เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 345 ซาลาเปาที่เกอเกอทำมีแต่เนื้อล้วน ๆ!

บทที่ 345 ซาลาเปาที่เกอเกอทำมีแต่เนื้อล้วน ๆ!

บทที่ 345 ซาลาเปาที่เกอเกอทำมีแต่เนื้อล้วน ๆ!


ตอนนี้โจวเยี่ยนแบกรับยอดขายแผงหมูเขาไปครึ่งหนึ่งแล้ว วันหนึ่งใช้เนื้อเป็นร้อยจิน

แค่ขายหมูให้โจวเยี่ยนคนเดียว วันหนึ่งเขาก็ฟันกำไรไม่ใช่น้อยแล้ว

“ทำซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองกินกันเองในบ้านครับ” โจวเยี่ยนยิ้มตอบ

จางเหล่าซานพูดว่า “ซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองเหรอ? ยังไม่เคยกินแฮะ รสชาติเหมือนซาลาเปาไส้ผักกาดดองเค็มไหม? ซาลาเปาไส้ผักกาดดองเค็มนี่ฉันชอบนะ คราวก่อนไปเอาหมูที่เจียโจวเคยกิน หอมเค็มกำลังดี”

“ไม่เหมือนครับ รสชาติผักกาดดองเสฉวนกับผักกาดดองเค็มบ้านเราต่างกันนิดหน่อย ผักกาดดองเสฉวนจะกรอบกว่า” โจวเยี่ยนส่ายหน้า “แต่ผักกาดดองเค็มบ้านเราก็อร่อยครับ ดีคนละแบบ”

สหายเหล่าโจวเอ่ยขึ้น “ฉันจะบอกให้นะ ฉันเคยกินมาทั้งสองอย่าง ซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองอร่อยกว่า รสสัมผัสผักกาดดองเสฉวนมันกรอบเด้ง ผักกาดดองเค็มเทียบไม่ติดหรอก”

จางเหล่าซานพยักหน้า “ได้เลย วันไหนนายเริ่มขายซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองนี่ ฉันต้องแวะมาซื้อชิมสักหน่อย ว่ามันจะรสชาติเป็นยังไง”

“ได้ครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า ยังไม่ทันขาย ก็ได้ลูกค้าจองตัวล่วงหน้าแล้วหนึ่งคน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี

ขนหมูกลับมาถึงร้าน โจวเยี่ยนเปิดผ้าขนหนูดูแวบหนึ่ง แป้งขยายตัวขึ้นพอสมควร แต่ยังไม่ถึงสองเท่า เลยปิดผ้าให้หมักต่อ

จ้าวหง หลี่ลี่หวา และฮุยฮุยมาถึงร้านแล้ว เริ่มช่วยกันจัดการหัวหมูและไส้ใหญ่

ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ทั้งในและนอกร้านเปิดไฟสว่างไสว เริ่มวุ่นวายกันแล้ว

น้าจ้าวก็ตื่นแล้ว ช่วยหยิบหมูออกจากตะกร้าสะพายหลัง เห็นเนื้อหมูขาหน้าที่แยกวางไว้อีกด้าน ก็ถามอย่างสงสัย “เนื้อก้อนนี้เอามาทำอะไร?”

“เอาไว้ทำไส้ซาลาเปาครับ ต้องเลือกเนื้อขาหน้ามันสามส่วนเนื้อเจ็ดส่วนแบบนี้แหละ เช้านี้ผมจะทำซาลาเปาไส้หมูผักกาดดองให้ทุกคนกินสองเข่ง” โจวเยี่ยนอธิบาย หยิบเนื้อขาหน้าเดินเข้าครัว เขาต้องผัดไส้ก่อน

ผักกาดดองแช่น้ำไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน ใช้น้ำบาดาลล้างสามรอบ ล้างความเค็มส่วนเกินออก แล้วซอยละเอียด

ตั้งกระทะร้อนไม่ใส่น้ำมัน เอาผักกาดดองที่ยังชื้นลงไปผัด คั่วให้น้ำที่เกาะผิวระเหยแห้ง

พอน้ำระเหยแห้ง กลิ่นหอมเฉพาะตัวของผักกาดดองก็ถูกคั่วจนหอมฟุ้งออกมา

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก ต้องคั่วผักกาดดองให้แห้งหมาด ๆ ถึงจะรักษาความกรอบอร่อยไว้ได้ และช่วยให้ดูดซับน้ำมันหมูได้ดียิ่งขึ้นเวลาเอาไปผัดรวมกัน

ตักผักกาดดองขึ้นพัก ตักน้ำมันหมูใส่กระทะหนึ่งทัพพี ใส่หมูสับลงไปผัด

เขาไม่ได้สับหมูจนละเอียดเป็นโคลน แต่หั่นเป็นชิ้นเต๋าเล็ก ๆ เพื่อให้ได้รสสัมผัสเวลาเคี้ยว

ซาลาเปาที่ไส้เป็นหมูบดละเอียด โจวเยี่ยนไม่ชอบกิน แถมยังไม่รู้ด้วยว่ามันคือเนื้ออะไรกันแน่ ส่วนใหญ่กลิ่นสาบแรง

มันสามเนื้อเจ็ด ผัดแป๊บเดียวน้ำมันก็ออกมา

ผัดจนเปลี่ยนสี ใส่ขิงสับ ตามด้วยเหล้าจีน ซีอิ๊วขาว และซอสหวานเถียนเมี่ยนเจี้ยงหนึ่งช้อน

ซอสหวานช่วยแต่งสีและชูรส สีน้ำตาลเป็นประกายมันวาว ดูน่ากินสุด ๆ

จากนั้นใส่ผักกาดดองที่คั่วไว้ลงไป

ผักกาดดองแห้ง ๆ พอลงกระทะปุ๊บ ก็เคลือบด้วยน้ำมันมันวาวทันที พอโดนน้ำมันหมูผัดเข้า กลิ่นยิ่งหอมตลบอบอวล

“ไส้นี่ดูน่ากินจัง! พ่อว่าเอามาคลุกบะหมี่กินก็น่าจะอร่อยเหาะ!” สหายเหล่าโจวได้กลิ่นหอมก็เดินเข้ามา มองผักกาดดองผัดหมูสับในกระทะตาเป็นประกาย

“เข้าท่าครับ วันหลังผมจะลองดู” โจวเยี่ยนพยักหน้า ได้เมนูหน้าบะหมี่แห้งใหม่แล้ว แถมยังเป็นรสชาติคนละขั้วกับหน้าเนื้อสับผัดพริกด้วย

ตักไส้ที่ผัดเสร็จใส่กะละมังเคลือบ

ตักน้ำเย็นเจี๊ยบจากบ่อมาหนึ่งอ่าง พักไส้ให้หายร้อน แล้วเอาไปลอยน้ำในอ่างเพื่อลดอุณหภูมิ

ต้องให้ไขมันจับตัวเป็นก้อน เวลาห่อจะได้ห่อง่าย

หลักการคล้ายเสี่ยวหลงเปา แต่เสี่ยวหลงเปาใช้วุ้นซุปที่แช่เย็นจนแข็ง

แต่เขาแค่ต้องการให้น้ำมันหมูแข็งตัว เงื่อนไขไม่โหดขนาดนั้น

แต่ถ้าเข้าหน้าร้อนเมื่อไหร่ คงต้องมองหาตู้เย็นแล้วล่ะ

คราวก่อนเขาไปดูที่ห้างสรรพสินค้า ของนำเข้าจากญี่ปุ่น เครื่องหนึ่งปาไปเป็นพันหยวน

ของในประเทศก็ใช่ว่าจะถูก

พักไส้ไว้ข้าง ๆ โจวเยี่ยนเริ่มลงมือผัดเครื่องราดหน้าบะหมี่

“วันนี้หั่นพริกใช้ได้นี่ ฝีมือมีดพัฒนาขึ้นอีกแล้ว” โจวเยี่ยนผัดเนื้อสับพริกสองสีไปพลาง หันไปยิ้มชมโจวลี่ฮุยไปพลาง

“เทียบกับอาเล็กยังห่างไกลครับ” โจวลี่ฮุยยิ้มเขิน ๆ แต่สีหน้าดูสดใสขึ้นชัดเจน

เครื่องราดหน้าสามกะละมังเสร็จเรียบร้อย โจวเยี่ยนเปิดผ้าขนหนูที่คลุมกะละมังแป้งออก

โอ้โห แป้งขึ้นฟูขาวอวบจนแทบจะดันผ้าล้นขอบกะละมังแล้ว

ถือว่าแป้งได้ที่แล้ว

ลงมือนวดไล่อากาศออกจากแป้ง นวดจนผิวกลับมาเนียนเรียบ แล้วเริ่มแบ่งแป้งเป็นก้อนเล็ก ๆ

ไม้คลึงแป้งกลิ้งเบา ๆ ในมือ แผ่นแป้งที่ตรงกลางหนาขอบบางวางเรียงรายในถาดที่โรยแป้งนวลไว้

“ห่อซาลาเปาเหรอ บัวลอย เกี๊ยว ฉันห่อเป็นหมด แต่ซาลาเปานี่ห่อไม่เป็นจริง ๆ ทำยังไงให้นึ่งออกมานุ่มฟูขนาดนั้นนะ?” จ้าวหงหิ้วหัวหมูที่ทำความสะอาดแล้วเข้ามา ยืนดูด้วยความสงสัย

หลี่ลี่หวาก็หิ้วไส้ใหญ่เข้ามา ชะโงกหน้าดู ถามอย่างเกรงใจ “ฉันก็ห่อซาลาเปาไม่เป็น เถ้าแก่ ขอดูหน่อยได้ไหม?”

“น้าหลี่ มาดูสิครับ วันหลังถ้าขายดี พวกน้าต้องมาช่วยทำถึงจะทันกิน” โจวเยี่ยนกวักมือเรียกหลี่ลี่หวายิ้ม ๆ การห่อไส้เป็นงานฝีมือ ต้องมือเบาและไว

ร้านซาลาเปาขายดี ๆ เช้าหนึ่งขายเป็นพันลูก ให้เถ้าแก่ห่อคนเดียว มีหวังตายคาเขียงก็ยังห่อไม่ทัน

“แม่เรียนด้วย!” น้าจ้าวตั้งหม้อต้มซุปกระดูกเสร็จ ก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้าครัวมา

“ดูนะ เอาแผ่นแป้งวางบนมือ ใช้ช้อนตักไส้มาหนึ่งช้อนเต็ม ๆ ไส้ต้องแน่น กินถึงจะสะใจ แต่ก็อย่าเยอะเกิน เดี๋ยวแป้งขาด ห่อไม่ได้ จีบแป้งปิดปากให้แน่น...”

โจวเยี่ยนอธิบายไปพลาง สาธิตให้ทุกคนดูไปพลาง

ชั่วพริบตา ซาลาเปากลมดิ๊กอวบอ้วนก็ปรากฏอยู่บนฝ่ามือเขา

“หือ? ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า?”

“ทำไมปุ๊บปั๊บกลายเป็นซาลาเปาแล้วล่ะ?”

“ทำงี้ทำงั้น แล้วก็เสร็จเลยเหรอ?”

น้าจ้าว จ้าวหง หลี่ลี่หวา สามคนทำหน้าเอ๋อ ประสานเสียงกันว่า “สุดยอด!”

“ที่จริงก็คล้าย ๆ ห่อเกี๊ยวห่อบัวลอยนั่นแหละครับ แค่เอาไส้ใส่แป้ง ต่างกันตรงที่ต้องจีบแป้งให้สวย ต้องจีบให้ได้ยี่สิบสองจีบ

“สามนิ้วประคองแป้งใส่ไส้ นิ้วชี้ดันจีบหมุนไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยปิดปาก เห็นไหมครับ ออกมาเหมือนดอกเบญจมาศ สวยงามน่ากิน” โจวเยี่ยนทำช้า ๆ สาธิตการสอนต่อ

