- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 584 พักรักษาตัว
บทที่ 584 พักรักษาตัว
บทที่ 584 พักรักษาตัว
หลังจากหวังฮ่าวหรานถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เขาก็ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อรับการกู้ชีพทันที
เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและฟางโหยวรั่วมาถึงโรงพยาบาล นั่งรอคอยอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจจดจ่อ
ผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงเศษ ไฟเตือนหน้าห้องฉุกเฉินจึงดับลง เป็นสัญญาณว่าการผ่าตัดเสร็จสิ้น
ไม่นานนัก ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก
ตำรวจและฟางโหยวรั่วรีบก้าวเข้าไปสอบถามอาการของเด็กหนุ่มผู้เสียสละด้วยความกระวนกระวาย
เมื่อแพทย์เจ้าของไข้แจ้งว่า 'พ้นขีดอันตรายแล้ว' ทั้งคู่ต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก
หวังฮ่าวหรานถูกเข็นออกมาบนเตียงผู้ป่วย และถูกนำตัวไปยังห้องพักฟื้น
แพทย์สอบถามฟางโหยวรั่วว่ารู้จักผู้บาดเจ็บหรือไม่
ฟางโหยวรั่วปฏิเสธว่าไม่รู้จัก แต่กลับอาสาที่จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
ประการแรก คนขับรถของบ้านเธอเป็นคนชน
ประการที่สอง ฟางโหยวรั่วเป็นคนจิตใจดี และในเมื่อยังติดต่อครอบครัวของผู้บาดเจ็บไม่ได้ การยื่นมือเข้าช่วยเหลือก่อนจึงเป็นสิ่งที่สมควรทำ
แน่นอนว่าฟางโหยวรั่วยังเป็นแค่นักเรียน ไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง
แต่สำหรับคุณหนูลูกเศรษฐีอย่างเธอ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา
ถึงไม่มีรายได้ แต่เงินแต๊ะเอียที่เก็บสะสมไว้ก็มีสูงถึงหลักล้าน นำมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้สบายๆ
"คุณหมอคะ เขาจะมีอาการแทรกซ้อนอะไรตามมาไหม?" หลังจากจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ฟางโหยวรั่วก็ถามถึงรายละเอียดอาการ
ถ้าเด็กหนุ่มหน้าตาดีขนาดนี้ต้องมาพิการหรือมีอาการแทรกซ้อนคงเป็นเรื่องน่าเสียดายแย่
"ถ้าดูแลรักษาให้พักฟื้นอย่างถูกวิธีก็ไม่น่าจะมีปัญหาครับ ฤทธิ์ยาสลบใกล้จะหมดแล้ว เขาคงฟื้นเร็วๆนี้ คุณลองถามเขาแล้วติดต่อญาติให้มาดูแลได้เลยครับ" แพทย์แนะนำ
ฟางโหยวรั่วพยักหน้า "ขอบคุณค่ะคุณหมอ"
พูดจบ เธอก็เดินตรงไปยังห้องพักฟื้นของหวังฮ่าวหราน
หวังฮ่าวหรานนอนราบอยู่บนเตียง ดวงตาปิดสนิท ตามร่างกายมีสายระโยงระยางจากเครื่องวัดสัญญาณชีพ ดูเหมือนคนหมดสติไม่รู้เรื่องรู้ราว
ฟางโหยวรั่วเดินเข้าไปยืนสงบนิ่งอยู่ข้างเตียง เฝ้ารอเวลาให้เขาฟื้น
ระหว่างรอ เธอก็เผลอพิจารณาใบหน้าของหวังฮ่าวหรานอย่างละเอียด
คราวก่อนมองผ่านๆไม่ทันได้สังเกต แต่พอได้มองใกล้ๆแบบนี้... เขายิ่งดูหล่อจริงๆ ยิ่งมองยิ่งเหมือนต้องมนต์สะกด
ฟางโหยวรั่วรู้สึกขัดเขินขึ้นมาเล็กน้อย รีบละสายตาไปทางอื่น
แต่ในห้องไม่มีใครอื่น แถมเขาก็ยังไม่ฟื้น ใครจะมาสนใจเธอล่ะ?
คิดได้ดังนั้น ฟางโหยวรั่วจึงกลับมาจ้องหน้าหวังฮ่าวหรานอย่างเปิดเผย พลางรอให้เขารู้สึกตัว
ความจริงแล้ว หวังฮ่าวหรานมีสติตลอดเวลา
ถึงจะหลับตา แต่เขาก็ใช้ตาทิพย์มองเห็นทุกอย่างรอบตัว
เพื่อจะวางแผนจีบฟางโหยวรั่ว หวังฮ่าวหรานลงทุนเจ็บตัวจริง
ตอนโดนรถชน เขาโดนชนเข้าอย่างจังจริงๆ
อวัยวะภายในได้รับการกระทบกระเทือน เจ็บปวดรวดร้าว เลือดที่เห็นก็เลือดจริง
แต่อาการบาดเจ็บที่ดูน่ากลัวเหล่านั้น สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนอย่างหวังฮ่าวหรานมันก็แค่แผลถลอก
ตอนกู้ชีพที่ดูเหมือนคนร่อแร่ใกล้ตาย นั่นก็เพราะเขาจงใจควบคุมสัญญาณชีพตัวเอง
นี่คือความเหนือชั้นของผู้บำเพ็ญเซียน ที่สามารถหลอกได้แม้กระทั่งเครื่องมือแพทย์
ที่ต้องลงทุนเล่นใหญ่ขนาดนี้ ก็เพื่อหาเรื่องเข้าใกล้ฟางโหยวรั่วนั่นเอง
หวังฮ่าวหรานมีความทรงจำของเย่ฟาน ย่อมรู้ดีว่าในชาติก่อนฟางโหยวรั่วตกหลุมรักเย่ฟานได้ยังไง
ตอนนั้นเย่ฟานทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม โดนซ้อมจนน่วม ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือน
ช่วงที่พักรักษาตัว ฟางโหยวรั่วคอยดูแลเย่ฟานตลอด
ความใกล้ชิดก่อเกิดเป็นความรัก
หวังฮ่าวหรานวิเคราะห์สาเหตุอย่างละเอียด
ฟางโหยวรั่วเป็นคนจิตใจดี และชื่นชมผู้ชายที่มีความ 'กล้าหาญเสียสละ' เป็นพิเศษ
ที่หวังฮ่าวหรานลงทุนเจ็บตัว ก็เพื่อแสดง 'จุดเด่น' ข้อนี้ให้เธอเห็น
เมื่อสร้างความประทับใจแรกพบได้แล้ว การสานสัมพันธ์ต่อจากนี้ก็จะง่ายขึ้นมาก
แต่ฟางโหยวรั่วคงไม่ชอบผู้ชายเพียงเพราะความดีแค่นี้หรอก การปฏิสัมพันธ์หลังจากนี้ต่างหากที่สำคัญ
เย่ฟานทั้งเก็บตัวและปากหนัก แต่ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลเขากลับทำให้ฟางโหยวรั่วชอบได้
สาเหตุหลักๆ หวังฮ่าวหรานคิดว่าน่าจะเป็นเพราะฟางโหยวรั่วมีประสบการณ์เรื่องผู้ชายน้อยมาก
ปกติเธอจะรักษาระยะห่างกับเพศตรงข้าม แทบไม่มีเพื่อนผู้ชาย และไม่เคยสนิทสนมกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อน
พอเริ่มเข้าสู่วัยอยากรู้อยากเห็นของเด็กสาว เย่ฟานก็เข้ามาในชีวิตเธอพอดี แถมยังมีจุดเด่นที่เธอชื่นชม ไม่นานเธอก็เลยหวั่นไหว
พูดตามตรง หวังฮ่าวหรานคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นผู้ชายคนอื่นที่มีสถานการณ์เดียวกับเย่ฟาน ก็มีสิทธิ์ทำให้ฟางโหยวรั่วชอบได้เหมือนกัน
แน่นอนว่าต้องมี 'วาสนา' ระดับตัวเอกหนุนหลังด้วย
คนไม่มีวาสนาคงไม่มีโอกาสเจอเรื่องดีๆแบบนี้
แต่ในข้อนี้ หวังฮ่าวหรานมั่นใจว่าเขาผ่านฉลุย
ออร่าตัวร้ายของเขาทะลุสองหมื่นไปแล้ว สิ่งนี้ช่วยเกื้อหนุนเรื่องวาสนาเหมือนกัน แถมยังแรงกว่าปกติด้วย
คุณสมบัติครบ วาสนาก็มี
ส่วนเรื่องจีบสาว หวังฮ่าวหรานเหนือชั้นกว่าเย่ฟานหลายขุม
เย่ฟานทำได้ แล้วมีหรือเขาจะทำไม่ได้?
แถมเย่ฟานไม่ได้จีบด้วยซ้ำ แค่ปล่อยให้ความรักก่อตัวตามธรรมชาติ
หวังฮ่าวหรานไม่เพียงมีประสบการณ์โชกโชน แต่ยังมีไม้ตายที่เย่ฟานไม่มี นั่นคือ... 'ความหล่อ'
ตอนนี้ปัจจัยพื้นฐานครบหมดแล้ว ขาดแค่อย่างเดียว... โอกาสที่จะให้ฟางโหยวรั่วมาดูแลเขาช่วงพักฟื้น
หวังฮ่าวหรานคอยสังเกตปฏิกิริยาของฟางโหยวรั่วอยู่ตลอด
บทสนทนาระหว่างเธอกับหมอ เขาได้ยินทั้งหมด
หมอแนะนำให้เธอติดต่อญาติเขามาดูแล...
หวังฮ่าวหรานแกล้งนอนต่ออีกสักพัก แล้วค่อยๆขยับนิ้วมือเบาๆ ทำทีว่ากำลังจะรู้สึกตัว แล้วค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาช้าๆ
ฟางโหยวรั่วที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทันที
"คุณเป็นยังไงบ้างคะ?" เมื่อเห็นหวังฮ่าวหรานลืมตา ฟางโหยวรั่วก็ถามเสียงอ่อนโยน
"ที่นี่... คือสวรรค์เหรอครับ... ผมตายแล้วเหรอ..." หวังฮ่าวหรานแสร้งตอบเสียงแผ่วเบา ทำท่าทางอ่อนแรงสุดขีด
"คุณยังไม่ตายค่ะ คุณยังมีชีวิตอยู่ ที่นี่คือโลกมนุษย์" ฟางโหยวรั่วตอบ
"โลกมนุษย์... โลกมนุษย์จะมีนางฟ้าได้ยังไงกัน" หวังฮ่าวหรานจ้องมองฟางโหยวรั่ว แล้วพึมพำออกมา
[ติ๊ง! นางเอก 'ฟางโหยวรั่ว' ค่าความชอบต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม ปัจจุบันค่าความชอบรวมคือ 40 (สนิทสนมมาก)]
ฟางโหยวรั่วอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าผู้ชายคนนี้เข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นนางฟ้าจริงๆ...
มีคนชมว่าเธอสวยมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้ใจเต้นแรงเท่าครั้งนี้
เพราะในความคิดของฟางโหยวรั่ว คำชมนี้ไม่ใช่การเยินยอ และไม่ใช่การจีบ
คนเพิ่งพ้นขีดอันตรายจะมามีอารมณ์จีบสาวได้ยังไง?
เป็นไปไม่ได้หรอก
"ฉันไม่ใช่นางฟ้าค่ะ ฉันชื่อฟางโหยวรั่ว เมื่อสองวันก่อนเราเจอกันที่โรงเรียน คุณจำไม่ได้เหรอคะ?" ฟางโหยวรั่วเตือนความจำ
*****