- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 634 ปู้เฟยเหยียนบาดเจ็บ
บทที่ 634 ปู้เฟยเหยียนบาดเจ็บ
บทที่ 634 ปู้เฟยเหยียนบาดเจ็บ
ปู้เฟยเหยียนมีสถานะเป็นนางเอก ดังนั้นเรื่องราวแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นกับเธอควรจะเป็นการเปิดฉากเรื่องราวใหม่ๆบางอย่าง
และชาวนาผู้ช่วยชีวิตเธอไว้ก็ย่อมเป็นตัวเอกคนใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย
นิยายแนว 'ชาวนายอดฝีมือ' นั้นมีเกลื่อนตลาด ถือเป็นพล็อตยอดฮิตแนวหนึ่ง
จากการที่ปู้เฟยเหยียนใช้คำว่า 'วิชาแพทย์ขั้นเทพ' มาบรรยายฝีมือของเขา แสดงว่าทักษะการรักษาของตัวเอกชาวนาคนนี้น่าจะเหนือกว่าเปี่ยนซูเหวินเสียอีก ไม่อย่างนั้นปู้เฟยเหยียนคงไม่ประทับใจขนาดนี้
วิชาแพทย์ที่ตัวเอกชาวนาคนนี้ร่ำเรียนมาน่าจะไม่ด้อยไปกว่าของลู่เฉิน
เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ หวังฮ่าวหรานก็ขมวดคิ้วยุ่ง นึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมา
ตัวเอกแนวชาวนาส่วนใหญ่มักจะมีนิสัยลามกโรคจิตและชอบฉวยโอกาส
ในระหว่างการรักษา เป็นไปได้สูงมากที่จะมีฉาก 'เซอร์วิส' หรือการแต๊ะอั๋งนางเอกเกิดขึ้น
ยิ่งเมื่อหวังฮ่าวหรานใช้ตาทิพย์ส่องดูบาดแผลของปู้เฟยเหยียน...
เขาก็พบว่าตำแหน่งที่บาดเจ็บนั้น... ดันอยู่บริเวณหน้าอกพอดี!
แถมยังเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างส่วนนูนเด่นทั้งสองข้างอีกต่างหาก...
ช่างเป็นตำแหน่งที่น่ากระอักกระอ่วนใจยิ่ง
คิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงรีบซักไซ้ไล่เลียง
"วิชาแพทย์ของชาวนาคนนั้นเก่งกว่าพี่สามอีกเหรอ?"
"ฉันรู้ฝีมือพี่สามดี แต่วิชาของเขาคนนั้น... เหนือกว่าพี่สามจริงๆ" ปู้เฟยเหยียนยอมรับ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความทึ่ง
"พี่สามเป็นถึงจ้าวสำนักหุบเขาโอสถสวรรค์ มีชื่อเสียงก้องยุทธภพ ไม่น่าเชื่อเลยว่าในชนบทกันดารแบบนั้นจะมียอดฝีมือที่เก่งกาจกว่าพี่สามซ่อนตัวอยู่ โลกนี้ช่างกว้างใหญ่จริงๆ"
"ดวงเธอยังไม่ถึงฆาต เลยได้เจอหมอเทวดาแบบนั้น" หวังฮ่าวหรานเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะยิงคำถามสำคัญ
"แล้วตอนที่รักษา... เธอโดนเขาเอาเปรียบอะไรบ้างไหม? อย่างเช่น... ตอนที่เขาทายาให้เธออะไรทำนองนั้น?"
"ทำไมคุณถึงถามแบบนั้นล่ะ?" ปู้เฟยเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบอธิบายด้วยความร้อนรน
"ตอนนั้นฉันบาดเจ็บหนัก แขนขาอ่อนแรง ขยับตัวแทบไม่ได้ เขาก็อาสาทายาให้ฉันเหมือนกัน แต่... แต่แผลมันอยู่ในที่ลับตา ฉันย่อมไม่ยอมให้ผู้ชายแปลกหน้าเห็นหรือแตะต้องอยู่แล้ว"
เธอแอบมีใจให้แฟนหนุ่มของน้องสาวคนนี้อยู่ จึงแคร์ความรู้สึกเขาเป็นพิเศษ กลัวเขาจะเข้าใจผิด
"อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง" หวังฮ่าวหรานพยักหน้าอย่างพอใจ "แล้วหลังจากนั้นล่ะ?"
"พอกลับมามีแรงบ้าง ฉันก็ทายาด้วยตัวเอง หลังจากนั้นอาการก็ดีขึ้นมาก แต่เขาบอกว่ายาทำได้แค่รักษาตามอาการ ไม่หายขาด ถ้าจะให้หายสนิทต้องใช้... ใช้ 'การนวด' ร่วมด้วย" ปู้เฟยเหยียนเล่าต่อ
หวังฮ่าวหรานทำสีหน้าแปลกประหลาดทันที
ปู้เฟยเหยียนเสียเลือดไปมาก ร่างกายบอบช้ำภายใน ถ้าไม่รักษาให้ดีอาจมีผลกระทบระยะยาว
แต่ไอ้ที่บอกว่า 'ต้องนวดเท่านั้นถึงจะหายขาด' เนี่ย... ฟังดูยังไงก็ข้ออ้างหลอกแต๊ะอั๋งชัดๆ!
"แล้วเธอตอบตกลงไหม?" หวังฮ่าวหรานถามต่อ
"ไม่มีทางอยู่แล้ว! พออาการดีขึ้นจนพอขยับตัวได้ฉันก็ทิ้งจดหมายไว้แล้วหนีออกมาเลย ไม่ได้บอกลาด้วยซ้ำ" ปู้เฟยเหยียนตอบ
หวังฮ่าวหรานพยักหน้า
บาดแผลของปู้เฟยเหยียนยังไม่หายสนิทจริงๆ ขืนปล่อยไว้ อาการบาดเจ็บภายในอาจกำเริบได้
ตามพล็อตเรื่องเดิม ปู้เฟยเหยียนคงทนพิษบาดแผลไม่ไหว สุดท้ายต้องซมซานกลับไปหาชาวนาคนนั้นเพื่อให้เขารักษาให้หายขาด
และในระหว่างการรักษาด้วย 'การนวด' นั้น... ความใกล้ชิดอาจก่อให้เกิดความรู้สึกดีๆต่างๆนานา
แน่นอนว่าหวังฮ่าวหรานไม่มีทางปล่อยให้เรื่องดำเนินไปตามนั้น
เย่ฟานสั่งสมความรู้มานับพันปี วิชาแพทย์ระดับเซียนก็เป็นหนึ่งในนั้น
หวังฮ่าวหรานที่คัดลอกความทรงจำเย่ฟานมาย่อมรู้วิชาเหล่านี้เช่นกัน
ด้วยวิชาแพทย์ระดับเซียน บวกกับพลังวิญญาณขอบเขตรวมปราณขั้นเก้า การรักษาปู้เฟยเหยียนให้หายขาดเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย
แต่... พล็อตของตัวเอกชาวนาก็จุดประกายไอเดียบางอย่างให้เขา
ในเมื่อตัวเอกชาวนายังคิดจะใช้มุกนี้จีบสาว... ทำไมตัวร้ายอย่างเขาจะทำบ้างไม่ได้?
จะรักษาให้หายง่ายๆก็เสียของแย่
"เธอเสียเลือดไปมาก แล้วยังมีอาการบอบช้ำภายในเรื้อรัง ถ้าไม่รีบรักษาให้ถูกวิธีอาการจะกำเริบได้ ถึงตอนนั้นเธอจะเจ็บปวดทรมานเจียนตาย เผลอๆอาจถึงขั้นสิ้นชีวิตได้เลย" หวังฮ่าวหรานทำหน้าเคร่งเครียด ขู่ให้กลัว
"ระ...ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?" ปู้เฟยเหยียนหน้าซีด
"ผมเองก็พอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง ไม่ได้พูดขู่ให้กลัวเล่นๆหรอก" หวังฮ่าวหรานยืนยันเสียงหนักแน่น
ปู้เฟยเหยียนเชื่อถือหวังฮ่าวหรานอยู่แล้ว เธอมองว่าเขาดูลึกลับและเก่งกาจมาโดยตลอด จึงไม่สงสัยในคำพูดของเขาและรีบร้องขอ
"ผู้อาวุโส... โปรดช่วยฉันด้วย"
"เธอเป็นพี่สาวของเว่ยเว่ย ผมย่อมไม่นิ่งดูดายอยู่แล้ว เพียงแต่... การรักษาของผมอาจจะต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดกันบ้าง..." หวังฮ่าวหรานทำหน้าลำบากใจ
ปู้เฟยเหยียนพอจะเดาออกได้คร่าวๆ "ต้อง... นวดเหมือนกันเหรอ?"
"ไม่ใช่การนวดหรอก แต่ก็คล้ายๆกัน" หวังฮ่าวหรานตอบกำกวม
ปู้เฟยเหยียนพูดไม่ออก
อาการบาดเจ็บของเธอ... มันต้องใช้วิธีนี้รักษาเท่านั้นเหรอเนี่ย?
"ผมเข้าใจว่าเธอคงลำบากใจ ถ้าเธอไม่สะดวก ผมก็ไม่บังคับ แต่ถ้าวันไหนอาการกำเริบจนทนไม่ไหวหรือเป็นอะไรไป... อย่ามาเสียใจทีหลังนะ" หวังฮ่าวหรานเห็นเธอลังเล เลยงัดไม้ตายออกมาขู่ซ้ำ
"ผู้อาวุโส... ต้องรบกวนคุณแล้ว" ปู้เฟยเหยียนตัดสินใจทันที
เธอกับชาวนาคนนั้นเป็นคนแปลกหน้า จะให้มาแตะเนื้อต้องตัวมันก็กระไรอยู่
แต่กับหวังฮ่าวหราน เธอมีใจให้เขาอยู่แล้ว การสัมผัสใกล้ชิดเพื่อการรักษาเลยไม่ทำให้เธอรู้สึกรังเกียจเลยสักนิด แถมออกจะ... ยินดีด้วยซ้ำ
"ตกลง งั้นคืนนี้เดี๋ยวผมไปรักษาให้" หวังฮ่าวหรานรับคำเสียงเรียบ
"ดีเลย... แต่เรื่องนี้อย่าให้เว่ยเว่ยและคนอื่นรู้นะ ฉันไม่อยากให้พวกเธอเป็นห่วง" ใบหน้าซีดเซียวของปู้เฟยเหยียนขึ้นสีระเรื่อ
ที่บอกว่ากลัวน้องๆเป็นห่วง นั่นแค่ข้ออ้างส่วนหนึ่ง
เหตุผลจริงๆคือ... เธอละอายใจที่จะต้องใกล้ชิดกับแฟนหนุ่มของน้องสาวแบบถึงเนื้อถึงตัว
มันทำให้เธอรู้สึกผิดต่อฉิวเฉียนเว่ย เลยอยากเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
หวังฮ่าวหรานมองออกทะลุปรุโปร่งผ่านสีหน้าของเธอ จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มในใจ
ปู้เฟยเหยียนไม่อยู่บ้านนานเกินไป เลยตามสถานการณ์ไม่ทัน
เรื่องที่เธอกังวล... มันไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
นอกจากเธอคนเดียว... พี่น้องอีกหกคนล้วนรู้ความจริงกันหมดแล้ว!
สักพัก อาหารเย็นก็เสร็จเรียบร้อย
บนโต๊ะอาหาร ตั้นไท่เหยาเยว่และคนอื่นๆไม่ได้พูดถึงเรื่องของหวังฮ่าวหรานขึ้นมาโดยเจตนา มีเพียงฉิวเฉียนเว่ยเท่านั้นที่แสดงความรักใคร่สนิทสนมกับเขาอย่างออกนอกหน้า
ส่วนคนอื่นๆก็ทำตัวปกติ แสดงความห่วงใยตามประสาคนกันเอง
ปู้เฟยเหยียนไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย คิดว่าทุกคนแค่ดูแลเอาใจใส่น้องเขยในอนาคต
หลังมื้ออาหาร หวังฮ่าวหรานก็พักค้างคืนที่วิลล่าของหลิวเยว่ตามปกติ
*****