- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 628 ปรมาจารย์หวังออกโรง
บทที่ 628 ปรมาจารย์หวังออกโรง
บทที่ 628 ปรมาจารย์หวังออกโรง
การโบกมือเพียงครั้งเดียวของเย่ฟานส่งร่างของเหลยว่านสิงลอยกระเด็นออกไปอย่างง่ายดาย ตั้งแต่ต้นจนจบสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยราวกับเพิ่งปัดฝุ่นออกจากเสื้อ
ทว่าผู้คนในห้องโถงต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เหลยว่านสิงพิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของฮ่องกง
ในสายตาชาวฮ่องกง เขาคือผู้ไร้พ่าย ตำนานที่ยังมีลมหายใจ
แต่ใครจะไปคิดว่า... ตำนานผู้นั้นจะพ่ายแพ้ให้กับปรมาจารย์เย่อย่างหมดรูปในพริบตาเดียว!
ถ้าอย่างน้อยเหลยว่านสิงต้านทานได้สักหน่อย ทุกคนคงทำใจยอมรับได้ง่ายกว่านี้
สีหน้าของคนในตระกูลเฟิงซีดเผือดราวกับคนตาย ตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน
และในขณะที่ตระกูลเฟิงกำลังหวาดกลัว เฉียนว่านซานก็เต็มไปด้วยความปิติยินดีจนแทบคลั่ง
เขาเดิมพันถูก!
หลังจากคืนนี้ ข่าวที่ว่าปรมาจารย์เย่เอาชนะเหลยว่านสิงภายในกระบวนท่าเดียวจะแพร่กระจายไปทั่วเกาะฮ่องกง
และตระกูลเฉียนที่ยืนเคียงข้างปรมาจารย์เย่ก็จะกลายเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในทันที
ความฝันที่จะทำให้ตระกูลเฉียนเป็นอันดับหนึ่งในฮ่องกง ซึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุดตั้งแต่เขาย้ายมาที่นี่ บัดนี้ใกล้จะเป็นจริงแล้ว
ด้วยความดีใจ เฉียนว่านซานหันไปมองลูกสาวด้วยสายตาสื่อความหมาย 'เห็นไหม? พ่อเลือกคนไม่ผิด เรื่องที่จะยกลูกให้ปรมาจารย์เย่ก็ไม่ใช่เพียงความคิดชั่ววูบ'
ส่วนเฉียนเป่าเป่ารู้สึกทั้งดีใจและกังวลผสมปนเปกันไป
ดีใจที่รอดตาย เพราะปรมาจารย์เย่เก่งจริง
แต่กังวลว่า... ถ้าปรมาจารย์เย่เกิดบ้าเลือดขึ้นมา นอกจากคนตระกูลเฟิงแล้ว เขาจะทำร้าย 'พ่อหนุ่มรูปหล่อ' คนนั้นด้วยหรือเปล่า?!
คนที่หน้าชาที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเฟิงอันฮุ่ย
เธอไม่เคยเชื่อเลยว่าปรมาจารย์เย่เก่งจริง คิดมาตลอดว่าตอนฆ่างูยักษ์เขาแค่โชคดีมา 'โจมตีครั้งสุดท้าย' หลังจากบอดี้การ์ดของเธอสร้างบาดแผลให้มันไปเยอะแล้ว
เธอถึงกล้าเบี้ยวหนี้และท้าทายเขา
แต่ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าตบหน้าเธอจนตาสว่าง
เมื่อเห็นท่าไม่ดี เฟิงอันฮุ่ยจึงตัดสินใจทำบางอย่าง...
เธอปัดถ้วยชาข้างตัวตกลงพื้น
เพล้ง!
เสียงถ้วยแตกดังก้อง เป็นสัญญาณลับที่ตกลงกันไว้
ทันใดนั้น บอดี้การ์ดที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆก็กรูกันออกมา ล้อมกรอบและเล็งปืนไปที่เย่ฟานทันที
เฟิงอันฮุ่ยทำไปโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นว่าเหลยว่านสิงพ่ายแพ้
หวังฮ่าวหรานเห็นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า
สมแล้วที่เฟิงอันนาเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า 'ยัยโง่'
สถานการณ์ขนาดนี้ยังดูไม่ออกอีก?
ขนาดเหลยว่านสิงยังโดนตบปลิว แล้วบอดี้การ์ดพวกนี้จะไปทำอะไรได้?
แต่สัญญาณถูกส่งไปแล้ว บอดี้การ์ดก็ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
เฟิงอันนาจะห้ามก็ไม่ทันการ
บอดี้การ์ดล้อมเย่ฟานและสองพ่อลูกตระกูลเฉียนไว้แน่นหนา
เฉียนว่านซานและเฉียนเป่าเป่าหน้าซีดลง แต่ไม่ได้ตื่นตระหนกมากนัก เพราะเห็นว่าปรมาจารย์เย่ยังนิ่งเฉย
"ปรมาจารย์เย่อะไรกัน! เก่งวรยุทธ์แล้วไง? จะทนลูกตะกั่วได้สักกี่นัดเชียว!" เฟิงอันฮุ่ยหัวเราะร่า คิดว่าตัวเองคุมสถานการณ์ได้แล้ว
แต่เสียงหัวเราะยังไม่ทันจางหาย ภาพสยองขวัญก็ปรากฏขึ้น
เหล่าบอดี้การ์ดที่ล้อมอยู่ จู่ๆก็ชักกระตุก ล้มลงไปนอนดิ้นพราดๆกับพื้น
ใบหน้าและร่างกายของพวกเขาเหี่ยวย่นลงอย่างรวดเร็ว ราวกับแก่ลงไปหลายสิบปีในชั่วพริบตา!
หวังฮ่าวหรานหรี่ตามอง จำวิชานี้ได้ทันที
นี่คือ 'เคล็ดวิชาช่วงชิงพลังชีวิต' วิชาสายมารขั้นพื้นฐาน
ผู้ใช้ต้องอยู่ขอบเขตรวมปราณขั้นห้าขึ้นไปถึงจะฝึกได้
เมื่อเทียบกับตอนอยู่ฉงโจว เย่ฟานพัฒนาจากขั้นห้ามาเป็นขั้นเจ็ดแล้ว
เลื่อนสองขั้นในเวลาเดือนกว่าๆ ถือว่าเร็วมาก
การดูดซับพลังธรรมชาติปกติทำไม่ได้ขนาดนี้แน่
แสดงว่าตอนไปล่างูยักษ์ เย่ฟานต้องได้ของดีมา
เฟิงอันฮุ่ยได้ไปแค่ดีงู แต่ส่วนอื่นๆของงูอายุห้าร้อยปีซึ่งเต็มไปด้วยพลังชีวิตมหาศาลคงเสร็จเย่ฟานหมด
คงใช้เคล็ดวิชาช่วงชิงพลังชีวิตดูดซับพลังจากซากงูจนเลื่อนระดับมาอยู่ขั้นเจ็ด
และตอนนี้ เขาก็ดูดพลังชีวิตจากบอดี้การ์ดนับสิบคนเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเองอีก
เมื่อเห็นไม้ตายสุดท้ายพังไม่เป็นท่า พ่อแม่ของเฟิงอันนาก็เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
แววตาของเย่ฟานที่เคยเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก
ผู้หญิงคนนี้... เบี้ยวหนี้ไม่พอ ยังคิดจะฆ่าเขา
ความอดทนของเย่ฟานสิ้นสุดลงแล้ว!
เฟิงอันนาเห็นสายตาอำมหิตของเย่ฟาน ก็รู้ทันทีว่าน้องสาวกำลังจะชะตาขาด
ด้วยความร้อนรน เธอจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากหวังฮ่าวหราน
"ขอร้องล่ะค่ะ... ช่วยน้องสาวฉันด้วย!"
คำทำนายของหวังฮ่าวหรานแม่นยำทุกอย่าง เหลยว่านสิงเป็นเพียงมดปลวกเมื่ออยู่ต่อหน้าปรมาจารย์เย่
เฟิงอันนามั่นใจว่า การที่หวังฮ่าวหรานกล้ามานั่งดูละครฉากนี้โดยไม่กลัวโดนลูกหลง แสดงว่าเขาต้องมีดีพอตัว
อาจจะไม่เก่งเท่าปรมาจารย์เย่ แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยง
ถ้าเขายอมช่วย น้องสาวและตระกูลเฟิงอาจจะพอมีหนทางรอด
"ทำไมฉันต้องช่วยเธอด้วย?" หวังฮ่าวหรานถามกลับด้วยรอยยิ้ม
"นะ...นายท่าน... ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยฉันด้วย" เฟิงอันนาทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด ยอมเรียกเขาว่า 'นายท่าน' และอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
"กว่าจะรู้สถานะตัวเองก็สายไปหน่อยนะ" หวังฮ่าวหรานยิ้มเยาะ
เขารู้นิสัยเฟิงอันนาดี
ถ้าพอกลับมาฮ่องกงแล้วเธอทำตัวดีๆ เขาคงไม่ปล่อยให้เย่ฟานโชว์พาวข่มขวัญตระกูลเฟิงขนาดนี้หรอก
ที่เขานั่งดูเฉยๆก็เพื่อดัดนิสัยเฟิงอันนา ให้เธอตระหนักว่าใครคือที่พึ่งที่แท้จริง
แต่ตอนนี้... จะแค่นั่งดูต่อไปคงไม่ได้แล้ว
"ผู้หญิงคนนั้น... นายห้ามแตะต้อง ส่วนคนอื่นในตระกูลเฟิง... เชิญนายจัดการได้ตามสบาย"
หวังฮ่าวหรานชี้ไปยังเฟิงอันฮุ่ยที่กำลังสั่นกลัว แล้วออกคำสั่งกับเย่ฟาน
น้ำเสียงและท่าทางของเขา... เลียนแบบเย่ฟานมาเป๊ะๆ
"มดปลวกอย่างเจ้า... กล้าดียังไงมาสั่งข้า?"
เย่ฟานได้ยินคำพูดและน้ำเสียงที่คุ้นหูก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที ตวาดกลับเสียงเย็น
*****