- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 570 สวนสาธารณะ ชายชรา และเด็กสาว
บทที่ 570 สวนสาธารณะ ชายชรา และเด็กสาว
บทที่ 570 สวนสาธารณะ ชายชรา และเด็กสาว
สายตาของหนิงอ้าวเสวี่ยและจัวชิวลั่วเหยียนปะทะกันกลางอากาศ ราวกับมีประกายไฟที่มองไม่เห็นปะทุขึ้น
หวังฮ่าวหรานรู้สึกได้ทันทีว่าบรรยากาศเริ่มไม่ค่อยดี อยากจะบอกเหลือเกินว่า พวกเธอไม่จำเป็นต้องแย่งกันหรอก
แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาทำได้แค่คิดในใจ ขืนพูดออกไปมีหวังบ้านแตก
"ยัยเด็กน้อย รู้จักประมาณตนบ้าง อย่าคิดอะไรเกินตัวนัก" หลังจากจ้องตากันอย่างดุเดือดอยู่ครู่หนึ่ง หนิงอ้าวเสวี่ยก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยวาจาเชือดเฉือน
จัวชิวลั่วเหยียนที่ตอนแรกไม่ได้ใส่ใจเรื่องรูปร่างของตัวเอง พอโดนหนิงอ้าวเสวี่ยทักเข้า ก็รู้สึกตัวขึ้นมาทันที
นางดูเด็กไปหน่อยจริงๆเมื่อเทียบกับหนิงอ้าวเสวี่ยแล้ว แทบไม่มีอะไรไปสู้ได้เลย
แต่จัวชิวลั่วเหยียนย่อมไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ จึงสวนกลับไปว่า "ไม่ต้องลำบากให้เจ้ามาเป็นห่วงหรอก ข้าใกล้จะสำเร็จวิชาขั้นสูงแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็จะสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิม!"
หนิงอ้าวเสวี่ยได้ยินดังนั้น ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อก็ยกยิ้มเยาะบางๆ "เท่าที่ข้ารู้ วิชาประจำตระกูลจัวชิวต้องฝึกให้ถึงระดับปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นไม่ใช่หรือ ถึงจะเรียกว่าสำเร็จขั้นสูง?"
"ที่เจ้าพูดมา หมายความว่าภายในไม่กี่เดือนนี้เจ้าจะสามารถก้าวไปสู่ขั้นปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นได้งั้นสิ? งั้นเรามาประลองกันสักหน่อยไหม?"
จัวชิวลั่วเหยียนที่โดนจี้จุดเข้าเต็มเปากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ตอบกลับอย่างดุเดือดว่า "ประลองก็ประลองสิ! คิดว่าข้ากลัวเจ้าหรือไง?!"
หนิงอ้าวเสวี่ยอาจจะเก่งกว่าจริง แต่จัวชิวลั่วเหยียนมั่นใจว่า ถึงนางจะแพ้ หนิงอ้าวเสวี่ยก็คงเจ็บตัวไม่น้อยเหมือนกัน
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ราวกับลูกธนูที่ขึ้นสายพร้อมลั่นไก
และในจังหวะที่จัวชิวลั่วเหยียนกำลังจะก้าวเท้าออกไปเพื่อลงมือกับหนิงอ้าวเสวี่ย ผู้อาวุโสจัวชิวที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้น
"ลั่วเหยียน การประชุมสิบตระกูลใกล้จะเริ่มแล้ว อย่าก่อเรื่องวุ่นวายเลย"
เสียงนั้นทำให้จัวชิวลั่วเหยียนได้สติและสงบลงทันที
ผู้อาวุโสจัวชิวไม่ได้จงใจลดเสียงลง หนิงอ้าวเสวี่ยจึงได้ยินชัดเจน
หนิงอ้าวเสวี่ยล้มเลิกความคิดที่จะลงมือกับจัวชิวลั่วเหยียนทันที
ผู้อาวุโสจัวชิวอยู่ที่นี่ด้วย ถึงแม้เขาคงไม่ลดตัวลงมารังแกคนรุ่นเยาว์ แต่ถ้านางทำร้ายหลานสาวเขาจนบาดเจ็บหนัก ชายชราคงไม่ยอมยืนดูเฉยๆแน่
การปะทะครั้งนี้ จริงๆแล้วหนิงอ้าวเสวี่ยเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
หนิงอ้าวเสวี่ยฉลาดพอที่จะรู้เรื่องนี้ดี แต่เพราะมัวแต่หึงหวงจนหน้ามืดตามัว เลยเกือบจะขาดสติไป
คำพูดของผู้อาวุโสจัวชิวเปรียบเสมือนบันไดที่ยื่นลงมาให้นางไต่ลงอย่างสวยงาม หนิงอ้าวเสวี่ยย่อมรับไว้ด้วยความเต็มใจ
ผู้อาวุโสจัวชิวจ้องมองหวังฮ่าวหรานอย่างพินิจพิเคราะห์
เขาผ่านโลกมามาก ย่อมมองออกว่าหลานสาวกับหนิงอ้าวเสวี่ยกำลังเขม่นกันเรื่องผู้ชาย แต่เขากลับไม่ได้ห้ามปราม แถมยังดูเหมือนจะอนุญาตกลายๆให้จัวชิวลั่วเหยียนทำแบบนั้นด้วยซ้ำ
แม้ภายนอกหวังฮ่าวหรานจะดูเหมือนคนธรรมดาที่ไม่มีกำลังภายในเลยสักนิด แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกทึ่ง
หนิงอ้าวเสวี่ยคือเทพธิดาแห่งฉางโจว การที่นางถึงกับออกอาการหึงหวงผู้ชายคนนี้ นั่นย่อมพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา และน่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์
ผู้ฝึกยุทธ์ที่แม้แต่เขาเองยังมองไม่ออก นั่นแสดงว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องแข็งแกร่งมาก
อย่างน้อยๆก็ต้องเก่งกว่าหนิงอ้าวเสวี่ยแน่
ไม่อย่างนั้นคนหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีอย่างหนิงอ้าวเสวี่ยจะยอมลดตัวลงมาได้ยังไง?
และชายหนุ่มคนนี้ยังอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนิงอ้าวเสวี่ย ยิ่งทำให้ผู้อาวุโสจัวชิวสนใจใคร่รู้มากขึ้นไปอีก
เขาถึงกับมีความคิดอยากจะดึงตัวหวังฮ่าวหรานมาเข้าตระกูลจัวชิวด้วยซ้ำ
บุตรสาวตระกูลหนิงงดงามแล้วไง บุตรสาวตระกูลจัวชิวก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากันหรอก!
"พ่อหนุ่มคงไม่ใช่คนฉางโจวสินะ? ไม่ทราบว่าชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร?" ผู้อาวุโสจัวชิวถามหวังฮ่าวหรานด้วยรอยยิ้ม
ถ้าเป็นตัวเอกจะโดนตาแก่นี่ขู่ไหมนะ ว่าให้อยู่ห่างๆหลานสาวไว้? หวังฮ่าวหรานคิดเล่นๆในใจ แต่ปากก็ตอบไปว่า
"ผมมาจากชิงหลิงครับ ชื่อหวังฮ่าวหราน"
ผู้อาวุโสจัวชิวพยักหน้า ยิ้มรับ "มิน่าล่ะ หากเจ้าอยู่ที่ฉางโจวคงต้องเป็นที่รู้จักไปทั่วแล้ว ต่อให้เป็นหนิงอ้าวเสวี่ยก็คงเทียบรัศมีไม่ได้"
ตาแก่เจ้าเล่ห์... ลองเชิงกันโต้งๆแบบนี้คิดว่าพ่อดูไม่ออกรึไง? หวังฮ่าวหรานแอบค่อนขอดในใจ แต่ภายนอกกลับนิ่งเฉย ยอมรับคำชมนั้นโดยดุษณี ไม่ได้แกล้งทำตัวเป็นคนธรรมดาเหมือนทุกที
เขามาที่นี่เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ตระกูลจัวชิวเป็นแกนนำยกเลิกการประชุมสิบตระกูลผู้ฝึกยุทธ์
ถ้าไม่มีดีอะไรเลย แล้วตระกูลจัวชิวจะยอมฟังเขาทำไม?
จะให้เอาความหล่อเข้าแลกจนจัวชิวลั่วเหยียนหน้ามืดตามัวงั้นเหรอ?
ผู้อาวุโสจัวชิวรักหลานสาวคนนี้มากก็จริง แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับโครงสร้างอำนาจของวงการผู้ฝึกยุทธ์ในฉางโจวและความเป็นผู้นำของตระกูลจัวชิว ลำพังแค่จัวชิวลั่วเหยียนคนเดียวอาจจะกล่อมปู่ไม่สำเร็จ
ตอนนี้ในเมื่อผู้อาวุโสจัวชิวเข้าใจว่าเขาเป็นยอดฝีมือ ก็ปล่อยเลยตามเลยไปสิ จะปฏิเสธทำไมให้โง่ล่ะ?
"ผู้มาเยือนย่อมถือเป็นแขก ข้ารู้สึกถูกชะตากับพ่อหนุ่ม หลังจากออกกำลังกายเสร็จ เจ้าจะให้เกียรติไปจิบชาที่บ้านอันซอมซ่อของข้าสักหน่อยจะได้ไหม?" เมื่อเห็นว่าสานสัมพันธ์ได้ที่แล้ว ผู้อาวุโสจัวชิวจึงเอ่ยปากชวน
"ผู้อาวุโสเมตตาชวนขนาดนี้ ผมคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะครับ" หวังฮ่าวหรานตั้งใจจะหาโอกาสคุยกับผู้อาวุโสจัวชิวอยู่แล้ว คำเชิญนี้จึงเข้าทางพอดี
จัวชิวลั่วเหยียนได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น แทบจะกระโดดตัวลอย
หนิงอ้าวเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าถ้าหวังฮ่าวหรานไปบ้านตระกูลจัวชิวแล้วจะโดนจัวชิวลั่วเหยียนฉกตัวไป
"วางใจเถอะ ผมไปทำธุระสำคัญ" หวังฮ่าวหรานส่งเสียงผ่านลมปราณไปปลอบใจหนิงอ้าวเสวี่ย
คิ้วที่ขมวดมุ่นของหนิงอ้าวเสวี่ยคลายออกทันที
ผู้อาวุโสจัวชิวและจัวชิวลั่วเหยียนเริ่มฝึกวิชา ร่ายรำท่วงท่าเพลงหมัดมวยที่ดูเชื่องช้าทว่าต่อเนื่อง
หวังฮ่าวหรานนั่งรออยู่ข้างๆโดยไม่ทำอะไร
หนิงอ้าวเสวี่ยเองก็ยังไม่กลับ ยืนเฝ้าอยู่เงียบๆข้างกายเขา
หวังฮ่าวหรานจ้องมองกระบวนท่าที่ทั้งสองคนกำลังร่ายรำอยู่อย่างครุ่นคิด
พูดตามตรง นอกจากมวยหย่งชุนแล้ว เขาไม่มีพื้นฐานวิชาหมัดมวยอื่นเลย เวลาสู้ก็อาศัยพลังลมปราณเข้าข่มล้วนๆ
ในกรณีที่พลังลมปราณเหนือกว่าอีกฝ่าย ย่อมได้เปรียบเห็นๆ เรียกว่า 'หนึ่งพลังสยบหมื่นกระบวนท่า'
แต่ถ้าพลังสูสีกัน วิชาหมัดมวยก็จะเป็นตัวแปรสำคัญ
หวังฮ่าวหรานสังเกตกระบวนท่าอันเชื่องช้าของผู้อาวุโสจัวชิวและจัวชิวลั่วเหยียนอย่างละเอียด ดูเผินๆเหมือนธรรมดา แต่กลับแฝงเคล็ดลับบางอย่างไว้
หวังฮ่าวหรานแอบจำและลองจินตนาการทำตามในหัว ไม่นานเขาก็พบว่า... กระบวนท่าชุดนี้มันไม่ลื่นไหล เหมือนมีจุดบกพร่องและส่วนที่ขาดหายไป
กระบวนท่ามีตำหนิ... ขาดหาย...
สวนสาธารณะ... ชายชรา... เด็กสาว...
คำศัพท์พวกนี้ผุดขึ้นมาในหัวหวังฮ่าวหราน... พอนึกโยงกันแล้ว ขนถึงกับลุกซู่เลยทีเดียว!
เชี่ยเอ้ย! พล็อตแม่งโคตรคุ้น!
ชายชรากับหลานสาวในสวนสาธารณะฝึกวิชาที่มีข้อบกพร่อง... องค์ประกอบครบเป๊ะ เวทีพร้อม เหลือแค่รอตัวเอกเปิดตัว!
พอเดาทางได้ หวังฮ่าวหรานก็ตื่นเต้นสุดขีด
ไม่ต้องสงสัยเลย คนที่จะโผล่มาโชว์เทพในฉากสูตรสำเร็จนี้ต้องเป็น 'ปรมาจารย์เย่' ตัวเอกสายบำเพ็ญเซียนที่เขาเดาไว้แน่ๆ!
หวังฮ่าวหรานมี 'การ์ดคัดลอกความทรงจำตัวเอก' อยู่ในมือ ถ้าได้คัดลอกความจำของปรมาจารย์เย่ เขาก็จะได้สุดยอดวิชาเซียนทั้งหมดมาครอง
รอมาตั้งนาน ในที่สุดโอกาสที่จะเปลี่ยนจาก 'ผู้ฝึกยุทธ์' เป็น 'ผู้บำเพ็ญเซียน' ก็มาถึงแล้ว!
หวังฮ่าวหรานทั้งตื่นเต้นทั้งลุ้นระทึก กวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อค้นหาเงาของปรมาจารย์เย่
*****