- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 225 ใครจะไปต้านไหว!
บทที่ 225 ใครจะไปต้านไหว!
บทที่ 225 ใครจะไปต้านไหว!
“ได้จ้ะ เดี๋ยวพาไปเที่ยว” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า
ทางด้านสหายเหล่าโจวก็หยิบเบาะรองนั่งประจำตำแหน่งของเธอมา มัดเข้ากับคานหน้าอย่างรวดเร็ว กลัวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนจะลำบากระหว่างทาง
น้าจ้าวเอากระติกน้ำสีเขียวทหารวางลงในตะกร้าหน้ารถ กำชับโจวโม่โม่ว่า “เข้าเมืองห้ามวิ่งซนนะลูก จูงมือพี่ชายไว้ดี ๆ ถ้าโดนคนเลวจับไป ชาตินี้อดกินกับข้าวฝีมือพี่ชายนะจะบอกให้”
โจวโม่โม่พยักหน้าหงึก ๆ พอได้ยินว่าจะอดกินกับข้าวฝีมือพี่ชาย ตาก็เบิกโพลง รีบคว้ามือโจวเยี่ยนหมับ “เกอเกอ! ต้องจับหนูให้แน่น ๆ นะ”
“ได้เลย วางใจได้” โจวเยี่ยนยิ้มรับปาก
“อย่าลืมให้กินน้ำนะ แล้วก็อย่าซื้อขนมให้กินเยอะ เดี๋ยวตอนเย็นกินข้าวไม่ลง” จ้าวเถี่ยอิงหันมากำชับโจวเยี่ยนอีกรอบ
“ครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า ก้มตัวอุ้มโจวโม่โม่วางบนเบาะที่สหายเหล่าโจวมัดไว้ให้ แล้วเข็นจักรยานออกจากบ้าน
พอออกจากบ้าน โจวโม่โม่ก็เริ่มเจื้อยแจ้วทันที
“เกอเกอ ดูเรือลำนั้นสิ ใหญ่จังเลย!”
“เกอเกอ ดูมอเตอร์ไซค์คันนั้นสิ ดังปุเลง ๆ ตลกจัง”
“เกอเกอ หนูชอบให้เกอเกอพามาเที่ยวจังเลย ซื้อไอติมแท่งกินได้ไหมคะ?”
โจวเยี่ยนปฏิเสธเสียงเรียบ “ไม่ได้”
เจ้าตัวเล็กนี่ลูกไม้เยอะจริง ๆ ยังไม่ออกพ้นซูจีเลย ก็ร้องจะกินไอติมซะแล้ว
เช้าเย็นใส่เสื้อนวมลายดอกแล้วแท้ ๆ ยังจะกินของเย็นอีก
“เฮ้อ” โจวโม่โม่ถอนหายใจ พูดเสียงอ่อย “ถึงเกอเกอจะขี้งกไปหน่อย แต่หนูยกโทษให้ก็ได้”
“งั้นพี่ควรต้องขอโทษเราไหมเนี่ย?” โจวเยี่ยนกลั้นขำ
“ไม่เป็นไรค่ะ” เจ้าตัวเล็กเอียงหัวซบแขนเขาเบา ๆ เหมือนขนมเยลลี่นุ่มนิ่ม “เพราะหนูรักเกอเกอไงคะ”
“ซื้อ! ซื้อร้อยแท่งเลย!” โจวเยี่ยนใจสั่นระรัว เกือบขาดสติ
เจ้าตัวเล็กน่ารักเกินไปแล้ว ฮีลใจสุด ๆ
ใครจะไปต้านไหว!
อย่าว่าแต่ไอติมเลย พระจันทร์ก็อยากจะสอยมาให้
“ไอติมกินไม่ได้ เดี๋ยวเข้าเมืองพี่ซื้อของเล่นให้นะ” โจวเยี่ยนพูดเสียงอ่อนโยน
“หนูไม่เอาของขวัญ หนูอยากซื้อหมวกสวย ๆ ให้ย่าได้ไหมคะ?” โจวโม่โม่หันมามองโจวเยี่ยน “ต้องเป็นหมวกสวย ๆ นะ”
“ทำไมถึงอยากซื้อหมวกให้ย่าล่ะ?” โจวเยี่ยนมองเธออย่างแปลกใจ
เจ้าตัวเล็กทำหน้าจริงจัง “หมวกย่าปะตั้งหลายรอบแล้วก็ไม่ยอมทิ้ง หนูอยากซื้อหมวกสวย ๆ ให้ย่า หน้าหนาวย่าจะได้มีหมวกสวย ๆ ใส่ หูจะได้ไม่เย็นไงคะ”
โจวเยี่ยนมองสีหน้าคาดหวังของน้องสาว ยิ้มพยักหน้า “ได้ งั้นเดี๋ยวเธอเลือกให้ย่านะ”
“อื้ม ๆ” โจวโม่โม่พยักหน้า ยิ้มกว้างอย่างดีใจ
เจ้าตัวเล็กนี่รู้ความจริง ๆ สมเป็นเสื้อนวมตัวน้อย (ลูกสาวที่น่ารักอบอุ่น) มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงรัก
เวลาไปเยี่ยมคุณย่า เขาคิดแต่จะเอาเหล้าไปฝาก เอาพะโล้ คากิไปเป็นกับแกล้ม
หาเงินได้ก็ไม่ทันคิดจะซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ให้แก สู้โจวโม่โม่ไม่ได้เลย
เจ้าตัวเล็กนี่ยอมสละของเล่นตัวเองเพื่อแลกหมวกให้ย่าเลยนะ
โจวเยี่ยนขี่ไม่เร็ว คอยหลบหลุมบ่อตลอดทาง เพื่อให้น้องนั่งสบาย
ถึงเจียโจว ก็ตรงไปที่แผงหนังสือ
ตระเวนหาตั้งสี่ร้าน ถึงจะรวบรวมนิตยสาร ‘การทำอาหารเสฉวน’ ได้ครบห้าเล่ม
เจ้าของแผงหนังสือรับเงินจากมือโจวเยี่ยน บ่นพึมพำอย่างสงสัย “แปลกแฮะ ทำไมสองวันนี้คนมาซื้อนิตยสารเล่มนี้เยอะจัง?”
โจวเยี่ยนเก็บนิตยสารใส่ย่ามผ้า หมุนเปิดกระติกน้ำส่งให้โจวโม่โม่ ถามว่า “ขายดีขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
“นั่นสิ ปกติขายเป็นเดือนกว่าจะหมด งวดนี้รับมาสิบห้าเล่ม สี่วันเกลี้ยง เมื่อวานมีน้องผู้หญิงสวย ๆ คนหนึ่ง เหมาไปทีเดียวสิบเล่ม ไม่รู้ซื้อไปทำอะไรนักหนา” เจ้าของร้านเดาะลิ้นทึ่ง ๆ “สงสัยเดือนหน้าต้องสั่งเพิ่ม”
“ผมแนะนำว่าสั่งเท่าเดิมดีกว่าครับ” โจวเยี่ยนยิ้ม
น้องผู้หญิงสวย ๆ เมื่อวานน่าจะเป็นต้วนอวี่เยียน
กระแสแบบนี้มันไม่ยั่งยืน ขืนเถ้าแก่สั่งมาเพิ่มสุ่มสี่สุ่มห้า เผลอ ๆ เล่มหน้าจะขายไม่ออก ขาดทุนกำไรของรอบนี้ไปซะเปล่า ๆ
ซื้อนิตยสารเสร็จ โจวเยี่ยนก็พาโจวโม่โม่ไปเลือกหมวกที่ห้างสรรพสินค้า
โจวโม่โม่ขี่คอโจวเยี่ยน มองซ้ายมองขวาอย่างตั้งใจ จู่ ๆ ก็ชี้ไปข้างหน้า “เกอเกอ ดูหมวกที่มีดอกไม้ตรงนั้นสิ สวยจัง!”
โจวเยี่ยนมองตามนิ้วน้องสาว บนชั้นวางมีหมวกไหมพรมปีกแคบสีม่วงเผือก ด้านข้างเย็บติดดอกไม้ผ้ากำมะหยี่ ดูสวยดีเหมือนกัน ถ้าคุณย่าใส่ น่าจะดูสง่า
วันธรรมดา ลูกค้าในห้างไม่เยอะ
โจวเยี่ยนหน้าตาหล่อเหลา โจวโม่โม่ก็น่ารักน่าเอ็นดู พนักงานขายหลังเคาน์เตอร์มองเธอแล้วยิ้มถาม “หนูน้อย มาเลือกหมวกให้ใครจ๊ะ?”
“คุณน้าคะ หนูเลือกหมวกให้ย่าค่ะ” โจวโม่โม่ตอบเสียงใส ชี้ไปที่หมวกใบที่เล็งไว้ “ขอดูใบนั้นหน่อยได้ไหมคะ?”
“ได้สิจ๊ะ” พนักงานขายใช้ไม้สอยเกี่ยวหมวกลงมา ยิ้มส่งให้โจวโม่โม่ “ตาถึงนะเรา นี่หมวกทรงผู้ดีรุ่นใหม่ ทอเครื่อง แน่นปึก ลมหนาวเข้าไม่ได้เลย ข้างในบุขนกระต่ายด้วย นุ่มฟู ใส่สบายอุ่นด้วย เหมาะกับผู้ใหญ่มากจ้ะ”
โจวเยี่ยนยกลงจากบ่า อุ้มไว้ในอ้อมแขน
เจ้าตัวเล็กถือหมวกพลิกซ้ายพลิกขวา รู้จักพลิกดูข้างในด้วย ตาลุกวาว ร้องอย่างตื่นเต้น “พี่ดูสิ ขนกระต่ายจริง ๆ ด้วย!”
ข้างในบุขนสัตว์ชั้นหนึ่งจริง ๆ สัมผัสลื่นมือ ขนกระต่ายแท้
พนักงานขายพูดจริงไม่จกตา หมวกงานดีมาก ถักเองไม่มีทางได้แบบนี้ ทรงก็สวย
คุณย่าใส่ใบนี้ รับรองเป็นคุณย่าที่เปรี้ยวที่สุดในหมู่บ้าน
“งั้นซื้อใบนี้ให้ย่าเนอะ?” โจวเยี่ยนยิ้มถาม
“อื้ม ๆ เอาใบนี้!” โจวโม่โม่พยักหน้า
“น้าครับ ใบนี้เท่าไหร่ครับ?” โจวเยี่ยนยิ้มถาม
“ใบนี้บุขนด้วย แปดหยวนสองเหมาจ้ะ” พนักงานขายบอก
“แพงจัง!” โจวโม่โม่ร้อง ดูหมวกในมือ แล้วมองหน้าโจวเยี่ยน สีหน้าลังเล
“ตกลงครับ เอาใบนี้แหละ” โจวเยี่ยนบอกยิ้ม ๆ
ยุคนี้สินค้าอุตสาหกรรมแพงที่สุด เพราะสินค้าหลายอย่างยังผลิตจำนวนมากไม่ได้ ของหายากราคาก็ย่อมแพง
แต่ยุคหลัง พอผักผลไม้ปลูกกันเกลื่อนเมือง จีนกลายเป็นปีศาจแห่งอุตสาหกรรม ผักปลอดสารเคมีในชนบท ไก่บ้านหมูหลุมที่ไม่ได้กินหัวอาหาร และงานฝีมือที่สืบทอดกันมา กลับกลายเป็นของหายาก ราคาพุ่งสูงลิบ
วัฏจักรที่น่าสนใจจริง ๆ
“จริงเหรอคะ?” โจวโม่โม่ถามอย่างไม่แน่ใจ
“จริงสิ สวยแถมอุ่นด้วย ยิ่งโม่โม่เลือกเอง ย่าต้องชอบแน่ ๆ” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า สมกับเป็นยอดนักขาย ตัวแค่นี้รู้จักคำว่าแพงแล้ว
“เกอเกอใจดีจัง!” โจวโม่โม่ซึ้งใจ “งั้นถือว่าเราช่วยกันซื้อให้ย่านะคะ?”
“ได้จ้ะ” โจวเยี่ยนยิ้มพยักหน้า
จ่ายเงินเสร็จ โจวเยี่ยนเก็บหมวกใส่ย่ามอย่างระมัดระวัง จูงมือโจวโม่โม่ไปซื้อกรอบรูปขนาดต่าง ๆ อีกห้าอัน
อันหนึ่งใส่รูปถ่ายรวมครอบครัว อันหนึ่งใส่รูปวาดโจวโม่โม่ที่จะให้ต้วนอวี่เยียน อีกสองอันไว้ใส่นิตยสาร
หน้าปกอันหนึ่ง บทสัมภาษณ์สองหน้านั้นตัดออกมาใส่กรอบ ตั้งโชว์หน้าร้านสักพัก วันหลังค่อยแขวนผนังประดับร้าน
นิตยสาร ‘การทำอาหารเสฉวน’ การันตีทั้งที ต้องใช้ให้คุ้ม!
โจวเยี่ยนไม่อายหรอก เรื่องราวเนื้อต้มเฉียวเจี่ยวพอมีนิตยสารมืออาชีพมารับรอง ก็ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาทันตา
อีกอันโจวเยี่ยนเก็บไว้ คราวหน้าถ้าเซี่ยเหยาส่งรูปวาดมาอีก จะได้ใส่กรอบเลย
เดินผ่านโซนของเล่น โจวเยี่ยนยิ้มถาม “จะเอาของเล่นไหม?”
“ไม่เอาค่ะ หนูซื้อหมวกให้ย่าแล้ว” โจวโม่โม่ส่ายหน้า ไม่ปรายตามองโซนของเล่นเลยสักนิด แววตามุ่งมั่นปานจะปฏิญาณตนเข้าพรรค
ออกจากห้าง โจวเยี่ยนเอากรอบรูปใส่ตะกร้าแบกหลัง อุ้มโจวโม่โม่ขึ้นรถ ยิ้มถาม “ไม่เอาของเล่น งั้นมีอะไรอยากกินไหม? นาน ๆ เข้าเมืองที เดี๋ยวพี่พาไปกินแล้วค่อยกลับ”
“หนูอยากกิน... เต้าฮวย!” โจวโม่โม่มองเขาตาแป๋ว พูดอย่างมั่นใจ “แบบหวาน!”
“แบบหวานเหรอ...” คำขอนี้ไม่มากไป แต่ทำเอาโจวเยี่ยนลำบากใจหน่อย ๆ
เพราะในเจียโจว ถ้าจะกินเต้าฮวยหวาน นอกจากต้องมีเงินแล้ว ยังต้องหน้าด้านด้วย
เห็นสายตาคาดหวังของเจ้าตัวเล็ก โจวเยี่ยนจะปฏิเสธลงได้ไง ยิ้มพยักหน้า “ปะ เดี๋ยวพาไปกินเต้าฮวยหวาน”
ปั่นจักรยานมาถึงถนนตงต้าเจีย สองข้างทางเต็มไปด้วยของกินละลานตา ผ่านแผงลอยร้านหนึ่ง โจวโม่โม่ถามอย่างสงสัย “เกอเกอ ดูขนมแผ่น ๆ สีทองตรงนั้นสิ คืออะไรคะ? แพนเค้กไข่เหรอ?”
โจวเยี่ยนกำเบรก มองขนมแผ่นเล็กสีเหลืองทองในกระทะใบจิ๋วของพ่อค้า ยิ้มตอบ “นั่นขนมต้านหงเกา (ขนมครกไข่/ขนมถังแตกแบบจีน) จ้ะ”
“ต้านหงเกา?” โจวโม่โม่ยื่นหน้าเข้าไป จมูกน้อย ๆ ฟุดฟิด ร้องอย่างตื่นเต้น “หอม ๆ หวาน ๆ หอมจังเลย~”
“หนูน้อย รับต้านหงเกาสักอันไหมจ๊ะ? แค่อันละสองเหมาเองนะ” เถ้าแก่เป็นชายวัยกลางคน เสียงนุ่มนวล ยิ้มตาหยี “หอมหวาน นุ่มฟู อร่อยนะจะบอกให้”
“เอาค่ะ” โจวโม่โม่พยักหน้า ชูสองนิ้ว “เอาสองอัน”
พูดจบ เธอก็ตบกระเป๋าสะพายใบจิ๋วของตัวเอง บอกโจวเยี่ยนว่า “เกอเกอ หนูเลี้ยงเอง! หนูมีตังค์”
โจวเยี่ยนอึ้งไปนิดหนึ่ง แล้วยิ้มพยักหน้า “เอาสิ”
เจ้าตัวเล็กช่วงนี้หาเงินได้ไม่น้อย ตะโกนเรียกลูกค้าคอแหบคอแห้งได้ค่าคอมฯ สะสมมาเรื่อย ๆ เงินเก็บน่าจะมีสักสามสี่หยวนแล้วมั้ง
กินขนมเธอสักชิ้น ไม่ถือว่ารังแกเด็กหรอก
เถ้าแก่ได้ยินก็ขำ ม้วนขนมในมือห่อกระดาษไขส่งให้ลูกค้าอีกคน หัวเราะร่า “เลี้ยงพี่ด้วย ใจป้ำจริง ๆ นะเรา”
“นี่เกอเกอหนู ของหนูก็คือของเกอเกอ” โจวโม่โม่พูดอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วหันมามองโจวเยี่ยน “เกอเกอ แล้วของเกอเกอเป็นของหนูไหมคะ?”