- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 205 แผนการที่แยบยลที่สุดและไร้ทางแก้
บทที่ 205 แผนการที่แยบยลที่สุดและไร้ทางแก้
บทที่ 205 แผนการที่แยบยลที่สุดและไร้ทางแก้
“ไอ้พวกปากพล่อย พวกแกนี่มันดีแต่ชอบทำตัวเด่น ทำเรื่องไม่เข้าท่า” จางซูเฟินพูดต่อ “ลี่เหว่ยจากไปตอนเดือนหก เขายืมเงินแกไม่เกินสามเดือน ลาตัวหนึ่งอย่างน้อยก็ขายได้สามร้อยกว่าหยวน ไก่เป็ดห่านรวมกันก็อีกสิบยี่สิบหยวน เงินต้นก็เหลือแค่ร้อยแปดสิบหยวนกว่า ๆ
ดอกเบี้ยร้อยละห้าต่อเดือน แกที่เป็นญาติกล้าพูดออกมาได้ยังไง? วันนี้ฉันจะพูดกับแกให้ชัดตรงนี้เลย ดอกเบี้ยโหดนี่เราไม่รับรู้ ใช้คืนเงินต้นให้หมดถือว่าหายกัน”
โจวเยี่ยนยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับอึ้ง พลังการต่อสู้ของคนรุ่นเก๋านี่ยังแข็งแกร่งจริง ๆ
“ไม่ได้! ฉันมีสัญญาเงินกู้นะ! ลายลักษณ์อักษรเขียนชัดเจน! แถมลี่เหว่ยยังพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ด้วย!” กู้ฉางกุ้ยร้อนรน
“ใช่! พวกแกพูดไปก็ไร้ผล!” อู๋หงเสียเมียของกู้ฉางกุ้ยพูดเสริม
จางเจิ้งผิงและจางซูเฟินได้ยินก็คิ้วขมวด เริ่มจะไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน
โจวเยี่ยนเห็นดังนั้นก็ก้าวออกมา พูดว่า “กู้ฉางกุ้ย สัญญาเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละห้าของแก จะลองเอาไปให้สถานีตำรวจหรือศาลตรวจสอบดูไหม?
รัฐมีกฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยเงินกู้ห้ามสูงกว่าดอกเบี้ยธนาคารมากเกินไป ดอกเบี้ยปีละหกสิบเปอร์เซ็นต์ของแก ฉันอยากจะรู้ว่าศาลไหนจะกล้าตัดสินให้แกได้ดอกเบี้ยขนาดนี้!
แกเป็นคนทำบัญชีหมู่บ้านซ่างสุ่ย ก็นับเป็นกึ่งเจ้าหน้าที่รัฐ ไปสิ เราไปเรียกร้องความเป็นธรรมในเมืองกันเดี๋ยวนี้เลย! ไปดูซิว่าเงินต้นห้าร้อยหยวนของแกมันมีที่มาที่ไปยังไง แล้วตำรวจจะเข้าข้างคนปล่อยกู้นอกระบบเย้ยกฎหมายอย่างแกไหม!
แล้วก็ วันนี้พวกแกสองผัวเมียบุกรุกบ้านย่าเล็กฉัน ปล้นถั่วเหลืองสองกระสอบกับไก่ห่านไป นี่มันเรียกว่าอะไร? ปล้นทรัพย์โดยบุกรุกเคหสถาน! นโยบายกวาดล้างอาชญากรรมพวกแกคงรู้ใช่ไหม? ปล้นทรัพย์เป็นคดีอุกฉกรรจ์! แถมคนโดนปล้นยังเป็นคนแก่พิการกับเด็กใบ้หูหนวก โทษหนักขึ้นไปอีก
ถึงตอนนั้นนอกจากแกจะไม่ได้เป็นคนทำบัญชีแล้ว พวกแกสองผัวเมียคงได้รอโดนเป่าหัวแน่!”
ได้ยินคำว่าโดนเป่าหัว ไก่กับห่านในมืออู๋หงเสียก็หลุดมือ มือสั่นจนทำร่วงพื้น วิ่งพล่านไปทั่วลานบ้าน
บนใบหน้ากู้ฉางกุ้ย ก็เผยความหวาดกลัวออกมาเป็นครั้งแรก
เขาจบมัธยมปลาย มีความรู้อยู่บ้างถึงได้เป็นคนทำบัญชี
คำพูดของโจวเยี่ยนฟังดูน่ากลัวจริง ๆ พอลองคิดดูดี ๆ ก็มีเหตุผล
ถ้าโดนยัดข้อหาปล้นทรัพย์จริง ๆ ตามสถานการณ์กวาดล้างตอนนี้ เกรงว่าจะโดนประหารแน่!
เหอจื้อหย่วนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หยิบกล้องออกมา พูดว่า “หลักฐานการปล้นผมถ่ายไว้หมดแล้ว ถ้าต้องการ เมื่อไหร่ก็ล้างรูปส่งตำรวจได้เลย”
กู้ฉางกุ้ยและอู๋หงเสียมองกล้องในมือเหอจื้อหย่วนที่สะท้อนแสงแวววาว หน้าซีดเผือดลงไปอีก
“กลัวแล้วเหรอ? ฉันว่าพวกแกสองผัวเมียก็เหมือนส่องไฟฉายในส้วม——รนหาขี้!” จางซูเฟินยิ้มเยาะ
กู้ฉางกุ้ยปั้นหน้ายิ้ม “เข้าใจผิด เข้าใจผิดกันใหญ่แล้วครับ ทุกคนก็ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น จะไปแจ้งความให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไม มีอะไรก็คุยกันได้”
จางเจิ้งผิงพูดว่า “ไม่มีอะไรต้องคุย เอาสัญญาเงินกู้ออกมา วันนี้เราต้องจัดการหนี้เน่าก้อนนี้ให้ลี่หวาให้จบ”
“สัญญาไม่ได้ติดตัวมา เดี๋ยวเรากลับไปเอาครับ” กู้ฉางกุ้ยกวักมือเรียกอู๋หงเสีย เตรียมจะชิ่งหนีออกประตูไป
จางเจิ้งผิงยกไม้ไผ่ขวางทาง พูดเสียงเย็น “ให้เมียแกกลับไปเอา แกต้องรออยู่ที่นี่ ไม่งั้นเราจะไปแจ้งความในเมืองเดี๋ยวนี้ ฉันจะบอกให้นะ ลูกชายคนเล็กของพี่สามฉันเป็นหัวหน้าฝ่ายกองกำลังติดอาวุธซูจี ยิงปืนทั้งไวทั้งแม่น ถึงตอนนั้นให้เขาทำเรื่องขอยิงเป้าพวกแกซะเลย”
“ไม่ได้นะ! ไม่ได้นะ!” กู้ฉางกุ้ยได้ยินก็หน้าถอดสี โบกมือรัว ๆ หันไปตะโกนบอกอู๋หงเสีย “รีบไปเอามา! อยู่ในลิ้นชักที่สามหัวเตียง!”
“ได้...” อู๋หงเสียขาอ่อน เกาะประตูเดินออกจากลานบ้าน แล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไป
กู้ฉางกุ้ยหน้าซีด ท่าทางลุกลี้ลุกลน
คำพูดของโจวเยี่ยนทำเอาเขาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าโดนฟ้องข้อหาปล้นทรัพย์จริง ๆ คงต้องโดนจับเข้าคุก ไม่ตายก็คางเหลือง
เขาคิดไม่ถึงว่าลูกชายยายแก่คนนี้จะเป็นข้าราชการใหญ่ในเมือง! เดิมทีเขาเห็นว่าย่าซุนไม่มีใครหนุนหลัง เลยคิดจะฮุบสมบัติ นึกไม่ถึงว่าญาติพี่น้องแกจะแข็งแกร่งขนาดนี้
งานนี้เตะโดนตอเข้าอย่างจัง
ตำแหน่งคนทำบัญชีหมู่บ้านนี้กว่าจะได้มาก็ยากแสนยาก ขืนโดนตรวจสอบมีหวังพังยับ
โจวเยี่ยนเข้าไปพยุงย่าซุนให้ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ พูดปลอบใจ “ย่าเล็กวางใจเถอะครับ วันนี้พวกเรามาช่วยแล้ว จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยครับ”
“ลี่หวาไม่ต้องกลัว ฉันกับพี่สามคือญาติพี่น้องเธอ ใครก็รังแกเธอไม่ได้” จางเจิ้งผิงพูด
“จ้ะ จ้ะ...” ย่าซุนพยักหน้า น้ำตาไหลพราก
ไหลฝูกุมมือย่าซุนแน่น บนใบหน้าเผยรอยยิ้มจาง ๆ
ไม่นาน อู๋หงเสียก็ถือสัญญาเงินกู้กลับมา
กู้ฉางกุ้ยยื่นมือไปรับ ทำท่าจะฉีกทิ้ง
“ช้าก่อน!” จางซูเฟินเอ่ยปาก มองกู้ฉางกุ้ย “สัญญาฉบับนี้ตอนนี้ยังฉีกไม่ได้”
“ฉันฉีกแล้ว เงินนี้ฉันไม่เอาแล้วไม่ได้เหรอ?” กู้ฉางกุ้ยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “เรื่องนี้ให้มันจบ ๆ ไปเถอะ เงินต้นฉันก็ไม่เอาแล้ว”
“เป็นหนี้ต้องใช้คืน มันเป็นสัจธรรม เงินต้นนี้ลี่หวาจะคืนให้แก วันข้างหน้าไม่ว่าจะไปที่ไหน แกก็จะมาว่าสองยายหลานนี่ไม่ได้แม้แต่ครึ่งคำ” จางซูเฟินดึงสัญญาจากมือกู้ฉางกุ้ย ดูตัวเลขเงินต้นห้าร้อยหยวนและลายมือชื่อพร้อมลายนิ้วมือของกู้ลี่เหว่ย แล้วพูดต่อ “แกบอกว่าลาแก่นั่นขายได้สามร้อย ไก่เป็ดห่านที่เอาไปคราวก่อนตีราคาซะยี่สิบ ก็เหลือร้อยแปดสิบหยวน แกยอมรับไหม?”
“รับ! ฉันยอมรับ” กู้ฉางกุ้ยพยักหน้ารัว ๆ เดิมทีเขาไม่คิดจะได้เงินที่เหลือคืนแล้ว ถ้าได้ร้อยแปดสิบหยวนคืนมา อย่างน้อยก็ไม่ขาดทุน
“ลี่หวา เธอว่ายังไง?” จางซูเฟินหันไปถามย่าซุนเสียงอ่อนโยน
“แล้วแต่พี่เฟินเฟินเลย” ซุนลี่หวาพยักหน้า ล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อผ้าออกมา เปิดออกดูข้างในเป็นปึกธนบัตรพับเรียบร้อย มีแบงก์สิบหยวนหนึ่งใบ ที่เหลือเป็นเศษเงินเจี่ยว ยื่นทั้งหมดให้จางซูเฟิน “ในนี้มีสี่สิบแปดหยวนสองเจี่ยวเจ็ดเฟิน พี่เฟินเฟิน พี่ช่วยเอาไปคืนเขาให้หน่อย ที่เหลือฉันจะค่อย ๆ ผ่อนคืน”
จางซูเฟินยื่นมือจะไปรับเงิน
โจวเยี่ยนชิงตัดหน้า รับเงินมาแล้วยัดกลับใส่ถุงเงิน ยิ้มพูดว่า “ย่าเล็ก เงินร้อยแปดสิบหยวนนี้ผมออกให้ก่อน เงินของย่าเก็บไว้ซื้อถั่วกับใช้จ่ายเถอะครับ วันหลังพอไหลฝูเอาเต้าหู้แห้งกับฟองเต้าหู้มาส่ง ผมค่อยหักบัญชี หักจนครบหนึ่งร้อยแปดสิบหยวน ย่าว่าดีไหมครับ?”
ย่าซุนเงยหน้ามองโจวเยี่ยน น้ำตาไหลไม่หยุด เสียงสั่นเครือ “หลานก็ต้องใช้เงินเหมือนกันนี่นา แบบนี้ไม่ได้หรอก...”
จางเจิ้งผิงและจางซูเฟินเห็นภาพนี้ ต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความปลื้มใจ
“เงินผมยังไม่รีบใช้ พวกย่าต้องเอาเต้าหู้มาส่งทุกวัน หนีไม่พ้นหรอกครับ ผมวางใจได้” โจวเยี่ยนยิ้มพูด “งั้นตกลงตามนี้นะครับ”
พูดจบ เขาก็ล้วงเงินปึกหนึ่งออกจากกระเป๋า ดึงแบงก์สิบหยวนออกสองใบ ยื่นที่เหลือให้ย่า “ย่าครับ นี่เงินร้อยแปดสิบหยวน ย่าช่วยนับอีกทีนะครับ”
“ได้จ้ะ” จางซูเฟินรับเงินมานับ
กู้ฉางกุ้ยและอู๋หงเสียจ้องเงินในมือจางซูเฟินตาเป็นมัน
โจวเยี่ยนหยิบกระดาษปากกาออกมา เขียนใบรับเงินอย่างรวดเร็ว
เหอจื้อหย่วนและจางเจิ้งผิงขยับเข้ามาดู ช่วยแนะนำรูปแบบที่ถูกต้อง พอร่างเสร็จก็คัดลอกใหม่ด้วยลายมือบรรจงอีกรอบ
“ร้อยแปดสิบหยวน แกนับต่อหน้าให้ครบ มีปัญหาอะไรให้พูดตรงนี้ให้ชัด ๆ ถ้าก้าวออกจากประตูนี้ไป จำนวนเงินและแบงก์จริงแบงก์ปลอมเราไม่รับผิดชอบแล้วนะ” จางซูเฟินยื่นเงินที่นับเสร็จแล้วให้สองผัวเมียกู้ฉางกุ้ย
กู้ฉางกุ้ยรับเงินไป ตั้งใจนับสองรอบ แล้วหยิบแบงก์สิบหยวนมาส่องดูแล้วดูอีก ถึงพยักหน้า “ร้อยแปดสิบหยวน ครบถ้วน”
“มา นี่ใบเสร็จรับเงิน เซ็นชื่อพิมพ์ลายนิ้วมือซะ ฉันจะเผาสัญญาทิ้ง หนี้ก้อนนี้ถือว่าจบกัน” โจวเยี่ยนยื่นใบเสร็จและปากกาหมึกซึมให้
เสี่ยวหลี่หยิบตลับหมึกพิมพ์ลายนิ้วมือออกจากกระเป๋า เปิดฝาส่งให้
กู้ฉางกุ้ยมองใบเสร็จ ในใจยังเสียดาย ถือปากกาลังเลไม่ยอมเซ็นสักที
โจวเหมี่ยววางมือบนไหล่กู้ฉางกุ้ย พูดเสียงขรึม “หนี้จบ เรื่องนี้ถือว่าผ่านไป ถ้าวันหลังมีใครในหมู่บ้านซ่างสุ่ยกล้ารังแกย่าเล็กกับไหลฝู ฉันไม่ไปหาใครที่ไหน จะไปคิดบัญชีกับแกคนเดียว กู้ฉางกุ้ย”
กู้ฉางกุ้ยกลืนน้ำลายดังเอื้อก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ด้ามมีดที่เอวของโจวเหมี่ยวกำลังดันหลังเอวเขาอยู่ แผ่ไอเย็นเฉียบออกมา
“เซ็น! เซ็นเดี๋ยวนี้แหละ!” กู้ฉางกุ้ยเสียงสั่น มือสั่นเทาเซ็นชื่อตัวเองลงในใบเสร็จ แล้วประทับลายนิ้วมือ
“ใบเสร็จรับเงิน: วันนี้ได้รับเงินสดคืนจากซุนลี่หวาจำนวน 500 หยวน (ห้าร้อยหยวนถ้วน) สัญญาเงินกู้ได้ถูกทำลายแล้ว หนี้สินหมดสิ้นต่อกัน! เพื่อเป็นหลักฐาน! ผู้รับเงิน: กู้ฉางกุ้ย 15 พฤศจิกายน 1984” โจวเยี่ยนอ่านข้อความในใบเสร็จรอบหนึ่ง มองกู้ฉางกุ้ยแล้วพูดว่า “จำไว้ หนี้สินจบกันแล้ว”
“จำได้แล้ว จำได้แล้ว...” กู้ฉางกุ้ยพยักหน้าหงึกหงัก
ครอบครัวนี้ ตั้งแต่คนแก่ยันเด็ก ไม่มีใครธรรมดาสักคน!
พรึ่บ!
จางเจิ้งผิงจุดไม้ขีดไฟ เผาสัญญาเงินกู้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน ดีดขี้เถ้าที่ปลายนิ้วทิ้ง มองกู้ฉางกุ้ยแล้วพูดความนัยลึกซึ้ง “แกเป็นคนทำบัญชีหมู่บ้าน มีพ่อแม่ลูกเมียต้องดูแล ชีวิตครอบครัวมีความสุข แต่ไหลฝูเหลือแค่ยายเขาคนเดียว เขาหูหนวกแต่ใจใสเหมือนกระจก รู้ดีว่าแกทำอะไรไว้บ้าง
เขารู้ว่าแกอยู่ที่ไหน ที่บ้านมีกี่คน มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงใครบ้าง
ฉันอยู่ในโรงพยาบาลมาห้าสิบปี เห็นคดีที่คนซื่อ ๆ โดนบีบจนตรอก สุดท้ายล้างแค้นฆ่ายกครัวมาเยอะแล้ว แกอย่าคิดว่าเป็นคนทำบัญชีแล้วจะวิเศษวิโส คนจีนตั้งแต่โบราณมา ไม่เคยขาดความกล้าที่จะยอมตายเพื่อลากฮ่องเต้ลงจากหลังม้าหรอกนะ”
กู้ฉางกุ้ยเหลือบมองไหลฝูที่ประคองย่าซุนอยู่ แววตาฉายความหวาดกลัว รีบลากอู๋หงเสียที่หน้าซีดเผือดเดินจ้ำอ้าวจากไป
“ปู่เล็ก ปู่พูดจาคมคายมากเลยครับ” โจวเยี่ยนยกนิ้วโป้งให้จางเจิ้งผิง
กฎแห่งการถอยของคนมีความสุข คือแผนการที่แยบยลที่สุดและไร้ทางแก้
ชนะทุกเหตุผลทั้งปวง
หน้าต่างข้อความเด้งขึ้นมาในสายตาโจวเยี่ยน:
[ภารกิจรอง: ศึกพิทักษ์การสืบทอดเต้าหู้ซีป้า! ความคืบหน้า: 75%]