เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 608 ควงแขนไปถอนหมั้น

บทที่ 608 ควงแขนไปถอนหมั้น

บทที่ 608 ควงแขนไปถอนหมั้น


ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าช่างชวนให้คิดลึกเสียเหลือเกิน

ทั้งหยุนเฟิงและเฟิ่งเหราต่างพากันคิดไปในทางเดียวกัน ว่าระหว่างหยุนชูหรานกับหวังฮ่าวหรานต้องมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่บอกใครไม่ได้ซ่อนอยู่อย่างแน่นอน

หลังจากหายตะลึง หยุนชูหรานก็พยายามจะผลักหวังฮ่าวหรานออกตามสัญชาตญาณ

เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้นจริงๆ

แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ลอยเข้ามาในหู

"ใจเย็นๆ ให้ความร่วมมือหน่อยสิ"

เพียงประโยคเดียว หยุนชูหรานก็ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

หวังฮ่าวหรานส่งกระแสจิตหาหยุนชูหรานโดยเฉพาะ ทำให้มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ยิน ส่วนหยุนเฟิงและเฟิ่งเหราไม่รู้เรื่องอะไรเลย

เมื่อเห็นว่าการละครดำเนินไปได้ที่แล้ว หวังฮ่าวหรานจึงค่อยๆคลายอ้อมกอดปล่อยหยุนชูหรานเป็นอิสระ

หยุนเฟิงดูไม่พอใจเล็กน้อย แต่เพราะเกรงใจเฟิ่งเหรา จึงยังไม่ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นรอฟังความ

หวังฮ่าวหรานไม่สนใจว่าหยุนเฟิงจะคิดอย่างไร เขาหันไปถามหยุนชูหรานว่า

"เรื่องสำนักเจ็ดดารา คุณวางแผนจะจัดการยังไง?"

"ข้าตกลงกับท่านพ่อแล้วว่าจะรีบไปถอนหมั้นให้เร็วที่สุด" หยุนชูหรานตอบ

"งั้นผมจะไปเป็นเพื่อนคุณด้วย" หวังฮ่าวหรานเสนอตัวทันที

เขามาหาหยุนชูหรานก็เพื่อการนี้ อยากจะไปเห็นฉากในตำนานกับตาตัวเองสักครั้ง และการได้ไปกับหยุนชูหรานย่อมทำให้ได้อรรถรสสมจริงเข้าไปอีก

ในแง่ของอายุ เขากับหยุนชูหรานรุ่นราวคราวเดียวกัน ดูเผินๆก็เหมือนคู่รักหนุ่มหล่อสาวสวย

การควงแขนหยุนชูหรานไปถอนหมั้น รับรองว่าต้องทำให้คนเข้าใจผิดแน่นอน

บทบาทแบบนี้ มันคือบท 'ตัวร้ายข้างกายนางเอก' ในพล็อตถอนหมั้นชัดๆ

แต่เพื่อความสมจริงยิ่งขึ้น ยังขาด 'การตั้งค่าตัวละคร' อีกนิดหน่อย

หลังจากพูดจบ หวังฮ่าวหรานก็แสร้งแปลงพลังวิญญาณให้ดูเหมือนลมปราณ แล้วปลดปล่อยออกมาในระดับเทียบเท่ากับปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้น

ทันทีที่คลื่นพลังแผ่ซ่านออกมา หยุนเฟิง เฟิ่งเหรา และหยุนชูหรานต่างพากันหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง

ก่อนหน้านี้ เฟิ่งเหราและหยุนชูหรานคิดมาตลอดว่าหวังฮ่าวหรานเป็นเพียงคนธรรมดา

ส่วนหยุนเฟิงเองก็ไม่อาจสัมผัสถึงความผันผวนของลมปราณในตัวเขา จึงเหมาเอาเองว่าเขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์

"ที่แท้พ่อหนุ่มก็มีใจให้กับชูหราน ต้องโทษที่ข้าตาถั่วเอง หากข้ารู้เรื่องนี้แต่แรก คงไม่จับชูหรานคลุมถุงชนแบบนั้นหรอก" หยุนเฟิงตั้งสติได้ก่อนใครเพื่อน รีบเปลี่ยนท่าทีมาพูดจาประจบประแจงด้วยรอยยิ้ม

ความโกรธเมื่อครู่ที่เห็นบุตรสาวกอดกับชายแปลกหน้าหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ทัศนคติพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า

หวังฮ่าวหรานอายุเพิ่งจะสิบแปดสิบเก้า

อัจฉริยะระดับนี้ เพียงพอแล้วที่จะทำให้หยุนเฟิงมองข้ามเรื่องหยุมหยิมอื่นๆไปจนหมดสิ้น

เฟิ่งเหราเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหยุนเฟิงก็อดค่อนขอดในใจไม่ได้ว่า 'ตาแก่นี่หน้าไม่อายชะมัด'

จากนั้นนางก็หันไปมองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาน้อยใจ

นางเพิ่งจะมารู้ตอนนี้เองว่าหวังฮ่าวหรานฝึกวรยุทธ์ แถมระดับพลังยังสูงลิ่ว

เฟิ่งเหรามั่นใจในพรสวรรค์ของตัวเอง แต่ตอนอายุเท่าหวังฮ่าวหราน นางยังห่างไกลจากระดับนี้มากโข

กระนั้น นางก็ไม่ได้คิดจะเปิดโปงความจริง หรือเข้าไปขัดขวางแผนการของเขาแต่อย่างใด

"ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่หมั้นกันเฉยๆเอง ไปยกเลิกซะก็สิ้นเรื่อง" หวังฮ่าวหรานแสร้งทำตัวใจกว้าง

หยุนเฟิงเห็นดังนั้นก็ยิ้มแก้มปริ อดไม่ได้ที่จะเลียบเคียงถาม "ไม่ทราบว่าพ่อหนุ่มมาจากสำนักไหนหรือ พอจะบอกได้ไหม?"

การที่คนอายุน้อยขนาดนี้จะมีพลังระดับปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นได้ นอกจากพรสวรรค์แล้ว ทรัพยากรในการฝึกฝนก็สำคัญ หยุนเฟิงไม่เชื่อเด็ดขาดว่าอีกฝ่ายฝึกเองโดยไม่มีคนหนุนหลัง

แถมเฟิ่งเหรายังเป็นคนพามาด้วยตัวเอง ยิ่งยืนยันได้ว่าฐานะของหวังฮ่าวหรานต้องไม่ธรรมดา

แต่ต่อให้หยุนเฟิงคิดจนสมองระเบิด ก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่าเด็กหนุ่มอายุสิบแปดคนนี้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเป็นพิเศษกับจ้าวสำนักเขาเฟิ่งซีผู้สูงส่ง

"ต้องขออภัยที่บอกไม่ได้ ผมบอกได้แค่ว่า ถ้าชูหรานอยู่กับผม ผมจะไม่มีวันทำให้เธอเสียเกียรติแน่นอน" หวังฮ่าวหรานตอบเลี่ยงๆ

หยุนเฟิงเห็นเขาไม่ยอมบอกก็ไม่อยากเซ้าซี้ แค่รู้ว่าเบื้องหลังไม่ธรรมดาก็พอแล้ว

เรื่องอื่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

"จริงสิ ชูหราน เรื่องที่ลูกพูดก่อนหน้านี้..." หยุนเฟิงนึกขึ้นได้

เรื่องที่หยุนชูหรานเคยขู่ว่า ถ้าผิดคำสาบานเรื่องหมั้นหมาย สำนักชิงหยุนจะถูกล้างบาง

หยุนชูหรานไม่ได้ตอบทันที แต่หันไปมองหน้าหวังฮ่าวหรานราวกับขอความช่วยเหลือ

"เรื่องอะไรเหรอครับ?" หวังฮ่าวหรานแกล้งทำไขสือ

หยุนเฟิงจึงรีบอธิบายเรื่องราวคร่าวๆให้ฟัง

หวังฮ่าวหรานร้อง "อ๋อ" ออกมาคำหนึ่ง แล้วหันไปพูดกับหยุนชูหรานว่า:

"นั่นคงเป็นเพราะคุณไม่อยากหมั้นกับนายน้อยสำนักเจ็ดดารา เลยโกหกไปแบบนั้นใช่ไหม?"

หยุนชูหรานหัวไวพอที่จะตามทัน จึงรีบหันไปบอกบิดาว่า "ท่านพ่อไม่ต้องกังวล เป็นลูกพูดไปเรื่อยเปื่อยเอง"

"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง" หยุนเฟิงโล่งอกไปเปราะหนึ่ง ก่อนจะหันมาเสนอแนะหวังฮ่าวหราน

"ในเมื่อพ่อหนุ่มกับชูหรานมีใจให้กัน งั้นทำไมไม่บอกผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าให้มาสู่ขอเลยล่ะ เราสองตระกูลจะได้เกี่ยวดองกันอย่างเป็นทางการเสียเลย ดีไหม?"

หยุนชูหรานแทบอยากจะเอามือปิดหน้า

ไม่ใช่เพราะเขินอาย แต่เพราะอับอายในความหน้าด้านของบิดาตนจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี

แต่หยุนเฟิงกลับทำหน้าตาเฉยเมยราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว

"เรื่องนี้ไม่ต้องรีบหรอกครับ รอไปเคลียร์เรื่องที่สำนักเจ็ดดาราก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกัน" หวังฮ่าวหรานตอบแบ่งรับแบ่งสู้

"เอาอย่างนั้นก็ได้" หยุนเฟิงพยักหน้า ก่อนจะเร่งเร้า "งั้นรีบออกเดินทางเลยเถอะ ข้าจะเขียนจดหมายฝากไป แล้วให้ผู้อาวุโสของสำนักเดินทางไปกับพวกเจ้าด้วย"

เรื่องหมั้นหมายกับสำนักเจ็ดดารา เป็นหยุนเฟิงเองที่เสนอหน้าไปขอหมั้นอีกฝ่ายไว้

เพิ่งจะหมั้นได้ไม่ทันไรก็ต้องไปขอถอนหมั้น หยุนเฟิงกลัวเสียหน้าจึงไม่อยากไปเอง ขอใช้จดหมายแทนดีกว่า

สำหรับหวังฮ่าวหราน หยุนเฟิงจะไปหรือไม่ไปก็ค่าเท่ากัน

ขอแค่หยุนชูหรานไปด้วยก็พอ

เพราะฉากเด็ดในตำนานจะขาดนางเอกไปไม่ได้เด็ดขาด

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมไปกับชูหรานแค่สองคนก็พอ" หวังฮ่าวหรานปฏิเสธ

หยุนเฟิงลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงระดับพลังของหวังฮ่าวหราน ก็คิดว่าคงไม่น่ามีปัญหาอะไร จึงพยักหน้าตกลง

"ได้ งั้นก็ตามใจพ่อหนุ่มแล้วกัน"

หยุนชูหรานอ้าปากจะปฏิเสธ เพราะนางกลัวที่จะต้องอยู่ตามลำพังกับหวังฮ่าวหราน แต่พอนึกถึงคำขู่ของเขา ก็ต้องจำใจหุบปากเงียบ ยอมรับชะตากรรมแต่โดยดี

เมื่อตกลงกันได้ หยุนเฟิงก็รีบไปเขียนจดหมาย

จังหวะนั้นเอง เฟิ่งเหราก็หาเรื่องดึงตัวหวังฮ่าวหรานออกมาคุยในที่เงียบๆ

"ในท้องของหยุนชูหราน... คงไม่ใช่ลูกของเจ้าหรอกนะ?" เฟิ่งเหราถามด้วยความสงสัย

นางดูออกว่าหวังฮ่าวหรานไม่ใช่คนประเภทชอบรับของเหลือจากใคร ดังนั้นคำอธิบายเดียวที่เป็นไปได้คือเด็กในท้องหยุนชูหรานต้องเกี่ยวข้องกับเขา

เพราะนางรู้ดีถึงความแค้นระหว่างหวังฮ่าวหรานกับเหยียนหยุนเทียน

การที่เขาจะใช้เรื่องของหยุนชูหรานเพื่อแก้แค้นเหยียนหยุนเทียนก็ฟังดูสมเหตุสมผล

"เธอไม่ได้ท้องหรอกครับ นั่นมันเรื่องโกหก" หวังฮ่าวหรานเฉลย

"แต่หมอเทวดาผู้นั้นเป็นคนจับชีพจรเองเลยนะ จะผิดพลาดได้ยังไง?" เฟิ่งเหรายังไม่อยากเชื่อ

"แล้วถ้าเปี่ยนซูเหวินโกหกล่ะ?" หวังฮ่าวหรานย้อนถาม

*****

จบบทที่ บทที่ 608 ควงแขนไปถอนหมั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว