เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 568 จัวชิวลั่วเหยียน

บทที่ 568 จัวชิวลั่วเหยียน

บทที่ 568 จัวชิวลั่วเหยียน


"ยัยนั่นเอาแต่ใจจะตาย เรากล่อมนางไม่ได้หรอก"

เมื่อได้ยินสิ่งที่บิดาพูด หนิงอ้าวเสวี่ยก็อดส่ายหน้าไม่ได้

"เรื่องนั้นพ่อรู้ดี เมื่อกี้ก็แค่พูดเล่นไปเรื่อย" พ่อหนิงตอบกลับ

ผู้พูดอาจไม่ตั้งใจ แต่ผู้ฟังกลับเก็บไปคิด

หวังฮ่าวหรานที่เดิมทีถอดใจเรื่องการขัดขวางการประชุมสิบตระกูลใหญ่ไปแล้ว พอได้ยินประโยคเด็ดจากปากพ่อหนิง ก็เหมือนมีไฟแห่งความหวังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

เรื่องต่อกรกับตัวเอก เขาอาจจะยังเป็นรอง แต่ถ้าเป็นเรื่องรับมือกับผู้หญิงล่ะก็... นี่มันงานถนัดชัดๆ ยิ่งมีออร่าตัวร้ายอันไร้เหตุผลคอยหนุนหลังด้วยแล้ว ยิ่งเข้าทาง

"ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหนิงกับตระกูลจัวชิวเป็นยังไงบ้าง?" หวังฮ่าวหรานหันไปถามหนิงอ้าวเสวี่ย

"เจ้าอยากไปที่ตระกูลจัวชิวหรือ?" หนิงอ้าวเสวี่ยเดาทาง

หวังฮ่าวหรานพยักหน้า "ใช่"

พ่อหนิงพูดแทรกขึ้นมาว่า "ตระกูลหนิงกับตระกูลจัวชิวเป็นมิตรกันแค่เปลือกนอกเท่านั้น แถมอ้าวเสวี่ยกับเด็กสาวตระกูลจัวชิวคนนั้นก็เคยมีเรื่องขัดใจกันมาก่อน เกรงว่าคงพาเจ้าไปเจรจาไม่ได้หรอก"

"เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกครับ ผมแค่อยากรู้ว่าจะไปหาหลานสาวของผู้อาวุโสจัวชิวที่พวกคุณพูดถึงได้ที่ไหนก็พอ" หวังฮ่าวหรานกล่าว

หนิงอ้าวเสวี่ยไม่ได้ตอบทันที นางมองออกไปดูท้องฟ้าด้านนอก เห็นอากาศแจ่มใสดี จึงหันมาตอบหวังฮ่าวหรานว่า

"ดูจากท้องฟ้าแล้ว พรุ่งนี้ฝนไม่น่าจะตก ผู้อาวุโสจัวชิวกับหลานสาวมีกิจวัตรประจำวันอยู่อย่างหนึ่ง คือถ้าเช้าไหนอากาศดี พวกเขาจะไปฝึกวิชาที่สวนสาธารณะฉางโจว เจ้าไปดักรอที่นั่นก็น่าจะเจอ"

หวังฮ่าวหรานจดจำข้อมูลไว้ในใจ ก่อนจะถามต่อ "แล้วหลานสาวผู้อาวุโสจัวชิวชื่ออะไร? หน้าตาเป็นยังไง?"

"ชื่อ 'จัวชิวลั่วเหยียน'" หนิงอ้าวเสวี่ยตอบคำถามแรก แล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

"พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาเจ้าไปเอง"

ตอนอยู่เมืองชิงหลิง ทั้งสองไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง อุตส่าห์มาถึงฉางโจวทั้งที นางย่อมอยากใช้เวลาร่วมกับหวังฮ่าวหรานให้มากที่สุด

"ตกลง" หวังฮ่าวหรานย่อมไม่ปฏิเสธ เขาพึมพำชื่อ 'จัวชิวลั่วเหยียน' เบาๆ

ชื่อนี้ทำให้เขานึกถึง 'จัวชิวเฉินอวี้' ขึ้นมาทันที

คนหนึ่งเฉินอวี้(มัจฉาจมวารี) อีกคนลั่วเหยียน(ปักษีตกนภา)?

นี่มันเรื่องบังเอิญหรือมีความเกี่ยวข้องกัน?

หวังฮ่าวหรานเริ่มตั้งข้อสังเกตในใจ

หลังจากปรึกษาหารือกันเสร็จ หนิงอ้าวเสวี่ยก็จัดการเตรียมห้องรับรองที่ดีที่สุดให้หวังฮ่าวหรานพักผ่อน

......

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น

หนิงอ้าวเสวี่ยมาหาหวังฮ่าวหรานที่ห้องรับรอง เพื่อพาเขาไปยังสวนสาธารณะฉางโจว

คฤหาสน์ตระกูลหนิงอยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะ เดินเท้าไปเพียงไม่ถึงสิบนาที

ชาวเมืองฉางโจวนิยมฝึกวรยุทธ ในสวนสาธารณะจึงเต็มไปด้วยผู้คนมาออกกำลังกายฝึกวิชากันขวักไขว่

มีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กน้อยไม่ถึงสิบขวบไปจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่วัยเจ็ดแปดสิบ

หนิงอ้าวเสวี่ยสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวอ่อน ผมยาวสลวยทิ้งตัวลงมาถึงเอวบาง แต่งหน้าบางเบาขับเน้นเครื่องหน้าอันงดงามให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งจุดแต้มชาดสีแดงกลางหน้าผากยิ่งเพิ่มเสน่ห์ลึกลับน่าค้นหาให้กับนาง

หนิงอ้าวเสวี่ยถือเป็นคนดังแห่งเมืองฉางโจว ทั้งรูปโฉมและพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในรุ่น

ยิ่งเมื่อเร็วๆนี้ ตระกูลหนิงประกาศว่าหนิงอ้าวเสวี่ยกำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นภายในหนึ่งถึงสองปี และบิดาของนางก็ยกตำแหน่งผู้นำตระกูลให้นางรับช่วงต่อทันที ทำให้ชื่อเสียงของหนิงอ้าวเสวี่ยยิ่งโด่งดังเป็นพลุแตก ไม่มีใครเทียบติด

แต่ตอนที่มีการประกาศเรื่องนี้ หนิงอ้าวเสวี่ยตัวจริงดันอยู่ที่เมืองชิงหลิง ไม่ได้ปรากฏตัว

ดังนั้น การปรากฏตัวของหนิงอ้าวเสวี่ยในที่สาธารณะครั้งนี้จึงสร้างความฮือฮาไปทั่วบริเวณ

ผู้คนต่างพากันเหลียวมอง

ชายหนุ่มผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายมองนางด้วยสายตาชื่นชมและหลงใหล ส่วนบรรดาหญิงสาวต่างมองด้วยความอิจฉาริษยา

หวังฮ่าวหรานที่เดินเคียงคู่มากับเธอก็พลอยได้รับความสนใจไปด้วย

ทุกคนต่างสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงเดินเคียงไหล่กับหนิงอ้าวเสวี่ยได้

แถมดูจากท่าทางแล้ว ทั้งสองคนดูสนิทสนมกันไม่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่องหรือเยาะเย้ยหวังฮ่าวหรานว่าไม่คู่ควรกับหนิงอ้าวเสวี่ยแต่อย่างใด

กลับกัน ทุกคนต่างคิดว่าหวังฮ่าวหรานและหนิงอ้าวเสวี่ยดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

ก็แหงล่ะ หวังฮ่าวหรานไม่ใช่ตัวเอก พล็อตประเภทโดนดูถูกเหยียดหยามแล้วค่อยตบหน้าโชว์เทพทีหลังมันไม่เกิดขึ้นกับเขาหรอก

ซึ่งหวังฮ่าวหรานก็พอใจที่เป็นแบบนี้

ใครมันจะบ้าชอบโดนดูถูกล่ะ?

มีแต่พวกตัวเอกโรคจิตเท่านั้นแหละที่ชอบ

หวังฮ่าวหรานชอบความรู้สึกที่ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนยกย่องสรรเสริญมากกว่าเยอะ

หนิงอ้าวเสวี่ยมองตรงไปข้างหน้า ไม่สนใจสายตารอบข้าง ใบหน้าดูเรียบเฉย แต่ในใจกลับลิงโลดด้วยความยินดี

ความยินดีนี้ไม่ได้มาจากการเป็นจุดสนใจ แต่เพราะดูเหมือนทุกคนจะเข้าใจผิดคิดว่านางกับหวังฮ่าวหรานเป็น... คนรักกัน

หนิงอ้าวเสวี่ยเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว ใครจะเข้าใจผิดก็ปล่อยไป นางไม่คิดจะแก้ข่าวอยู่แล้ว

ไม่นาน นางก็พาหวังฮ่าวหรานเดินลึกเข้าไปในมุมสงบของสวนสาธารณะ

ที่นี่เป็นพื้นที่ประจำที่สองปู่หลานตระกูลจัวชิวมาฝึกวิชา คนทั่วไปไม่กล้ามารบกวน

ใครที่มาออกกำลังกายแถวนี้ต่างรู้ดีและพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณนี้กันทั้งนั้น

"นั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวพวกเขาก็น่าจะมาแล้ว" หนิงอ้าวเสวี่ยชี้ไปที่ม้านั่งตัวยาวไม่ไกลนัก แล้วบอกหวังฮ่าวหราน

หวังฮ่าวหรานพยักหน้า แล้วนั่งลงข้างๆหนิงอ้าวเสวี่ยเพื่อรอคอย

ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายชราและเด็กสาวคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า

หวังฮ่าวหรานสายตาดี มองเห็นแต่ไกล จึงเพ่งมองพิจารณา

ชายชราผมขาวโพลนทั้งศีรษะ แต่ดูกระฉับกระเฉงแข็งแรง ไม่มีเค้าความชราภาพให้เห็น

ส่วนเด็กสาวข้างกายดูอายุราวสิบสามสิบสี่ปี รูปร่างเล็กกะทัดรัดน่ารักน่าเอ็นดู

"มาแล้ว" หนิงอ้าวเสวี่ยกระซิบบอก

ได้ยินดังนั้น หวังฮ่าวหรานก็มั่นใจว่าเด็กสาวคนนั้นคือจัวชิวลั่วเหยียน

แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้

ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าจัวชิวเฉินอวี้กับจัวชิวลั่วเหยียนน่าจะมีความเกี่ยวข้องกัน เผลอๆอาจจะเป็นฝาแฝดด้วยซ้ำ

แต่อายุของทั้งสองคนดูจะห่างกันเกินไปหน่อย

จัวชิวเฉินอวี้อายุเกือบยี่สิบห้าแล้ว แต่จัวชิวลั่วเหยียนดูเหมือนเด็กสาวอายุสิบสามสิบสี่

จะเป็นฝาแฝดกันได้ยังไง?

"เจ้าอย่าถูกร่างเล็กๆนั้นของจัวชิวลั่วเหยียนหลอกเอาล่ะ จริงๆแล้วนางอายุมากกว่าข้าตั้งสี่ห้าปี" หนิงอ้าวเสวี่ยพูดขึ้นมาลอยๆเหมือนรู้ใจ

หวังฮ่าวหรานเลิกคิ้วสูง หันขวับมามองหนิงอ้าวเสวี่ยด้วยความประหลาดใจ แล้วหันกลับไปจ้องจัวชิวลั่วเหยียนอีกครั้ง

หนิงอ้าวเสวี่ยอายุเกือบยี่สิบปี ถ้าจัวชิวลั่วเหยียนแก่กว่าเธอสี่ห้าปี งั้นจัวชิวลั่วเหยียนก็ต้องอายุรุ่นราวคราวเดียวกับจัวชิวเฉินอวี้สิ?

ดูท่าสองคนนี้น่าจะเกี่ยวข้องกันจริงๆ

และเมื่อหวังฮ่าวหรานเพ่งมองชัดๆอีกครั้ง เขาก็รู้สึกว่าจัวชิวลั่วเหยียนดูเหมือน 'จัวชิวเฉินอวี้เวอร์ชันย่อส่วน' ยังไงยังงั้น

ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นฝาแฝดกันจริงๆก็ได้

พอวิเคราะห์ได้แบบนี้ หวังฮ่าวหรานก็เนื้อเต้นด้วยความดีใจ

ก่อนหน้านี้เขายังนึกเสียดายอยู่เลยว่า เจอพล็อตฮาเร็มมาตั้งเยอะ ทำไมไม่มีนางเอกที่เป็นฝาแฝดบ้าง? นี่มันของคู่บุญนิยายฮาเร็มเลยนะ

และในที่สุด... สวรรค์ก็ส่งมาให้แล้ว!

*****

จบบทที่ บทที่ 568 จัวชิวลั่วเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว