- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 624 ปรมาจารย์เย่มาเยือน
บทที่ 624 ปรมาจารย์เย่มาเยือน
บทที่ 624 ปรมาจารย์เย่มาเยือน
หลังได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ เฟิงอันนาก็รีบดำเนินการจ้างยอดฝีมือทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น
ครบกำหนดเส้นตายสามวันที่ปรมาจารย์เย่ระบุไว้ ยอดฝีมือที่เฟิงอันนาเชิญมาเพื่อข่มขวัญเย่ฟานก็เดินทางมาถึงตามนัดหมาย
ผู้มาเยือนมีสองคน หนึ่งเป็นชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกสง่างามน่าเกรงขาม อีกหนึ่งเป็นเด็กหนุ่มรูปงามที่มีแววตาเฉลียวฉลาด
สมาชิกตระกูลเฟิงต่างออกมาต้อนรับแขกผู้มีเกียรติที่โถงรับรอง
ชายวัยกลางคนมีนามว่า 'เหลยว่านสิง' ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในฮ่องกง
สำนักยุทธ์ที่เขาก่อตั้งขึ้นในนาม 'สำนักยุทธ์ว่านสิง' ก็มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเกาะฮ่องกง
ส่วนเด็กหนุ่มรูปงามที่ติดตามมาด้วยคือศิษย์เอกและศิษย์คนโปรดที่สุดของเหลยว่านสิง นามว่า 'หลิงเทียนจง'
เมื่อหวังฮ่าวหรานได้ข่าวว่ายอดฝีมือมาถึงแล้ว ก็เกิดความสนใจอยากจะไปดูหน้าค่าตาเสียหน่อย จึงขอให้เฟิงอันฮุ่ยช่วยนำทางไป
เฟิงอันฮุ่ยรับคำอย่างกระตือรือร้น
ระหว่างทางไปโถงรับแขก เฟิงอันฮุ่ยก็พูดไม่หยุด แนะนำสรรพคุณของแขกผู้มีเกียรติให้ฟังอย่างออกรส
ตามคำบอกเล่าของเธอ เหลยว่านสิงผู้นี้เก่งกาจระดับเทพเจ้า เป็นเบอร์หนึ่งของวงการยุทธภพฮ่องกงอย่างแท้จริง
หวังฮ่าวหรานฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มมุมปาก นึกสังเวชใจอยู่ในลึกๆ
แค่ได้ยินชื่อเหลยว่านสิง เขาก็รู้ทันทีว่าหมอนี่คือใคร
นี่มัน 'ตัวประกอบเกรดเอ’ ที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นบันไดให้เย่ฟานเหยียบขึ้นไปโชว์เทพชัดๆ!
ฉายา 'อันดับหนึ่งแห่งฮ่องกง' มีไว้แค่เพื่อขับเน้นความเก่งกาจของตัวเอกเท่านั้นแหละ
หวังฮ่าวหรานอ่านเกมขาดทะลุปรุโปร่งถึงพล็อตเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป
หลังจากเย่ฟานจัดการเหลยว่านสิงได้ ชื่อเสียงของเขาจะดังกระฉ่อนไปทั่วเกาะฮ่องกง
ตอนอยู่ฉงโจว เย่ฟานเคยประกาศไว้ว่า 'รอให้ตนมีชื่อเสียงก้องโลก เมื่อนั้นเขาจะกลับมารับฟางโหยวรั่ว'
การตบหน้าเหลยว่านสิงเพื่อสร้างชื่อในฮ่องกงเป็นเพียงก้าวแรกของแผนการนี้เท่านั้น
เมื่อมาถึงโถงรับแขก หวังฮ่าวหรานและเฟิงอันฮุ่ยเดินเข้าไปนั่งเงียบๆที่มุมห้อง
ในขณะนั้น เฟิงอันนากำลังเจรจากับเหลยว่านสิงอยู่
"เรื่องนี้คงต้องรบกวนอาจารย์เหลยแล้วนะคะ หากงานสำเร็จ เราจะจ่ายค่าตอบแทนให้ตามที่ตกลงกันไว้แน่นอน"
"เรื่องค่าตอบแทนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ข้าเพียงอยากจะเห็นกับตาตัวเองสักครั้งว่าไอ้ปรมาจารย์เย่ที่เขาร่ำลือกันน่ะมันจะแน่สักแค่ไหน"
แววตาของเหลยว่านสิงลุกโชนไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้
ช่วงที่เย่ฟานมาถึงฮ่องกง มันได้สร้างวีรกรรมไว้ไม่น้อย
ชาวฮ่องกงจำนวนมากเริ่มรู้จักชื่อ 'ปรมาจารย์เย่'
บางคนถึงกับเอาปรมาจารย์เย่มาเปรียบเทียบกับ ‘อาจารย์เหลย’
เรื่องนี้ทำให้เหลยว่านสิงรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
"อาจารย์เหลย ท่านหมายความว่าจะไม่รับค่าตอบแทนเหรอครับ?" พ่อของเฟิงอันนาได้ยินดังนั้นก็หูผึ่ง รีบถามย้ำด้วยความดีใจ
แม้ตระกูลเฟิงจะรวยล้นฟ้า แต่การต้องจ่ายเงินหลายร้อยล้านก็ทำเอาเลือดซิบเหมือนกัน
ถ้าเหลยว่านสิงยอมช่วยฟรีๆ ก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง
"ค่าตอบแทนนั้นยกเลิกไปเถอะ ถือซะว่าช่วยเพื่อนฝูงแลกกับมิตรภาพจากคุณเฟิงก็แล้วกัน" เหลยว่านสิงยิ้มอย่างมีเลศนัย
พ่อเฟิงบริหารธุรกิจจนยิ่งใหญ่มาได้ขนาดนี้ย่อมไม่ใช่คนโง่ เขารู้ทันทีว่าในคำว่า 'มิตรภาพ' นั้นมีความหมายแฝงซ่อนอยู่
"อาจารย์เหลย เชิญพูดมาตามตรงได้เลยครับ" พ่อเฟิงยิ้มรับ
เหลยว่านสิงเหลือบมองหลิงเทียนจงศิษย์เอกข้างกายแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองเฟิงอันนา ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าได้ยินมาว่า... ลูกสาวคนโตของเจ้าเพิ่งจะยกเลิกพันธะหมั้นหมายมาหมาดๆ เรื่องนี้จริงเท็จประการใด?"
"เป็นเรื่องจริงครับ" พ่อเฟิงพยักหน้า เริ่มเข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่ายลางๆ
เหลยว่านสิงยิ้มกว้างขึ้น พูดต่อว่า "งั้นเจ้าเฟิงคิดว่า ศิษย์เอกของข้า หลิงเทียนจงคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? พอจะคู่ควรกับลูกสาวคนโตของเจ้าไหม?"
พ่อเฟิงคาดเดาไว้บ้างแล้ว แต่ไม่คิดว่าเหลยว่านสิงจะพูดออกมาตรงๆแบบนี้
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจข้อเสนอนี้เลยแม้แต่น้อย
เหลยว่านสิงมีสถานะสูงส่งในฮ่องกง สำนักยุทธ์ว่านสิงก็เต็มไปด้วยยอดฝีมือ
และใครๆก็รู้ว่าเหลยว่านสิงรักและเอ็นดูหลิงเทียนจงเหมือนลูกในไส้
ตัวหลิงเทียนจงเองก็โดดเด่นไม่แพ้กัน อายุเพียงยี่สิบปี แต่บรรลุระดับปรมาจารย์ใหญ่ฮว่าจิ้นแล้ว อนาคตกว้างไกลไร้ขีดจำกัด
ตระกูลเฟิงอาจจะยิ่งใหญ่ในโลกธุรกิจ แต่ถ้าได้เกี่ยวดองกับสำนักยุทธ์ว่านสิง อำนาจของพวกเขาก็จะครอบคลุมทั้งบู๊และบุ๋น ใครหน้าไหนในฮ่องกงจะกล้าต่อกร?
คิดได้ดังนั้น พ่อเฟิงก็ตัดสินใจทันที
"ฮ่าๆๆ ศิษย์เอกของอาจารย์เหลยเป็นอัจฉริยะด้านวรยุทธ์ที่โด่งดังไปทั่วฮ่องกง แถมยังรูปงามขนาดนี้ ช่างเหมาะสมกับลูกสาวคนโตของผมราวกับกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียว"
ได้ยินคำตอบ เหลยว่านสิงก็รู้ทันทีว่าการเจรจาสำเร็จ
หลิงเทียนจงที่ยืนเก๊กขรึมอยู่ข้างๆก็หลุดยิ้มมุมปากออกมาอย่างเก็บอาการไม่อยู่
ทว่า... คู่กรณีอีกคนกลับขมวดคิ้วแน่น
เฟิงอันนารู้สึกต่อต้านการถูกคลุมถุงชนอย่างรุนแรง
เธอเกลียดการถูกคนอื่นบงการชีวิต ไม่เว้นแม้แต่พ่อบังเกิดเกล้า
"ในเมื่อคุณเฟิงเห็นดีเห็นงาม งั้นเรามาหาฤกษ์งามยามดีจัดงานหมั้นหมายให้เด็กสองคนนี้เลยดีไหม?" เหลยว่านสิงรุกฆาต
พ่อเฟิงกำลังจะอ้าปากตอบตกลง
แต่เฟิงอันนาก็พูดแทรกขึ้นมาเสียงแข็ง
"คุณพ่อคะ เรื่องนี้ควรถามความสมัครใจของฉันก่อนไม่ใช่เหรอ?"
"อันนา พ่อเคยสอนลูกไม่ใช่เหรอว่าเวลาผู้ใหญ่คุยกันเด็กไม่ควรพูดแทรก" พ่อเฟิงตำหนิเสียงเข้ม
"นี่มันเรื่องชั่วชีวิตของฉันนะ ฉันไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นเลยเหรอ?" เฟิงอันนาสวนกลับอย่างไม่ยอมลดละ
"อันนา ทำไมลูกก้าวร้าวกับพ่อเขาแบบนี้" แม่เฟิงตำหนิซ้ำ
"วัยรุ่นสมัยนี้รักความอิสระ การต่อต้านการคลุมถุงชนเป็นเรื่องปกติ เอาเป็นว่า... ให้เด็กๆลองคบหาดูใจกันไปก่อน เรื่องหมั้นหมายค่อยคุยกันวันหลังก็ได้" เหลยว่านสิงพูดแทรกขึ้นมาเพื่อแก้สถานการณ์
บรรยากาศตึงเครียดจึงค่อยๆผ่อนคลายลง
เฟิงอันนาเห็นแก่สถานการณ์ จึงยอมสงบปากสงบคำ
ตอนนี้ตระกูลเฟิงกำลังมีภัย จำต้องพึ่งพาบารมีของเหลยว่านสิง
เมื่อกี้เธอหักหน้าเขาไป แต่เขายังใจกว้างไม่ถือสา ถือว่าโชคดีมากแล้ว
ขืนยังดื้อดึงต่อไป จะกลายเป็นคนไม่รู้กาละเทศะเอา
แต่ถึงอย่างนั้น... เธอก็ตั้งมั่นในใจว่า หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่ยอมโดนคลุมถุงชนอีกเป็นอันขาด
การหมั้นกับเหยียนหยุนเทียนในอดีตเป็นเพราะตอนนั้นเธอยังเด็ก ไม่อาจขัดขืนได้
แต่ตอนนี้เธอโตแล้ว เธอมีสิทธิ์กำหนดชีวิตตัวเอง!
หวังฮ่าวหรานนั่งมองเหตุการณ์เงียบๆด้วยความสงสัย
ในพล็อตเรื่องของเย่ฟานมีนางเอกแค่คนเดียวคือฟางโหยวรั่ว
เฟิงอันนาแม้จะมีบทบาทสำคัญ แต่ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเย่ฟาน
บทของหลิงเทียนจงที่โผล่มาจีบเฟิงอันนาดูเหมือนถูกสร้างมาเพื่อ 'ล่อเป้า' ให้ตัวเอกตบหน้าชัดๆ
แต่เย่ฟานไม่ได้ชอบเฟิงอันนา แล้วจะไปหึงหวงแย่งชิงกับหลิงเทียนจงทำไม?
อ้อ... หรือว่าจะเป็นพล็อตของตัวเอกอีกคน?
เหยียนหยุนเทียน?
ใช่แล้ว... หลิงเทียนจงน่าจะเป็นคู่ปรับที่ถูกสร้างมาให้เหยียนหยุนเทียนตบหน้า
แต่เหยียนหยุนเทียนม่องเท่งไปแล้ว
ทว่า... นางเอกของเหยียนหยุนเทียนทุกคน หวังฮ่าวหรานได้เหมายึดมาเป็นของตัวเองหมดแล้ว
เฟิ่งซวนซู่ หนิงอ้าวเสวี่ย ก็เสร็จเขาไปแล้ว เฟิงอันนาก็ย่อมหนีไม่พ้น
ไอ้หนุ่มหลิงเทียนจงนี่คิดจะมาเคลมเฟิงอันนา... ฝันกลางวันอยู่หรือไง?
การมาถึงของเหลยว่านสิงและหลิงเทียนจงทำให้คนในตระกูลเฟิงอุ่นใจขึ้นมาก มั่นใจว่าภัยร้ายจะผ่านพ้นไปได้
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเที่ยงคืน
เส้นตายสามวันของปรมาจารย์เย่สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์
สมาชิกตระกูลเฟิงพร้อมด้วยเหลยว่านสิงและหลิงเทียนจงต่างมารวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ ไม่ยอมหลับยอมนอน
เสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ตีบอกเวลาเที่ยงคืนดังก้องกังวาน
สิ้นเสียงนาฬิกาเพียงไม่กี่วินาที...
สาวใช้ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ปะ...ปรมาจารย์เย่มาแล้วค่ะ!"
*****