- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 255 ศิษย์พี่แท้ ๆ ทำกันแบบนี้เลยเหรอ?
บทที่ 255 ศิษย์พี่แท้ ๆ ทำกันแบบนี้เลยเหรอ?
บทที่ 255 ศิษย์พี่แท้ ๆ ทำกันแบบนี้เลยเหรอ?
ถ้าอนาคตเรียนหนังสือแล้วมีความจำดีแบบนี้ ผลการเรียนไม่มีทางแย่แน่นอน
“ได้จ้ะ เดี๋ยวพี่ห่อกลับมาให้เยอะ ๆ เลย” โจวเยี่ยนยิ้มรับปาก พรุ่งนี้คงต้องเอาปิ่นโตเถาใหญ่ไป ให้ศิษย์พี่เจิ้งช่วยตักกับข้าวให้ทุกอย่าง
โบราณว่าไว้ พ่อครัวไม่ขโมยกิน พืชผลก็ไม่ผลิดอกออกผล
โจวโม่โม่กินน้อย อย่างละคำก็พอแล้ว ถึงเวลาบอกคุณเฉียนไว้ล่วงหน้าหน่อย น่าจะไม่มีปัญหา
ตอนนั้นเอง รถเก๋งคันหนึ่งก็ค่อย ๆ จอดที่หน้าร้านอาหาร
เลขาเสี่ยวหวังลงจากที่นั่งข้างคนขับ เดินยิ้มเข้ามาในร้าน “เถ้าแก่โจวครับ งานเลี้ยงขอบคุณการรับญาติพรุ่งนี้ เพื่อขอบคุณที่พวกคุณช่วยเหลือ ประธานเฉียนเรียนเชิญพวกคุณทั้งครอบครัวไปร่วมงานครับ นี่บัตรเชิญ หวังว่าพวกคุณจะให้เกียรติไปร่วมงานนะครับ”
“ทั้งครอบครัว?” โจวเยี่ยนรับบัตรเชิญมาดู ข้างในเขียนว่า ‘เรียนเชิญครอบครัวโจวเยี่ยน’ จริง ๆ ด้วย เขาพยักหน้ายิ้ม “ได้ครับ ขอบคุณคุณเฉียนที่เชิญ พรุ่งนี้พวกเราไปแน่นอนครับ”
“ครับ งั้นผมขอกลับก่อนนะครับ” เสี่ยวหวังพยักหน้า หันหลังเดินกลับไป
“คราวนี้ไม่ต้องห่อกลับแล้ว ไปกินด้วยกันทั้งบ้านเลย” โจวเยี่ยนยิ้มพลางแกว่งบัตรเชิญในมือ เฉียนซือหย่วนนี่รอบคอบจริง ๆ เชิญทั้งครอบครัวเลย
“เย้!~ โม่โม่จะได้ไปกินเลี้ยงแล้ว!” โจวโม่โม่กำปั้นน้อย ๆ สองข้างชูขึ้นเหนือหัวอย่างดีใจ เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “เกอเกอ เราไปกันตอนนี้เลยไหมคะ? หนูจะไปเปลี่ยนชุดสวย ๆ!”
“พรุ่งนี้จ้ะ” โจวเยี่ยนจิ้มหน้าผากเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี่นอกจากเรื่องกินแล้ว ฟังอะไรแค่ครึ่งเดียวตลอด
“งานเลี้ยงขอบคุณยังอุตส่าห์ส่งบัตรเชิญ เถ้าแก่คนนี้ทำงานละเอียดจริง ๆ” น้าจ้าวรับบัตรเชิญมาดู แจ้งกะทันหันแท้ ๆ แต่บัตรเชิญยังเขียนเป็นทางการมาก
โจวเยี่ยนยิ้มพูด “งั้นพรุ่งนี้เช้า แม่กับโม่โม่ก็ไปพร้อมพวกผมเลยนะครับ”
“ได้สิ ยังไงก็ว่างอยู่แล้ว ไปกินเลี้ยงก็ดีเหมือนกัน” น้าจ้าวพยักหน้า วางบัตรเชิญลงแล้วถามโจวเยี่ยน “แล้วเราต้องใส่ซองไหม?”
“เขาเป็นเถ้าแก่บริษัทใหญ่โตจากเมืองนอก จัดงานขอบคุณคงไม่รับซองหรอกครับ” โจวเยี่ยนยิ้ม “แม่ไปสบายใจเถอะ เดี๋ยวผมเตรียมซองแดงไว้ ถ้าคนอื่นใส่ซองกัน เราค่อยใส่ตาม”
เรื่องงานเลี้ยงขอบคุณเป็นอันตกลง ดูท่าเฉียนซือหย่วนคงตั้งใจรอคิวอาจารย์ของเขา
เงินก้อนนี้ตั้งใจจะให้เขาได้นั่นแหละ
ห้าสิบโต๊ะ คิดโต๊ะละสามหยวน ก็ร้อยห้าสิบหยวนแล้ว
นั่นแค่ราคาพื้นฐานของโต๊ะจีนเก้าชาม แต่งานขอบคุณของเฉียนซือหย่วนสเกลใหญ่กว่า มื้อเย็นก็กินดีกว่านี้ คาดว่าราคาต่อโต๊ะน่าจะสูงกว่านั้นอีก
วิธีตอบแทนบุญคุณของคนรวย ช่างน่าประทับใจเสมอ
…
ตกค่ำ โจวเยี่ยนนั่งจดรายการวัตถุดิบและปริมาณที่จะใช้พรุ่งนี้ สหายเหล่าโจวกำลังดูแลคันเบ็ดที่ไม่ได้ลงน้ำมาหลายวัน ส่วนน้าจ้าวกำลังลองชุดที่จะใส่ไปงานเลี้ยงพรุ่งนี้
โจวโม่โม่เย็นวันนี้เล่นกับเด็ก ๆ ในโรงงานจนหมดแรง ล้างหน้าเช็ดตัว เท้ายังไม่ทันแห้งดี ก็หลับคาอกน้าจ้าวไปแล้ว
“ซานสุ่ย ดูซิฉันใส่ชุดนี้เป็นไงบ้าง?” น้าจ้าวยัดชายเสื้อเชิ้ตลายดอกผ้าเทโทรอน(1)ลงในกางเกงสแล็ค แล้วถามสหายเหล่าโจว
สหายเหล่าโจววางคันเบ็ดในมือลง มองดูอย่างตั้งใจ พยักหน้า “ใช้ได้ ดูทะมัดทะแมงมีราศี ใส่คู่กับรองเท้าหนัง สวยเลย!”
น้าจ้าวยิ้มพยักหน้า “ดี งั้นพรุ่งนี้ฉันใส่ชุดนี้ แล้วสวมเสื้อนวมบางทับอีกตัว”
โจวเยี่ยนมองสหายเหล่าโจวอย่างทึ่ง ๆ ตอบทุกประโยค แถมพูดจามีหลักการ ไม่ใช่สักแต่ตอบส่ง ๆ ซึ่งเรื่องนี้สำหรับคู่สามีภรรยาที่อยู่กันมานาน ถือว่ารักษาไว้ได้ยากจริง ๆ
น้าจ้าวมองโจวเยี่ยน “โจวเยี่ยน ชุดของลูกแม่ก็เตรียมไว้ให้แล้ว ใส่ชุดใหม่คราวก่อนนะ สองวันนี้ตอนเช้าอากาศเย็นลงเรื่อย ๆ ลูกเอาแจ็คเก็ตลูกฟูกตัวนั้นออกมาใส่ด้วย”
“ได้ครับ” โจวเยี่ยนรับคำ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น โจวเยี่ยนกับสหายเหล่าโจวไปซื้อเนื้อกลับมา พร้อมกับซื้อไก่กระทงมาด้วยตัวหนึ่ง
กลับถึงบ้านฟ้ายังไม่สว่าง สองพ่อลูกจุดไฟเริ่มจัดการหัวหมู
ปริมาณห้าสิบโต๊ะ ต้องเผื่อเวลาหั่นเตรียมไว้เยอะ ๆ แถมจากซูจีไปหลินเจียงตั้งสามสิบลี้ ปั่นจักรยานไปก็เกือบชั่วโมง ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
“พ่อ ไว้สอนผมฆ่าไก่หน่อยสิ” โจวเยี่ยนขูดขนหมูไปพลางพูดกับสหายเหล่าโจวไปพลาง
“วันนึงก็แค่สองสามตัว พ่อจัดการให้ก็ได้ ลูกยุ่งอยู่กับผัดเครื่องราดหน้ากับเนื้อสับไม่ใช่เหรอ” สหายเหล่าโจวตอบส่ง ๆ
“รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามครับ วันหลังถ้าผมจะสอบระดับพ่อครัว พวกนี้เป็นพื้นฐานทั้งนั้น” โจวเยี่ยนบอก
“ได้ งั้นไก่รอบหน้าพ่อรอฆ่าช้าหน่อย ให้ลูกเรียน” สหายเหล่าโจวพยักหน้า
เนื้อพะโล้ที่แช่จนได้ที่ทยอยขึ้นจากหม้อ ในตะกร้าสะพายหลังรองด้วยผ้าขาวบางสองชั้น แล้วเอาเนื้อพะโล้ใส่ลงไป ด้านบนคลุมผ้าขาวบางอีกสองชั้น ปิดท้ายด้วยหมวกฟางใบใหม่ปิดปากตะกร้ากันฝุ่น
เบาะหลังจักรยานโจวเยี่ยนผูกตะกร้าไว้สองใบ ส่วนของสหายเหล่าโจวผูกไว้ข้างเดียว เพื่อให้น้าจ้าวนั่งซ้อนท้ายสะดวก
“ไปกินเลี้ยงกันเล้ย!” โจวโม่โม่นั่งอยู่บนคานหน้าจักรยานขนาด 28 นิ้วของโจวเยี่ยน กำปั้นน้อย ๆ ชูขึ้นตะโกนอย่างร่าเริง
โจวเยี่ยนบอก “พ่อ พ่อนำทางนะ ผมไม่เคยไปหลินเจียง”
“ได้” สหายเหล่าโจวรับคำ ปั่นนำหน้าไป
เขาซื้อวัว ฆ่าวัว ตระเวนไปทั่วทุกตำบลในเจียโจว ในหัวมีแผนที่อยู่แล้ว
ในยุคที่ป้ายบอกทางเป็นของหายาก เขาสามารถอาศัยความจำหาทางไปหมู่บ้านต่าง ๆ ได้
ปั่นมาห้าสิบนาทีก็ถึงตำบลหลินเจียง ยังไม่ทันต้องถามทาง ก็เห็นผู้คนมุงกันอยู่บนถนนข้างหน้า ริมทางตั้งเตาชั่วคราวเรียงเป็นตับ เข่งนึ่งวางซ้อนกันสูงท่วมหัว ดูอลังการงานสร้างทีเดียว
“ตรงนั้นแหละ” โจวเยี่ยนบอกแล้วปั่นจักรยานเข้าไป ก็เจอเจิ้งเฉียงกับอาจารย์กำลังง่วนอยู่กับการผัดเครื่องราดหน้าอยู่หน้าเตาจริง ๆ
ข้าง ๆ มีคนใส่ชุดเชฟยืนล้อมอยู่กลุ่มหนึ่ง มีทั้งรุ่นกลางรุ่นหนุ่ม ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพ่อครัวสำนักข่ง หลายคนหน้าตาคุ้น ๆ
“โจวเยี่ยนมาแล้ว!” เจิ้งเฉียงตาไว ตะโกนบอก
สายตาร้อนแรงหลายคู่พุ่งตรงมาที่โจวเยี่ยนทันที
โจวเยี่ยนได้ลงนิตยสาร ‘การทำอาหารเสฉวน’ แถมเมนูเนื้อต้มเฉียวเจี่ยวที่เขาทำยังได้ขึ้นปก ทำให้เขากลายเป็นดาวเด่นที่น่าจับตามองที่สุดในบรรดาศิษย์รุ่นที่สี่ของสำนักข่ง
นิตยสาร ‘การทำอาหารเสฉวน’ ฉบับนี้ตามแผงในเจียโจวถูกกวาดเกลี้ยง พ่อครัวสำนักข่งมีส่วนช่วยอุดหนุนอย่างมาก
ช่วยไม่ได้ ฉบับของสำนักข่งยังไม่รู้จะได้ลงเมื่อไหร่ แถมคงไม่ได้ขึ้นปกเท่ ๆ แบบนี้แน่
มีศิษย์หลานศิษย์น้องแบบนี้ เอาไปคุยโม้ได้หน้าบานเลยทีเดียว
ยังมีพวกผู้อาวุโสและศิษย์พี่ศิษย์น้องที่คราวก่อนไม่ได้มา ไม่ได้เจอ ต่างก็ยิ่งสงสัยในตัวโจวเยี่ยน เด็กหนุ่มอายุยี่สิบ เรียนทำอาหารไม่ถึงสามปี ก็ได้ขึ้นปกนิตยสารแล้วเหรอ?
อาชีพพ่อครัวต้องอาศัยความขยัน ไม่เคยเชื่อเรื่องอัจฉริยะ
ต่อให้มีพรสวรรค์แค่ไหน ก็ต้องเริ่มเรียนรู้จากทักษะมีด วิธีใช้มีด ซอยเส้น หั่นแผ่น ล้วนต้องอาศัยการฝึกฝน การปรุงรส การคุมไฟ ยิ่งต้องใช้เวลาเรียนรู้ลองผิดลองถูกนานกว่าจะคุมได้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ถ้ามีอัจฉริยะจริง ๆ ใครก็อยากให้เกิดในสำนักข่ง ถ้าเป็นลูกศิษย์ตัวเองยิ่งดีใหญ่
วันนี้โจวเยี่ยนใส่แจ็คเก็ตลูกฟูกที่น้าจ้าวตัดให้ ข้างในเป็นเชิ้ตฝ้ายลินินสีขาว ท่อนล่างใส่กางเกงสแล็ค วันนี้ต้องทำงานเลยไม่ใส่รองเท้าหนัง ใส่รองเท้าเจี่ยฟ่างคู่ใหม่ ดูทะมัดทะแมงและหล่อเหลา
คนที่ไม่เคยเจอโจวเยี่ยนตัวจริงแต่เคยเห็นรูปในนิตยสาร ย่อมจำได้แน่นอน
โจวเยี่ยนบีบเบรก จอดจักรยานต่อหน้าทุกคน ยิ้มทักทาย “สวัสดีครับอาจารย์ลุง อาจารย์อา แล้วก็พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน มากันเช้าจังเลยนะครับ”
โจวโม่โม่ส่งเสียงเล็กเสียงน้อยตาม “สวัสดีค่าคุณลุง คุณอา พี่ ๆ ทุกคน~~”
ทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่บนคานหน้ารถ ใส่เสื้อหนังตัวจิ๋ว ถักเปียสองข้าง ใส่รองเท้าหัวเสือ แก้มยุ้ยน่าหยิก เครื่องหน้าจิ้มลิ้ม ผิวพรรณผุดผ่องราวกับตุ๊กตาแก้ว พูดจาเสียงอ่อนเสียงหวาน
น่ารักสุด ๆ!
“โอ้!”
“หนูน้อยสวัสดีจ้ะ”
ทุกคนยิ้มตอบรับกันเกรียวกราว
“นี่น้องสาวผมครับ ข้างหลังนั่นพ่อแม่ผม วันนี้ได้รับเชิญจากคุณเฉียนมาร่วมงานเลี้ยงขอบคุณครับ” โจวเยี่ยนแนะนำยิ้ม ๆ พร้อมอธิบายเรื่องที่เฉียนซือหย่วนเชิญ กันคนเข้าใจผิดว่าเขาขนครอบครัวมากินฟรี
“อย่ายืนคุยกันเฉย ๆ รีบมาช่วยขนเนื้อพะโล้ลง แล้วรีบหั่นเร็วเข้า!” เซียวเหล่ยเดินเข้ามาสั่งการยิ้ม ๆ
ทุกคนรับคำ กลุ่มศิษย์รุ่นที่สี่ก็กรูกันเข้ามาช่วยยกตะกร้าลง ยกไปวางข้าง ๆ เตรียมหั่น
วันนี้พ่อครัวเยอะ ทั้งหมดขึ้นตรงต่อเซียวเหล่ย
เขาจัดงานเลี้ยงกลางแจ้งมาเป็นเดือน ไม่เคยเจอทัพใหญ่พรั่งพร้อมขนาดนี้มาก่อน
โจวเยี่ยนเตรียมใจพาพ่อมาเป็นลูกมือ แต่ดูทรงแล้ว แทรกเข้าไปช่วยไม่ได้เลย
น้าจ้าวพาโจวโม่โม่ไปรับลูกอมด้านข้าง โจวเยี่ยนกับสหายเหล่าโจวจอดรถเสร็จ ถึงค่อยเดินกลับมาหน้าเตา
“หั่นครึ่งเก็บครึ่งนะ เนื้อพะโล้นี่ต้องใช้อีกรอบมื้อเย็น! หัวหมูกับเนื้อวัวหั่นหนาเท่าเหรียญทองแดง หูหมูต้องบาง...” อาจารย์เซียวสั่งการทุกคน เสียงเข้มและชัดเจน
“ครับผม!” เหล่าลูกศิษย์หนุ่มรับคำ
“โจวเยี่ยนใช่ไหม ฉันสวี่อวิ้นเหลียง” ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผมหยิกดกดำ สวมชุดเชฟเดินเข้ามาทัก ใบหน้าสี่เหลี่ยมเปื้อนยิ้ม
“อาจารย์ลุงใหญ่ ผมโจวเยี่ยนครับ สวัสดีครับ” โจวเยี่ยนรีบจับมือทักทาย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจออาจารย์ลุงใหญ่สวี่อวิ้นเหลียงท่านนี้ หน้าตาคล้ายเจิ้งเฉียงนิดหน่อย ดูใจดีทีเดียว
“หนุ่มแน่นอนาคตไกลจริง ๆ อายุเพิ่งยี่สิบก็ได้ลงนิตยสาร ‘การทำอาหารเสฉวน’ เดี่ยว ๆ แถมอาหารที่ทำยังได้ขึ้นปก ฝีมือสุดยอดจริง ๆ” สวี่อวิ้นเหลียงมองเขาแล้วเอ่ยชมอย่างซาบซึ้ง
“อาจารย์ลุงชมเกินไปแล้วครับ ต้องบอกว่าผมโชคดีมากกว่า” โจวเยี่ยนรีบถ่อมตัว
“อาหารของพ่อครัววัดกันที่ฝีมือล้วน ๆ อร่อยก็คืออร่อย ไม่มีหรอกโชคดงโชคดีอะไร ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก นายได้ลงนิตยสาร ฉันดีใจจะตาย เป็นเกียรติยศของสำนักข่งเรา” สวี่อวิ้นเหลียงหัวเราะ แล้วเหลือบมองเซียวเหล่ยที่กำลังยุ่งอยู่ข้าง ๆ น้ำเสียงแฝงความหมั่นไส้เล็กน้อย
“มีก็แต่อาจารย์ของนายนี่แหละ อาการหนัก เขียนจดหมายมาอวดไม่พอ ยังอุตส่าห์ส่งนิตยสาร ‘การทำอาหารเสฉวน’ มาให้ฉันเล่มนึง กลัวฉันจะไม่เห็น คั่นหน้าบทสัมภาษณ์นายด้วยที่คั่นหนังสือ ตัดมาจากกล่องเหล้า หนาเท่าครึ่งเล่มนิตยสารได้มั้ง มันน่าหมั่นไส้จริง ๆ!”
โจวเยี่ยนได้ยินแล้วมุมปากกระตุกยิ้ม นึกภาพหน้าตาอาจารย์ตอนยัดกล่องเหล้าใส่นิตยสารออกเลย คงจะฟินน่าดู
ศิษย์พี่แท้ ๆ ทำกันแบบนี้เลยเหรอ?
สวี่อวิ้นเหลียงมองเขาแล้วถามต่อ “อาจารย์นายบอกว่าวันนี้นายยุ่งเรื่องจัดโต๊ะ เลยให้นายทำกับข้าวแทนจานนึง นายกะจะทำอะไรล่ะ?”
“ผมจะทำไก่หิมะครับ” โจวเยี่ยนตอบ
……….……….……….……….
(1) ผ้าเทโทรอน (Tetoron Cotton) เป็นผ้าผสมระหว่างโพลีเอสเตอร์และฝ้าย ในสัดส่วนที่โพลีเอสเตอร์มากกว่า (ส่วนใหญ่เป็น 65% โพลีเอสเตอร์ 35% ฝ้าย)