เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 576 แผนล่อลวงหนิงอ้าวเสวี่ย

บทที่ 576 แผนล่อลวงหนิงอ้าวเสวี่ย

บทที่ 576 แผนล่อลวงหนิงอ้าวเสวี่ย


เหตุผลที่เขาไม่อยากค้างคืนที่บ้านตระกูลจัวชิว เพราะเขาจำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงความทรงจำของเย่ฟานเพื่อค้นหาวิชาบำเพ็ญเซียนที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

ในเมื่อตอนนี้มีวิชาบำเพ็ญเซียนที่เหมาะสมแล้ว หวังฮ่าวหรานย่อมอยากรีบเริ่มฝึกฝนโดยเร็วที่สุด

แต่ทว่า... ถึงจะเจอวิชาแล้ว เขาก็ฝึกคนเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องมีคน ‘ช่วยเหลือ’

ในเมืองฉางโจวตอนนี้ ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในความคิดของหวังฮ่าวหรานก็หนีไม่พ้นหนิงอ้าวเสวี่ยและจัวชิวลั่วเหยียน

แม้จัวชิวลั่วเหยียนจะมีอายุจริงยี่สิบกว่าปี แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเด็กขนาดนั้น มันทำให้เขารู้สึกบาปหนาชอบกล... แถมตอนนี้เขายังพักอยู่ที่บ้านตระกูลหนิงอีกต่างหาก

จะให้แอบย่องไปหาจัวชิวลั่วเหยียนกลางดึก มันก็ดูจะไม่งาม

หวังฮ่าวหรานจึงล็อคเป้าหมายหลักไปที่หนิงอ้าวเสวี่ยทันที

คิดได้ดังนั้น เขาก็เตรียมจะออกจากห้องไปดำเนินการตามแผน

แต่ยังไม่ทันได้ลุกขึ้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากไกลๆ

หวังฮ่าวหรานเปิดใช้ตาทิพย์ส่องดู พบว่าเป็นหนิงอ้าวเสวี่ยนั่นเอง

ดูจากทิศทางการเดิน เหมือนเธอจะมุ่งหน้ามาทางห้องของเขาพอดี

หวังฮ่าวหรานเลยนั่งรอสบายๆอยู่ในห้อง ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตามคาด พร้อมกับเสียงหวานๆของหนิงอ้าวเสวี่ย

"ข้าเอง ขอเข้าไปได้ไหม?"

"ประตูไม่ได้ล็อค เชิญเลย" หวังฮ่าวหรานนั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องนอน ขานรับกลับไป

หนิงอ้าวเสวี่ยผลักประตูเข้ามา ย่างเดินอย่างสง่างามมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามหวังฮ่าวหราน แล้วถามด้วยความเป็นห่วง

"เจ้าเพิ่งมาถึงฉางโจว พักที่นี่สะดวกสบายดีไหม? อาหารการกินถูกปากหรือเปล่า?"

"ทุกอย่างดีมาก" หวังฮ่าวหรานยิ้มตอบ "มื้อเย็นวันนี้กับข้าวอร่อยมาก ถูกปากผมทุกอย่าง ส่วนที่พักก็ไม่มีที่ติ บรรยากาศเงียบสงบ การตกแต่งในห้องก็หรูหรา แต่... ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญกว่าคือ..."

หวังฮ่าวหรานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหนิงอ้าวเสวี่ย แล้วพูดต่อ

"ที่สำคัญกว่าคือมีสาวงามคอยอยู่เคียงข้าง ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากอยู่ที่นี่ตลอดไปเลย"

หนิงอ้าวเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ หัวใจเต้นรัวด้วยความเขินอาย ไม่กล้าสบตาหวังฮ่าวหรานตรงๆ

[ติ๊ง! โฮสต์หว่านเสน่ห์ใส่หนิงอ้าวเสวี่ยจนใจสั่น ได้รับแต้มวายร้าย 900 แต้ม!]

"เจ้าพอใจก็ดีแล้ว ข้าก็นึกว่าเจ้าจะไม่ชินซะอีก" หนิงอ้าวเสวี่ยก้มหน้าพูดเสียงเบา

อันที่จริง นางรู้ดีว่าคำพูดของหวังฮ่าวหรานนั้นฟังดูเป็นการเอาใจเกินจริงไปหน่อย

ก็ที่เมืองชิงหลิงยังมีสาวงามล่มเมืองรอเขาอยู่อีกคนไม่ใช่เหรอ? เขาจะยอมอยู่ที่ฉางโจวตลอดไปได้ยังไง?

แต่ถึงอย่างนั้น พอได้ยินคำพูดหวานหู หนิงอ้าวเสวี่ยก็ยังอดดีใจไม่ได้

ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบคำหวาน แม้จะรู้ว่าโกหก แต่ก็ยังฟังแล้วชื่นใจอยู่ดี

หนิงอ้าวเสวี่ยก้มหน้าเขินอาย นิ้วเรียวเผลอม้วนชายเสื้อเล่นด้วยความประหม่า

หวังฮ่าวหรานไม่ได้รุกต่อทันที เพราะกลัวว่าถ้าพูดโพล่งออกไปเลยเธออาจจะตกใจ เพราะค่าความชอบของหนิงอ้าวเสวี่ยตอนนี้อยู่ที่ 50 แต้มเท่านั้น

เขาจึงคิดจะให้เวลาเธอทำใจสักนิด ค่อยๆตะล่อมไปทีละขั้น

"กำลังภายในของคุณตอนนี้ใกล้จะถึงระดับปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นแล้วใช่ไหม?"

พอเข้าเรื่องการฝึกวรยุทธ ความประหม่าของหนิงอ้าวเสวี่ยก็ลดลง นางเงยหน้าขึ้นสบตาหวังฮ่าวหรานแล้วตอบว่า

"ตอนนี้แตะระดับเก้าสิบปีแล้ว อย่างเร็วหนึ่งปี อย่างช้าก็น่าจะปีครึ่ง ข้าน่าจะเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นได้แล้ว"

"ผมจำได้ว่าคุณเพิ่งจะอายุสิบเก้าเอง สมฉายาอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฉางโจวจริงๆ" หวังฮ่าวหรานเยินยอ

"เทียบกับเจ้าแล้ว ข้ายังห่างชั้นอีกมาก" หนิงอ้าวเสวี่ยส่ายหน้าอย่างถ่อมตัว ก่อนจะถามสิ่งที่คาดเดาไว้

"กำลังภายในของเจ้าน่าจะอยู่ที่ร้อยยี่สิบถึงร้อยห้าสิบปีใช่ไหม?"

หวังฮ่าวหรานยิ้ม ไม่ตอบคำถาม แต่ยื่นมือออกไป หงายฝ่ามือขึ้น

หนิงอ้าวเสวี่ยเข้าใจความหมาย ยื่นมือออกไปวางบนฝ่ามือของเขาด้วยความขัดเขิน

สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือทำให้หัวใจของหนิงอ้าวเสวี่ยเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง

แต่ยังไม่ทันได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศโรแมนติก นางก็สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลราวกับมหาสมุทรที่ถาโถมเข้ามา

หนิงอ้าวเสวี่ยร้องอุทานด้วยความตกตะลึง "กำลังภายในสี่ร้อยปี! เป็นไปได้ยังไง?!"

หวังฮ่าวหรานยิ้มกริ่ม ไม่ตอบคำถามตรงๆ แต่ย้อนถามว่า "หนึ่งปีหรือปีครึ่งมันนานเกินไป คุณอยากเลื่อนเป็นปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นให้เร็วที่สุดไหม? หรือแม้กระทั่งก้าวไปสู่จุดสูงสุดของวิถียุทธ์?"

"อยากสิ" หนิงอ้าวเสวี่ยตอบทันควัน ก่อนจะถามด้วยความไม่อยากเชื่อ "เจ้ามีวิธีช่วยข้าหรือ?"

"แน่นอน แถมวิธีนี้ยังไม่มีคอขวดในการฝึกฝน พาคุณไปสู่จุดสูงสุดของวิถียุทธ์ได้อย่างไม่ยากเย็น" หวังฮ่าวหรานไม่พูดถึงเรื่องเซียน เดี๋ยวเธอจะไม่เชื่อ เลยลดสเกลลงมาเหลือแค่จุดสูงสุดของวิถียุทธ์

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ การได้ไปถึงจุดสูงสุดถือเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่

หนิงอ้าวเสวี่ยย่อมไม่ปฏิเสธ แต่ก็ยังมีความกังวล "วิธีฝึกแบบนั้นคงมีผลข้างเคียงใช่ไหม?"

หวังฮ่าวหรานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "วิธีนี้ดีต่อทั้งคุณและผม แต่พูดตรงๆคือผมจะได้ประโยชน์มากกว่า ส่วนคุณ… นอกจากจะได้ประโยชน์แล้ว... อาจจะต้องเสียอะไรบางอย่างไปด้วย"

"ผลข้างเคียงคืออะไร?" หนิงอ้าวเสวี่ยถามตาใสซื่อ ไม่เข้าใจความนัย เหมือนเด็กขี้สงสัย

"อืม..." หวังฮ่าวหรานแกล้งดึงเกม ทำเอาหนิงอ้าวเสวี่ยลุ้นตัวโก่ง จู่ๆเขาก็ถอนหายใจแล้วเปลี่ยนเรื่อง

"ช่างเถอะ เรื่องนี้มันพูดลำบาก อย่าฟังเลยดีกว่า"

"ไม่เป็นไร บอกมาเถอะ ข้าอยากรู้" หนิงอ้าวเสวี่ยยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ จึงรบเร้าไม่หยุด

"เฮ้อ... พูดตรงๆนะ ถ้าไม่ได้เจอศัตรูที่ร้ายกาจ ผมคงไม่คิดจะใช้วิธีนี้กับคุณหรอก" หวังฮ่าวหรานแสร้งทำหน้าจนปัญญา

"ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า ในโลกนี้คงหาผู้ต่อกรด้วยยากแล้ว ยังจะมีศัตรูร้ายกาจอีกหรือ?" หนิงอ้าวเสวี่ยถามด้วยความแปลกใจระคนเป็นห่วง

"เหนือฟ้ายังมีฟ้า กำลังภายในสี่ร้อยปีที่คุณมองว่าเก่ง ถ้าเทียบกับยอดฝีมือไร้เทียมทานจริงๆ มันยังห่างไกลนัก" หวังฮ่าวหรานกล่าว

หนิงอ้าวเสวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบอย่างจริงจัง "ถ้าอย่างนั้นเจ้าบอกมาเถอะ ไม่ว่าผลข้างเคียงจะเป็นอะไรข้ารับได้หมด"

"ไม่ว่าจะเป็นอะไร คุณก็ยอมรับได้จริงๆ?" หวังฮ่าวหรานถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

"ใช่ ไม่ว่าอะไรข้าก็ไม่มีปัญหา" หนิงอ้าวเสวี่ยยืนยันหนักแน่น แต่แล้วก็เริ่มกังวล ถามเสียงอ่อน

"เอ่อ... คงไม่ถึงกับตายใช่ไหม?"

"ไม่ถึงตายแน่นอน" หวังฮ่าวหรานส่ายหน้า

"แล้วจะทำให้พิการแขนขาขาดหรือเปล่า?" หนิงอ้าวเสวี่ยถามต่อ

"อืม... ในทางเทคนิคก็ถือว่าทำให้ส่วนหนึ่งของร่างกาย 'ฉีกขาด' นะ แต่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องพบเจอกันทั้งนั้น" หวังฮ่าวหรานตอบ

หนิงอ้าวเสวี่ยทำหน้าครุ่นคิด แต่ยังไงก็ไม่เข้าใจ นึกไม่ออกว่าคืออะไร "มีของแบบนั้นด้วยหรือ? ตกลงมันคืออะไรกันแน่?"

หวังฮ่าวหรานคิดในใจว่ายัยนี่ซื่อบื้อเรื่องพรรค์นี้จริงๆ แต่ก็พอเข้าใจได้ วันๆเอาแต่ฝึกวรยุทธ คงไม่ค่อยประสีประสาเรื่องทางโลก ถ้าเป็นสาวเมืองกรุงรุ่นเดียวกันคงเก็ทไปนานแล้ว

ด้วยความจนใจ หวังฮ่าวหรานจึงกระซิบบอกหนิงอ้าวเสวี่ยที่ข้างหู พูดออกมาตรงๆไม่อ้อมค้อม

สิ้นเสียงกระซิบ หนิงอ้าวเสวี่ยถึงกับตาเบิกโพลง อ้าปากค้าง

"แล้ว... คุณยังคิดเหมือนเดิมอยู่ไหม?" หวังฮ่าวหรานถาม

*****

จบบทที่ บทที่ 576 แผนล่อลวงหนิงอ้าวเสวี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว