- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 572 ตระกูลจัวชิว
บทที่ 572 ตระกูลจัวชิว
บทที่ 572 ตระกูลจัวชิว
รอยยิ้มบนใบหน้าเหี่ยวย่นของผู้อาวุโสจัวชิวค่อยๆกว้างขึ้นเมื่อได้ฟังประโยคแรกของหวังฮ่าวหราน แต่พอถึงประโยคหลัง ใบหน้าแก่ๆนั่นก็ยับย่นลงด้วยความเคร่งเครียด
"พ่อหนุ่มหมายความว่ายังไง?" ผู้อาวุโสจัวชิวถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าหวังฮ่าวหรานเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่
"วางใจเถอะครับ ผมกับปรมาจารย์เย่นั่นไม่ใช่พวกเดียวกัน" หวังฮ่าวหรานยืนยันสถานะ
"งั้นอย่างน้อยก็ต้องรู้จักกันใช่ไหม?" ผู้อาวุโสจัวชิวถามด้วยความสงสัยระคนตระหนก
"คุณจะมองว่าผมกับเขาเป็นศัตรูกันก็ได้" หวังฮ่าวหรานตอบ
ได้ยินดังนั้น ผู้อาวุโสจัวชิวยิ่งงงหนักกว่าเดิม "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วทำไมพ่อหนุ่มถึงต้องการขัดขวางการประชุมสิบตระกูลล่ะ?"
"เพราะพวกคุณอ่อนแอเกินไปน่ะสิ ต่อให้มัดรวมกัน ก็ไม่ใช่คู่มือของปรมาจารย์เย่คนนั้นหรอก" หวังฮ่าวหรานพูดอย่างตรงไปตรงมา
"พ่อหนุ่มล้อเล่นแรงไปหน่อยมั้ง" ผู้อาวุโสจัวชิวย่อมไม่เชื่อ
วงการผู้ฝึกยุทธ์แห่งฉางโจวสั่งสมบารมีมาอย่างยาวนาน การรวมพลังของสิบตระกูลใหญ่ถือเป็นขุมกำลังที่น่าสะพรึงกลัว จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะจัดการปรมาจารย์เย่เพียงคนเดียวไม่ได้?
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้อาวุโสจัวชิว หวังฮ่าวหรานก็รู้ทันทีว่าถ้าไม่โชว์ของให้เห็นกับตา ตาแก่หัวดื้อคนนี้คงไม่ยอมเปลี่ยนใจแน่
คิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานก็ไม่คิดจะปิดบังพลังอีกต่อไป เขาปลดปล่อยพลังลมปราณออกมาครึ่งหนึ่ง
คลื่นพลังแผ่ซ่านออกมาวูบหนึ่ง แล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว
แต่เพียงแค่นั้น ก็เพียงพอให้ผู้อาวุโสจัวชิวรับรู้ได้
"เจ้า... เจ้าเป็นปรมาจารย์ใหญ่ต้านจิน?!" ผู้อาวุโสจัวชิวอุทานเสียงหลง หน้าถอดสี
เขาคิดว่าหวังฮ่าวหรานเป็นแค่ปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นที่มีกำลังภายในร้อยปีเท่านั้น ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะเป็นถึงปรมาจารย์ใหญ่ต้านจินที่มีกำลังภายในสองร้อยปี!
หวังฮ่าวหรานแอบขำในใจเมื่อเห็นท่าทางแตกตื่นเกินเหตุของผู้อาวุโสจัวชิว
แค่กำลังภายในสองร้อยปียังตกใจขนาดนี้ ถ้าปล่อยมาหมดเต็มที่สี่ร้อยปี ตาแก่นี่ไม่หัวใจวายตายเลยรึไง?
เขาคิดเยาะเย้ยในใจอย่างสนุกสนาน
แต่ความรู้สึกสนุกนั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
กำลังภายในสี่ร้อยปีอาจจะดูเทพในสายตาคนทั่วไป แต่ถ้าเทียบกับเย่ฟานแล้ว... มันก็แค่ขยะดีๆนี่เอง
ยิ่งดูดซับความทรงจำของเย่ฟานได้มากเท่าไหร่ หวังฮ่าวหรานก็ยิ่งเข้าใจวิถีแห่งการบำเพ็ญเซียนมากขึ้นเท่านั้น
ขีดสุดของผู้ฝึกยุทธ์คือกำลังภายในห้าร้อยปี หรือที่เรียกว่า “เซียนเดินดิน”
แต่ถ้าจะพูดกันตามตรง คำว่า “เซียนเดินดิน” ก็เป็นเพียงคำเรียกขานเอาไว้หลอกตัวเองเท่านั้น
เพราะ “เซียนเดินดิน” เทียบได้กับผู้บำเพ็ญเซียนขอบเขต "รวมปราณ" ขั้นห้า เท่านั้นเอง!
แล้วขอบเขตรวมปราณคืออะไร? มันคือขอบเขตเริ่มต้นของการบำเพ็ญเซียน!
และไอ้ขอบเขตเริ่มต้นเนี่ย มันมีตั้งเก้าขั้น!
ช่องว่างระหว่างผู้ฝึกยุทธ์กับผู้บำเพ็ญเซียนนั้นช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
ต่อหน้าผู้อาวุโสจัวชิว เขาอาจดูเทพ แต่ต่อหน้าเย่ฟาน เขาไม่ได้มีค่าอะไรเลย
ออร่าตัวร้ายของหวังฮ่าวหรานตอนนี้ก็สูงเอาเรื่องอยู่ ตามหลักแล้วเมื่อกี้ตอนเดินสวนกับเย่ฟาน ถึงเย่ฟานจะไม่รู้สึกเป็นศัตรู แต่อย่างน้อยก็น่าจะสะดุดตาบ้าง
แต่เย่ฟานกลับเมินเฉย
เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว
เพราะเย่ฟานคือเซียนผู้ยิ่งใหญ่กลับชาติมาเกิด แม้ตอนนี้พลังจะอยู่แค่ขอบเขตรวมปราณขั้นห้า แต่จิตวิญญาณและความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของเซียนผู้ยิ่งใหญ่ยังคงเต็มเปี่ยม
ในสายตาของเย่ฟาน คนรอบข้างก็เป็นแค่ 'มดปลวก'
แล้วใครจะไปสนใจมดปลวกที่เดินผ่านไปมากันล่ะ?
"พลังเท่านี้ยังไม่นับเป็นอะไรหรอก ปรมาจารย์เย่คนนั้นเก่งกาจกว่านี้เสียอีก การที่พวกคุณสิบตระกูลใหญ่รวมตัวกันไปสู้กับเขา ก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหิน หาเรื่องเจ็บตัวเปล่าๆ" หวังฮ่าวหรานกล่าวเสียงเรียบ
ผู้อาวุโสจัวชิวได้ฟังดังนั้นก็เริ่มหวั่นใจ
อย่าว่าแต่ปรมาจารย์เย่เลย ลำพังแค่ระดับฝีมืออย่างหวังฮ่าวหราน ต่อให้สิบตระกูลใหญ่ร่วมมือกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ
"ถ้าไม่ร่วมมือกัน แล้วจะปล่อยให้ปรมาจารย์เย่ไล่จัดการพวกเราทีละคนงั้นหรือ?" ผู้อาวุโสจัวชิวเริ่มวิตกกังวล
หวังฮ่าวหรานเคยเดาไว้แล้วว่าคงมีใครในสิบตระกูลใหญ่ไปกระตุกหนวดเสือเย่ฟานเข้า
และพอมารู้ว่าเย่ฟานเป็นเซียนผู้ยิ่งใหญ่กลับชาติมาเกิด เขาก็มั่นใจในข้อสันนิษฐานนี้ยิ่งขึ้น
เย่ฟานเป็นถึงเซียน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เขาคงไม่ลดตัวลงมาเล่นกับพวกผู้ฝึกยุทธ์กระจอกๆหรอก มันเสียเวลา
แถมหวังฮ่าวหรานยังได้ความทรงจำของเย่ฟานมา ทำให้รู้นิสัยและหลักการในการดำเนินชีวิตของหมอนั่นดี
เย่ฟานจะไม่ไปหาเรื่องมดปลวกก่อน แต่ถ้าเขาลงมือ นั่นแสดงว่ามดปลวกตัวนั้นมันน่ารำคาญเกินไป
เหมือนคนปกติเดินถนน เห็นมดปลวกก็คงไม่จงใจไปเหยียบเล่น แต่ถ้ามดปลวกมันดันสะเออะมาไต่ขาหรือขวางทาง ก็คงต้องบี้ทิ้งเป็นธรรมดา
ความขัดแย้งระหว่างเย่ฟานกับตระกูลผู้ฝึกยุทธ์บางตระกูลก็น่าจะเป็นทำนองนี้แหละ
แน่นอนว่าหวังฮ่าวหรานคงไม่พูดความจริงพวกนี้ให้ผู้อาวุโสจัวชิวฟังหรอก
"พวกคุณรวมตัวกันมีแต่จะแหวกหญ้าให้งูตื่น แล้วยังกระทบแผนของผมอีก คุณเป็นแกนนำยกเลิกการประชุมเถอะ เรื่องปรมาจารย์เย่เดี๋ยวผมจัดการเอง" หวังฮ่าวหรานเสนอตัว
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ต้องรบกวนพ่อหนุ่มแล้ว" ผู้อาวุโสจัวชิวตอบตกลง ก่อนจะเตือนด้วยความหวังดี "พ่อหนุ่มต้องระวังตัวให้มากล่ะ อย่าประมาทฝีมือปรมาจารย์เย่คนนั้นเชียว"
"เขาเก่งกว่าผมแค่นิดหน่อยเอง ถ้าสู้กันจริงๆ ผมอาจจะชนะไม่ได้ แต่ก็ไม่ถึงกับแพ้หมดรูปหรอก" หวังฮ่าวหรานคุยโวหน้าตาย
แต่ความจริงคือ... เขาไม่ใช่คู่มือของเย่ฟานเลยสักนิด
หมอนั่นเป็นเซียนผู้ยิ่งใหญ่นะเฮ้ย ถึงจะอยู่แค่ขอบเขตรวมปราณขั้นห้า แต่หวังฮ่าวหรานก็สู้ไม่ได้แน่นอน
ไพ่ใบเดียวที่หวังฮ่าวหรานถืออยู่คือ การที่เขารู้นิสัยใจคอของเย่ฟานอย่างทะลุปรุโปร่งจากการคัดลอกความทรงจำ
เย่ฟานไม่ใช่พวกชอบหาเรื่อง และไม่มีทางลดตัวลงมาใส่ใจกับ 'มดปลวก'
หวังฮ่าวหรานจึงใช้จุดนี้เป็นเครื่องมือ
ขอแค่การประชุมวางแผนเล่นงานเย่ฟานถูกยกเลิก เย่ฟานก็จะไม่มาหาเรื่องคนพวกนี้แน่นอน
ถึงผู้อาวุโสจัวชิวจะเก๋าเกมแค่ไหน แต่เจอกับทักษะการแสดงระดับจักรพรรดิภาพยนตร์ของหวังฮ่าวหรานเข้าไป ก็ดูไม่ออกเลยว่ากำลังโดนเด็กหลอก
เมื่อข้อสงสัยคลี่คลาย ผู้อาวุโสจัวชิวก็มองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันดูเร่าร้อนและมีความหวังขึ้นมาทันที
"จะแอบฟังอยู่ข้างนอกทำไม เข้ามาสิ" ผู้อาวุโสจัวชิวตะโกนเรียกคนที่อยู่หน้าประตูห้องรับแขก
สิ้นเสียง จัวชิวลั่วเหยียนก็โผล่หน้าออกมาจากประตู
ทั้งผู้อาวุโสจัวชิวและหวังฮ่าวหรานรู้ตัวตั้งนานแล้วว่าจัวชิวลั่วเหยียนแอบฟังอยู่ แต่ไม่ได้ทักท้วง จนกระทั่งผู้อาวุโสจัวชิวเกิดไอเดียบางอย่างขึ้นมา ถึงได้เรียกหลานสาวตัวแสบออกมา
"แอบฟังอะไรกันท่านปู่ ข้าแค่เดินผ่านมาเฉยๆเอง" จัวชิวลั่วเหยียนเดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ปากแข็งไม่ยอมรับความจริง
ผู้อาวุโสจัวชิวก็ไม่ได้ติดใจเอาความ
เขามองออกทะลุปรุโปร่งว่าหลานสาวคิดยังไงกับหวังฮ่าวหราน
ซึ่งผู้อาวุโสจัวชิวไม่เพียงไม่คัดค้าน แต่กลับอยากจะช่วยผลักดันให้ถึงฝั่งฝันเสียด้วยซ้ำ
เขาเรียบเรียงคำพูดในหัวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้มแย้มพูดกับหวังฮ่าวหรานว่า
"พ่อหนุ่ม อย่าเห็นว่าลั่วเหยียนรูปลักษณ์เหมือนเด็กสิบสามสิบสี่นะ จริงๆแล้วนางอายุยี่สิบกว่าแล้ว ที่ตัวเล็กแบบนี้ก็เพราะผลข้างเคียงจากการฝึกวิชาประจำตระกูล"
"แต่ไม่ต้องห่วงนะ พอลั่วเหยียนฝึกวิชาจนสำเร็จ อีกไม่นานนางก็จะคืนร่างเดิม เป็นสาวงามสวยสะพรั่งสมวัย"
ผู้อาวุโสจัวชิวเล่าพลางส่งสายตามีเลศนัยไปทางหวังฮ่าวหราน ก่อนจะเอ่ยต่อ
"เมื่อกี้พ่อหนุ่มบอกว่าอยากจะเยี่ยมชมตระกูลจัวชิวใช่ไหม? คฤหาสน์ตระกูลจัวชิวของเรากว้างขวางใหญ่โต เดินชมวันเดียวคงไม่ทั่วถึง ยังไงคืนนี้ก็นอนพักที่นี่สักคืนสิ ลั่วเหยียนจะได้พาเดินชมให้ทั่วเลยเป็นไง?"
*****