เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 612 โถงประชุมสำนักเจ็ดดารา

บทที่ 612 โถงประชุมสำนักเจ็ดดารา

บทที่ 612 โถงประชุมสำนักเจ็ดดารา


เช้าวันรุ่งขึ้น

หยุนชูหรานค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกงัวเงีย

เมื่อคืนนางฝันประหลาด... ในฝัน นางเป็นนางกำนัลรับใช้ของจักรพรรดิเซียนผู้ยิ่งใหญ่...

ภาพในความฝันนั้นช่างสมจริงจนน่าขนลุก นางยังจำรายละเอียดทุกอย่างได้แม่นยำ

แต่พอหวนนึกถึงเนื้อหาในฝัน... ใบหน้าสวยหวานก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

เพราะเรื่องราวในความฝันนั้น มันช่างวาบหวามและไม่อาจบอกเล่าให้ใครฟังได้

ที่สำคัญไปกว่านั้น ใบหน้าของจักรพรรดิเซียนผู้นั้น... กลับคล้ายคลึงกับ 'ใครบางคน' อย่างน่าประหลาด

สายตาที่ยังคงพร่ามัวของหยุนชูหรานค่อยๆปรับโฟกัสไปที่ร่างของชายหนุ่มริมหน้าต่าง

ใช่แล้ว... จักรพรรดิเซียนในฝันของนาง หน้าตาเหมือนหวังฮ่าวหรานไม่มีผิดเพี้ยน!

หวังฮ่าวหรานสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจ้องมอง จึงละสายตาจากทิวทัศน์นอกหน้าต่าง หันกลับมาสบตากับนาง

"ไปตักน้ำมาล้างหน้า" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

แม้นครโบราณจะมีทิวทัศน์งดงาม แต่ความสะดวกสบายแบบโลกสมัยใหม่แทบไม่มีให้เห็น ยังคงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆด้วย

วินาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน หยุนชูหรานรู้สึกเหมือนภาพของหวังฮ่าวหรานซ้อนทับกับจักรพรรดิเซียนในฝันจนแยกไม่ออก

"เจ้าค่ะ..." นางตอบรับออกไปอย่างว่าง่ายราวกับต้องมนต์

แต่เพียงชั่วครู่ นางก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบเตือนสติตัวเองว่านั่นมันก็แค่ความฝัน!

โลกนี้มันมีเซียนที่ไหนกัน?!

หรือต่อให้มี ก็ไม่มีทางเป็นหวังฮ่าวหรานไปได้!

หวังฮ่าวหรานอย่างมากก็เป็นแค่นายน้อยจากสำนักทรงอำนาจ ถึงจะบรรลุระดับปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สำหรับสำนักใหญ่ที่มีทรัพยากรล้นเหลือ การจะปั้นอัจฉริยะแบบนี้ขึ้นมาสักคนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

แน่นอนว่าพรสวรรค์ของเขาก็มีส่วนสำคัญ

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ควรให้บุตรสาวจ้าวสำนักใหญ่อย่างนางต้องลดตัวลงไปเป็นสาวใช้คอยปรนนิบัติเขาแบบนี้!

ทว่า... สถานการณ์ตอนนี้ นางเป็นรองอยู่เห็นๆ

หยุนชูหรานจำใจต้องกลืนศักดิ์ศรีลงคอ แล้วลุกไปตักน้ำให้หวังฮ่าวหรานแต่โดยดี

ช่วงสาย หวังฮ่าวหรานและหยุนชูหรานเช็คเอาท์ออกจากโรงเตี๊ยม เดินลัดเลาะไปตามถนนสายเก่าจนมาถึงหน้าประตูใหญ่ของกลุ่มอาคารอันโอ่อ่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักเจ็ดดารา

ระหว่างทาง หวังฮ่าวหรานได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับขุมอำนาจในนครโบราณแห่งนี้จากหยุนชูหราน

ได้ความว่า นอกจากสำนักเจ็ดดาราแล้ว ยังมีอีกสองขุมอำนาจที่แข็งแกร่งพอฟัดพอเหวี่ยงกัน

ทั้งสามฝ่ายต่างมีเรื่องกระทบกระทั่งกันอยู่เนืองๆ แย่งชิงความเป็นใหญ่ในเมืองนี้

ฟังแค่นี้ หวังฮ่าวหรานก็เดาพล็อตเรื่องได้ทันที

นี่มันเควสต์ 'พิชิตแมพเริ่มต้น' ของนายน้อยสำนักเจ็ดดาราชัดๆ

ภารกิจคือ กำจัดอีกสองขุมอำนาจ รวบรวมเมืองให้เป็นปึกแผ่นภายใต้สำนักเจ็ดดารา

เมื่อเคลียร์แมพนี้เสร็จ ก็จะได้ย้ายไปแมพใหม่ที่โหดกว่าเดิม

สูตรสำเร็จแบบนี้ หวังฮ่าวหรานเห็นมาจนเอียน

ที่หน้าประตูสำนัก มีศิษย์เฝ้ายามคอยตรวจตรา หยุนชูหรานแจ้งนามและจุดประสงค์

ศิษย์เฝ้ายามขอให้รอสักครู่ แล้วรีบวิ่งเข้าไปรายงาน

ไม่นานนัก เขาก็กลับออกมาพร้อมเชิญทั้งสองเข้าไปด้านใน

ศิษย์นำทางพวกเขาตรงไปยังห้องโถงใหญ่ ซึ่งดูเหมือนกำลังมีการประชุมสำคัญ

หวังฮ่าวหรานแอบใช้ตาทิพย์ส่องดูสถานการณ์ล่วงหน้า

เห็นชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ส่วนเก้าอี้ฝั่งซ้ายขวามีตาแก่หลายคนนั่งเรียงราย

โดยเฉพาะตาแก่ที่นั่งหัวแถวฝั่งซ้าย ดูท่าทางยโสโอหังน่าดู

ดูเหมือนพวกเขากำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดง

ไม่อย่างนั้น ชายวัยกลางคนที่เป็นประธานคงไม่จ้องตาแก่หัวแถวตาเขียวปั๊ดขนาดนั้น

เมื่อหยุนชูหรานและหวังฮ่าวหรานก้าวเข้ามาในห้องโถง บรรยากาศตึงเครียดจึงค่อยๆสงบลง

"ชูหรานคารวะท่านอาฉู่" หยุนชูหรานทักทายชายวัยกลางคนบนเก้าอี้ประธานอย่างนอบน้อม

ความสัมพันธ์ระหว่างสองสำนักถือว่าดีมาตลอด นางจึงคุ้นเคยกับฉู่จ้านเป็นอย่างดี

"ไม่เจอกันไม่กี่ปี ชูหรานโตมางดงามปานนี้เชียว หยุนเฟิงช่างโชคดีจริงๆที่มีบุตรสาวเช่นนี้" ฉู่จ้านกล่าวชม แต่แววตาแฝงความหมายลึกซึ้ง

"ท่านอาฉู่ชมเกินไปแล้ว" หยุนชูหรานยิ้มตอบหน้าเจื่อน เพราะพอจะเดาความนัยนั้นออก

"จู่ๆหลานก็มาหาแบบนี้ มีธุระด่วนอะไรรึเปล่า?" ฉู่จ้านอารมณ์ไม่สู้ดีอยู่แล้ว จึงไม่อ้อมค้อม ถามเข้าประเด็นทันที

หยุนชูหรานกำลังจะอ้าปากตอบ แต่ตาแก่หัวแถวที่นั่งอยู่ด้านล่างฉู่จ้าน กลับชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียงดัง

"ท่านจ้าวสำนัก เรื่องปลดฉู่เทียนออกจากตำแหน่งผู้สืบทอด ท่านอาจจะไม่เรียกมันมาได้ แต่ในเมื่อตอนนี้คู่หมั้นของมันมาถึงแล้ว มันก็ควรจะออกมาต้อนรับหน่อยไม่ใช่รึ? ไม่เช่นนั้นผู้อื่นจะหาว่าสำนักเจ็ดดาราเราไร้มารยาท"

ฉู่จ้านตวัดสายตาพิฆาตใส่ตาแก่นั่นทันที

ตาแก่ปากมากคนนี้คือ 'ผู้อาวุโสใหญ่' คู่ปรับตัวฉกาจของเขานั่นเอง

"พูดมีเหตุผล ฉู่เทียนควรออกมา อย่าให้ใครเขาครหาได้ว่าสำนักเราไร้มารยาท"

"ใช่ๆ ควรตามตัวนายน้อยมา"

"เห็นด้วย"

...

พอผู้อาวุโสใหญ่เปิดประเด็น บรรดาผู้อาวุโสคนอื่นๆก็พากันผสมโรงเป็นลูกคู่ทันที

ฉู่จ้านขมวดคิ้วแน่น กวาดตามองพวกตาแก่เจ้าเล่ห์ด้วยความคับแค้นใจ สุดท้ายก็จำใจสั่งให้ศิษย์ไปตามตัวฉู่เทียนมา

เดิมทีเขาไม่อยากให้บุตรชายต้องมาทนฟังเรื่องปลดตำแหน่งต่อหน้าธารกำนัล จึงตั้งใจไม่เรียกฉู่เทียนเข้าร่วมการประชุม

แต่ตอนนี้หยุนชูหรานดันโผล่มา สถานการณ์เลยบีบบังคับ

และที่ผู้อาวุโสใหญ่พูดแทรกขึ้นมา ก็จงใจจะเหยียบย่ำฉู่เทียนให้จมดินต่อหน้าคู่หมั้นชัดๆ

เห็นได้ชัดว่า ตาแก่พวกนี้รู้ข่าวการมาถึงของหยุนชูหรานตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

แถมยังเดาเจตนาของนางออกด้วย

ไม่อย่างนั้น วันนี้ในห้องประชุมคงไม่จัดเตรียมเก้าอี้ว่างไว้เพิ่มอีกสองตัวหรอก

ทั้งหมดนี้... เป็นแผนการที่ผู้อาวุโสใหญ่วางไว้ต้อนรับพวกเขา!

ระหว่างรอ ผู้อาวุโสใหญ่ก็กุลีกุจอเชิญหวังฮ่าวหรานและหยุนชูหรานนั่งลงอย่างกระตือรือร้น

หวังฮ่าวหรานมองหน้าตาแก่ผู้นี้แวบเดียวก็รู้ทันทีว่า... นี่แหละ 'ตัวร้ายเกรดบี' ตามสูตร

ไม่นานนัก เด็กหนุ่มรูปงามทว่าใบหน้าซีดเซียวก็เดินเข้ามาในห้องโถง

"อ้าว มาแล้วเหรอฉู่เทียน นั่งก่อนสิ" ผู้อาวุโสใหญ่แสร้งทักทายด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ ก่อนจะทำท่ามองซ้ายมองขวา แล้วตบหน้าผากตัวเองดังฉาด

"โอ้ ตายจริง! ขออภัยด้วยนะนายน้อย ที่นั่งเต็มหมดแล้ว สงสัยท่านคงต้องยืนฟังแล้วล่ะ"

หวังฮ่าวหรานเข้าใจทันทีว่าเด็กหนุ่มหน้าซีดคนนี้คือ 'ฉู่เทียน'

เขาจึงรีบเรียกใช้งานระบบตรวจสอบทันที

[ตัวเอก: ฉู่เทียน]

[พลังต่อสู้: 39]

[ค่าเสน่ห์: 197]

[ออร่าตัวเอก: 20,278 (กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว)]

[สกิล(นิ้วทองคำ): ยังไม่ทำงาน]

ออร่าตัวเอกของฉู่เทียนน้อยกว่าเย่ฟานเกือบหมื่นแต้ม แต่เมื่อดูจากสถานะ 'กำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว' ศักยภาพของหมอนี่คงไม่ด้อยไปกว่าเย่ฟาน เผลอๆอาจจะแซงหน้าในตอนจบก็ได้

แต่สิ่งที่ทำให้หวังฮ่าวหรานตื่นเต้นที่สุดคือ... นิ้วทองคำยังไม่ทำงาน!

นั่นหมายความว่าเขามีโอกาส 'ปล้น' วาสนานี้มาได้!

เพราะถ้านิ้วทองคำทำงานผูกมัดกับตัวเอกไปแล้ว โอกาสแย่งชิงแทบจะเป็นศูนย์

เหมือนกรณีของลู่เฉินที่ได้มรดกแพทย์เทวะ หวังฮ่าวหรานพยายามจะขโมยหยกมา แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

เพราะของวิเศษพวกนั้น เมื่อเลือกเจ้าของแล้ว มันก็แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย

แต่รอบนี้ยังไม่สายเกินไป!

ปัญหาคือ... นิ้วทองคำของฉู่เทียนคืออะไร?

จากพล็อตถอนหมั้นยอดฮิต นิ้วทองคำที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ 'คุณปู่พกพา' รองลงมาคือ 'ของวิเศษระดับเทพ'

หวังฮ่าวหรานภาวนาว่าอย่าให้เป็น 'คุณปู่พกพา' เลย

เพราะเขาได้รับความรู้จากเย่ฟานมาจนล้นสมองแล้ว ไม่ต้องการคนแก่มาบ่นข้างหูเพิ่ม

อีกอย่าง สิ่งที่เขาทำส่วนใหญ่... มันเป็นเรื่องที่ 'คนดี' เขาไม่ทำกัน

ขืนพกคุณปู่ฝ่ายธรรมะไว้ข้างตัว คงได้ทะเลาะกันตาย

คิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานก็รีบใช้ตาทิพย์กวาดมองไปทั่วร่างของฉู่เทียน มองหาพวกแหวน กำไล หรือสร้อยคอ

เพราะของพวกนี้มักจะเป็นบ้านพักคนชราของเหล่าคุณปู่ในตำนาน!

*****

จบบทที่ บทที่ 612 โถงประชุมสำนักเจ็ดดารา

คัดลอกลิงก์แล้ว