เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 องค์กรต่อต้านดันเจี้ยน

บทที่ 35 องค์กรต่อต้านดันเจี้ยน

บทที่ 35 องค์กรต่อต้านดันเจี้ยน


บทที่ 35 องค์กรต่อต้านดันเจี้ยน(ฉบับแก้ไข)

กิลด์นักผจญภัยชั้นสอง

หลังจากที่แจ็คเดินจากไป ไลออนก็จ้องมองเงาร่างของเขาที่ลับไปจากหน้าต่างอย่างครุ่นคิด

“เป็นอะไรไปขอรับ ลูกพี่” เทลเอ่ยถาม: “คิดอะไรอยู่รึ?”

ไลออนละสายตากลับมา ยิ้มเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า: “เทล คราวนี้เจ้าถูกหลอกอีกแล้ว”

“หา?” เทลเกาศีรษะ ถามอย่างไม่เข้าใจ: “หมายความว่าไงขอรับ?”

“ง่ายมาก คุณแจ็คคนนั้นเป็นคนโกงที่กลโกงไม่ค่อยจะสูงนัก” ไลออนกล่าวอย่างรู้สึกน่าเบื่อเล็กน้อย

‘หมัดทมิฬ’ เบตังพยักหน้าเห็นด้วย

“ข้ามองออกตั้งนานแล้วว่าตาเฒ่านั่นผิดสังเกต เขาตัวสั่นตลอดเวลา คนอื่นนึกว่าเขาโรคหัวใจกำเริบเสียอีก” มารูยักไหล่ ยิ้มแบบเด็กแสบ(โลลิ) กล่าวว่า: “สงสัยจะมีแต่ไอ้ทึ่มร่างยักษ์เทลเท่านั้นแหละที่จะถูกหลอกได้”

“เจ้า!” เทลถลึงตาใส่นาง คนหลังหัวเราะคิกคักหลบไปอยู่ข้างไลออน

“เอาล่ะ มารู อย่าหยอกล้อเทลเลย” ไลออนห้ามความขัดแย้ง แล้วหันไปมองเทล กล่าวว่า: “เจ้าไม่สังเกตเห็นอะไรผิดสังเกตเลยรึ?”

“ก็รู้สึกนิดหน่อยขอรับ แต่ว่า” เทลนั่งลงบนโซฟาอย่างหัวเสีย “ความรู้เรื่องดันเจี้ยนของแจ็คดูไม่เหมือนของปลอมเลยนี่ขอรับ คำถามท่านเขาก็ตอบได้หมดไม่ใช่รึ? แถมยังจับจุดที่ท่านจงใจพูดผิดได้อีก”

ไลออนหัวเราะเบาๆ ลูบผมสีทองเปล่งประกายดุจแสงอาทิตย์ของตน กล่าวว่า: “ใช่ ความรู้เรื่องดันเจี้ยนของเขาปลอมไม่ได้ แต่ยิ่งเขาแสดงท่าทีจริงใจมากเท่าไหร่ ข้ากลับยิ่งสงสัยเรื่องหนึ่งมากขึ้นเท่านั้น”

“เรื่องอะไรหรือขอรับ?” ทุกคนผสมโรงถาม

“ข้างหลังแจ็ค… บางทีอาจจะมีคนคอยชี้แนะเขาอยู่” ไลออนยิ้มอย่างได้ใจ ผมสีทองราวกับรับรู้อารมณ์เขา ยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้น

“ตาข้าจะบอดแล้ว! หมวกล่ะ! รีบเอาหมวกมาให้ลูกพี่เร็วเข้า!” มารูปิดตาพลางร้อง “ไม่ได้ตกลงกันแล้วเหรอว่าอยู่ในอาคารต้องใส่หมวกน่ะ!”

“ตอนพบปะแขกใส่หมวกมันดูไม่น่าเกรงขามเลยนี่นา” ไลออนกล่าวอย่างจนใจ

‘หมัดทมิฬ’ เบตังพยักหน้าเห็นด้วย

“สรุปคือ ข้าสนใจคนข้างหลังเขามาก หากสามารถเชิญเขาเข้าร่วมกลุ่มพิชิตได้ คาดว่าความคืบหน้าพวกเราคงจะเร็วขึ้นไม่น้อย” ดวงตาไลออนทอประกายความทะเยอทะยาน “อย่างน้อย ความเร็วคงไม่ตามหลังกลุ่มพิชิตอื่น… ที่กำลังพิชิตดันเจี้ยนเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติแห่งอื่นอยู่!”

“มารู!”

“อยู่ อยู่นี่” มารูยังคงปิดตา ไม่กล้ามองมาทางนี้เลย

“เจ้าไปติดตามแจ็ค ถ้าข้างหลังเขามีคนชี้แนะจริงๆ จำไว้ว่าต้องสุภาพกับคนคนนั้นหน่อยนะ”

“ได้ๆๆ ห้องนี้ข้าอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ”

มารูพูดจบก็ทำท่าจะเดินจากไป สายเลือดมนุษย์แมวรัตติกาลที่ผสมอยู่ในตัวนาง ทำให้นางอดทนต่อแสงจ้าไม่ได้เลย

ทว่า เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

“ย๊า— ฆ่าคน—” เสียงกรีดร้องดังมาจากชั้นล่างของกิลด์

————————————

เมืองเบตัง, ห้องฟื้นคืนชีพในสังกัดโบสถ์แสงศักดิ์สิทธิ์

นักบวชหลายสิบคนที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์ฟื้นคืนชีพประจำการตลอด 24 ชั่วโมง พอศพนักผจญภัยถูกส่งมาถึงห้องฟื้นคืนชีพ พวกเขาก็จะดำเนินการฟื้นคืนชีพทันที คนที่เพิ่งตาย หากนำส่งมา ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ฟื้นคืนชีพได้ หากตายเวลานานกว่านั้น ก็จะยุ่งยากขึ้น หากเกินหนึ่งวัน เวทมนตร์ฟื้นคืนชีพใดๆ ก็จะไร้ผล

ไม่ใช่ทุกห้องฟื้นคืนชีพจะถูกโบสถ์แสงศักดิ์สิทธิ์รับผิดชอบ จริงๆ แล้ว โบสถ์เล็กใหญ่ต่างๆ ล้วนแย่งกันรับผิดชอบธุรกิจห้องฟื้นคืนชีพ ออกจากเมืองเบตังไป ห้องฟื้นคืนชีพอื่นอาจถูกโบสถ์แห่งพงไพรรับผิดชอบ หรืออาจจะเป็นโบสถ์แสงราตรี? โบสถ์เนโคร? หรืออื่นๆ ก็เป็นได้ เพราะว่า ห้องฟื้นคืนชีพถือเป็นธุรกิจใหญ่ นักผจญภัยทุกครั้งที่ฟื้นคืนชีพจะต้องชำระค่าฟื้นคืนชีพจำนวนหนึ่ง ไม่มากไม่น้อย พอดีอยู่ในระดับที่ทุกคนกัดฟันยอมรับได้

และในห้องหนังสือห้องหนึ่งภายในห้องฟื้นคืนชีพ นักบวชน้อยหน้าตาดูอ่อนเยาว์ถามชายชราข้างๆ ว่า: “อาจารย์ขอรับ ขอเพียงเวลาตายอยู่ในหนึ่งวัน เวทมนตร์ฟื้นคืนชีพก็ช่วยได้หมดเลยหรือขอรับ? เทพมรณะในตำนานจะไม่โกรธหรือขอรับ?”

“ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ?” ชายชราถามอย่างใจดี

“เพราะว่า” นักบวชน้อยลังเล “เวทมนตร์ฟื้นคืนชีพถือเป็นการลบหลู่ความตายมิใช่หรือขอรับ?” “ฮ่าๆ เทพมรณะไม่ได้ใจแคบขนาดนั้นหรอกน่า อีกอย่างนะ ไม่ใช่ว่าความตายทุกประเภทจะฟื้นคืนชีพด้วยเวทมนตร์ฟื้นคืนชีพได้เสียหน่อย”

ชายชราลูบหัวนักบวชน้อยอย่างเอ็นดู อธิบายว่า:

“เฉพาะความตายในดันเจี้ยนเท่านั้น ที่สามารถฟื้นคืนชีพด้วยวิธีง่ายๆ เช่นนี้ได้ เพราะดันเจี้ยนจะกักขังวิญญาณคนไว้ในร่างกาย ในเมื่อวิญญาณยังไม่ได้ออกจากร่างกาย ก็เพียงแค่ซ่อมแซมร่างกาย ปลุกวิญญาณให้ตื่น คนก็ย่อมฟื้นคืนชีพได้เป็นธรรมดา”

“แต่หากตายภายนอก เมื่อวิญญาณออกจากร่างแล้ว ยกเว้นกรณีพิเศษ วิญญาณจะถูกดึงสู่นรกภูมิทันที ร่างกายตอนนั้นก็เป็นแค่เปลือกเปล่า หากอยากฟื้นคืนชีพเปลือกเปล่านี้ ก็ต้องจัดพิธีกรรมเรียกวิญญาณที่ซับซ้อนและราคาแพง ดึงวิญญาณกลับมาจากนรกภูมิ”

ชายชรากล่าว: “นั่นแหละคือการลบหลู่ความตายที่แท้จริง ผู้ที่ใช้เวทมนตร์ฟื้นคืนชีพแบบนั้น จะถูกเทพมรณะประทับตราไว้”

นักบวชน้อยกล่าวอย่างหวาดกลัว: “ถูกประทับตรา… จะเป็นอย่างไรหรือขอรับ?”

ชายชรากล่าวอย่างเคร่งขรึม: “จะถูกเทพมรณะจดชื่อไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็กของเขา”

“?”

นักบวชน้อยกระพริบตาอย่างไม่เข้าใจ สุดท้ายแสร้งทำเป็นตาสว่าง กล่าวว่า: “โอ้ โอ้! ที่แท้จะถูกจดไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็กนี่เอง น่ากลัวจริงๆ ขอรับ”

มุมปากชายชรากระตุกเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร

บรรยากาศในห้องหนังสือเงียบลง เสียงนักบวชน้อยดังขึ้นอีกครั้ง: “เช่นนั้น คุณท่านที่ถูกส่งมาเมื่อครู่ ก็ช่วยไม่ได้แล้วสินะขอรับ?”

“ช่วยได้ แต่ก็ช่วยไม่ได้”

“?”

ชายชราถอนหายใจ ค่อยๆ พูด: “เขาจ่ายค่าตอบแทนไม่ไหว”

ภายในห้องเก็บศพ ศพแจ็คนอนอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ห้องเก็บศพ เป็นสถานที่ในห้องฟื้นคืนชีพที่ถูกใช้งานน้อยที่สุด เพราะศพที่ถูกส่งมาที่นี่ส่วนใหญ่มาจากดันเจี้ยน ฟื้นคืนชีพได้เกือบทั้งหมด น้อยครั้งที่จะเจอสถานการณ์แบบแจ็ค

“หัวใจถูกของมีคมฉีกกระชาก ตายคาที่ โปรดทำใจดีๆ ไว้” นักบวชก้มหน้าลง กล่าวกับไลออนอย่างเศร้าสร้อย

“ข้าไม่ใช่ญาติเขา” ไลออนหน้าตาเฉยเมย

“โอ้ งั้นไม่เป็นไรแล้ว” นักบวชเปลี่ยนสีหน้าในหนึ่งวินาที บิดขี้เกียจ ถามว่า: “ท่านรู้ไหมว่าญาติเขาอยู่ที่ไหน? ถ้าติดต่อไม่ได้ก็คงต้องทำการฝังในดันเจี้ยนแล้ว ตาเฒ่าคนนี้เป็นนักผจญภัยใช่ไหม”

“ใช่” มารูถึงกับตกตะลึงกับการเปลี่ยนสีหน้าความเร็วแสงของนักบวช

ที่เรียกว่าการฝังในดันเจี้ยน คือที่พำนักสุดท้ายของนักผจญภัยโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง หากไม่มีญาติมาจัดการงานศพ ก่อนตายก็ไม่ได้ซื้อสุสานไว้ ศพของนักผจญภัยก็จะถูกส่งเข้าดันเจี้ยน นอกจากการผจญภัยบนพื้นผิวโลกแล้ว การสำรวจดันเจี้ยนคือส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตนักผจญภัยทุกคน คนส่วนใหญ่ล้วนยอมรับวิธีนี้

“ฆาตกรช่างโหดเหี้ยมจริงๆ” นักบวชพูดต่อ: “องค์กรต่อต้านดันเจี้ยนช่วงนี้เลยเถิดมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ถึงกับกล้าฆ่าคนกลางถนน ตาเฒ่าคนนี้ก็โชคร้ายจริงๆ”

ผู้ที่ฆ่าแจ็ค มาจากองค์กรต่อต้านดันเจี้ยน

นี่คือองค์กรลึกลับที่ต่อต้านดันเจี้ยนอย่างรุนแรง โฆษณาชวนเชื่อว่าในดันเจี้ยนซ่อนเทพมารโบราณไว้ เชื่อว่าผู้คนต้องทำลายล้างดันเจี้ยนที่เต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวาย และทำลายทิ้งทุกสิ่งที่ได้มาจากดันเจี้ยน ทุกคนมององค์กรนี้เป็นตัวตลก แต่ไม่คิดว่า สองปีมานี้ การกระทำขององค์กรต่อต้านดันเจี้ยนจะเลยเถิดมากขึ้น เริ่มจากการประท้วง การเดินขบวน จนวันนี้ถึงกับกล้าฆ่าคนกลางถนน

มีข่าวลือว่า องค์กรนี้ครอบครองวิธีการทำลายดันเจี้ยนอย่างถาวรไว้ด้วย

บางทีอาจเป็นเพราะการขายวัตถุดิบกับแจ็คเมื่อวาน ดึงดูดความสนใจพวกเขา หรือเพราะแจ็คนำคนพิชิตดันเจี้ยน สรุปคือ เขาได้กลายเป็นเหยื่อไปแล้วจริงๆ

“ลูกพี่” มารูพลันเอ่ยปาก: “จะให้ข้าซุ่มรอที่นี่สักวันสองวันไหม เผื่อว่าจะมีคนมาเก็บศพเขา? ถ้ามี ไม่แน่ว่าคนนั้นอาจจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเขา”

ไลออนเงียบไปครู่หนึ่ง พยักหน้า

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 35 องค์กรต่อต้านดันเจี้ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว