- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 616 เจดีย์เบิกนภา
บทที่ 616 เจดีย์เบิกนภา
บทที่ 616 เจดีย์เบิกนภา
ฉู่จ้านย่อมไม่อาจล่วงรู้ความคิดที่แท้จริงของหวังฮ่าวหราน เมื่อเห็นอีกฝ่ายตอบตกลง เขาก็เตรียมจะจัดการเรื่องที่พักให้ทันที
ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปาก ผู้อาวุโสใหญ่ก็ชิงตัดหน้าพูดแทรกขึ้นมาก่อน
"ท่านจ้าวสำนัก ท่านได้รับบาดเจ็บอยู่ เรื่องนี้ให้ข้าจัดการเองเถอะ"
พูดจบ โดยไม่รอให้ฉู่จ้านอนุญาตหรือปฏิเสธ เขารีบเดินปรี่เข้าไปหาหวังฮ่าวหราน แสดงท่าทีพินอบพิเทาเอาอกเอาใจจนออกนอกหน้า
ฉู่จ้านเห็นดังนั้นก็รู้สึกขัดใจ แต่ก็คร้านจะไปต่อล้อต่อเถียงกับตาแก่เจ้าเล่ห์
เพราะสิ่งที่เขาต้องการมีเพียงอย่างเดียว คือรั้งตัวหวังฮ่าวหรานไว้ เพื่อใช้เวลาช่วงนี้กล่อมฉู่เทียนให้เปลี่ยนใจ
แต่สิ่งที่ฉู่จ้านไม่รู้คือ ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน บุตรชายหัวดื้ออย่างฉู่เทียนก็ไม่มีทางยอมรับข้อเสนอนี้แน่นอน
ผู้อาวุโสใหญ่รีบพาหวังฮ่าวหรานและหยุนชูหรานออกไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่แขกคล้อยหลัง ฉู่เทียนก็รีบตามหมอมาดูอาการบิดา
ผลการตรวจออกมาว่า ฉู่จ้านต้องพักฟื้นนานกว่าหนึ่งเดือนถึงจะหายสนิท
ฉู่เทียนได้ยินดังนั้นก็ขบกรามแน่น กำหมัดจนสั่นระริก ความเกลียดชังที่มีต่อหวังฮ่าวหรานลุกโชนขึ้นในใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
"เทียนเอ๋อร์ ไม่ต้องห่วง พ่อไม่เป็นไรมาก พักไม่นานก็หาย" ฉู่จ้านสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของลูกชาย จึงรีบพูดปลอบโยน พร้อมกับเตือนสติ
"คนคนนั้นมาจากตระกูลโบราณ เราแตะต้องไม่ได้เด็ดขาด ลูกอย่าได้วู่วามทำอะไรไม่ควรเชียวล่ะ"
ฉู่เทียนแค่นเสียงในใจอย่างไม่ยี่หระ
'ตระกูลโบราณแล้วยังไง? ข้าเคยเห็นการต่อสู้ของเทพเซียนมากับตาแล้ว ภาพดวงดาราแตกดับ กาแล็กซีหมุนย้อนกลับ มันยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำไม่ลืมเลือน'
เจดีย์ทมิฬลึกลับที่เทพเซียนสองคนยอมแลกชีวิตเพื่อแย่งชิง ต้องไม่ใช่ของธรรมดาๆแน่
ถ้าเขาสามารถไขความลับและหาวิธีใช้งานมันได้ ตระกูลโบราณก็คงไม่น่ากลัวอีกต่อไป
'มันตบหน้าข้า ทำร้ายบิดาข้า แถมยังมาแย่งคู่หมั้นข้าไป...'
'ความแค้นนี้ ข้าต้องชำระให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!'
และเจดีย์ทมิฬลึกลับนั่นอาจจะเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยให้เขาพลิกฟื้นชะตาชีวิตกลับมาผงาดได้อีกครั้ง
"ท่านพ่อ ข้ารู้ขีดจำกัดตัวเองดี ท่านพักผ่อนเถอะ" ฉู่เทียนตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หลังจากส่งบิดาเข้านอน เขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังหอคัมภีร์ของสำนักทันที
ในหอคัมภีร์รวบรวมบันทึกแปลกประหลาดและตำราโบราณไว้มากมาย ฉู่เทียนหวังว่าจะเจอเบาะแสวิธีเปิดใช้งานเจดีย์ทมิฬจากที่นี่
เมื่อมาถึงหอคัมภีร์ ฉู่เทียนก็เริ่มพลิกอ่านตำราอย่างบ้าคลั่ง
โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่า... มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเขาอยู่จากที่ไกลๆ
เจ้าของสายตานั้น... จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหวังฮ่าวหราน
เหตุผลที่หวังฮ่าวหรานเลือกพักที่สำนักเจ็ดดารา ก็เพื่อใช้ตาทิพย์สอดส่องพฤติกรรมของฉู่เทียนได้อย่างสะดวก จะได้หาจังหวะ 'ปาดหน้าเค้ก' แย่งชิงวาสนามาครองแบบเนียนๆ
แถมยังทำได้โดยไม่มีใครรู้เห็น เพราะตัวเขาแค่นั่งจิบชาอยู่ในห้องพัก คงไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าเขากำลังจับตาดูทุกฝีก้าวของฉู่เทียนอยู่
ฉู่เทียนพลิกตำราอย่างขะมักเขม้น พบวิธีประหลาดๆมากมาย เช่น ใช้ไฟเผา แช่น้ำ ฯลฯ
เมื่อได้ไอเดียแล้ว ฉู่เทียนก็รีบวางตำราลง แล้วผลุนผลันออกจากหอคัมภีร์ ดูเหมือนจะรีบไปลองวิชา
แต่หวังฮ่าวหรานมองว่าวิธีพวกนี้คงไม่ได้ผลหรอก
ตามสูตรสำเร็จของนิยายแนวนี้ การกระตุ้นของวิเศษส่วนใหญ่มักเกิดจากอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ใช้วิธีสุดคลาสสิกอย่าง 'หยดเลือดทำพันธสัญญา'
หวังฮ่าวหรานเดาพล็อตได้เป็นฉากๆ ฉู่เทียนลองทุกวิธีแล้วไม่ได้ผล จนเกิดบันดาลโทสะ เผลอทำมีดบาดมือหรือทุบของจนเลือดออก เลือดหยดลงบนของวิเศษ แล้วก็... ปิ๊ง! ยอมรับเป็นนาย
คนแต่งนิยายโลกนี้ช่างเวิ่นเว้อซะจริง
ให้หยดเลือดตั้งแต่แรกก็จบเรื่องแล้ว จะลีลาไปทำไม?
แถมยังจงใจวางพล็อตให้เหตุการณ์นี้เกิดหลังจากถูกถอนหมั้นอีก
แต่ก็นั่นแหละ... หวังฮ่าวหรานแอบดีใจอยู่ลึกๆ
เพราะถ้าไม่ลีลาแบบนี้ เขาจะมีโอกาสมาแย่งชิงมาได้ยังไง?
ในระหว่างที่หวังฮ่าวหรานกำลังวิเคราะห์พล็อตเรื่อง ฉู่เทียนก็กลับไปที่ห้องพัก มุดใต้เตียงหยิบเจดีย์ทมิฬสูงประมาณหนึ่งฟุตออกมา ใช้ผ้าห่ออย่างดี แล้วแอบย่องออกไปทางด้านหลังภูเขาของสำนักเจ็ดดารา
ที่นั่นเงียบสงบ เหมาะแก่การทดลองวิชา
วิธีแรกที่เขาจะลองคือ... ใช้ไฟเผา
ฉู่เทียนเพิ่งจะก้มลงเก็บฟืนเตรียมก่อกองไฟ จู่ๆก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ท้ายทอย แล้วสติก็ดับวูบลงทันที
ร่างของเขาร่วงลงไปกองกับพื้น
หวังฮ่าวหรานปรากฏตัวขึ้น ย่อตัวลงหยิบห่อผ้าที่ฉู่เทียนถือไว้ออกมา
เมื่อเปิดดู ก็พบเจดีย์สีดำที่ดูธรรมดาสามัญ
แต่สำหรับคนรู้ทันพล็อตอย่างหวังฮ่าวหราน ยิ่งของดูธรรมดาเท่าไหร่... สรรพคุณก็ยิ่งเทพเท่านั้น!
หวังฮ่าวหรานไม่ได้รีบร้อนหยดเลือดทำพันธสัญญาตรงนั้น แต่เขาพาเจดีย์ทมิฬไปหาสถานที่เงียบสงบอีกแห่งในป่าหลังเขา แล้วใช้พลังวิญญาณสร้าง 'ค่ายกล' ขึ้นมาเพื่อปิดกั้นและป้องกันการรบกวนจากภายนอก
ตอนทำพันธสัญญาไม่รู้ว่าจะเกิดปรากฏการณ์อะไรขึ้นบ้าง ดีไม่ดีเขาอาจจะสลบไป
ขืนสลบไปนานแล้วฉู่เทียนตื่นขึ้นมาเจอเข้า อาจจะโดนเอาคืนจนเสียท่าได้
หวังฮ่าวหรานผู้รอบคอบย่อมต้องป้องกันความเสี่ยงนี้
เมื่ออยู่ภายในค่ายกลที่ปลอดภัย หวังฮ่าวหรานจึงใช้พลังวิญญาณกรีดนิ้วตัวเอง บีบเลือดหยดลงบนเจดีย์ทมิฬ
ทันทีที่เลือดสัมผัสเจดีย์ มันก็ซึมหายเข้าไปอย่างรวดเร็ว
พริบตาต่อมา เจดีย์ทมิฬก็เริ่มเปล่งแสง
จากแสงสลัวค่อยๆเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆตามจำนวนเลือดที่ถูกดูดซับ
เมื่อแสงสว่างถึงขีดสุด เจดีย์ทมิฬก็กลายสภาพเป็นลำแสง พุ่งเข้าไปที่กลางหน้าผากของหวังฮ่าวหราน!
[ติ๊ง! โฮสต์แย่งชิงวาสนาของตัวเอกสำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 20,000 แต้ม ออร่าตัวเอกฉู่เทียนลดลง -1,000 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์เพิ่มขึ้น +1,000!]
หวังฮ่าวหรานรู้สึกปวดหัวจี๊ด สติสัมปชัญญะค่อยๆเลือนรางและดับวูบลงในที่สุด
......
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
หวังฮ่าวหรานถอนหายใจด้วยความโล่งอก นึกขอบคุณตัวเองที่อ่านนิยายมาเยอะ เลยรู้ทางหนีทีไล่
ถ้าเมื่อกี้เขาหยดเลือดต่อหน้าฉู่เทียน แล้วสลบเหมือดไปแบบนี้ มีหวังความซวยมาเยือน
หลังจากตั้งสติได้ หวังฮ่าวหรานก็เริ่มสำรวจความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
ไม่นานเขาก็พบความผิดปกติในสมอง... หรือพูดให้ถูกคือใน 'ทะเลแห่งจิต' ของเขา
ณ ใจกลางทะเลแห่งจิต เจดีย์ทมิฬลึกลับกำลังลอยอย่างสงบนิ่ง แผ่รังสีลึกลับจางๆออกมา
เป็นไปตามคาด... ของวิเศษแบบนี้ต้องใช้เลือดทำพันธสัญญาจริงๆ
หวังฮ่าวหรานรู้สึกได้ว่าเจดีย์นี้ได้ฝังรากลึกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขาไปแล้ว
เมื่อลองสื่อสารทางจิตกับเจดีย์ ข้อมูลบางอย่างก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว
ข้อมูลมีไม่มาก แต่บอกเล่าถึงที่มาที่ไปของเจดีย์ทมิฬ ซึ่งฟังแล้วต้องร้องว่า... โคตรเทพ!
เจดีย์ทมิฬนี้มีนามว่า 'เจดีย์เบิกนภา'
มันคือ 'สมบัติวิเศษบรรพกาล' ที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับจักรวาลนี้!
หวังฮ่าวหรานดีใจจนเนื้อเต้น เขาเพ่งสมาธิลองส่งจิตเข้าไปสำรวจชั้นแรกของเจดีย์
การเข้าไปในเจดีย์ ไม่ใช่แค่จิตที่เข้าไปได้ แต่สามารถนำ 'ร่างกาย' เข้าไปได้ด้วย!
ทันทีที่หวังฮ่าวหรานเข้าไปในเจดีย์ ร่างกายของเขาในโลกความจริงก็หายวับไป
ส่วนตัวเจดีย์เองก็จะย่อส่วนลงเหลือขนาดเท่าเม็ดฝุ่น
เม็ดฝุ่นนี้ แม้แต่ 'เซียนจุนขอบเขตตู้เจี๋ย' ก็ยังตรวจจับไม่ได้
นั่นหมายความว่า ตราบใดที่จิตของเขายังไม่ถูกเซียนจุนควบคุม เพียงแค่คิด เขาก็สามารถหลบเข้าไปซ่อนตัวในเจดีย์ได้ทันที
แม้แต่เซียนจุนยังทำอะไรไม่ได้... นี่มันสกิลเอาตัวรอดระดับเทพชัดๆ!
หลังจากตื่นเต้นกับสกิลหนีตายอยู่พักใหญ่ หวังฮ่าวหรานก็เริ่มสำรวจเจดีย์อย่างละเอียด
เจดีย์เบิกนภามีทั้งหมดสิบชั้น ดูเหมือนจะสอดคล้องกับระดับขั้นการบำเพ็ญเพียรทั้งสิบระดับ
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานสามารถเข้าได้แค่ชั้นที่หนึ่งเท่านั้น ต้องผ่านระดับรวมปราณไปก่อนถึงจะปลดล็อกชั้นที่สองได้ และเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆตามลำดับ
*****