เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 620 ตระกูลเฟิง

บทที่ 620 ตระกูลเฟิง

บทที่ 620 ตระกูลเฟิง


ณ คฤหาสน์ตระกูลเฟิง เกาะฮ่องกง

‘เฟิงอันฮุ่ย’ น้องสาวของเฟิงอันนา พร้อมด้วยบิดามารดาและจงลี่กำลังรวมตัวกันอยู่ในห้องโถงใหญ่

บนโต๊ะน้ำชาตรงหน้ามีจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ เนื้อความในจดหมายคือการทวงหนี้...

เป็นหนี้ก้อนโตมูลค่ารวมห้าพันล้าน!

สาเหตุของหนี้สินก้อนนี้มีที่มาที่ไป...

ไม่นานมานี้ นายหญิงของตระกูลเฟิงป่วยเป็นโรคประหลาด แพทย์ชื่อดังวินิจฉัยแล้วได้เขียนใบสั่งยาออกมา

หนึ่งในตัวยาสำคัญคือ 'ดีงูอายุห้าร้อยปี'

ในยุคปัจจุบัน จะไปหางูที่มีอายุยืนยาวขนาดนั้นได้จากที่ไหน? งูอายุห้าร้อยปีคงกลายเป็นปีศาจไปหมดแล้ว

แต่ด้วยความพยายามของเฟิงอันฮุ่ยและทีมบอดี้การ์ด พวกเขาดั้นด้นจนพบงูห้าร้อยปีเข้าจริงๆ

ทว่า ผู้ที่กำราบเจ้างูยักษ์ห้าร้อยปีลงได้ไม่ใช่บอดี้การ์ดของเฟิงอันฮุ่ย แต่เป็นชายผู้มีนามว่า 'ปรมาจารย์เย่'

เพื่อจะได้ดีงูมารักษาแม่ เฟิงอันฮุ่ยจึงเข้าไปขอเจรจาซื้อต่อจากปรมาจารย์เย่ พร้อมเสนอค่าตอบแทนให้อย่างงาม

ตอนแรก ปรมาจารย์เย่ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่ยอมขายให้

ด้วยความร้อนใจ เฟิงอันฮุ่ยจึงทุ่มสุดตัว เสนอราคาสูงลิ่วถึงห้าพันล้าน!

ปรมาจารย์เย่เห็นแก่ความกตัญญู(และเงิน) จึงยอมตกลงมอบดีงูให้

แต่ทว่า... เฟิงอันฮุ่ยเพียงแค่ใช้อุบายถ่วงเวลา หลอกเอาดีงูมาก่อน แล้วตั้งใจจะ 'เบี้ยวหนี้' ดื้อๆ

ใครจะไปคิดว่าปรมาจารย์เย่จะส่งคนตามมาทวงหนี้ถึงบ้าน แถมยังส่งจดหมายข่มขู่ฉบับนี้มาด้วย

เนื้อความโดยย่อคือ: ให้เฟิงอันฮุ่ยชำระหนี้ห้าพันล้านภายในสามวัน มิฉะนั้น... ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมา

เฟิงอันฮุ่ยอ่านแล้วก็รู้สึกขบขัน

ตอนอยู่ในป่าลึก เธออาจจะเกรงกลัวปรมาจารย์เย่อยู่บ้าง แต่พอกลับมาถึงถิ่นตัวเองที่ฮ่องกง ใครหน้าไหนจะกล้าหือกับตระกูลเฟิง?

ฮ่องกงเป็นสังคมที่มีกฎหมาย เธอแค่ตกลงปากเปล่า ไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

สัญญาปากเปล่าแบบนี้ไม่มีผลทางกฎหมายสักนิด

ปรมาจารย์เย่จะมาทวงเงินห้าพันล้านด้วยคำพูดลอยๆ? ฝันไปเถอะ!

เงินห้าพันล้านนี้ เฟิงอันฮุ่ยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่จ่ายสักแดงเดียว

ส่วนเรื่องที่กลัวว่าปรมาจารย์เย่จะมาหาเรื่อง... ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

แทนที่จะเอาเงินห้าพันล้านไปใช้หนี้ สู้เอาเงินไม่กี่สิบล้านไปจ้างยอดฝีมือมาคุ้มกันตระกูลเฟิงยังจะคุ้มกว่า

ต่อให้ปรมาจารย์เย่จะเก่งแค่ไหน ก็คงไม่กล้ามาทำซ่าในถิ่นนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ฮ่องกงเป็นเขตปกครองที่มีกฎหมายเคร่งครัด ถ้ากล้าก่อเรื่อง ก็แค่แจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดการ

นี่มันยุคไหนกัน?

วรยุทธ์มันล้าสมัยไปแล้ว!

ต่อให้วรยุทธ์ล้ำเลิศแค่ไหน จะทนลูกตะกั่วได้หรือไง?!

"ปรมาจารย์เย่อะไรนั่นไร้สาระสิ้นดี ไม่ต้องไปสนใจหรอก ถ้ามันกล้าบุกเข้ามา ก็ค่อยหามศพมันออกไป"

เฟิงอันฮุ่ยเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงดูแคลน ทำลายความเงียบในห้องโถง

"ช่างเพ้อเจ้อจริงๆ เรียกมาได้ห้าพันล้าน น่าขำสิ้นดี" แม่ของเฟิงอันฮุ่ยซึ่งมีเชื้อสายผู้ดีอังกฤษกล่าวเสริมด้วยภาษาจีนกลางสำเนียงชัดเป๊ะ

แม้อายุจะล่วงเลยเข้าเลขสี่ แต่เธอยังคงรักษารูปร่างและผิวพรรณได้ดีเยี่ยมเสมือนสาววัยสามสิบต้นๆ เป็นสาวงามลูกครึ่งที่ยังคงความสวยสะพรั่ง

เฟิงอันนาและเฟิงอันฮุ่ยได้รับถ่ายทอดพันธุกรรมความงามนี้มาเต็มๆ ทั้งโครงหน้าและรูปร่างที่ผสมผสานความงามแบบตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว

เฟิงอันฮุ่ยในวัยสิบแปดปีอาจจะดูเยาว์วัยกว่าพี่สาวเล็กน้อย รูปร่างยังไม่เติบใหญ่เท่าเฟิงอันนา แต่ความเป็นลูกครึ่งทำให้เธอดูเป็นผู้ใหญ่เกินวัย ความเยาว์วัยที่เจือปนอยู่กลับกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจ ทั้งดูสูงส่งและไร้เดียงสาในเวลาเดียวกัน

"ตระกูลเฟิงเรายืนหยัดคู่เกาะฮ่องกงมากว่าร้อยปี มีหรือจะสั่นคลอนเพราะนักสู้กระจอกๆคนเดียว" พ่อของเฟิงอันฮุ่ยจิบชาอย่างใจเย็น มั่นคงดุจขุนเขา ไม่ยี่หระต่อคำขู่ใดๆ

ตรงข้ามกับความมองโลกในแง่ดีของสามพ่อแม่ลูก จงลี่กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด

ในวันที่เผชิญหน้ากับงูยักษ์ เฟิงอันฮุ่ยตกใจกลัวจนหนีไปซ่อนตัว ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตอนที่ปรมาจารย์เย่สังหารงูยักษ์

แต่จงลี่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตาตัวเอง...

วิชาที่ปรมาจารย์เย่ใช้... มันเหนือกว่าขอบเขตของวรยุทธ์ไปไกลโข!

เห็นเจ้านายทั้งสามประมาท จงลี่จึงอดไม่ได้ที่จะเตือนสติ

"คุณหนูรองคะ เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ปรมาจารย์เย่คนนั้น... ตอนที่เขาเหาะเหินเดินอากาศสังหารงูยักษ์ มันไม่ใช่แค่วรยุทธ์ธรรมดา แต่เหมือนอิทธิฤทธิ์ของเซียนมากกว่า ถ้าตระกูลเฟิงยังดื้อดึงแบบนี้ เกรงว่าหายนะจะมาเยือนในเร็ววัน"

คำเตือนทำนองนี้เฟิงอันฮุ่ยฟังจนหูชาแล้ว

"เหลวไหล" เฟิงอันฮุ่ยเบะปาก "ฉันว่าป้าจงคงกลัวงูยักษ์จนหลอนไปเองมากกว่า โลกนี้มีเซียนที่ไหนกัน ไอ้คนแซ่เย่นั่นก็แค่เก่งวรยุทธ์นิดหน่อย ที่บอกว่าเหาะเหินเดินอากาศฟันฉับเดียวงูตาย... คงตาฝาดไปเองทั้งนั้นแหละ"

พ่อแม่ของเฟิงอันฮุ่ยก็คิดแบบเดียวกัน

พวกเขาผ่านโลกมามาก ไม่เคยได้ยินเรื่องเซียนเหาะเหินเดินอากาศมาก่อน มันขัดกับสามัญสำนึกของพวกเขาอย่างแรง จึงมองว่าคำพูดของจงลี่เป็นเรื่องไร้สาระ

จงลี่เห็นท่าทีของทุกคนแล้วก็ถอนหายใจยาว รู้ดีว่าป่วยการที่จะพูดต่อ

คนเดียวในตระกูลเฟิงที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนและพอจะคุยรู้เรื่องก็คือคุณหนูใหญ่

และมีเพียงคุณหนูใหญ่เท่านั้นที่จะเชื่อคำพูดของเธอ

โชคดีที่เธอไหวตัวทันรีบส่งข่าวไปบอกคุณหนูใหญ่ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ถ้าเจรจาขอลาพักร้อนได้สำเร็จ ป่านนี้คุณหนูใหญ่น่าจะกำลังเดินทางมา

สิ่งที่จงลี่กังวลคือ... กลัวว่า 'เจ้านาย' ของคุณหนูใหญ่จะไม่ยอมปล่อยตัวมา

ในขณะที่จงลี่กำลังกลัดกลุ้ม สาวใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงาน

"นายท่านคะ คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วค่ะ"

"พี่กลับมาแล้วเหรอ? เยี่ยมไปเลย!" เฟิงอันฮุ่ยดีใจจนกระโดดโลดเต้น รีบวิ่งออกไปรับพี่สาวทันที

จงลี่ถอนหายใจโล่งอก แล้วรีบตามออกไป

จงลี่ดูแลเฟิงอันนามาตั้งแต่เล็กจนโต ความผูกพันที่เฟิงอันนามีต่อจงลี่ ในบางมุมอาจจะมากกว่าพ่อแม่แท้ๆเสียอีก

และจงลี่เองก็เช่นกัน เธอครองตัวเป็นโสด ไม่มีลูกหรือสามี จึงรักและเอ็นดูเฟิงอันนาเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง

......

"ว้าว! อันนา บ้านเธอหรูหราอลังการสุดๆ สมฉายาเจ้าหญิงตระกูลเฟิงจริงๆ ดูสิ ตกแต่งเหมือนพระราชวังโบราณเลย"

ซ่งจื่อฮุ่ยเดินตามเฟิงอันนาเข้ามาในคฤหาสน์ กวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความตื่นตาตื่นใจและแอบอิจฉาเล็กน้อย

"ก็งั้นๆแหละ" เฟิงอันนายิ้มเจื่อนๆ

เมื่อก่อนเธอก็เคยคิดแบบนั้น คิดว่าตัวเองสูงส่ง เป็นเจ้าหญิงน้อยแห่งฮ่องกง ใครๆก็ต้องเอาอกเอาใจ

แต่พอไปอยู่ชิงหลิง... กลับโดน 'สอนมวย' จนเข็ดหลาบ

ตอนนี้กลายสภาพเป็นสาวใช้ของคนอื่น ต้องทำกับข้าว ซักผ้า ถูพื้น... แทบจะกลายเป็นแม่บ้านมืออาชีพอยู่แล้ว

ฉายาเจ้าหญิงตระกูลเฟิง... ฟังแล้วเหมือนตลกร้ายดีๆนี่เอง

เฟิงอันนาไม่อยากนึกถึงอดีตอันแสนเจ็บปวด จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง หันไปแซวซ่งจื่อฮุ่ยด้วยสายตามีเลศนัย

"ว่าแต่เธอน่ะ ปิดฉันซะมิดเลยนะ บอกว่าเป็นแค่เพื่อนธรรมดากับ... เอ่อ... บอสของฉัน แต่ดูจากความสัมพันธ์แล้ว... นี่มันเพื่อนแบบไหนกันยะ?"

*****

จบบทที่ บทที่ 620 ตระกูลเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว