เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 636 ตัวเอกชาวนา

บทที่ 636 ตัวเอกชาวนา

บทที่ 636 ตัวเอกชาวนา


"พูดเหมือนตัวเองมีปัญญาหาเงินหนึ่งล้านมาได้งั้นแหละ"

หยางชูเซี่ยอดไม่ได้ที่จะเบะปากใส่ด้วยความดูแคลน

คนทั้งหมู่บ้านรู้ดีว่าบ้านหลินเทียนจนกรอบ แค่เงินพันเดียวยังหายาก จะเอาปัญญาที่ไหนไปหาเงินหนึ่งล้าน?

"อย่าดูถูกกันสิ ให้เวลาฉันหน่อย ฉันหาเงินล้านมาได้แน่นอน ถึงตอนนั้น... ฉันคงไปสู่ขอเธอได้สินะ?" หลินเทียนถามยิ้มๆ

หยางชูเซี่ยไม่ได้รู้สึกดีกับหลินเทียนเลยสักนิด แต่เห็นความมั่นใจของเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าหมอนี่ไปเจอช่องทางรวยอะไรมาหรือเปล่า

แต่จะจริงหรือไม่เธอก็ไม่สนใจ เพราะเธอไม่ได้ชอบเขา

เขาจะมีเงินหรือไม่มีก็ไม่เกี่ยวกับเธอ

ทว่า หยางชูเซี่ยเป็นคนจิตใจดี ไม่อยากพูดจาหักหน้าใครแรงๆ เธอจึงคิดหาทางปฏิเสธโดยอ้อม

"ข่าวของนายมันเก่าไปแล้ว พ่อฉันเปลี่ยนใจขึ้นค่าสินสอดจากหนึ่งล้านเป็นสิบล้านแล้วย่ะ"

สำหรับหยางชูเซี่ย เงินสิบล้านคือตัวเลขทางดาราศาสตร์ ต่อให้หลินเทียนจะรวยขึ้นมาจริงๆก็คงไม่มีทางหาได้ขนาดนั้น

เธอพูดออกไปเพื่อตัดความหวังของเขาให้สิ้นซาก

แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือ หลินเทียนดันตอบกลับมาทันที

"สิบล้านใช่ไหม? ไม่มีปัญหา! ถือว่าเราตกลงกันแล้วนะ ถ้าฉันหาสินสอดสิบล้านมาได้ เธอต้องแต่งงานกับฉัน"

เห็นความมั่นใจของหลินเทียน หยางชูเซี่ยก็เริ่มใจคอไม่ดี

กะจะให้เขาถอดใจจนยอมแพ้ แต่ดันไปจุดไฟให้แทนซะงั้น

"กำหนดเวลาคือหนึ่งปี... ไม่สิ ครึ่งปี ถ้าเกินกำหนดถือว่าเป็นโมฆะ!" หยางชูเซี่ยรีบเพิ่มเงื่อนไขสุดโหด หวังให้เขาล้มเลิกความตั้งใจ

"ตกลง! ภายในครึ่งปี ถ้าฉันหาเงินสิบล้านมาสู่ขอได้ เธอต้องแต่งงานกับฉัน!" หลินเทียนรับคำทันที

ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขาคงไม่กล้าพูดจาใหญ่โตแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาได้รับ 'มรดกอมตะ' มาแล้ว ความรวยและความยิ่งใหญ่เป็นแค่เรื่องของเวลา

เงินสิบล้านสำหรับเขาไม่ใช่สิ่งเกินเอื้อมอีกต่อไป

แถมแผนการหาเงินของเขาก็กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี

"นายนี่มันขี้โม้ชะมัด" หยางชูเซี่ยส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

"งั้นถือว่าเธอตกลงแล้วนะ"

"ฉันไปตกลงตอนไหน" หยางชูเซี่ยแย้ง

"อ้าว ก็เธอพูดเองว่าถ้าหาเงินสิบล้านมาได้ภายในครึ่งปี จะยอมรับสินสอดนี้ คนเราพูดแล้วต้องไม่คืนคำสิ เป็นคนต้องรักษาสัจจะนะ" หลินเทียนมัดมือชก

"กะ...ก็ได้! ฉันอยากรู้เหมือนกันว่านายจะไปหาเงินสิบล้านมาจากไหน" หยางชูเซี่ยเป็นคนซื่อๆ พอโดนทวงสัจจะก็เลยยอมรับปาก

อีกอย่าง เธอมั่นใจว่าหลินเทียนทำไม่ได้หรอก เลยรับปากส่งๆไป

"งั้นเป็นอันตกลง!" หลินเทียนยิ้มแก้มปริ

ผักวิเศษที่เขาปลูกบนเขาใกล้จะได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว เอาไปขายในเมืองต้องทำเงินได้มหาศาลแน่ๆ

ผักพวกนี้ไม่ใช่ผักธรรมดา กินแล้วอายุยืน รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

พ่อวัยชราที่บ้านเขากินแล้วยังกลับมาแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า พิสูจน์สรรพคุณมาแล้ว

คนเมืองรวยๆรักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น ผักเทพแบบนี้ขายได้ราคาดีแน่นอน!

หลินเทียนจินตนาการภาพตัวเองหอบเงินกองโตไปสู่ขอหยางชูเซี่ย ยิ่งคิดก็ยิ่งยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข

หยางชูเซี่ยเห็นรอยยิ้มลามกของเขาก็เบะปาก รีบสาวเท้าเดินหนีไปข้างหน้า

หลินเทียนหน้าด้านรีบวิ่งตามไปติดๆ

"เดินถือถังผ้าใบใหญ่ขนาดนั้นไม่หนักเหรอ? ให้ฉันช่วยถือดีกว่า" หลินเทียนแสดงความมีน้ำใจ

"ไม่จำเป็น" หยางชูเซี่ยปฏิเสธเสียงแข็ง

"แหม... ว่าที่ภรรยา ไม่ต้องเกรงใจกันหรอกน่า" หลินเทียนหยอกล้อ

"นี่! หยุดพูดจาเหลวไหลเดี๋ยวนี้นะ!" หยางชูเซี่ยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

หลินเทียนเห็นแก้มแดงๆของเธอก็ยิ่งชอบใจ กะจะแหย่ต่อให้เขินเล่น

แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงชาวบ้านที่เดินสวนมาก็ดังเข้าหู

"ได้ยินว่าหน้าหมู่บ้านมีหนุ่มสาวจากในเมืองมากันสองคน ผู้ชายหล่อสุดๆ ผู้หญิงก็สวยหยาดเยิ้มอย่างกับนางฟ้า"

"คนเมืองมาทำอะไรแถวนี้?"

"เห็นว่ามาตามหาคนนะ"

......

"นี่! เลิกตามฉันสักทีได้ไหม น่ารำคาญ!" หยางชูเซี่ยหันมาแว้ดใส่หลินเทียนด้วยความเหลืออด

"ฉันไม่ได้ตามเธอสักหน่อย ถนนเส้นนี้ไม่ใช่ของบ้านเธอนี่นา เธอเดินได้ ฉันก็เดินได้" หลินเทียนกวนประสาทกลับ

"นาย..." หยางชูเซี่ยเถียงไม่ออก เลยตัดสินใจไม่กลับบ้าน

เพราะพ่อแม่ไม่อยู่บ้าน ขืนหลินเทียนตามไปถึงบ้าน เธอคนเดียวคงไล่เขาไม่ไปแน่

เธอจึงเปลี่ยนใจกะทันหัน

"งั้นฉันจะไปดูหนุ่มหล่อที่หน้าหมู่บ้าน ถ้านายอยากไปด้วยก็ตามใจ!"

พูดจบเธอก็เดินจ้ำอ้าวไปทางหน้าหมู่บ้าน

รอยยิ้มบนหน้าหลินเทียนแข็งค้าง

คำว่า 'ไปดูหนุ่มหล่อ' มันแทงใจดำเขาอย่างจัง

ผู้ชายในเมืองมันจะไปมีดีอะไร? หน้าขาวๆ ท่าทางเจ้าสำอาง สู้หนุ่มบ้านนาแมนๆอย่างเขาได้ที่ไหน?

ยัยหยางชูเซี่ยนี่ตาถั่วชะมัด!

แต่คิดอีกที ยัยนี่คงจงใจยั่วโมโหเขามากกว่า

หลินเทียนปรับอารมณ์แล้วรีบเดินตามไป

เมื่อกี้ชาวบ้านบอกว่ามี 'สาวสวย' มาด้วยนี่นา

เขาไม่สนใจหนุ่มหน้าขาวนั่นหรอก แต่สาวเมืองกรุงนี่สิ... น่าสนใจ

ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงหน้าหมู่บ้าน

ตอนนี้ชาวบ้านมุงกันเต็มไปหมด

ช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูทำนา ชาวบ้านเลยว่างงานกัน พอมีเรื่องน่าตื่นเต้นเลยแห่กันมามุงดู

หนุ่มสาวจากในเมืองคู่นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหวังฮ่าวหรานและปู้เฟยเหยียน

ปู้เฟยเหยียนรู้แค่ว่าชาวนาคนนั้นอยู่หมู่บ้านนี้ แต่ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ที่อยู่

พอมาถึงหมู่บ้าน เธอจึงต้องใช้วิธีบอกลักษณะรูปร่างหน้าตาให้ชาวบ้านช่วยตามหา

แต่หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับหลินเทียนในหมู่บ้านมีตั้งมากมาย

โชคดีที่ชาวบ้านกระตือรือร้นช่วยกันตามหา ข่าวเลยแพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

หวังฮ่าวหรานยืนพิงต้นไม้ใหญ่รออยู่อย่างสบายใจ

ส่วนปู้เฟยเหยียนคอยมองดูชาวบ้านที่ทยอยกันเข้ามา เพื่อดูว่าใช่ชาวนาคนนั้นไหม

แต่ดูไปหลายกลุ่มแล้ว ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่

หลังจากยืนมองอยู่นาน ปู้เฟยเหยียนก็เริ่มเหนื่อย เดินกลับมานั่งพักข้างๆหวังฮ่าวหราน

"เหนื่อยไหม?" หวังฮ่าวหรานเอื้อมมือไปทัดผมที่ร่วงลงมาปรกหน้าผากเธอไปไว้หลังหูอย่างอ่อนโยน

ปู้เฟยเหยียนสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงด้วยความขัดเขิน แต่ความเขินอายนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำซึมซาบเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว

"ฉันดีขึ้นเยอะแล้ว ไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก" ปู้เฟยเหยียนหน้าแดงระเรื่อ ส่ายหัวเบาๆ

จังหวะนั้น เธอเหลือบเห็นชาวบ้านกลุ่มใหม่เดินเข้ามา

ปู้เฟยเหยียนจึงลุกขึ้นเตรียมจะไปดูหน้า

หวังฮ่าวหรานมองตามสายตาเธอไปยังกลุ่มชาวบ้านที่เพิ่งมาถึง

ทันใดนั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับสาวน้อยหน้าตาสวยสดงดงามคนหนึ่ง

หวังฮ่าวหรานจ้องมองเธอ และเธอก็มองตอบกลับมา

สายตาของทั้งคู่ประสานกันกลางอากาศ

ยังไม่ทันที่หวังฮ่าวหรานจะได้พิจารณาเธอให้ละเอียด เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว

[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ดวงดีสุดขีด พบเจอนางเอก ‘หยางชูเซี่ย’ เป็นครั้งแรก ออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพทำงาน เกิดเอฟเฟกต์ระดับหนึ่ง 'ยอมพลีกายถวายชีวิต']

[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของนางเอก 'หยางชูเซี่ย' ที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้นเป็น 80 (ความรักอันลึกซึ้ง)]

หวังฮ่าวหราน "!!!"

*****

จบบทที่ บทที่ 636 ตัวเอกชาวนา

คัดลอกลิงก์แล้ว