เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 586 อาหารเช้าสื่อรัก

บทที่ 586 อาหารเช้าสื่อรัก

บทที่ 586 อาหารเช้าสื่อรัก


เมื่อได้ยินฟางโหยวรั่วพูดเช่นนั้น หวังฮ่าวหรานก็ยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นง่วงนอน

เขาเพิ่งจะ ‘ฟื้น’ จากการกู้ชีพมาหมาดๆ การที่คุยกับฟางโหยวรั่วได้นานขนาดนี้ถือว่าอึดเกินมนุษย์ไปแล้ว

เมื่อเห็นว่าแผนการล่อลวงฟางโหยวรั่วสำเร็จลุล่วง เขาก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องฝืนคุยต่อ

"คุณพักผ่อนเถอะค่ะ ฉันจะกลับบ้านไปเตรียมของก่อน" ฟางโหยวรั่วเห็นท่าทีอ่อนเพลียของเขาก็รีบบอก

หวังฮ่าวหรานพยักหน้า แล้วหลับตาลง ไม่นานเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้น

ฟางโหยวรั่วเห็นดังนั้นจึงย่องออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับปิดประตูให้อย่างเบามือ

ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูปิดลง หวังฮ่าวหรานก็ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที

พูดตามตรง การนอนเฉยๆแบบนี้มันน่าเบื่อชะมัด

เขาจึงใช้เวลาว่างนี้ค้นความทรงจำของเย่ฟาน หาวิชาเซียนที่ผู้บำเพ็ญขอบเขตรวมปราณขั้นห้าสามารถฝึกได้มาเพิ่มเขี้ยวเล็บให้ตัวเอง

ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็มีความเคลื่อนไหวที่หน้าห้อง

หวังฮ่าวหรานรีบหลับตาลงทันควัน ประตูห้องถูกผลักเข้ามาเบาๆ

ฟางโหยวรั่วเดินลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมเข้ามา

แต่เธอไม่ได้มาคนเดียว ยังมีคู่สามีภรรยาวัยกลางคนเดินตามมาด้วย

ฝ่ายหญิงดูอายุราวสี่สิบ แม้จะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลาบ้าง แต่ก็ยังคงความสวยสง่า เค้าความงามในวัยสาวยังปรากฏให้เห็นชัดเจน ใบหน้าละม้ายคล้ายฟางโหยวรั่วถึงห้าส่วน

ส่วนฝ่ายชาย รูปร่างสูงใหญ่สมส่วน เป็นคุณลุงมาดเท่ที่ยังดูหล่อเหลาเอาการ

ไม่ต้องเดาก็รู้ นี่คือพ่อกับแม่ของฟางโหยวรั่วแน่นอน

มิน่าล่ะ ฟางโหยวรั่วถึงสวยได้ขนาดนี้ กรรมพันธุ์ดีนี่เอง

ตอนอยู่บ้าน ฟางโหยวรั่วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พ่อแม่ฟังแล้ว

ทั้งสองรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของเด็กหนุ่มคนนี้มาก และยังรู้สึกสงสารในปูมหลังครอบครัวที่น่าเศร้าของเขา จึงอนุญาตให้ฟางโหยวรั่วมาดูแลได้

แต่ถึงอย่างนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะแวะมาดูหน้าพ่อหนุ่มใจเด็ดคนนี้สักหน่อย

เมื่อเข้ามาในห้องและเห็นว่าหวังฮ่าวหรานกำลังหลับ ทั้งสองจึงไม่ได้รบกวน เพียงแค่ยืนพิจารณาเงียบๆ

สมัยหนุ่มสาว ทั้งคู่ก็ถือเป็นหนุ่มหล่อสาวสวย

พอได้เห็นหน้าตาของหวังฮ่าวหราน ต่างก็อุทานในใจว่าเด็กคนนี้ช่างหล่อเหลาเอาการ

จากนั้น ทั้งคู่ก็หันไปมองลูกสาวด้วยสายตาจับผิด

พวกเขาเริ่มสงสัยว่า ที่ฟางโหยวรั่วอาสามาดูแล ไม่น่าจะใช่แค่เพราะความสงสารอย่างเดียวแล้วล่ะมั้ง

ฟางโหยวรั่วถูกพ่อแม่จ้องจนทำตัวไม่ถูก ตอนแรกยังงงๆ แต่สักพักก็เข้าใจความหมาย รีบแก้ตัวพัลวัน

"พ่อ แม่ หนูเพิ่งเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียวเอง ไม่ใช่อย่างที่พ่อกับแม่คิดนะ" เธอกระซิบเสียงเบาเพราะกลัวจะรบกวนคนป่วย

"พ่อกับแม่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย" ผู้เป็นแม่ยิ้มหยอกล้อ

"ก็กลัวพ่อกับแม่คิดมากไงคะ ตอนนี้หนูอยู่มัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว ต้องตั้งใจเรียน ไม่อยากวอกแวกเรื่องอื่น" ฟางโหยวรั่วทำหน้าจริงจัง

"ไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้นหรอกลูก แม่ก็เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน เรื่องพวกนี้แม่เข้าใจดี พ่อกับแม่ก็เจอกันตอนมัธยมเหมือนกัน" ผู้เป็นแม่พูดอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ไม่ลืมกำชับว่า

"แต่แม่ไม่ได้บอกว่าสนับสนุนนะ แค่ให้ทำตัวตามสบาย รู้จักวางตัวให้เหมาะสมก็พอ"

"แม่วางใจได้เลยค่ะ ก่อนสอบติดมหาลัยหนูสาบานเลยว่าจะไม่มีความรักเด็ดขาด!" ด้วยความเขินอายบวกกับความมุ่งมั่นที่จะเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ ฟางโหยวรั่วจึงเผลอสาบานออกมา

"เยี่ยมมาก ลูกพ่อ" คนพ่อยกนิ้วโป้งให้พร้อมรอยยิ้ม

ในฐานะพ่อ ลึกๆแล้วเขาก็ยังหวงลูกสาว ไม่อยากให้รีบมีแฟนเร็วนัก

"เรื่องบางเรื่อง บทจะมามันก็ห้ามไม่ได้หรอก คำสาบานก็ช่วยอะไรไม่ได้ สมัยก่อนแม่ก็เคยสาบานเหมือนกัน..." คนแม่บ่นพึมพำเบาๆพลางส่งค้อนวงใหญ่ให้สามี

ฝ่ายพ่อได้ยินดังนั้น แววตาก็เป็นประกายวิบวับ ราวกับนึกถึงความหลังอันแสนหวานและน่าภาคภูมิใจ ยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข

ฟางโหยวรั่วได้กลิ่นเรื่องรักๆใคร่ๆในอดีต จึงมองพ่อกับแม่ด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

"เอาล่ะ ได้เห็นหน้าแล้ว งั้นพ่อกับแม่กลับก่อนนะ" ผู้เป็นแม่ตัดบท ไม่เปิดโอกาสให้ลูกสาวซักไซ้

พูดจบ ทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไป

ฟางโหยวรั่วได้แต่เก็บความสงสัยไว้ กะว่าวันหลังค่อยไปตะล่อมถามแม่เอา

ห้องพักฟื้นนี้เป็นห้องพิเศษระดับวีไอพี นอกจากเตียงคนไข้แล้ว ยังมีเตียงสำหรับคนเฝ้าไข้ด้วย

ฟางโหยวรั่วจัดข้าวของเข้าที่อย่างเบามือ จากนั้นก็นั่งอ่านหนังสืออยู่พักใหญ่ จนเริ่มง่วงจึงเข้านอน

ค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

ฟางโหยวรั่วตื่นแต่เช้า

ในฐานะเด็กมัธยมปลายปีสุดท้าย นาฬิกาชีวิตของเธอถูกตั้งไว้ตรงเป๊ะ

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เธอก็หยิบหนังสือมาอ่านทบทวน

ตอนนั้นเอง หวังฮ่าวหรานก็ 'ตื่น' ขึ้นมา

ความจริงเขาแทบไม่ได้นอนเลย มัวแต่แอบฝึกวิชาทั้งคืน ที่แกล้งเพิ่งตื่นก็เพื่อให้สมบทบาทคนป่วย

ฟางโหยวรั่วเห็นเขาขยับตัว ก็รีบวางหนังสือลง เดินไปดูที่ข้างเตียง

"สีหน้าดูดีกว่าเมื่อวานเยอะเลยนะคะ" ฟางโหยวรั่วทักด้วยความแปลกใจ ก่อนจะไปเตรียมน้ำอุ่นมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขา

เสร็จแล้วเธอก็ถามว่า "อยากทานอะไรไหมคะ? เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้"

"ผมไม่ค่อยหิวครับ" หวังฮ่าวหรานส่ายหน้า

คนป่วยที่ไหนจะมาเจริญอาหาร อยากกินนู่นกินนี่ จริงไหม?

เขาจึงปฏิเสธไปตามบท

อีกอย่าง พอเข้าสู่ขอบเขตรวมปราณ ร่างกายก็ต้องการอาหารน้อยลงมาก

เพราะพลังวิญญาณสามารถทดแทนพลังงานส่วนใหญ่ที่ร่างกายต้องการได้

คนปกติกินสามมื้อ แต่หวังฮ่าวหรานกินมื้อเดียวอยู่ได้สามวัน

"ไม่กินไม่ได้นะคะ ต้องกินรองท้องหน่อย" ฟางโหยวรั่วคะยั้นคะยอ

"ผมไม่อยากกินจริงๆครับ" หวังฮ่าวหรานยืนกราน

ฟางโหยวรั่วไม่ยอมตามใจคนป่วย เธอหายออกไปจากห้องพักใหญ่

พอกลับมา ในมือเต็มไปด้วยถุงอาหารเช้านานาชนิด

เธอไม่ได้ซื้อจากโรงอาหารโรงพยาบาล แต่ไปซื้อมาจากโรงแรมหรูใกล้ๆ เพราะกลัวว่าหวังฮ่าวหรานจะกินอาหารโรงพยาบาลไม่ลง

แม้จะยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของเขา แต่ดูจากบุคลิกคุณชายแบบนี้ ต้องไม่ใช่ลูกตาสีตาสาแน่ๆ

"ดูสิคะ ฉันซื้อมาเพียบเลย คุณอยากกินอันไหน?" ฟางโหยวรั่ววางกล่องอาหารเรียงรายบนโต๊ะ เปิดฝาทุกกล่องโชว์ แล้วหันไปถาม

หวังฮ่าวหรานปรายตามองเล็กน้อย แล้วก็ส่ายหน้าอีกรอบ

"ไม่ได้ค่ะ! ต้องกิน!" ฟางโหยวรั่วทำเสียงดุ คีบขนมจีบชิ้นพอดีคำมาจ่อที่ปากเขา

หวังฮ่าวหรานตั้งใจจะไม่กิน แต่ในเมื่อสาวงามป้อนถึงปาก จะปฏิเสธน้ำใจก็กระไรอยู่

เขาจึงยอมอ้าปากรับขนมจีบชิ้นนั้นเข้าปากไป

"ดีมากค่ะ เด็กดี" ฟางโหยวรั่วยิ้มแก้มปริ เอ่ยชมอย่างพอใจ

น้ำเสียงเหมือนชมเด็กอนุบาลเปี๊ยบ

หวังฮ่าวหรานฟังแล้วรู้สึกจั๊กจี้พิลึก

*****

จบบทที่ บทที่ 586 อาหารเช้าสื่อรัก

คัดลอกลิงก์แล้ว