- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 340 จากวัยเยาว์ สู่พิธีมงคล
บทที่ 340 จากวัยเยาว์ สู่พิธีมงคล
บทที่ 340 จากวัยเยาว์ สู่พิธีมงคล
“โจรพวกนี้ คือศัตรูของนายเหรอ?” หลี่ซู่ซู่อ้าปากค้าง มองซ่งฉางเหออย่างตกตะลึง
ซ่งฉางเหอพยักหน้า
ขอบตาของหลี่ซู่ซู่แดงเรื่อขึ้นทันที เธอโผเข้ากอดซ่งฉางเหอ พูดอย่างดีใจว่า “ดีจัง! ดีจริง ๆ เลย!”
ซ่งฉางเหอตัวแข็งทื่อ ยกมือค้างอยู่อย่างนั้นพักใหญ่
หลี่หลิงเฟิงกับหวงฉู่อวี้มองหน้ากัน ต่างยิ้มออกมา
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทำไมกอดกันเฉยเลย?” จ้าวฮุยเกาหัวแกรก
“จะมีอะไรเล่า อีกสักสองปีเรากลับขึ้นเขามา ก็คงได้กินเหล้ามงคลของฉางเหอกับศิษย์น้องเล็กแล้วไง ไอ้ทึ่ม” เกาหย่วนหัวเราะ
“หา?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า——”
ภาพตัดมาที่ทุกคนกลับถึงบนเขา
ในลานบ้านตั้งโต๊ะกลมใหญ่ อาหารวางเต็มโต๊ะ จานใส่หมูสามชั้นนึ่งผักกาดดองใหญ่เบ้อเริ่ม ซี่โครงหมูก็ชิ้นยักษ์
หลี่หลิงเฟิงถือจอกเหล้า ลุกขึ้นมองทุกคนแล้วกล่าวว่า “วันนี้พวกนายขจัดภัยให้ชาวบ้าน ปราบโจรชั่ว ฉันที่เป็นอาจารย์ดีใจมาก หวังว่าพวกนายจะรักษาความกล้าหาญเช่นนี้ไว้ ทำเพื่อชาติเพื่อประชาชน เป็นวีรบุรุษ สมกับที่มีวรยุทธ์ติดตัว!”
“ศิษย์น้อมรับคำสั่ง!” ทุกคนยกจอกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
“แค่ก ๆ ๆ——”
ซ่งฉางเหอกับจ้าวฮุยไม่เคยดื่มเหล้า สำลักไอโขลก ๆ จนทุกคนหัวเราะลั่น
ทุกคนนั่งลง ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน พูดคุยสัพเพเหระ มีความสุขกันถ้วนหน้า
เหล้าผ่านไปสามรอบ อาหารบนโต๊ะก็พร่องไปเกือบหมด เซี่ยหงมองหลี่หลิงเฟิงแล้วพูดว่า “อาจารย์ครับ พวกผมพี่น้องปรึกษากันแล้ว ว่าพรุ่งนี้จะลงเขากลับบ้าน ต่อไปคงไม่ได้อยู่ดูแลอาจารย์กับอาจารย์แม่แล้ว แต่ถ้าอาจารย์เรียกเมื่อไหร่ พวกเราจะรีบกลับขึ้นเขาทันทีครับ”
“พวกศิษย์พี่จะไปกันหมดเลยเหรอคะ?” หลี่ซู่ซู่ที่กำลังแทะเมล็ดแตงโมเงยหน้าขวับ แววตาเต็มไปด้วยความตกใจและอาลัยอาวรณ์
“ศิษย์พี่ พวกพี่...” ซ่งฉางเหอที่กำลังเมากรึ่ม ๆ ก็ทำหน้างง
“ก็ดี ที่บ้านพวกนายเร่งรัดเรื่องนี้มาหลายรอบแล้วตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน แต่พวกนายก็บ่ายเบี่ยงว่าวิชายังไม่แก่กล้า อยากอยู่ฝึกต่อ” หลี่หลิงเฟิงค่อย ๆ วางจอกเหล้า มองศิษย์ทั้งสี่อย่างภูมิใจ “งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ขอให้พวกนายลงเขาไปแล้ว มีอนาคตที่สดใส”
หวงฉู่อวี้หันหน้าหนี แอบเช็ดน้ำตา อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี เธอเห็นลูกศิษย์ทุกคนเป็นเหมือนลูกแท้ ๆ ไปแล้ว
“ขอบคุณครับอาจารย์!” เซี่ยหงกับคนอื่นคุกเข่าข้างหนึ่งขอบคุณ
“ลุกขึ้นเถอะ” หลี่หลิงเฟิงเข้าไปประคองทุกคนลุกขึ้น
เซี่ยหงมองซ่งฉางเหอ ยิ้มพูดว่า “ฉางเหอ ความแค้นของนายชำระแล้ว ภาระใจพวกเราก็หมดแล้ว ต้องแยกย้ายกันกลับไปสืบทอดกิจการที่บ้าน นายโตมาบนเขา ต่อจากนี้นายต้องดูแลอาจารย์กับอาจารย์แม่แทนพวกเรานะ ถ้ามีเวลา ก็พาศิษย์น้องเล็กไปเที่ยวบ้านพวกพี่บ้าง”
“ครับ” ซ่งฉางเหอพยักหน้า
“ศิษย์พี่ หนูไม่อยากให้พวกพี่ไปเลย...” หลี่ซู่ซู่กลั้นไม่ไหวแล้ว ร้องไห้น้ำตานองหน้า
ตั้งแต่จำความได้ พวกศิษย์พี่ก็ทยอยขึ้นเขามา อยู่เป็นเพื่อนเล่นเพื่อนฝึกยุทธ์ ไปเที่ยวด้วยกัน ผูกพันเหมือนพี่น้องแท้ ๆ
ตอนนี้พี่ชายสี่คนที่ดีกับเธอที่สุดจะลงเขาไปพร้อมกัน เธอจะทนรับไหวได้ยังไง
พอเธอร้องไห้ ว่านซูอวี่ก็พลอยร้องตามไปด้วย
พวกเซี่ยหงใจหายวาบ จ้าวฮุยที่อายุน้อยที่สุดถึงกับกลั้นไม่อยู่ กอดว่านซูอวี่ร้องไห้โฮ
หลี่หลิงเฟิงมองทุกคนที่กอดคอกันร้องไห้ ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“ร้องไปเถอะ สมัยพวกศิษย์พี่รุ่นก่อนแยกย้ายกัน ร้องหนักกว่านี้อีก” หวงฉู่อวี้เช็ดน้ำตา อดหัวเราะไม่ได้
…
ภาพตัดมาที่โรงฝึกทั้งหลังประดับประดาด้วยสีแดง ติดตัวอักษรมงคลไปทั่ว หน้าประตูแขวนโคมแดง
โจวเยี่ยนมองหาไปรอบ ๆ เห็นเวลาบนกำแพง: 1930.5.16
สามปีให้หลังจากเหตุการณ์ปราบโจรครั้งนั้น
หลี่หลิงเฟิงสวมชุดยาวสีน้ำเงินเข้ม หวงฉู่อวี้สวมกี่เพ้าสีดำ ยิ้มแย้มต้อนรับแขกเหรื่อ
เซี่ยหง ลู่เฟยหยาง เกาหย่วน จ้าวฮุย มากันครบ ทักทายอาจารย์กับอาจารย์แม่เสร็จ ก็เข้าไปรุมล้อมเจ้าบ่าวซ่งฉางเหอ
เกาหย่วนใส่สูทสากล หวีผมเรียบแปล้ มองซ่งฉางเหอในชุดเจ้าบ่าว ยิ้มแซวว่า “ศิษย์น้อง นายแต่งงานกับศิษย์น้องเล็กจนได้สินะ!”
ลู่เฟยหยางเริ่มลงพุงนิดหน่อย แต่ยังดูบึกบึน ยิ้มซื่อ ๆ บอกว่า “ฉันดูออกตั้งนานแล้วว่าศิษย์น้องเล็กคิดไม่ซื่อกับฉางเหอ แอบเก็บซาลาเปาไว้ให้ด้วย”
“ฉางเหอกับศิษย์น้องเล็กเหมาะสมกันยังกะกิ่งทองใบหยก สวรรค์สร้างมาคู่กันแท้ ๆ” เซี่ยหงช่วยจัดปกเสื้อให้ซ่งฉางเหอ วางมือขวาบนไหล่เขาเบา ๆ ยิ้มพูดว่า “ฉางเหอ นายต้องดูแลซู่ซู่ให้ดีนะ น้องสาวคนนี้พี่เห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ถ้านายกล้าทำให้น้องเสียใจ พี่ไม่ปล่อยนายไว้แน่!”
“ใช่! น้องสาวแท้ ๆ ของพวกเราเหมือนกัน!” จ้าวฮุยสำทับ
“ศิษย์พี่วางใจได้เลยครับ ผมจะดูแลซู่ซู่ให้ดีที่สุด จะดูแลอาจารย์กับอาจารย์แม่เป็นอย่างดี” ซ่งฉางเหอประสานมือ รับปากอย่างจริงจัง
“ดี! ได้ยินแบบนี้พี่ก็วางใจ” เซี่ยหงยิ้มพยักหน้า
“เชิญศิษย์พี่ข้างในครับ นั่งคุยกันตามสบาย” ซ่งฉางเหอต้อนรับทุกคนเข้าไปนั่งในลานบ้านอย่างดีใจ
“ศิษย์พี่ใหญ่ ลูกสาวพี่เดินได้แล้วใช่ไหม? พี่สะใภ้ท้องอีกแล้วเหรอ?”
“บ้านฉันเพิ่งจะท้องอ่อน ๆ เกาหย่วนนู่นสามปีลูกสอง ได้ข่าวว่าเมียท้องอีกแล้วนี่?”
“เกาหย่วน วัน ๆ นายไม่ทำอะไร ปั๊มแต่ลูกหรือไง?” ลู่เฟยหยางมองเกาหย่วนอย่างอึ้ง ๆ
“ศิษย์พี่รอง อย่ามาว่าผมเลย ได้ข่าวว่าพ่อพี่กะจะหาเมียน้อยให้พี่อีกสามคนรึ? สงสัยกะให้พี่ปั๊มลูกสักสิบแปดคนมั้ง” เกาหย่วนกวาดเมล็ดฟักทองมาหนึ่งกำ มองลู่เฟยหยางแล้วหัวเราะ
ลู่เฟยหยางส่ายหัวดิก หันไปมองข้างหลังแวบหนึ่ง กระซิบเสียงเบา “อย่าพูดไป วันก่อนพ่อฉันพูดเรื่องนี้ โดนเมียฉันซ้อมน่วม ไม่กล้ามานั่งกินข้าวโต๊ะเดียวด้วยตั้งสามวัน”
ทุกคนอึ้งไปนิด แล้วก็ระเบิดหัวเราะออกมา
“อะไรกัน? บ้านพี่พ่อพูดไม่เป็นคำสั่งเหรอ เมียพี่เป็นใหญ่สุดรึไง?” เกาหย่วนหัวเราะ “โหดขนาดนั้นเชียว?”
ลู่เฟยหยางผายมือ “นายคงไม่รู้ พ่อตาฉันเพิ่งได้เลื่อนยศเป็นผู้การกองกำลังป้องกัน เมียฉันยิงปืนแม่นฉิบหาย สิบเมตรไม่ต้องเล็ง ยิงแอปเปิลร่วงลูกต่อลูก ไม่ได้โม้นะ บ้านฉันไม่มีใครสู้หล่อนได้สักคน”
ทุกคนฟังแล้วพากันสูดปาก
เกาหย่วนหันไปมองจ้าวฮุย “ฮุยจื่อ แล้วนายล่ะ? ไอ้ลูกเต่าที่ตามจีบลูกสาวเจ้าของคณะงิ้วน่ะ สำเร็จยัง? สามปีมานี้เสียเหรียญเงินไปไม่ต่ำกว่าพันนึงแล้วมั้ง? เงินขนาดนั้นแต่งสาวชาวบ้านดี ๆ ได้สองสามคนแล้วนะ นายคงไม่ใช่ว่ามือยังไม่ได้จับหรอกนะ?”
จ้าวฮุยหน้าแดง ตอบอ้อมแอ้ม “ใกล้แล้วล่ะ หงหงเธอไม่เหมือนคนอื่น เธอเป็นสาวหัวโบราณ รักนวลสงวนตัว”
“ไม่เหมือนกับผีสิ! ลูกชายนายอำเภอสนิทกับเพื่อนฉัน เขาบอกว่าคราวก่อนคณะงิ้วไปเล่นที่บ้านเขา ยัยหงหงนั่นอ่อยเขาเอง คืนนั้นก็นอนด้วยกันเลย” เกาหย่วนกลอกตาใส่ พูดเตือนสติ “ผู้หญิงที่นายตัดใจไม่ได้ คนอื่นเขาเจาะไข่แดงไปนานแล้ว นายมัวแต่นอนร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่บ้าน เขานอนเหงื่อท่วมตัวกันทุกวัน”
“เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้! หงหงไม่ใช่คนแบบนั้น!” จ้าวฮุยหน้าแดงเถือก รับไม่ได้อย่างแรง
“เพื่อนฉันยังบอกอีกว่า เพราะท้องลูกหลานนายอำเภอ หล่อนกำลังจะได้แต่งเข้าบ้านนายอำเภอแล้ว แต่ก็นะ ได้เป็นแค่เมียน้อย” เกาหย่วนถอนหายใจ มองเขาแล้วพูดแทงใจดำ “เขาท้องโย้แล้ว นายยังทำใจไม่ได้อีก นายลองบอกมาซิว่าเจอหล่อนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ยังเห็นหล่อนขึ้นเวทีอยู่ไหม?”
จ้าวฮุยอ้าปากค้าง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงหุบลง ส่ายหน้า “ไม่เจอมาสามเดือนแล้ว ไม่เห็นขึ้นเวทีเลยด้วย”
“พอเถอะ ผู้หญิงพรรค์นั้นไม่คู่ควรกับนายหรอก” เกาหย่วนตบไหล่เขา ยิ้มบอกว่า “เดี๋ยวให้พี่สะใภ้แนะนำหลานสาวห่าง ๆ ให้ สาวบ้านดีมีตระกูล หน้าตาก็สะสวย ต่อไปนายก็เรียกฉันว่าลุงเขยก็พอ”
“ลุงเขย ลุงดีที่สุดเลย ไม่เสียแรงที่ผมนอนกับลุงมาสิบปี...” จ้าวฮุยโผกอดเกาหย่วนร้องไห้
“พอ ๆ ๆ งานแต่งฉางเหอกับซู่ซู่ อย่ามาขายขี้หน้าแถวนี้” เกาหย่วนผลักเขาออก สีหน้ารังเกียจ
คนรอบข้างยิ่งขำกันใหญ่
“ศิษย์พี่! กลับมากันแล้วเหรอ!” ว่านซูอวี่วิ่งเข้ามา สามปีไม่เจอกัน ไอ้เด็กกะโปโลในวันนั้นโตเป็นหนุ่มแล้ว ตัวสูงผอม ดูมีความเป็นบัณฑิต
“ซูอวี่สูงขึ้นอีกแล้วนะ” เซี่ยหงมองว่านซูอวี่ ยิ้มบอก “พี่เอาหนังสือมาฝากลังนึง วางไว้ที่หอพักแล้ว”
“พี่ก็เอามาฝากลังนึง” เกาหย่วนดึงเขามาใกล้ ๆ กระซิบว่า “พี่แอบยัด ‘บุปผาในกุณฑีทอง’ ให้เล่มนึง มีภาพประกอบด้วยนะ เวลาอ่านก็แอบ ๆ หน่อยล่ะ”
“หา?” ว่านซูอวี่ทำหน้างง
“พี่เอากระดาษพู่กันมาฝาก ตกลงศิษย์น้องเล็กขึ้นเขามาเรียนยุทธ์หรือมาเรียนหนังสือกันแน่เนี่ย?” ลู่เฟยหยางหัวเราะ
ว่านซูอวี่ยิ้มตอบ “ฝึกยุทธ์เหนื่อย ๆ ผมก็มาอ่านหนังสือ คัดลายมือ ผมมีความสุขดีครับ”
“ดีแล้ว ต่อไปเก่งทั้งบู๊ทั้งบุ๋น จะได้เป็นกำลังสำคัญของชาติ” เซี่ยหงยิ้ม
เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่ได้เจอกันกว่าครึ่งปี คุยกันอย่างออกรส มีความสุขมาก
หลี่ซู่ซู่แต่งตัวอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงคุยกัน จะออกมาทักทายตั้งหลายรอบ แต่โดนแม่สื่อกดตัวไว้
“เจ้าสาวที่ไหนยังไม่เข้าพิธีก็ออกไปรับแขกกันคะ คุณหนูหลี่ นั่งรอดี ๆ เถอะค่ะ” แม่สื่อคลุมผ้าคลุมหน้าให้ ยิ้มบอก
“ลูกหลานชาวยุทธ์ ไม่ถือสาพิธีรีตองพวกนี้หรอก ป้าไม่เข้าใจเลย” หลี่ซู่ซู่โบกมือ แต่ก็ไม่ดิ้นรนจะออกไปแล้ว นั่งรออย่างว่าง่าย
ได้ฤกษ์มงคล
ซ่งฉางเหอกับหลี่ซู่ซู่เข้าพิธีมงคลสมรส ท่ามกลางคำอวยพรของญาติมิตร
เซี่ยหง ลู่เฟยหยาง และศิษย์พี่น้องคนอื่นยืนดูอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม
หลี่ซู่ซู่กับซ่งฉางเหอ พวกเขาเห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย วันนี้เห็นทั้งคู่แต่งงานกัน ก็รู้สึกเหมือนพี่ชายส่งน้องออกเรือน
โจวเยี่ยนมองภาพนี้อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกถึงความงดงามเช่นกัน
ซ่งฉางเหอที่ผ่านเรื่องราวพ่อแม่ถูกฆ่าตายอย่างอนาถในวัยเด็ก หลังจากแก้แค้นสำเร็จ ก็ได้แต่งงานกับศิษย์น้องเล็กที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กในวัยยี่สิบเอ็ดปี ถือว่าได้มีบ้านที่อบอุ่นอีกครั้ง
เทียบกับเมื่อสามปีก่อน ซ่งฉางเหอวันนี้ดูอ่อนโยนขึ้น แววตามีประกายความสุข ไม่ได้ดูแหลมคมดุดันเหมือนแต่ก่อนแล้ว
งานเลี้ยงจบลง ซ่งฉางเหอที่เมาแอ๋เดินโซเซเข้าห้องหอ ประตูค่อย ๆ ปิดลง
“ซู่ซู่...”
“ศิษย์พี่...”
“ศิษย์พี่คะ?”
“ศิษย์พี่!”
“ครอก——ฟี้——”
“บ้าเอ๊ย รอมาทั้งวัน ดันเมาหลับซะได้! น่ารำคาญชะมัด!”
หลี่ซู่ซู่กระชากผ้าคลุมหน้าออก ใบหน้าสวยหวานแฝงความหงุดหงิดปนระอา
โจวเยี่ยน: ?
นึกไม่ถึงเลยว่าคืนเข้าหอของท่านผู้เฒ่าซ่งจะมีเรื่องหน้าแตกแบบนี้ด้วย