ห่อซาลาเปาก็ถือเป็นงานฝีมือ ต้องหมั่นฝึกฝนถึงจะเก่ง

ดูอยู่พักหนึ่ง หลี่ลี่หวาก็อาสา “เถ้าแก่ ฉันพอดูออกแล้ว ขอลองหน่อยได้ไหม? เรื่องห่อเกี๊ยวกับขนมเทียนฉันพอมีฝีมืออยู่บ้าง”

“น้าหลี่ ลองเลยครับ” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า

หลี่ลี่หวาหยิบแผ่นแป้งวางบนฝ่ามือ ใช้ช้อนตักไส้วางบนแป้ง แล้วค่อย ๆ หยิบขอบแป้งจีบเข้าหากันอย่างระมัดระวัง

จีบไปได้หกเจ็ดที แป้งก็ขาด

หลี่ลี่หวาหน้าเจื่อน “ว้า... ไม่ไหวแฮะ ตาดูเป็นแล้ว แต่มือยังไม่เป็น”

“ไม่เป็นไรครับ ต้องฝึกบ่อย ๆ ถึงจะจับทางได้ ลองใหม่ครับ ผมว่าน้าเริ่มจับจุดได้แล้วนะ” โจวเยี่ยนรับซาลาเปาลูกนั้นมา ปิดปากแผล็บเดียว ถึงจะขี้เหร่หน่อย แต่ไส้ไม่แตก กินกันเองไม่มีปัญหา

“ได้จ้ะ ขอลองอีกที” หลี่ลี่หวารับคำ คราวนี้ทำช้าลง ระวังมากขึ้น

เธอห่อสำเร็จจริง ๆ ด้วย แต่จีบได้แค่สิบสี่จีบ ยอดข้างบนไม่ได้เป็นดอกเบญจมาศ แต่เป็นก้อนแป้งจุกเล็ก ๆ

“งั้นขอลองบ้าง” น้าจ้าวกับจ้าวหงมีกำลังใจขึ้นมา เริ่มลงมือบ้าง

ความล้มเหลวต่อเนื่อง ทำเอาสองคนถอดใจ

คนหนึ่งปั้นออกมาเป็นบัวลอย อีกคนปะชุนจนยัดไส้เข้าไปได้แบบทุลักทุเล

“ไว้วันหลังแล้วกัน วันนี้แป้งมีแค่นี้ เสียดายของ แม่รอชิมซาลาเปาฝีมือลูกดีกว่า” น้าจ้าวยอมแพ้

“ฉันไปถอนขนหัวหมูอีกรอบดีกว่า” จ้าวหงหาเรื่องหนีไปทำงานอื่น

“ฉันขอฝึกต่อได้ไหม?” หลี่ลี่หวาถามอย่างลังเล

“ฝึกเลยครับ น้าหลี่เรียนรู้ไว เดี๋ยวผมแก้ท่าให้อีกนิด เดี๋ยวก็คล่อง” โจวเยี่ยนพยักหน้า หยิบแผ่นแป้งมาสอนต่อ

หลี่ลี่หวาเคยทำงานในครัว เคยจับงานแป้งมาบ้าง พื้นฐานดีกว่าน้าจ้าวกับจ้าวหง มือเลยไวกว่า

ด้วยแรงเชียร์จากโจวเยี่ยน เธอก็จีบได้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ การปิดปากซาลาเปาก็เริ่มดูดีมีสกุล

ถึงจำนวนจีบจะยังไม่ถึงยี่สิบสอง แต่ปิดปากเป็นรูปดอกเบญจมาศได้แล้ว

แป้งสี่จิน หมูสองจิน ได้ซาลาเปาห้าสิบลูก

โจวเยี่ยนทำไปสามสิบกว่าลูก แต่ละลูกกลมดิ๊ก จีบสวยเท่ากันเป๊ะ

ผลงานล้มเหลวสองชิ้นของน้าจ้าวกับจ้าวหงวางอยู่มุมเข่ง ดูผิดที่ผิดทางชอบกล

หลี่ลี่หวาทำไปสิบสองลูก จำนวนจีบเพิ่มขึ้นชัดเจน ลูกสุดท้ายปาเข้าไปยี่สิบจีบ พรสวรรค์ไม่ธรรมดาเลย

แน่นอนว่า ที่เคยห่อเกี๊ยวมาครึ่งปีก็มีส่วนช่วย

ทำเอาโจวเยี่ยนเบาใจไปเยอะ คุณนายชิวนี่เป็นดาวนำโชคของเขาจริง ๆ ทิ้งขุนพลฝีมือดีไว้ให้แบบนี้

ตั้งเข่งนึ่งสองชั้นบนเตา พักแป้งให้ขึ้นอีกยี่สิบนาที พอซาลาเปาพองตัวขึ้นมาชัดเจน ก็เปิดไฟนึ่งด้วยน้ำเย็น

เร่งไฟแรงจนน้ำเดือด ไอน้ำพุ่ง แล้วลดไฟลงเหลือไฟกลางค่อนข้างแรงนึ่งต่อสิบนาที ปิดไฟ อบต่ออีกห้านาที

“เกอเกอ! วันนี้เราได้กินซาลาเปาจริง ๆ เหรอคะ? ซาลาเปาลูกใหญ่ ๆ ที่มีเนื้อเยอะ ๆ เหรอคะ?” โจวโม่โม่ตื่นแล้ว แก้มแดงปลั่งเพราะเพิ่งโดนน้าจ้าวเช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนู มัดผมทวินเทลน่ารัก นั่งเรียบร้อยบนม้านั่งตัวเล็ก เงยหน้ามองโจวเยี่ยนอย่างคาดหวัง

“ใช่แล้ว กำลังนึ่งอยู่ในเข่ง อีกแป๊บก็ได้กินแล้ว ได้กลิ่นหอมไหม?” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า

“อื้อ ๆ! ได้กลิ่นค่ะ หอมจังเลย!” เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงัก ลูบท้องตัวเอง “ฟังสิคะ ท้องหนูร้องจ๊อก ๆ แล้ว”

ตอนนี้ทุกคนมารอซาลาเปากันในครัว ได้ยินเข้าก็พากันหัวเราะ

โจวเยี่ยนดูนาฬิกา เวลาพอดีเป๊ะ เดินไปเปิดฝาเข่งนึ่ง

ไอร้อนพวยพุ่ง

ซาลาเปาหมูลูกโตขาวนวลนุ่มฟู จีบสวยคมชัด ปรากฏแก่สายตา

เข่งบนยี่สิบกว่าลูกนี้ ฝีมือโจวเยี่ยนล้วน ๆ ขนาดเท่ากันเป๊ะ แป้งบางจนเห็นสีไส้เนื้อรำไร

กลิ่นหอมของไส้หมูผักกาดดองลอยมาเตะจมูกพร้อมไอร้อน

ทุกคนกลืนน้ำลายพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“มา โม่โม่กินก่อน” โจวเยี่ยนหยิบชามใบเล็กประจำตัวของเจ้าตัวเล็ก ซาลาเปาลูกเดียวก็เต็มชาม แถมยังพูนขึ้นมาอีก

“ว้าว! ซาลาเปาลูกเบ้อเริ่มเลย!” โจวโม่โม่ตาเป็นประกาย สองมือประคองรับชาม ก้มลงกัดคำโต

“ร้อนจัง!”

เจ้าตัวเล็กเป่าปากฟู่ ๆ กัดหนังซาลาเปาบาง ๆ ออก เผยให้เห็นไส้หมูชุ่มฉ่ำที่แทบจะทะลักออกมา

ไม่สนริมฝีปากที่โดนลวก เจ้าตัวเล็กจ้องรูที่กัดแหว่งไป ตาโตพูดเสียงใสอย่างดีใจว่า

“กัดคำเดียวก็เจอเนื้อแล้ว!”

“ซาลาเปาที่เกอเกอทำมีแต่เนื้อล้วน ๆ!”

จบบทที่ บทที่ 345 ซาลาเปาที่เกอเกอทำมีแต่เนื้อล้วน ๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว