- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 618 หวนคืน
บทที่ 618 หวนคืน
บทที่ 618 หวนคืน
ด้วยความทรงจำจาก 'อดีตชาติ' บวกกับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่หวังฮ่าวหรานแสดงให้เห็น หยุนชูหรานจึงยอมสยบแทบเท้าอย่างเต็มใจ
แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงวีรกรรมที่เคยทำไว้กับเขา ทั้งด่าทอและล่วงเกินสารพัด ความกลัวและความเสียใจก็ถาโถมเข้ามาจนตัวสั่น
หวังฮ่าวหรานจงใจเงียบไปพักใหญ่ สร้างแรงกดดันให้อีกฝ่ายใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงเอ่ยขึ้นช้าๆด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"ล่วงเกินจักรพรรดิ... รู้ไหมว่ามีโทษสถานใด?"
หยุนชูหรานหน้าซีดเผือด รีบก้มหัวโขกพื้นดัง ปึก! ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
"หม่อมฉันสมควรตาย... ขอฝ่าบาทโปรดลงทัณฑ์ หม่อมฉันน้อมรับโทษทัณฑ์โดยไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ"
มุมปากของหวังฮ่าวหรานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ
แม้จะมี 'แมลงวัน' แอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกล แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร...
......
ย้อนกลับไปตอนกลางวัน หลังจากฉู่เทียนถูกตีจนสลบเหมือด เขาก็ตื่นขึ้นมาในเวลาไม่นานนัก
สิ่งแรกที่ทำคือควานหาเจดีย์ทมิฬ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ สุดท้ายจำใจต้องซมซานกลับสำนักเจ็ดดาราด้วยความเจ็บใจ
ตอนนี้ เขากำลังแอบซุ่มดูอยู่ใกล้ๆห้องพักของหวังฮ่าวหราน
เจดีย์ทมิฬคือความหวังเดียวที่จะพลิกชีวิต แต่จู่ๆก็โดนใครไม่รู้ตีหัวแล้วฉกไปดื้อๆ
ฉู่เทียนพยายามคิดวิเคราะห์ว่าใครเป็นคนทำ ไม่นานภาพของ 'ไอ้หมอนั่น' ก็ผุดขึ้นมาในหัว
เขาเก็บเจดีย์ทมิฬมาได้สักพักแล้ว ปิดปากเงียบสนิทอยู่ตลอด แม้แต่บิดาแท้ๆยังไม่รู้
พวกผู้อาวุโสใหญ่ไม่มีทางรู้เรื่องนี้แน่
แต่จู่ๆวันนี้สำนักเจ็ดดาราก็มีแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มา
แม้เขาจะระวังตัวแจแล้ว แต่คนจาก 'ตระกูลโบราณ' อาจจะมีวิชาตรวจสอบของวิเศษหรือสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง เลยแอบตามเขาไปที่หลังเขา ตีหัวแล้วขโมยของไป
เมื่อปักใจเชื่อแบบนั้น ฉู่เทียนก็รีบมาดักรอหวังฮ่าวหรานที่ห้องพัก
แต่ปรากฏว่าเป้าหมายยังไม่กลับ ถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน
จนกระทั่งตกดึก หวังฮ่าวหรานถึงได้โผล่หัวกลับมา
นั่นยิ่งตอกย้ำความมั่นใจของฉู่เทียนว่า... ต้องใช่แน่ๆ!
ช่วงเวลาที่หายไป มันต้องเอาเจดีย์ทมิฬไปศึกษาแน่นอน!
ตอนนี้ฉู่เทียนจึงมาดักซุ่มรอโอกาส
รอให้ดึกสงัด รอให้ทุกคนหลับ เขาจะย่องเข้าไปขโมยความหวังของเขาคืนมา
แต่เมื่อครู่เขาเห็นหยุนชูหรานเดินเข้าไปในห้องหวังฮ่าวหราน ไม่รู้ว่าเข้าไปคุยอะไรกัน
แต่คงยังไม่นอนเร็วๆนี้แน่ อย่างน้อยก็ต้องรอให้หยุนชูหรานกลับออกไปก่อน
ฉู่เทียนมีความอดทนสูง เขาเฝ้ารออย่างใจเย็น
แต่รอไปสักพัก... ไฟในห้องกลับดับลง!
ฉู่เทียนสะดุ้ง
หยุนชูหรานยังไม่ออกมาเลยนะ... ทำไมรีบปิดไฟ?
สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว แล้วภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมา...
ฉู่เทียนจิกเล็บเข้ากับผนังกำแพงจนเลือดซิบ กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น
เขายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจย่องเข้าไปใกล้หน้าต่าง เอาหูแนบผนังเพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายใน
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของตัวเอกฉู่เทียนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ได้รับแต้มวายร้าย 3,000 แต้ม ออร่าตัวเอกฉู่เทียนลดลง -150, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์เพิ่มขึ้น +150!]
เป็นไปตามคาด... เสียงที่ลอดออกมาจากห้องยืนยันความคิดของเขาได้เป็นอย่างดี
ฉู่เทียนสบถในใจ 'หยุนชูหรานนังแพศยา!' ความอาลัยอาวรณ์ที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น
ผู้หญิงสกปรกแบบนี้ไม่คู่ควรกับเขาอีกต่อไป!
ฉู่เทียนยืนพิงกำแพงรออย่างอดทน หวังว่าเมื่อ 'กิจกรรม' จบลง เขาจะหาจังหวะเข้าไปขโมยของ
แต่รอแล้วรอเล่า... หนึ่งชั่วโมง... สองชั่วโมง... เสียงข้างในก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
ฉู่เทียนถอดใจ รู้ว่าคืนนี้คงไม่มีโอกาสแล้ว จึงจำใจย่องหนีกลับไปเงียบๆ
หวังฮ่าวหรานรับรู้การเคลื่อนไหวของฉู่เทียนตลอดเวลา เมื่อเห็นอีกฝ่ายถอยทัพไปแล้ว เขาก็ยิ้มมุมปาก แล้วกลับมาจดจ่อกับเรื่องตรงหน้า
เพียงแต่... ย้ายสถานที่ไปสานต่อในเจดีย์เบิกนภา
เหตุผลที่ตอนแรกเขาเลือกทำในห้องพัก ก็เพื่อยั่วโมโหฉู่เทียนและปั๊มแต้มวายร้ายนั่นเอง
ตอนนี้สำหรับหวังฮ่าวหราน แต้มวายร้ายไม่สำคัญเท่า 'ออร่าตัวร้าย'
เพราะยิ่งออร่าตัวร้ายสูง 'โชควาสนา' ก็จะยิ่งสูงตามไปด้วย
อย่างเช่นตอนที่เขาชิงเจดีย์เบิกนภามาได้อย่างราบรื่น ก็เพราะเขามีโชควาสนาสูงพอที่จะกดข่มวาสนาของตัวเอกได้
ฉู่เทียนมีออร่าตัวเอกสูงมาก วาสนาก็สูงตาม
การจะครอบครองของวิเศษระดับจักรวาลได้ต้องมีวาสนาที่แข็งแกร่งพอ ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นทุกขลาภแทน
และออร่าตัวร้ายของหวังฮ่าวหรานตอนนี้ก็แกร่งพอที่จะรับมือได้สบายๆ
ภายในเจดีย์เบิกนภา เวลาไหลช้ากว่าภายนอกมาก ทำให้มีเวลา 'บำเพ็ญเพียร' ได้อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงทวีคูณ
แถมหยุนชูหรานก็ไม่ต้องคอยกลั้นเสียงไว้ เพราะต่อให้ร้องดังแค่ไหน คนข้างนอกก็ไม่มีทางได้ยิน
......
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางเอก 'หยุนชูหราน' เป็นครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 8,000 แต้ม ออร่าตัวเอกฉู่เทียนลดลง -400 ออร่านางเอกหยุนชูหรานลดลง -400 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์เพิ่มขึ้น +800!]
[ติ๊ง! นางเอก 'หยุนชูหราน' ค่าความประทับใจต่อโฮสต์ +20 ค่าความประทับใจรวมปัจจุบันคือ 70 (รักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย)]
[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 4,000 แต้ม ออร่าตัวเอกฉู่เทียนลดลง -200 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์เพิ่มขึ้น +200!]
......
ตัดภาพมาที่อีกฝั่ง
ฉู่เทียนกลับถึงห้องด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาอาละวาดทำลายข้าวของระบายอารมณ์จนห้องเละเทะ
จากนั้นก็นั่งหน้าบึ้งตึงด้วยความคับแค้นใจจนถึงเช้า
รุ่งเช้า ฉู่เทียนรีบมายืนดักรอหน้าห้องหวังฮ่าวหรานอีกครั้ง
รอไม่นาน ประตูก็เปิดออก หวังฮ่าวหรานและหยุนชูหรานเดินออกมาพร้อมกัน
หยุนชูหรานดูสดใสเปล่งปลั่ง ใบหน้าอิ่มเอิบมีน้ำมีนวล กลิ่นอายเด็กสาวแรกรุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนของหญิงสาวเต็มตัว ดูงดงามจับตายิ่งกว่าเดิม
ฉู่เทียนเห็นแล้วก็อดใจสั่นไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันความเกลียดชังก็ยิ่งพุ่งสูงจนแทบจะขบฟันแตก
เมื่อทั้งคู่เดินลับสายตาไป ฉู่เทียนก็รีบแอบเข้าไปค้นในห้องหวังฮ่าวหราน พลิกแผ่นดินหาเจดีย์ทมิฬ แต่ก็คว้าน้ำเหลว
มื้อเที่ยง...
ฉู่จ้านจัดงานเลี้ยงต้อนรับหวังฮ่าวหรานและหยุนชูหรานชุดใหญ่
ฉู่เทียนถูกบิดาบังคับให้มาร่วมโต๊ะด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในงานเลี้ยง ฉู่จ้านเอ่ยปากขอร้องเรื่องยาวิเศษรักษาเส้นลมปราณอีกครั้ง
หวังฮ่าวหรานยังคงยืนยันคำเดิม... ให้ฉู่เทียนมาเป็นคนเฝ้าประตู
แต่ตัวเอกผู้หยิ่งทะนงอย่างฉู่เทียนมีหรือจะยอมก้มหัว ยอมเป็นคนพิการดีกว่าไปเป็นขี้ข้า
ฉู่จ้านได้แต่ถอนหายใจด้วยความจนปัญญา
หลังจบงานเลี้ยง หวังฮ่าวหรานแอบนัดพบผู้อาวุโสใหญ่เป็นการส่วนตัว สั่งให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของฉู่เทียน หากมีอะไรผิดปกติให้รีบรายงานทันที
ผู้อาวุโสใหญ่ที่อยากประจบหวังฮ่าวหรานและเกลียดขี้หน้าฉู่จ้านอยู่แล้วรีบตกปากรับคำด้วยความยินดี
แม้นิ้วทองคำอย่างเจดีย์เบิกนภาจะโดนฉกมาแล้ว แต่ออร่าตัวเอกของฉู่เทียนยังเหลืออีกเพียบ
เผลอๆอาจจะมีนิ้วทองคำชิ้นที่สองโผล่มาอีกก็ได้
หวังฮ่าวหรานไม่รังเกียจที่จะ 'ปล้น' วาสนาของฉู่เทียนอีกรอบหรอกนะ
เมื่อสั่งการเรียบร้อย หวังฮ่าวหรานก็พาหยุนชูหรานเดินทางออกจากสำนักเจ็ดดารา มุ่งหน้ากลับเมืองชิงหลิง
หยุนชูหรานที่ยอมรับสถานะ 'สาวใช้' ได้อย่างหมดใจ ก็ติดตามรับใช้เขาไม่ห่างกายดุจเงาตามตัว
ตอนนี้ระดับพลังของหวังฮ่าวหรานพุ่งทะยานสู่ขอบเขตรวมปราณขั้นเก้า ใกล้จะแตะขอบเขต ‘สร้างรากฐาน’ เข้าไปทุกที
ต้องขอบคุณไอเทมสุดโกงอย่างเจดีย์เบิกนภาที่ทำให้หนึ่งคืนมีค่าเท่ากับสิบคืน
ส่วนหยุนชูหรานเองก็ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ลมปราณเปลี่ยนสภาพเป็นพลังวิญญาณ เข้าสู่ขอบเขตรวมปราณขั้นสองเรียบร้อยแล้ว
ความแข็งแกร่งของนางตอนนี้เหนือกว่าบิดาของตนไปไกลโข
พลังที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์นี้ยิ่งทำให้หยุนชูหรานศรัทธาและเทิดทูน 'จักรพรรดิเซียน' ของนางจนสุดหัวใจ
ต่อให้เขาสั่งให้ทำเรื่องเลวร้ายแค่ไหน นางก็พร้อมจะถวายหัวโดยไม่ปริปากบ่น
ทันทีที่หวังฮ่าวหรานกลับถึงวิลล่าที่ชิงหลิง เฟิงอันนาก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"คุณชายคะ! กลับมาพอดีเลย... ฉัน... ฉันอยากจะขอลางานสักพักค่ะ"
"เหตุผลล่ะ?" หวังฮ่าวหรานเลิกคิ้วถาม
"ตระกูลเฟิงที่ฮ่องกงเกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ยัยน้องสาวโง่ของฉันดันไปหาเรื่องยอดฝีมือที่ชื่อ 'ปรมาจารย์เย่' เข้า!" เฟิงอันนากัดฟันพูดด้วยความแค้นใจ
*****