- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 600 มีชีวิตอยู่ดีๆไม่ชอบหรือไง?
บทที่ 600 มีชีวิตอยู่ดีๆไม่ชอบหรือไง?
บทที่ 600 มีชีวิตอยู่ดีๆไม่ชอบหรือไง?
"เซียนเดินดิน... เป็นไปได้ยังไง?" ใบหน้าของตั้นไท่เหยาเยว่ซีดเผือดลงเรื่อยๆ
เธอเคยประเมินฝีมือฉินฟานไว้สูงแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะสูงส่งถึงขั้นนี้
เดิมทีนึกว่าฉินฟานมียอดฝีมือคนอื่นคอยหนุนหลัง ที่ไหนได้ ไพ่ตายใบสำคัญที่สุดกลับเป็นตัวเขาเอง
ท่ามกลางความตื่นตระหนก ตั้นไท่เหยาเยว่ก็อดสงสัยไม่ได้
ก่อนหน้านี้พลังลมปราณของฉินฟานเทียบเท่ากำลังภายในสี่ร้อยกว่าปี แต่จู่ๆก็พุ่งทะยานขึ้นเป็นห้าร้อยปี ก้าวข้ามขีดจำกัดกลายเป็นเซียนเดินดินในชั่วข้ามคืน เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไป
"ตอนที่อาจารย์ตามหาสมุนไพรมารักษาฉัน ท่านบังเอิญไปพบร่างของเซียนเดินดินท่านหนึ่ง และได้สุดยอดตำราที่ชื่อว่า 'คัมภีร์ผนึกนภา' มา พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ของอาจารย์ปู่เป็นเลิศในใต้หล้า เพียงฝึกฝนแค่สิบกว่าวัน ไม่เพียงจุดตันเถียนจะฟื้นคืน แต่พลังฝีมือยังก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นด้วย!"
เซียวอี้เฟิงอดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมาเพื่อสร้างซีนให้ตัวเอง และถือโอกาสเยาะเย้ยหวังฮ่าวหรานไปในตัว
ถ้าหวังฮ่าวหรานไม่ทำร้ายเขา อาจารย์ก็คงไม่ต้องออกไปหาสมุนไพร และคงไม่ได้คัมภีร์วิเศษนี้มา
ผลกรรมที่หวังฮ่าวหรานก่อไว้ สุดท้ายก็ย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง
พูดจบ เซียวอี้เฟิงก็จ้องมองหวังฮ่าวหราน เห็นอีกฝ่ายถอนหายใจออกมาพอดี
เซียวอี้เฟิงสะใจสุดขีด คิดว่าหวังฮ่าวหรานคงกำลังสำนึกเสียใจ จึงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ไม่ใช่แค่พลังยุทธ์ก้าวหน้า แต่ 'คัมภีร์ผนึกนภา' นี้ยังสามารถซ่อมแซมส่วนที่ขาดหายไปของร่างกาย ให้สิ่งที่สูญเสียไปงอกกลับคืนมาใหม่ได้ด้วย" ฉินฟานเห็นเซียวอี้เฟิงพูดข้ามประเด็นสำคัญ จึงอดไม่ได้ที่จะเสริมขึ้นมา
ประโยคนี้เขาตั้งใจพูดให้ตั้นไท่เหยาเยว่ มู่หนานจือ และซ่งจื่อฮุ่ยฟังโดยเฉพาะ
แต่หารู้ไม่ว่า... เขาคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป
สามสาวไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นั้นเลยสักนิด ฉินฟานจะเป็นขันทีหรือไม่มันเกี่ยวอะไรกับพวกเธอด้วย?
ฉินฟานสังเกตเห็นปฏิกิริยาเฉยเมยของพวกเธอ ไฟริษยาก็ลุกโชนขึ้นในใจ อยากจะฉีกร่างหวังฮ่าวหรานเป็นชิ้นๆ แต่เขาก็ยังไม่ลงมือทันที กลับทำท่าทางเหมือนแมวหยอกหนู พูดกับหวังฮ่าวหรานว่า
"ตอนนี้แกมีโอกาสรอดแค่ทางเดียว ถ้าแกยอมจัดการคนทรยศพวกนี้แทนฉัน ฆ่าเหยาเยว่ หนานจือ และจื่อฮุ่ยซะ ฉันอาจจะเมตตาไว้ชีวิตแก"
เขายังคงอาลัยอาวรณ์สามสาวอยู่ แม้พวกเธอจะเคยเป็นของหวังฮ่าวหราน แต่เขาก็ยังพร้อมจะอ้าแขนรับ
แต่ดูเหมือนทั้งสามคนจะรักและภักดีต่อหวังฮ่าวหรานมาก
ฉินฟานพูดแบบนี้เพื่อต้องการยุยงให้แตกคอกัน
ถ้าหวังฮ่าวหรานกล้าลงมือจริงๆ สามสาวต้องผิดหวังในตัวมันแน่
เพื่อเอาตัวรอด ถึงกับคิดฆ่าผู้หญิงของตัวเอง แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเธอตีตัวออกห่าง
เจตนาของฉินฟานนั้นชัดเจน ใครๆก็ดูออก
แต่ในนาทีชีวิต สัญชาตญาณการเอาตัวรอดมักจะอยู่เหนือเหตุผล
ต่อให้รู้ว่าโอกาสริบหรี่ แต่ตัวร้ายบางคนอาจจะยอมเสี่ยงทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตรอด
แต่หวังฮ่าวหรานใช่ตัวร้ายกระจอกงอกง่อยพวกนั้นเหรอ?
และไอ้ที่เรียกว่า 'นาทีชีวิต' น่ะ... ฉินฟานคิดไปเองฝ่ายเดียวทั้งนั้น
ตั้นไท่เหยาเยว่ มู่หนานจือ และซ่งจื่อฮุ่ยใจหายวาบ ต่างพากันหันไปมองหวังฮ่าวหรานเป็นตาเดียว
พวกเธอรู้ทันแผนของฉินฟาน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะอยากรู้ความในใจของหวังฮ่าวหราน
ถ้าเพื่อเอาชีวิตรอดแล้วเขาเลือกที่จะทำร้ายพวกเธอจริงๆ... ก็ถือว่าพวกเธอมองคนผิดไป
ท่ามกลางสายตาวิตกกังวลของสามสาว หวังฮ่าวหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเปี่ยมรัก
"พวกเธอยอมแตกหักกับฉินฟานเพื่อผม แล้วผมจะทำร้ายพวกเธอได้ยังไง เพื่อพวกเธอแล้ว... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็ยอม"
ได้ยินดังนั้น ความกังวลในใจของสามสาวก็มลายหายไป เหลือไว้เพียงความรักอันลึกซึ้งในดวงตา
[ติ๊ง! นางเอก 'ตั้นไท่เหยาเยว่' ค่าความชอบต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม ปัจจุบันค่าความชอบรวมคือ 90 (รักชั่วนิรันดร์)]
[ติ๊ง! นางเอก 'มู่หนานจือ' ค่าความชอบต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม ปัจจุบันค่าความชอบรวมคือ 80 (ความรักอันลึกซึ้ง)]
[ติ๊ง! นางเอก 'ซ่งจื่อฮุ่ย' ค่าความชอบต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 20 แต้ม ปัจจุบันค่าความชอบรวมคือ 70 (รักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย)]
[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 7,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -350 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +350!]
เมื่อได้รับแจ้งเตือนจากระบบ หวังฮ่าวหรานก็ก้าวเข้าไปหาสามสาว แล้วมอบจูบอันลึกล้ำให้ตั้นไท่เหยาเยว่ มู่หนานจือ และซ่งจื่อฮุ่ย ทีละคน
แม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวย แต่ความรักที่เปี่ยมล้นในใจทำให้พวกเธอไม่สนใจสิ่งรอบข้าง และตอบรับสัมผัสของเขาอย่างเต็มใจ
หลังฉากสวีทหวาน ทั้งสี่คนก็จับมือกันแน่น สายตามุ่งมั่นพร้อมเผชิญหน้ากับฉินฟาน
แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของฉินฟานได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 6,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -300 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +300!]
ใบหน้าของฉินฟานบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกลียด
เขาตั้งใจจะยุให้แตกคอกัน แต่กลับกลายเป็นว่าไปช่วย 'ส่งเสริม' ให้ความรักของพวกมันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นซะงั้น
ฉินฟานมองดูแววตาอันเด็ดเดี่ยวของสามสาว ก็รู้แล้วว่าไม่มีทางยุให้พวกเธอเลิกกับหวังฮ่าวหรานได้
เมื่อตระหนักได้ดังนั้น เขาก็ไม่อยากพูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป
ความแค้นในใจพุ่งทะลุขีดจำกัด พลังลมปราณมหาศาลดั่งมหาสมุทรถาโถมเข้าใส่กลุ่มของหวังฮ่าวหรานอย่างบ้าคลั่ง
พายุหมุนกวาดไปทั่วห้องโถงอีกครั้ง
โคมไฟระย้าแกว่งไกวไปมา โต๊ะเก้าอี้สั่นสะเทือนเสียดสีกับพื้นจนเกิดเสียงแสบแก้วหู
ตั้นไท่เหยาเยว่ มู่หนานจือ ซ่งจื่อฮุ่ย หรือแม้แต่ชายชราแซ่เซียวและเซียวอี้เฟิงต่างก็รู้สึกเหมือนถูกพลังลมปราณอันหนาแน่นตรึงร่างไว้จนขยับไม่ได้
แค่จะกระดิกนิ้วยังยากลำบาก อย่าว่าแต่จะขยับตัวเลย
"หวังฮ่าวหราน! ตายไปซะ! หลังจากแกตาย ฉันจะดูแลเหยาเยว่และคนอื่นๆเอง!" ฉินฟานตะโกนระบายความอัดอั้นตันใจ หวังจะเยาะเย้ยกลับบ้าง
ทว่า เขากลับไม่เห็นแววตาทุกข์ร้อนหรือหวาดกลัวในดวงตาของหวังฮ่าวหรานเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันที่ส่งกลับมา
ฉินฟานขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
หวังฮ่าวหรานปล่อยมือจากตั้นไท่เหยาเยว่ แล้วก้าวเท้าออกมาข้างหน้าอย่างมั่นคง
ทันใดนั้น พลังที่ตรึงร่างสามสาวไว้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
มิหนำซ้ำ พลังลมปราณที่อัดแน่นอยู่ทั่วห้องโถงยังไหลย้อนกลับเข้าไปในร่างของฉินฟานอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตาเดียว สายลมกลับมาสงบ สุรเสียงทั้งมวลเงียบสงัด
ฉินฟานหน้าซีดเผือด สัมผัสได้ถึงความสั่นสะท้านของลมปราณที่ไหลย้อนกลับมาอย่างควบคุมไม่ได้ หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น
เมื่อบรรลุวิถียุทธ์ขั้นสูงสุด ลมปราณจะมีจิตวิญญาณ สามารถสัมผัสถึงอันตรายได้
"มีชีวิตอยู่ดีๆไม่ชอบหรือไง?"
หวังฮ่าวหรานมองฉินฟานที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
*****