปขายที่หัวสะพาน เธอรออีกสักสิบนาทีค่อยนึ่งรอบสอง เดี๋ยวฉันกลับมาขน” เหอเอ้อร์เหมามองลูกค้าที่เริ่มมุงร้านตรงข้ามจนแน่น “รอพรุ่งนี้ก่อน ฉันทำซาลาเปาไส้เนื้อวัวออกมาเมื่อไหร่ ฉันจะทำให้มันรู้ว่าช่างทำแป้งของจริงเป็นยังไง!”

“ได้จ้ะ ฟังพี่ทุกอย่าง” หลิวเฟินพยักหน้า เริ่มจุดไฟก่อน

เหอเอ้อร์เหมามีดีตรงนี้แหละ รู้จักดูสถานการณ์และปรับตัว

ไม่เหมือนหวังเหล่าอู่ไอ้ลาแก่ดื้อด้าน ชนกำแพงแล้วก็ยังไม่ยอมหันหลังกลับ ดันทุรังจะงัดข้อกับโจวเยี่ยนให้ได้

ถ้าไปตั้งแผงที่หัวสะพานหินตั้งแต่แรก ป่านนี้คงไม่ต้องลำบากขี่สามล้อขนซาลาเปาไปมาแบบนี้หรอก

ซาลาเปาถ้าเพิ่งออกจากซึ้งร้อน ๆ รสชาติจะเด็ดกว่านี้อีก

เหอเอ้อร์เหมาขนซาลาเปาที่นึ่งสุกแล้วขึ้นรถสามล้อ หลิวเฟินช่วยยก

“มา กินลูกแรกก่อน” เหอเอ้อร์เหมาเปิดฝาซึ้งมุมหนึ่ง หยิบซาลาเปาออกมาลูกหนึ่ง ยื่นให้หลิวเฟิน

หลิวเฟินมองซาลาเปาที่ส่งควันฉุย ส่ายหน้าพูดว่า “ฉันไม่หิว เก็บไว้ขายเถอะ”

“เงินทองหาเมื่อไหร่ก็ได้ ซาลาเปาลูกแรกนี้เธอต้องกินก่อน กินตอนร้อน ๆ จะได้อุ่นท้อง” เหอเอ้อร์หมายัดซาลาเปาใส่มือเธอ ยิ้มซื่อ ๆ “อีกอย่าง กินอิ่มแล้วถึงจะมีแรงทำงานไง”

หลิวเฟินกำซาลาเปาร้อน ๆ ในมือ มองดูเหอเอ้อร์เหมาขี่สามล้อจากไป หันหน้าหนีไปปาดน้ำตาเงียบ ๆ กัดซาลาเปาคำหนึ่ง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

เจ้าคนทึ่ม ทำไมถึงไม่เหมือนคนอื่นนะ

หวังเหล่าอู่มีอะไรดี ๆ ก็กินเองก่อนหมด ไม่เคยนึกถึงเธอหรอก

บนโลกนี้ ไม่เคยมีใครรักเธอ และไม่เคยมีใครดีกับเธอขนาดนี้มาก่อน

หลิวเฟินนั่งหน้าเตา กินซาลาเปาทีละคำ มองเปลวไฟที่เต้นระริกในเตาอย่างเหม่อลอย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ผ่านการบอกต่อแบบปากต่อปากมาสองวัน บวกกับโชว์กินยั่วน้ำลายฉบับเรียล ๆ ของโจวโม่โม่ วันนี้ซาลาเปาร้านโจวเอ้อร์หวาจึงขายดีเป็นพลุแตก

“บะหมี่หมดแล้วเหรอ? งั้นเอาซาลาเปาสามลูก!”

“ขอซาลาเปาสองลูก นั่งไม่ได้แล้ว ใส่ถุงให้ผมเถอะ เดี๋ยวผมถือไปกินเอง”

กลยุทธ์ลดบะหมี่ของโจวเยี่ยน ได้ผลดีเยี่ยม

เป็นไปตามคาด ลูกค้าที่ไม่ได้กินบะหมี่เลือกสั่งซาลาเปาแทน แถมส่วนใหญ่สั่งกันทีละสามลูกขึ้นไป

ก่อนออดเข้างานจะดัง ซาลาเปาในซึ้งก็ขายหมดเกลี้ยง

[ติ๊ง! ภารกิจรอง: ขายซาลาเปาไส้หมูผักกาดดอง 1,000 ลูกสำเร็จ!]

[ได้รับรางวัล ‘ซาลาเปาจากเริ่มต้นสู่ลงโลง’]

[เนื่องจากประสิทธิภาพการทำภารกิจค่อนข้างสูง ปลดล็อกรางวัลลับ: ข้าวต้มมันเทศ]

โจวเยี่ยนยกบะหมี่ออกมาจากครัว เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นข้างหู

สำเร็จ!

แถมยังแถมสูตรข้าวต้มมันเทศมาให้อีก

“ข้าวต้มมันเทศ? รางวัลลับนี่จะง่ายไปหน่อยไหมเนี่ย?” โจวเยี่ยนเลิกคิ้ว ทำหน้าประหลาดใจ

ข้าวต้มมันเทศน่าจะเป็นข้าวต้มที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดบนโต๊ะอาหารคนเสฉวน เทียบกับข้าวต้มขาวธรรมดาแล้ว ข้าวต้มที่ใส่มันเทศจะทำให้อิ่มท้องง่ายกว่า

หรือที่เรียกว่า อิ่มจนจุก

โจ๊กและข้าวต้มเป็นเมนูคู่โต๊ะอาหารเช้าของคนทั่วประเทศ

มณฑลเจ้อเจียงมีวิธีกินข้าวต้มขาวใส่น้ำตาล ทางกวางสีมีข้าวต้มเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีข้าวต้มข้าวโพดที่เน้นอิ่มท้อง

แต่ถ้าจะพูดเรื่องกินโจ๊ก ต้องยกให้ลีลาของมณฑลกวางตุ้ง ทั้งโจ๊กเรือ โจ๊กหม้อดิน โจ๊กเครื่องในหมู เน้นความสดหวานและหลากหลาย

ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็นับเป็นสูตรอาหารอย่างหนึ่ง

พอขายซาลาเปา ก็มีลูกค้าถามหาข้าวต้มมากินคู่กันจริง ๆ

แต่ข้าวต้มมันเทศจะเอาขึ้นเมนูดีไหม จะตั้งราคายังไง เรื่องนี้โจวเยี่ยนต้องพิจารณาอย่างจริงจัง

ข้าวต้มใส่มันเทศ จะขายแพงกว่าซาลาเปาไส้หมูไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?

แต่ถ้าลูกค้าสั่งข้าวต้ม ก็จะกินซาลาเปาน้อยลงอย่างต่ำหนึ่งลูก แถมยังต้องนั่งกินในร้าน เบียดเบียนที่นั่งลูกค้ากินบะหมี่เข้าไปอีก

พิจารณาจากความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ข้าวต้มมันเทศนี้ยังเอามาขายไม่ได้

ถือซะว่าเก็บไว้เป็นเทคนิคสำรอง วันหน้าค่อยว่ากัน

สายตาของเขาจับจ้องไปที่ ‘ซาลาเปาจากเริ่มต้นสู่ลงโลง’ คาดหวังอยู่เหมือนกันว่าตำราอาหารนี้จะเปิดออกมาเจอซาลาเปารสชาติไหนบ้าง

“ขายหมดแล้ว! วันนี้ซาลาเปาห้าร้อยลูกขายหมดเกลี้ยงเลย” น้าจ้าวนับเงิน สีหน้าเก็บความตื่นเต้นไม่อยู่

ลูกค้ามาเร็วและรัวมาก พวกเขาแทบไม่มีเวลากินมื้อเช้าด้วยซ้ำ ต้องยกซาลาเปาให้ลูกค้าที่ต้องการไปก่อน

“มาครับ วันนี้เราไม่กินซาลาเปา กินบะหมี่กัน” โจวเยี่ยนเรียก

โจวโม่โม่วิ่งเข้ามา มองเขาตาละห้อย

“ไม่ต้องมองเลยลูก หนูกินซาลาเปาไปสองลูก อิ่มแล้ว” น้าจ้าววางกล่องเงินบนเคาน์เตอร์ เดินมานั่งลงแล้วพูดกับลูกสาวยิ้ม ๆ

หยิบตะเกียบขึ้นมาโซ้ยบะหมี่คำโต ยุ่งมาทั้งเช้า หิวจริง ๆ นั่นแหละ

“งั้นหนูขอกินซี่โครงชิ้นนึงได้ไหมคะ แม่จ๋า~~” เจ้าตัวเล็กขยับเข้ามา กอดแขนแม่อ้อนเสียงหวาน

“กินสิลูก เอ้า” น้าจ้าวคีบซี่โครงให้ชิ้นหนึ่ง

“ขอบคุณค่าแม่~” เจ้าตัวเล็กเป่าฟู่ ๆ แล้วใช้มือหยิบไปนั่งแทะบนเก้าอี้เตี้ยข้าง ๆ

“ตานั่นกับเมียหวังเหล่าอู่รู้จักยืดหยุ่นจริง ๆ ขนซาลาเปาไปกลับตั้งสามรอบ ทิ้งช่วงไม่นานด้วย ดูท่าเขาจะขายดีที่หัวสะพานเหมือนกันนะ” น้าจ้าวคุยกับโจวเยี่ยน

โจวเยี่ยนยิ้มตอบ “สำหรับร้านซาลาเปาตระกูลซุน เจอซาลาเปาฝีมือช่างทำแป้งมืออาชีพเข้าไป ก็เหมือนโดนถล่มยับเยิน ธุรกิจสู้ไม่ได้แน่นอนครับ”

“หวังเหล่าอู่นั่นสบายไปเลย นั่งกระดิกเท้าเป็นเถ้าแก่อยู่บ้าน ให้เมียกับคนอื่นช่วยหาเงิน วันนึงน่าจะหาได้เป็นสิบหยวน ไม่น้อยกว่าตอนเขาขายบะหมี่เมื่อก่อนเลย” น้าจ้าวเบะปาก

“เงินนั่นเขารับไว้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจเลยนะ ดูทรงสองคนนั้นแล้ว หวังเหล่าอู่แทบจะกลายเป็นเต่าหัวเขียวอยู่แล้ว” จ้าวหงหัวเราะ “เมื่อเช้าฉันยังเห็นหล่อนเช็ดเหงื่อให้ผู้ชายคนนั้นอยู่เลย ไม่สนสายตาใครเลยจริง ๆ”

“ใช่ไหมล่ะ ฉันก็ว่าพวกเขาทะแม่ง ๆ” น้าจ้าวพยักหน้าเห็นด้วย

“แล้วเขาจะหย่ากันไหมคะ? หมู่บ้านฉันมีคู่หนึ่งเพิ่งหย่ากันเมื่อเดือนก่อน” หลี่ลี่หวาขอร่วมวงเม้าท์ด้วย

โจวเยี่ยนกินบะหมี่ไป ฟังเรื่องชาวบ้านไป เขาขลุกอยู่ในครัว จึงไม่เห็นอะไรเลย

เรื่องนี้จะจบลงยังไง เขาก็อยากรู้เหมือนกัน

หวังเหล่าอู่จะทำเป็นปิดตาข้างหนึ่ง ยอมเป็นเต่าหัวเขียวอยู่บ้านอย่างสงบ แล้วสามคนผัวเมียช่วยกันทำมาหากิน?

หรือจะอาละวาดบ้านแตก แล้วทางใครทางมัน?

กินข้าวเช้าเสร็จ โจวเยี่ยนขึ้นไปชั้นบนเพื่อรับรางวัล

กดเปิด ‘ซาลาเปาจากเริ่มต้นสู่ลงโลง’ ข้อมูลมากมายหลั่งไหลเข้าสู่สมอง โจวเยี่ยนนอนหลับตาอยู่บนเตียง

พอเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง สีหน้าดีใจปนเศร้านิด ๆ

ตำรานี้รวบรวมซาลาเปาทุกชนิดไว้จริง ๆ ตั้งแต่ซาลาเปาไส้หมูผักกาดดอง ซาลาเปาไส้หมูธรรมดา ซาลาเปาไส้เนื้อซอส ไปจนถึงซาลาเปาโก่วปู้หลี่เทียนจิน ซาลาเปาไข่ปูจิ้งเจียง เสี่ยวหลงเปาไคเฟิง ซาลาเปาหมูแดงกวางตุ้ง ซาลาเปาทอดเซี่ยงไฮ้ ซาลาเปาแตกมันยูนนาน...

เรียกได้ว่าครบครันสุด ๆ

แต่ว่า...

มันล็อกอยู่!

ตอนนี้ปลดล็อกแค่สี่อย่างคือ ซาลาเปาไส้หมูสับ ซาลาเปาไส้หมูสับปรุงรส ซาลาเปาไส้เนื้อวัว และซาลาเปาไส้หมูถั่วฝักยาว

สถานะของซาลาเปาชนิดอื่นแสดงว่า: เดินทางไปยังถิ่นกำเนิดเพื่อปลดล็อก

อืม...

ถือว่าล็อกครึ่งหนึ่งละกัน

เงื่อนไขก็ไม่ถือว่าโหดร้าย แค่ต้องไปถึงถิ่นกำเนิดก็ปลดล็อกได้

แต่ด้วยความสะดวกในการเดินทางสมัยนี้ กว่าจะปลดล็อกครบ ไม่รู้ต้องรอถึงเดือนไหนปีไหน

ยังดีที่ซาลาเปาตัวท็อป ๆ ในเสฉวน เปิดให้เขาใช้ได้เลย

ซาลาเปาไส้เนื้อวัวยังแบ่งเป็นไส้เนื้อน้ำมันพริกกับไส้เนื้อซอส เก็บรายละเอียดดีมาก

ส่วนพวกซาลาเปาไข่ปู ต่อให้ปลดล็อกก็ไม่มีประโยชน์

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหาวัตถุดิบ ต่อให้ทำออกมาได้ ก็ใช่ว่าจะขายดี

ดีเลย แค่นี้ก็พอแล้ว!

โจวเยี่ยนกะพริบตา ทำความเข้าใจวิธีทำซาลาเปาไม่กี่อย่างนั้น แล้วลงไปทำพะโล้ต่อ

ระหว่างนั้นหลินชิงแวะมาหา ยืนยันรายละเอียดงานเลี้ยงมื้อค่ำวันพรุ่งนี้

พรุ่งนี้เช้าตรู่ หลินชิงจะมาร้าน ไปซื้อเนื้อวัวกับโจวเยี่ยน คอยกำกับดูแลตลอดทาง คืนนี้เขาจะพักที่บ้านพักรับรอง

โจวเยี่ยนไม่มีปัญหา ยังไงก็ไม่กระทบเขาขายมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงพรุ่งนี้อยู่แล้ว

เจ้าหน้าที่พวกนี้ เวลาจัดงานก็ยุ่งวุ่นวายลำบากน่าดูเหมือนกัน

พรุ่งนี้เขากะจะเอาซาลาเปาไส้หมูสับกับซาลาเปาไส้เนื้อน้ำมันพริกออกมาโชว์ของ ให้เหอเอ้อร์เหมาช็อกเล่นสักหน่อย

ถ้าอีกฝ่ายยอมถอยไปเองก็ดีที่สุด ยังไงก็เน้นข่มขวัญไว้ก่อน

วัตถุดิบซาลาเปาสองอย่างนี้หาง่าย ไม่ต้องไปหาเพิ่มให้ยุ่งยาก

วันนี้ขายซาลาเปาไปห้าร้อยลูก ลำพังยอดขายซาลาเปาอย่างเดียวก็ปาเข้าไป 75 หยวน เท่ายอดขายบะหมี่เมื่อก่อนเลย

ยุ่งไปหน่อย แต่ก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

ยุ่งหน่อยก็ดีนะ

จบบทที่ บทที่ 385 ซาลาเปาจากเริ่มต้นสู่ลงโลง

คัดลอกลิงก์แล้ว