- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 594 เซียนเดินดิน
บทที่ 594 เซียนเดินดิน
บทที่ 594 เซียนเดินดิน
เมื่อชายชราแซ่เซียวรวบรวมสมุนไพรครบ เขาก็รีบกลับมาหาฉินฟานและเล่าเรื่องร่างไร้วิญญาณของ 'เซียนเดินดิน' และ 'คัมภีร์ผนึกนภา' ให้ฟัง
ฉินฟานได้ฟังดังนั้น ไฟแห่งความหวังในชีวิตก็ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
เพราะตามบันทึกในคัมภีร์ ไม่เพียงแต่จุดตันเถียนของเขาจะได้รับการฟื้นฟู แต่สิ่งที่สูญเสียไปอย่างน่าเจ็บใจนั้นก็สามารถงอกกลับมาใหม่ได้!
ตอนแรกชายชราแซ่เซียวยังรู้สึกว่าปฏิกิริยาของฉินฟานดูแปลกพิกล จึงเอ่ยเตือนถึงเงื่อนไขสำคัญในการฝึก 'คัมภีร์ผนึกนภา'
ฉินฟานจึงจำต้องเล่าเคราะห์กรรมที่ตัวเองประสบในช่วงที่ผ่านมาให้ลูกศิษย์ฟัง
ชายชราแซ่เซียวฟังแล้วก็ตกตะลึง
การรักษาอาการของเซียวอี้เฟิงจำเป็นต้องใช้ลมปราณในการชักนำ แต่ตอนนี้ฉินฟานสูญเสียวรยุทธ์ไปแล้ว จึงไม่สามารถทำการรักษาได้ทันที
ดังนั้น ฉินฟานจึงเริ่มฝึก 'คัมภีร์ผนึกนภา' ก่อน
ด้วยพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์ระดับอัจฉริยะที่ระบบมอบให้ เพียงไม่กี่วัน ฉินฟานก็เริ่มเห็นผลจากการฝึก
ผ่านไปกว่าครึ่งเดือน เขาก็ฝึกจนสำเร็จ 'คัมภีร์ผนึกนภา' ขั้นสูง จุดตันเถียนได้รับการฟื้นฟูจนสมบูรณ์
สาเหตุที่เขาก้าวหน้าเร็วขนาดนี้ หนึ่งคือเพราะพรสวรรค์ และสองคือเขามีพื้นฐานวรยุทธ์โบราณอยู่แล้ว จึงเข้าใจเคล็ดลับได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
เมื่อจุดตันเถียนฟื้นคืน ไม่เพียงวรยุทธ์ที่สูญเสียไปจะกลับคืนมา แต่ฉินฟานยังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ทะยานเข้าสู่ระดับ 'เซียนเดินดิน' ได้สำเร็จ!
ยิ่งไปกว่านั้น 'ส่วนที่ขาดหาย' ก็เริ่มมีสัญญาณของการงอกใหม่
ดูจากอัตราการเจริญเติบโต อีกไม่เกินสามเดือน เขาจะกลับมาเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวอีกครั้ง
ฉินฟานดีใจจนเนื้อเต้น
ชายชราแซ่เซียวร่วมแสดงความยินดีกับความก้าวหน้าของอาจารย์ จากนั้นก็เร่งเร้าให้ฉินฟานรีบรักษาเซียวอี้เฟิง
นี่เป็นสิ่งที่ฉินฟานรับปากไว้แต่แรก ประกอบกับชายชราแซ่เซียวเป็นคนนำความหวังใหม่มาให้ เขาจึงไม่ปฏิเสธ
ฉินฟานเริ่มลงมือรักษาเซียวอี้เฟิง
ด้วยทักษะการแพทย์ขั้นเทพและสมุนไพรหายากที่รวบรวมมา สมองส่วนที่เสียหายของเซียวอี้เฟิงจึงได้รับการซ่อมแซมจนดีขึ้นมาก
แม้จะยังดูเอ๋อๆอยู่บ้าง แต่ความทรงจำหลายอย่างก็เริ่มกลับคืนมา
รวมถึงเรื่องราวตอนที่เขาไปเป็นบอดี้การ์ดฉินหยุนหานที่ชิงหลิงและถูกลอบทำร้าย
ชายชราแซ่เซียวโกรธจัดเมื่อได้ยินเรื่องนี้ รีบถามหาตัวคนร้ายทันที
เซียวอี้เฟิงเอ่ยชื่อ 'หวังฮ่าวหราน' ออกมา
ฉินฟานได้ยินชื่อนั้นก็ชะงักไปแวบหนึ่ง ตอนแรกคิดว่าคงแค่ชื่อเหมือนกัน แต่พอซักถามรายละเอียด ก็พบว่าหวังฮ่าวหรานคนที่ทำร้ายเซียวอี้เฟิงคือคนเดียวกับที่เขารู้จัก
เมื่อความจริงปรากฏ ปมปริศนาที่ค้างคาใจฉินฟานก็เริ่มคลี่คลาย
เขาเคยสงสัยมาตลอดว่าใครเป็นคนลอบกัดเขา แต่ไม่เคยนึกสงสัยหวังฮ่าวหรานเลยแม้แต่น้อย
เพราะในหัวเขามีภาพจำฝังใจว่า หวังฮ่าวหรานเป็นแค่คนธรรมดา
แต่เซียวอี้เฟิงยืนยันว่าถูกหวังฮ่าวหรานจัดการจนอยู่หมัด
เซียวอี้เฟิงมีฝีมืออยู่บ้าง การที่ถูกจัดการได้อยู่หมัดแสดงว่าหวังฮ่าวหรานต้องมีวรยุทธ์พอตัว
แม้เซียวอี้เฟิงจะบอกว่าฝีมือของหวังฮ่าวหรานไม่ได้สูงส่งอะไรมาก แต่ข้อมูลนี้ก็เพียงพอที่จะเปิดมุมมองใหม่ให้กับฉินฟาน
นั่นคือ... หวังฮ่าวหรานแกล้งทำตัวเป็นหมูเพื่อหลอกกินเสือมาตลอด ซ่อนเขี้ยวเล็บเรื่องวรยุทธ์ไว้อย่างมิดชิด
และวิธีการลอบกัดเซียวอี้เฟิงกับที่เขาโดนก็มีส่วนคล้ายกันอย่างน่าประหลาด
ตอนที่เซียวอี้เฟิงรู้ความจริงว่าหวังฮ่าวหรานมีวรยุทธ์ ก็ตกใจแทบสิ้นสติเหมือนกัน
เพราะก่อนหน้านั้น เขาไม่เคยระแคะระคายเลยว่าลูกเศรษฐีคนนี้จะมีฝีมือ
ความรู้สึกนี้... ช่างเหมือนกับเขาในตอนนี้ไม่มีผิด
ยิ่งคิด ฉินฟานก็ยิ่งมั่นใจว่าหวังฮ่าวหรานน่าสงสัยที่สุด
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาหวังฮ่าวหรานทันที
......
หวืด หวืด
หวังฮ่าวหรานที่เพิ่งลงจากเครื่องบินรู้สึกถึงการสั่นของโทรศัพท์มือถือ เมื่อหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นชื่อฉินฟานโชว์อยู่บนหน้าจอ
เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะกดรับสาย
"ฮ่าวหราน ตอนนี้นายอยู่ไหนหรอ?" ฉินฟานเก็บซ่อนความระแวงไว้อย่างมิดชิด ถามไถ่ด้วยน้ำเสียงร่าเริง
"เพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัด" หวังฮ่าวหรานตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน "ว่าแต่ คุณหายดีแล้วเหรอ? ออกจากโรงพยาบาลหรือยัง?"
"ใช่แล้ว ตอนนี้พักฟื้นอยู่ที่บ้าน ร่างกายไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ" สีหน้าของฉินฟานดำทะมึน แต่น้ำเสียงกลับอบอุ่นนุ่มนวล
"ยินดีด้วยนะ" คุยผ่านโทรศัพท์แบบนี้ หวังฮ่าวหรานไม่มีทางเห็นสีหน้าของฉินฟานได้อยู่แล้ว
"ตอนนี้นายว่างไหม?" จู่ๆฉินฟานก็ถามขึ้น
"มีธุระอะไรหรือเปล่า?" หวังฮ่าวหรานไม่ได้รับปากทันที แต่หยั่งเชิงถามกลับ
"ไม่มีอะไรมากหรอก พอดีฉันเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ลูกศิษย์พวกนั้นเลยนัดกันมาเยี่ยมแล้วก็จะกินข้าวเที่ยงที่บ้าน ฉันเลยอยากชวนนายมาร่วมวงด้วย คนเยอะๆจะได้ครึกครื้นไง" ฉินฟานเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรสุดๆ
หวังฮ่าวหรานลังเลเล็กน้อย
ลูกศิษย์คนอื่นของฉินฟานเขาไม่สนหรอก ที่น่าห่วงคือซ่งจื่อฮุ่ย มู่หนานจือ และตั้นไท่เหยาเยว่ต่างหาก
ทั้งสามสาวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา แต่ต่างคนต่างไม่รู้เรื่องของกันและกัน
ขืนโป๊ะแตกขึ้นมา งานจะเข้าเอาได้
เขาเกือบจะปฏิเสธไปแล้ว
แต่ฉุกคิดได้ว่าท่าทีของฉินฟานมันผิดปกติเกินไป
หมอนี่... ทำไมถึงได้เป็นมิตรขนาดนี้?
ก่อนหน้านี้ตอนฉินฟานเข้าโรงพยาบาล หวังฮ่าวหรานกับตั้นไท่เหยาเยว่ไปเยี่ยมพร้อมเปิดตัวคบกันให้เห็นจะๆ แถมยังแทงใจดำฉินฟานไปชุดใหญ่
ฉินฟานรู้แล้วว่าทั้งมู่หนานจือและตั้นไท่เหยาเยว่เสร็จเขาไปหมดแล้ว
ซึ่งเรื่องดีๆแบบนี้ เดิมทีควรจะเป็นของฉินฟาน
แถมตอนนี้ฉินฟานโดนทำลายวรยุทธ์ และสูญเสียความเป็นชายไปแล้ว ตามหลักจิตวิทยา คนเราน่าจะจิตตกและแค้นเคืองต่อทุกสิ่ง ไม่น่าจะมาทำดีด้วยขนาดนี้ อย่างน้อยก็ไม่น่าจะพูดดีด้วย
มันมีบางอย่างแปลกๆ...
"ได้สิ เดี๋ยวเที่ยงนี้ผมเข้าไป" หวังฮ่าวหรานตอบตกลงทันที อยากรู้เหมือนกันว่าฉินฟานมีลูกไม้อะไร
เมื่อก่อนฉินฟานอาจจะเก่งจนทำให้หวังฮ่าวหรานต้องระวังตัวและแสร้งทำดีด้วย
แต่ตอนนี้... ตัวเอกเกรดบีอย่างฉินฟานไม่อยู่ในสายตาเขาอีกต่อไปแล้ว
"งั้นฉันจะรอต้อนรับนะ" ฉินฟานหัวเราะร่า คุยสัพเพเหระอีกนิดหน่อยแล้ววางสายไป
ทันทีที่วางสาย ใบหน้าของฉินฟานก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและน่ากลัวจนน่าขนลุก
ชายชราแซ่เซียวและเซียวอี้เฟิงที่นั่งอยู่ข้างๆต่างกำหมัดแน่น แทบอยากจะมุดโทรศัพท์ไปบีบคอหวังฮ่าวหรานให้ตายคามือ
แต่พวกเขาก็อดทนไว้ ไม่ให้เสียแผนของฉินฟาน
สิ่งที่ฉินฟานวางแผนไว้คือ จะกระชากหน้ากากของหวังฮ่าวหรานต่อหน้าลูกศิษย์ทุกคน ให้ตั้นไท่เหยาเยว่และมู่หนานจือเห็นธาตุแท้ของมันและตัดขาดความสัมพันธ์
จากนั้น เขาจะลงมือสังหารมันด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด
เมื่อก้าวสู่ระดับ 'เซียนเดินดิน' ความมั่นใจของฉินฟานก็พุ่งทะลุเพดาน
ดูจากการที่หวังฮ่าวหรานใช้วิธีลอบกัด แสดงว่าฝีมือคงไม่ถึงขั้นเซียนเดินดินแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงบุกมาซึ่งหน้าแล้ว
ฉินฟานมั่นใจเต็มร้อยว่างานนี้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่มีทางพลาด
สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ หลังจากจัดการมันแล้ว จะทวงคืนของที่เป็นของเขาแต่ถูกแย่งไปกลับมาอย่างไร
"เหยาเยว่... สุดท้ายเธอก็ต้องเป็นของฉัน..."
ความยึดติดเข้าครอบงำจิตใจ ฉินฟานพึมพำกับตัวเองในใจ
*****