- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 250 กล่องสุ่มเปิดตำนาน
บทที่ 250 กล่องสุ่มเปิดตำนาน
บทที่ 250 กล่องสุ่มเปิดตำนาน
ไก่หิมะ!
โจวเยี่ยนมองรางวัลภารกิจที่เด้งขึ้นมา ตัวเขาถึงกับตะลึง
นี่มันไก่หิมะที่สูญหายไปของตระกูลหลัวในชิ้นส่วนความทรงจำของข่งชิ่งเฟิงคราวก่อนไม่ใช่เหรอ!
นี่เป็นอาหารจานเด็ดสุดคลาสสิกของอาหารเสฉวน ปกติจะปรากฏบนโต๊ะจีนหรู ๆ เท่านั้น
เมนูนี้ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตระกูลหลัวหรอก แต่ในบรรดาพ่อครัวร้านเล่อหมิงสมัยนั้น ฝีมือการทำไก่หิมะที่สืบทอดกันมาในตระกูลหลัว ทำให้เขายืนหนึ่งในร้านเล่อหมิงมาตลอด เป็นหนึ่งในเมนูแนะนำของร้าน
ตั้งแต่เหล่าหลัวเมาเหล้าแล้วเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เสี่ยวหลัวคนลูกก็สืบทอดวิชาทำไก่หิมะมาไม่ได้ เมนูแนะนำของร้านเล่อหมิงก็เลยหายไปหนึ่งอย่าง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเอากลับมาใส่ในเมนูได้
นึกไม่ถึงเลย!
นึกไม่ถึงว่าเขาจะได้มันมาครอง
โจวเยี่ยนลองคิดดู บางทีอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนความทรงจำของข่งชิ่งเฟิงอยู่บ้าง เพียงแต่มีบางส่วนที่เขาไม่ได้เข้าไป ก็เลยเลือกรางวัลหนึ่งจากความทรงจำนั้นมาให้เขา
ไก่หิมะเนี่ย โจวเยี่ยนไม่เคยกินแบบต้นตำรับหรอก
ตอนเขาเป็นฟู้ดบล็อกเกอร์ เมนูนี้ก็อยู่ในภาวะใกล้สูญหายแล้ว
อาหารเสฉวนที่ไม่เผ็ด ส่วนใหญ่หน้าตาดูแพงจนกินไม่ลงทั้งนั้น
อะไรพวกผักกาดขาวน้ำใส ไก่หิมะ ไก่เต้าหู้ หมูในโถ เป็ดเซียน ...
เน้นเลยว่าร้านอาหารเสฉวนทั่วไปไม่มีให้เห็น ส่วนร้านที่มีคุณก็สู้ราคาไม่ไหว
ก็เพราะเหตุนี้ พ่อครัวอาหารเสฉวนส่วนใหญ่ถึงทำไม่เป็น และไม่มีโอกาสได้ทำ หรืออย่างกรณีเหล่าหลัวที่เสียชีวิตกะทันหัน การสืบทอดก็ค่อย ๆ ขาดหายไป กลายเป็นเมนูชื่อดังที่มีอยู่แค่ในบันทึก
เมนูนี้ ในร้านโจวเอ๋อร์หวาคงไม่มีโอกาสได้ขึ้นเมนูแน่
ยิ่งกว่าปลาไหลเส้นหลินเจียงเสียอีก
คนงานต้องการกินกับข้าวที่น้ำมันถึง รสจัดจ้าน กินกับข้าวอร่อย ราคาแพงกว่าโรงอาหารหน่อยได้ แต่แพงเว่อร์ไม่ได้
ไก่หิมะขึ้นชื่อเรื่อง ‘กินไก่ไม่เห็นไก่’ ‘กินเนื้อไม่เห็นเนื้อ’ เอาเนื้อสัตว์มาทำเป็นเหมือนอาหารเจ เรียกได้ว่าเป็นโมเลกุลาร์แกสโตรโนมี(1)แห่งอาหารเสฉวนเลยทีเดียว
โจวเยี่ยนเคยกินไก่หิมะที่ร้านอาหารส่วนตัวแห่งหนึ่ง จานสีขาวใบใหญ่มีกองไก่หิมะขาวโพลนกองรวมกัน โรยหน้าด้วยแฮมสับละเอียดเล็กน้อย เป็นอาหารที่เจริญตามาก
ตอนนั้นรู้สึกว่ารสชาติก็พอใช้ได้ แต่ราคาแพงไปหน่อย รสสัมผัสสากลิ้นนิด ๆ ไม่นุ่มเนียนละเอียดพอ
พอกลับไปค้นตำราดู ถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นเลย
ไก่หิมะที่ร้านนั้นทำไม่ใช่ของแท้ อย่างน้อยรสชาติก็ไม่เหมือนที่บันทึกไว้ในหนังสือ น่าจะเป็นเพราะฝีมือพ่อครัวยังไม่ถึงขั้น
แต่ต่อให้ทำได้ถึงขั้นแล้ว
เมนูนี้เหมาะจะอยู่บนโต๊ะจีนเท่านั้น ถ้ามาอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ ปีหนึ่งจะมีคนสั่งสักสองหนหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วปกติต้องเตรียมวัตถุดิบไว้ไหมล่ะ?
ขึ้นโต๊ะหรูได้ แต่ขาดกลิ่นอายชาวบ้านร้านตลาดไปหน่อย
แต่โจวเยี่ยนก็แทบจะหุบยิ้มไม่อยู่
ขึ้นเมนูร้านไม่ได้ก็ไม่สำคัญ เพิ่งจะเพิ่มเมนูกับข้าวไปสองอย่าง ลูกค้ายังเห่อกันไม่เลิก ไม่ต้องรีบเลยสักนิด
ถ้าทำไก่หิมะเป็น ก็เท่ากับมีไม้ตายเพิ่มมาอีกอย่าง
วันหน้าไม่ว่าจะสอบวัดระดับพ่อครัว หรือมีโอกาสต้องโชว์ฝีมือ ก็เอาออกมาโชว์ได้ไม่อายใคร
เน้นความหรูหราไฮโซมีระดับ
ภารกิจดีนี่นา!
มีให้รับก็ต้องรับไว้
วันไหนอยากกินไก่ ก็ทำให้คนในครอบครัวกินได้
แค่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเข้าถึงรสชาติหรือเปล่านี่สิ
เฉียนซือหย่วนกับข่งชิ่งเฟิงเริ่มปรึกษากันเรื่องการพบญาติในวันพรุ่งนี้ โจวเยี่ยนลุกขึ้นเติมชาให้พวกเขา แล้วขอตัวกลับเลย
หลังจากนี้เป็นเรื่องในครอบครัว เขาคนนอกไม่ต้องไปยุ่งย่ามด้วยหรอก
“อาจารย์อา งั้นผมกลับพร้อมโจวเยี่ยนเลย ให้คนขับรถไปส่งทีเดียว จะได้ไม่ต้องขับวนไปวนมา” เซียวเหล่ยลุกขึ้นพูด
“เอาสิ” ข่งชิ่งเฟิงพยักหน้า ลุกขึ้นตบไหล่เซียวเหล่ย พูดอย่างปลื้มใจว่า “ลำบากพวกนายศิษย์อาจารย์แล้ว อาจารย์นายนะถ้ารู้ว่านายตามหาหลานให้เขาเจอ คงดีใจตายเลย”
“หลานแท้ ๆ ของอาจารย์ เรื่องที่สมควรทำครับ” เซียวเหล่ยยิ้มรับ วันนี้เขาก็อารมณ์ดีสุด ๆ เหมือนกัน
เฉียนซือหย่วนลุกตาม มองเซียวเหล่ยแล้วพูดว่า “เชฟเซียว วันหลังถ้าจะกลับไปจัดงานเลี้ยงต้อนรับญาติที่บ้านเกิด คงต้องรบกวนพวกคุณศิษย์อาจารย์ช่วยจัดการให้หน่อยนะครับ”
“เรื่องนี้ผมรับปากไม่ได้จริง ๆ ครับ เดือนนี้ผมมีงานแต่งกับงานวันเกิดต้องจัด ถ้าเวลาชนกัน ผมก็ปฏิเสธลูกค้าที่จองไว้แล้วไม่ได้เหมือนกัน ล้วนแต่เป็นงานสำคัญในชีวิตทั้งนั้น” เซียวเหล่ยยิ้มตอบ “แต่ตระกูลข่งเรามียอดฝีมือเยอะแยะ มีอาจารย์อาและพี่น้องร่วมสำนักอยู่ จัดงานเลี้ยงแค่นี้ไม่ต้องห่วงเลยครับ เรื่องจิ๊บจ๊อย”
“พูดผิดแล้ว จัดโต๊ะจีนต้องนายสิ ให้ฉันไปจัดงานกลางทุ่งนาฉันก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน ขนาดซึ้งนึ่งยังไม่รู้จะไปหาที่ไหนให้นายเลย” ข่งชิ่งเฟิงส่ายหน้า ยิ้มพลางพูดว่า “นายมีประสบการณ์ ถึงตอนนั้นก็ดูเวลาของนายเป็นหลักแล้วกัน งานเลี้ยงต้อนรับญาติไม่ต้องดูฤกษ์ยามเคร่งครัด น่าจะไม่มีปัญหา”
“ได้ครับ” เซียวเหล่ยพยักหน้า
“เชฟเสี่ยวโจว ขอบคุณที่ช่วยเหลือนะครับ ไว้ธุระเสร็จเรียบร้อย ผมจะไปขอบคุณถึงที่อีกที” เฉียนซือหย่วนจับมือโจวเยี่ยนแล้วกล่าวขอบคุณอีกครั้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะโจวเยี่ยนเพียรพยายามสอบถาม และวิเคราะห์จนรู้ว่าเป็นเมนูปลาไหลเส้นหลินเจียง แถมยังไปตามเซียวเหล่ยมาทำกับข้าวให้กิน พาไปหาคนที่หลินเจียง ทริปตามหาญาติครั้งนี้คงจบลงแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาซาบซึ้งใจสองศิษย์อาจารย์เซียวเหล่ยกับโจวเยี่ยนเหลือเกิน
“คุณเฉียนเกรงใจเกินไปแล้วครับ จะว่าไปคุณเป็นหลานอาจารย์ปู่รอง ก็เท่ากับเป็นญาติผู้ใหญ่ของผม เป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้วครับ” โจวเยี่ยนรีบตอบ
ตอนนี้เขารู้สึกว่าอาจารย์ฉลาดจริง ๆ
เมื่อวานถ้ารับเงินปึกนั้นไป วันนี้คงทำตัวไม่ถูกแน่
รับเงินแค่ร้อยหยวน ต่อไปในสำนักข่งคงเงยหน้าไม่ขึ้น
ตอนนี้แหละดีแล้ว ประธานเฉียนตามหาญาติสำเร็จ เขาได้รางวัลจากระบบ แถมยังได้บุญคุณกับประธานเฉียนอีก
จะบอกว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ก็ดูจะตีซี้ไปหน่อย เพราะขนาดลูกชายลูกสาวแท้ ๆ ของอาจารย์ปู่เขายังไม่เคยเจอเลย
“พูดถูกครับ คนกันเองทั้งนั้น” เฉียนซือหย่วนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง หันไปบอกเสี่ยวหวังที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เสี่ยวหวัง ส่งเชฟเซียวกับเชฟเสี่ยวโจวออกไป แล้วให้คนขับรถไปส่งพวกเขาที่ซูจีนะ”
“ได้ครับท่านประธาน” เสี่ยวหวังรับคำ แล้วพาเซียวเหล่ยกับโจวเยี่ยนไปขึ้นรถ
“เฮ้อ—”
พอขึ้นรถ สองศิษย์อาจารย์ก็ถอนหายใจยาวพร้อมกัน
ทั้งคู่มองหน้ากัน แล้วก็หัวเราะออกมา
“อาจารย์ อาจารย์นี่ฉลาดจริง ๆ เมื่อวานถ้ารับเงินไป วันหลังเวลากินข้าวรวมญาติสำนักข่ง เราคงต้องไปนั่งยอง ๆ กินหน้าประตูแน่” โจวเยี่ยนพูดขำ ๆ
เซียวเหล่ยก็หัวเราะ “อาจารย์โจวก็ไม่ธรรมดาหรอก อ้อมไปตั้งไกลยังอุตส่าห์ถามจนรู้ว่าเป็นปลาไหลเส้นหลินเจียง คราวนี้ถ้าเขาพลาดไป ชาตินี้อาจจะหาไม่เจออีกเลยก็ได้”
“นี่แสดงว่า เบื้องบนกำหนดมาแล้วว่าต้องให้เขาหาเจอ” โจวเยี่ยนพูดอย่างซาบซึ้ง “คุณข่งซือหมิ่นคงอยากกลับบ้านเกิดแน่ ๆ ท่านอาจจะช่วยชี้ทางให้เขาก็ได้”
เซียวเหล่ยก็ถอนใจ “ฉันว่าชื่อนี้คุ้น ๆ ตอนนี้นึกออกแล้ว อาจารย์เคยเมาแล้วพูดถึง บอกว่าพี่สาวคนนี้ดีกับเขาที่สุดในโลก เมื่อก่อนชอบมาช่วยงานในครัว บางทีก็แอบช่วยหั่นผัก ทำให้เขาโดนพ่อด่าน้อยลงไปเยอะ ทุกครั้งที่พูดถึง แกจะร้องไห้ เศร้าแล้วก็เสียดาย
ฉันก็ไม่กล้าถามมาก นึกว่าพี่สาวแกตายตั้งแต่เด็ก ไม่นึกว่าจะโดนลักพาตัวไป ดีที่ไปเจอคนใจดี ได้ไปเสวยสุขที่อเมริกาตั้งหลายสิบปี รอดพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้พอดี
ถ้าอาจารย์ฉันรู้เรื่องนี้ แกต้องดีใจแน่ ๆ วันนี้คงต้องดื่มเพิ่มอีกสองจอก”
“อาจารย์ รู้จักไก่หิมะไหมครับ?” โจวเยี่ยนเปลี่ยนเรื่องคุย
“รู้จักสิ เมื่อก่อนตอนอบรมที่หรงเล่อหยวน เคยเห็นปู่จางทำให้ผู้นำทานครั้งหนึ่ง ใส่จานกองเป็นหย่อม ๆ ดูเหมือนกอง ‘หิมะ’ ขาวสะอาดจริง ๆ สวยมาก แต่ไม่เคยชิมหรอก” เซียวเหล่ยตอบ
“เขาว่ากันว่าสมัยก่อนเมนูแนะนำของร้านเล่อหมิงก็มีไก่หิมะ เป็นวิชาประจำตระกูลหลัว ตอนเหล่าหลัวยังหนุ่ม พ่อเขาเมาตาย ตัวเขาเองเรียนมาไม่ครบ สืบทอดวิชาไม่ได้ อาหารตระกูลหลัวเลยขาดผู้สืบทอด ร้านเล่อหมิงก็ไม่มีไก่หิมะอีกเลย
สองปีมานี้หลัวฮั่นอยากไปอบรมที่หรงเล่อหยวนมาตลอด ก็เพราะอยากไปเรียนทำไก่หิมะนี่แหละ เขาไม่รู้หรอกว่า ต่อให้ไปอบรม ก็ใช่ว่าจะได้วิชาครบถ้วน เขาสอนก็จริง แต่คนนอกคนในมันต่างกัน จะเอาแรงที่ไหนมาสอนให้ทุกคนเป็นหมด
วิชาฝีมือพวกนี้ ไม่ใช่แค่อบรมไม่กี่เดือนก็ทำเป็น พ่อเขาสอนมาตั้งกี่ปี ก็ยังไม่เห็นเขาทำเป็นเลย”
เซียวเหล่ยเหลือบมองโจวเยี่ยน “ถามทำไม? หรือว่านายอยากเรียนเมนูนี้? บอกไว้ก่อนนะ ฉันทำไม่เป็น อาจารย์ปู่นายก็ทำไม่เป็น”
โจวเยี่ยนยิ้ม “เปล่าครับ ช่วงก่อนผมเห็นเมนูนี้ในตำราเล่มนั้น รู้สึกว่าน่าสนใจดี คิดว่าวันหลังจะลองแกะสูตรดู เลยถามอาจารย์เฉย ๆ”
เซียวเหล่ยยืดตัวตรงทันที มองเขาแล้วถาม “นายทำออกมาได้แล้วเหรอ?”
“ยังไม่สำเร็จครับ” โจวเยี่ยนหัวเราะ “ลองทำไปสองรอบ รู้สึกยังขาด ๆ เกิน ๆ รสสัมผัสต้องปรับอีก รสชาติก็ต้องแก้”
“ไอ้หนูเอ้ย มีตำรานี่กล้าลองจริงนะ!” เซียวเหล่ยถูมือ “ฉันมีตำราอาหารเก่ากับตำราเรียนอยู่หลายเล่ม นายลองแกะสูตรหมูในโถ เนื้อหัววัว เป็ดเซียนมาด้วยเลยไหม แล้วมาสอนฉันบ้าง?”
“อาจารย์ มาขอพรกับผมหรือไงครับ?” โจวเยี่ยนกลอกตาใส่
เขาแค่เกริ่นไว้ก่อน กลัวว่าคราวหน้าถ้าทำไก่หิมะออกมาได้ จะได้ไม่ต้องมานั่งแต่งเรื่องใหม่อีก
“ไก่หิมะนายน่าจะทำได้จริงเหรอ? ตระกูลหลัวเขามีสูตรนะ หลายปีมานี้เขาลองทำมาตลอด แต่ไก่หิมะที่ทำออกมาได้แค่หน้าตา รสชาติคนละเรื่องเลย” เซียวเหล่ยมองเขาแล้วพูดจริงจัง
“เหล่าหลัวถึงจะไม่ได้กราบอาจารย์ปู่นายเป็นอาจารย์ แต่จริง ๆ แล้วนับว่าเป็นศิษย์คนแรกที่อาจารย์ปู่สอน สมัยก่อนก็เพราะเรื่องพ่อเหล่าหลัวเสียนี่แหละ ที่กระตุ้นอาจารย์ปู่นาย ทำให้ท่านตัดสินใจละทิ้งธรรมเนียมการสืบทอดเฉพาะคนในตระกูล เปิดสอนรับลูกศิษย์อย่างกว้างขวาง ถึงได้มีพวกเราศิษย์พี่ศิษย์น้องสี่คนนี้
เหล่าหลัวเคารพปู่จารย์นายมาก เทศกาลไหนก็ต้องไปเยี่ยมคารวะ ความสัมพันธ์กับพวกเราพี่น้องก็ดีมาก เดือนก่อนยังมาหาฉันที่ซูจีกินเหล้ากัน กอดฉันร้องไห้ บอกว่าตัวเองไร้น้ำยา ทำวิชาตระกูลหลัวขาดตอน ตายไปก็ไม่มีหน้าไปพบพ่อ
วันหน้าถ้านายทำไก่หิมะเป็นจริง ๆ ไม่ต้องสอนฉันหรอก ช่วยชี้แนะเหล่าหลัวหน่อยเถอะ
คนเราก็แบบนี้แหละ ตอนมีโอกาสเรียนไม่ตั้งใจเรียน พอพลาดไป ก็ติดอยู่ตรงนั้นไปตลอดชีวิต”
……….……….……….……….
(1) โมเลกุลาร์แกสโตรโนมี (Molecular Gastronomy) คือศาสตร์การทำอาหารที่นำเอา ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (เคมีและฟิสิกส์) มาประยุกต์ใช้ในการปรุงอาหาร เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง รูปร่าง และรสสัมผัสของวัตถุดิบให้เกิดความแปลกใหม่ น่าตื่นเต้น และแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง