เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 582 มาถึงแต่ไม่พบหน้า

บทที่ 582 มาถึงแต่ไม่พบหน้า

บทที่ 582 มาถึงแต่ไม่พบหน้า


ห้าเซียนจุนผู้ยิ่งใหญ่ต้องจ่ายราคาแสนแพงในการล้อมสังหารจักรพรรดิมารจี๋เทียน

ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิมารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเหตุผล อีกส่วนหนึ่งคือเย่ฟานที่แอบออมมือในช่วงเวลาสำคัญ

ส่งผลให้ทางอ้อม เซียนจุนคนหนึ่งต้องจบชีวิตลง และอีกสามคนบาดเจ็บสาหัส

หากตอนนั้นเย่ฟานทุ่มสุดตัว สถานการณ์คงเปลี่ยนไป

อย่างน้อยที่สุด เซียนจุนผู้นั้นคงไม่ตาย

เป็นที่รู้กันทั่วทั้งจักรวาลว่าการผสานเต๋าจะเกิดขึ้นได้เพียงหนึ่งเดียว

ตามปกติ ผู้บำเพ็ญระดับตู้เจี๋ยทุกคนล้วนมีโอกาสผสานเต๋า

ดังนั้น เซียนจุนระดับตู้เจี๋ยทุกคนจึงถือเป็นคู่แข่งกันโดยธรรมชาติ

การกระทำของเย่ฟาน ไม่เพียงแค่กำจัดคู่แข่งไปสี่คนทางอ้อม แต่ยังทำให้เขาได้รับทรัพยากรส่วนใหญ่ของจักรพรรดิมารจี๋เทียนมาครอง

เพราะตอนนั้นเย่ฟานบาดเจ็บน้อยที่สุด จึงได้รับมอบหมายให้จัดการเรื่องราวหลังจากนั้น

ในขณะที่เย่ฟานกวาดล้างภัยคุกคาม เขาก็กอบโกยทรัพยากรของจักรพรรดิมารเข้ากระเป๋าตัวเองไปด้วย

นี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เย่ฟานเอื้อมแตะขั้นผสานเต๋าได้อย่างรวดเร็ว

'เซียนจุนเย่ผู้ทรงคุณธรรม แท้จริงคือจอมมารเย่ผู้เจ้าเล่ห์' สิบสี่พยางค์นี้แทบจะอธิบายเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของเย่ฟานตั้งแต่เป็นคนธรรมดาบนโลกมนุษย์จนกลายเป็นเซียนจุนระดับตู้เจี๋ยในชาติก่อนได้ทั้งหมด

แน่นอนว่าในมุมมองของเย่ฟาน สิ่งนี้ไม่ได้ผิดอะไร

หวังฮ่าวหรานเองก็เห็นด้วยกับวิธีการนี้อย่างยิ่ง

มีเพียงคนที่มีบุคลิกและวิธีการจัดการปัญหาแบบเย่ฟานเท่านั้นถึงจะเอาตัวรอดในโลกเซียนได้อย่างราบรื่น กระทั่งเกือบจะบรรลุขั้นผสานเต๋าได้สำเร็จ

ต่างจากนิยายแนวเทพเซียนในเมืองเรื่องอื่นๆที่เซียนตี้หรือเซียนจุนกลับมาเกิดใหม่แล้วทำตัวลามกจกเปรต เห็นสาวสวยก็ขาอ่อนระทวย เผลอๆไปเลียแข้งเลียขาเขาอีก

นั่นมันวิถีของเซียนตรงไหน?

ไร้สาระสิ้นดี

หวังฮ่าวหรานแอบบ่นในใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะใช้ตาทิพย์ส่องดูฟางโหยวรั่วในห้องเรียนอีกครั้ง แล้วจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์

สมกับเป็นนางเอกเพียงหนึ่งเดียวของแนวเทพเซียนกลับชาติมาเกิด ฟางโหยวรั่วมีคุณสมบัติไร้ที่ติจริงๆ

แม้หวังฮ่าวหรานจะผ่านผู้หญิงมามาก แต่ก็อดลอบกลืนน้ำลายไม่ได้

หลังออกจากโรงเรียน หวังฮ่าวหรานไม่ได้กลับไปที่ชิงหลิง แต่หาที่พักชั่วคราวแถวนั้นเพื่อรอการมาถึงของเย่ฟาน

ด้วยความทรงจำของเย่ฟานที่คัดลอกมา หวังฮ่าวหรานสามารถคาดเดาพฤติกรรมของเย่ฟานได้อย่างแม่นยำ

ในความคิดของหวังฮ่าวหราน เย่ฟานจะมาหาฟางโหยวรั่วแน่นอน แต่คงยังไม่เริ่มจีบเธอทันที

ในชาติก่อน สาเหตุที่ฟางโหยวรั่วรู้จักเย่ฟาน ก็เพราะพล็อตน้ำเน่าอย่าง 'วีรบุรุษช่วยสาวงาม' ในสมัยมหาวิทยาลัย

ฟางโหยวรั่วถูกพวกอันธพาลดักลวนลาม เย่ฟานจึงเข้าไปช่วย

แต่ตอนนั้นเย่ฟานเป็นแค่คนธรรมดา แม้จะช่วยสาวงามได้สำเร็จ แต่ตัวเองก็โดนซ้อมจนต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลถึงสองสามเดือน

ฟางโหยวรั่วซาบซึ้งใจ จึงคอยดูแลเย่ฟานในช่วงนั้น ความใกล้ชิดทำให้เธอแอบชอบเย่ฟานไปโดยไม่รู้ตัว

ตอนนั้นเย่ฟานก็พอจะระแคะระคาย แต่ไม่กล้าฟันธง จึงลองหยั่งเชิงถามฟางโหยวรั่วว่าชอบผู้ชายแบบไหน

ฟางโหยวรั่วเป็นคนขี้อาย แล้วจะให้พูดตรงๆได้ยังไง? ด้วยความปากแข็งและเขินอายของผู้หญิง เธอจึงตอบประชดไปว่าชอบคนหล่อ

เย่ฟานตอนนั้นซื่อบื้อ ฟังแล้วก็เชื่อสนิทใจ แถมตัวเองก็เป็นคนเก็บตัวอยู่แล้ว เลยยิ่งจิตตก ไม่กล้าสารภาพรัก

ส่วนฟางโหยวรั่วที่เป็นผู้หญิง ก็ไม่มีทางเป็นฝ่ายรุกก่อนแน่

คนสองคนที่ใจตรงกันจึงต่างเก็บความรู้สึกของตัวเองไว้ และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมในชาติก่อน

กว่าเย่ฟานจะรู้ตัวก็ปาเข้าไปหลายเดือนให้หลัง

ช่วงเวลาแห่งความห่างเหินหลายเดือนเพียงพอที่จะทำให้ความรู้สึกอันร้อนแรงของรักแรกในใจเด็กสาวมอดลงไปเกินครึ่ง

เมื่อเย่ฟานกลับไปหาฟางโหยวรั่วอีกครั้ง เขาก็พบว่าท่าทีของเธอเย็นชาลงกว่าเมื่อก่อนมาก แถมข้างกายฟางโหยวรั่วยังมีหนุ่มหล่อคนหนึ่งตามจีบอยู่

เย่ฟานเห็นดังนั้น ก็นึกถึงคำพูดของฟางโหยวรั่วที่ว่า 'ชอบคนหล่อ' ขึ้นมาทันที

เขาเจ็บปวดใจเจียนตาย แต่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง แสดงท่าทีเย็นชาใส่เธอ

ฟางโหยวรั่วเห็นเย่ฟานเย็นชาก็เกิดอาการน้อยใจตามประสาผู้หญิง รู้สึกผิดหวังมาก จนไม่ได้อธิบายให้เย่ฟานฟังว่าจริงๆแล้วเธอไม่ได้ชอบไอ้หน้าหล่อที่มาตามจีบเลยสักนิด แถมยังรำคาญด้วยซ้ำ

เย่ฟานก็ซื่อบื้อ ไม่ยอมถามไถ่

ทั้งคู่จึงคลาดกันไปอีกครั้ง

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์เข้าใจผิดอีกมากมายที่ทำให้ทั้งสองต้องเดินเป็นเส้นขนานกัน

เมื่อเย่ฟานเข้าใจทุกอย่าง มันก็สายไปเสียแล้ว

เพราะตอนนั้น ฟางโหยวรั่วได้จากโลกนี้ไปแล้ว

เพื่อแก้แค้นให้ฟางโหยวรั่ว เย่ฟานใช้วิชาลับค้นวิญญาณที่แตกสลายของเธอเพื่อตามหาตัวฆาตกร

เย่ฟานทำสำเร็จ เขาได้ความทรงจำของเธอ รู้ตัวคนร้าย และได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของฟางโหยวรั่วตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ฟางโหยวรั่วชอบเขาจริงๆ แถมยังเขียนไดอารี่บันทึกความในใจแบบเด็กสาวเอาไว้ด้วย

เมื่อได้รับรู้ความจริง เย่ฟานเจ็บปวดเจียนตาย หลังจากล้างแค้น เขาใช้เวลาอันยาวนานในการเยียวยาบาดแผลในใจและความเสียดาย จนกระทั่งลืมเลือนมันไป

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงสิ่งที่เขาคิดไปเอง

บาดแผลและความเสียดายเหล่านั้นระเบิดออกมาทั้งหมดในตอนที่เขากำลังผสานเต๋า เกือบทำให้เขาต้องดับสูญ

เย่ฟานได้โอกาสกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง ชาตินี้เขาคงไม่โง่เขลาเหมือนกาลก่อน แต่ความดื้อรั้นในนิสัยย่อมไม่อาจแก้ไขได้

ฟางโหยวรั่วเคยบอกว่าชอบคนหล่อ เย่ฟานรู้ว่าตอนนั้นเธอแค่ปิดบังความรู้สึก แต่เขาก็ยังอยากสนองความคาดหวังของเธอ

เมื่อผู้บำเพ็ญเซียนมีพลังถึงระดับหนึ่ง จะสามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ และเป็นการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างเซลล์และไขกระดูก

คล้ายกับการดัดแปลงพันธุกรรมนั่นแหละ

แต่จะทำแบบนั้นได้ อย่างน้อยต้องผ่านขอบเขตรวมปราณไปก่อน

หวังฮ่าวหรานคาดว่าเย่ฟานคงตั้งใจจะใช้หน้าตาอันหล่อเหลาไปจีบฟางโหยวรั่วเพื่อเติมเต็มความฝันสูงสุดของเธอ แล้วค่อยคว้าหัวใจเธอมาครอง

แต่พลังของเย่ฟานตอนนี้อยู่แค่ขอบเขตรวมปราณขั้นห้า กว่าจะผ่านขอบเขตรวมปราณได้คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก

หมายความว่า ต่อให้เย่ฟานมาหาฟางโหยวรั่วตอนนี้ ก็คงยังไม่เริ่มจีบ อาจจะแค่มาดูเฉยๆ

นี่เป็นเพียงการคาดเดาของหวังฮ่าวหราน ต้องรอดูของจริงเพื่อพิสูจน์

แต่เวลาแห่งการพิสูจน์ก็ไม่ได้ทำให้เขารอนานนัก

หลังจากหวังฮ่าวหรานอยู่ฉงโจวได้สองวัน ช่วงใกล้เวลาเลิกเรียนภาคค่ำ เขาก็เห็นเย่ฟานปรากฏตัวที่หน้าโรงเรียนของฟางโหยวรั่ว

หวังฮ่าวหรานพักอยู่ที่โฮมสเตย์ใกล้ๆ ตอนกลางวันเขาใช้ตาทิพย์ส่องดูความเคลื่อนไหวของฟางโหยวรั่ว ส่วนตอนเย็นหลังเลิกเรียนเขาจะแอบสะกดรอยตามเธอจนกระทั่งถึงบ้าน

การปรากฏตัวของเย่ฟานย่อมไม่พ้นสายตาของหวังฮ่าวหราน

เย่ฟานนั่งอยู่ในรถตู้คันหนึ่ง

ในรถมีคนสามคน คนขับ ชายวัยกลางคน และเย่ฟาน

เย่ฟานนั่งนิ่งอยู่ในรถ จ้องมองไปที่ประตูโรงเรียน

ไม่นาน เสียงออดเลิกเรียนภาคค่ำก็ดังขึ้น

นักเรียนทยอยเดินออกมา

ฐานะทางบ้านของฟางโหยวรั่วดีมาก เธอเป็นคุณหนูไฮโซ เวลาเลิกเรียนจึงมีรถหรูมารับส่ง

ไม่นานนัก ฟางโหยวรั่วที่กอดหนังสือกองโตไว้ในอ้อมแขนก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูโรงเรียน

เมื่อเย่ฟานเห็นเธอ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ดวงตาฉายแววสับสนวุ่นวาย แต่สุดท้ายก็ถูกครอบงำด้วยความปิติยินดี ความหวัง และความโหยหา

เพียงแต่... จนกระทั่งฟางโหยวรั่วขึ้นรถไป เย่ฟานก็ยังไม่ยอมลงจากรถ

"ปรมาจารย์เย่ ท่านมาหาเด็กสาวคนนั้นไม่ใช่หรือขอรับ? แล้ว... ทำไมท่านไม่ลงไปหานางล่ะ?" อินฉีที่อยู่ในรถถามด้วยความสงสัย

"ยังไม่ใช่ตอนนี้"

เย่ฟานหลับตาลง ตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างไปจากความเยือกเย็นปกติ มีเพียงตนและหวังฮ่าวหรานที่มีความทรงจำของเขาเท่านั้นที่จะเข้าใจความรู้สึกนี้

"แล้วเมื่อไหร่จึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมล่ะขอรับ?" อินฉีอดสงสัยไม่ได้ จึงถามต่อ

"วันที่ข้ามีชื่อเสียงก้องโลก"

เย่ฟานอารมณ์ดีพอสมควร จึงไม่ถือสาที่จะตอบคำถาม จากนั้นเขาก็พึมพำในใจว่า

“เจ้าเคยเขียนไว้ในไดอารี่ว่า หวังว่าคนที่เจ้าชอบจะเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ที่สักวันหนึ่งจะขี่เมฆสีรุ้งมารับเจ้าไปแต่งงาน ข้ารู้ว่ามันเป็นเพียงความฝันเพ้อเจ้อของเด็กสาว ตอนที่เขียนเจ้าเองก็คงรู้ดี แต่... ข้าจะทำให้ความฝันนั้นของเจ้าเป็นจริงเอง”

*****

จบบทที่ บทที่ 582 มาถึงแต่ไม่พบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว