- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 562 พลังที่เพิ่มพูน
บทที่ 562 พลังที่เพิ่มพูน
บทที่ 562 พลังที่เพิ่มพูน
หวังฮ่าวหรานคิดว่าควรให้เวลาสวี่มู่เหยียนทำใจสักหน่อย จึงยังไม่คิดจะบอกความจริงตอนนี้ หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า
"เอาไว้ว่างๆฉันจะนัดให้พวกเธอเจอกัน จะได้ทำความรู้จักกันไว้"
"ก็ได้" สวี่มู่เหยียนไม่ได้คาดคั้นอะไรต่อ และเปลี่ยนเรื่องคุยทันที "เล่นเกมเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ"
"ได้เลย เดี๋ยวเข้าเกมก่อน"
......
อีกด้านหนึ่ง หลิงหนานสวี่ซึ่งอยู่ในช่วงวันหยุดเช่นกันก็ไม่ได้ว่างเว้นจากกิจกรรม
จ้าวเถี่ยจู้พาหลิงหนานสวี่บินลัดฟ้ามาเที่ยวถึงสยามเมืองยิ้ม
ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องผ้าไหม ผลไม้เมืองร้อน เครื่องเงิน และข้าวหอมมะลิ แต่สิ่งที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของสยามก็คือ... สาวประเภทสอง
และที่สำคัญต้องบอกเลยว่า เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศของที่นี่ถือเป็นอันดับต้นๆของโลก
ที่นี่สามารถสานฝันของเหล่าเด็กหนุ่มที่ไม่พึงพอใจในเพศสภาพของตนให้เป็นจริงได้
เวลานี้หลิงหนานสวี่กำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ และกำลังถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด
เดิมที หลิงหนานสวี่แค่ถูกจ้าวเถี่ยจู้ชวนมาเที่ยวเฉยๆ
แต่จ้าวเถี่ยจู้ทุ่มสุดตัว งัดทุกกลเม็ดออกมาหว่านล้อม ประกอบกับบรรยากาศและวัฒนธรรมที่เปิดกว้างของที่นี่ ในที่สุดหลิงหนานสวี่ก็ใจอ่อน
แถมจ้าวเถี่ยจู้ยังประกาศกร้าวว่าจะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ และสาบานว่าจะแต่งงานกับ 'เธอ' ให้ได้
แน่นอนว่าในความเป็นจริง มีคนอื่นเป็นคนออกเงินให้ต่างหาก
แต่เรื่องจะแต่งงานด้วยนั้นเป็นความจริง
หลังจากต่อสู้กับความขัดแย้งในใจอยู่นาน หลิงหนานสวี่ก็ตัดสินใจเด็ดขาด
เมื่อหลิงหนานสวี่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไปแล้ว จ้าวเถี่ยจู้ก็เฝ้ารออยู่ด้านนอกอย่างกระวนกระวายใจ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ในที่สุดประตูห้องผ่าตัดก็ถูกเปิดออก
ศัลยแพทย์มือหนึ่งพูดกับจ้าวเถี่ยจู้เป็นภาษาไทยว่า "การผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ"
แม้จะไม่มีล่าม และจ้าวเถี่ยจู้ก็ฟังภาษาไทยไม่ออก แต่เขาก็เข้าใจผลลัพธ์ได้จากรอยยิ้มของคุณหมอ
[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ชักจูงทางอ้อมให้หลิงหนานสวี่เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศสำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 4,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของหลิงหนานสวี่ -200 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +200!]
[ติ๊ง! หลิงหนานสวี่แปลงเพศสำเร็จ ระบบยกเลิกการผูกมัดโดยอัตโนมัติ สูญเสียสถานะตัวเอก]
"จบแล้ว?"
เมื่อได้รับแจ้งเตือนจากระบบ หวังฮ่าวหรานถึงกับอึ้งไปพักใหญ่ รู้สึกว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจนน่าตกใจ
จ้าวเถี่ยจู้นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!
เดิมทีหวังฮ่าวหรานกะว่าอย่างน้อยคงต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะนานกว่านั้น กว่าจ้าวเถี่ยจู้จะทำสำเร็จ
ใครจะไปคิดว่าจ้าวเถี่ยจู้จะปิดจ๊อบได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบขนาดนี้
สมฉายา 'ยอดคน' จริงๆ
หวังฮ่าวหรานเชื่อมต่อกับระบบเพื่อตรวจสอบแต้มวายร้ายในหน้าต่างสถานะ
[แต้มวายร้าย: 237,400]
หลังจากพยายามมาอย่างยาวนาน ในที่สุดแต้มวายร้ายก็มาถึงจุดที่เขาต้องการเสียที
หวังฮ่าวหรานไม่รอช้า ใช้แต้มวายร้ายสองแสนแต้มแลกกำลังภายในสองร้อยปีทันที
ในขณะเดียวกัน ค่าพลังต่อสู้ก็พุ่งจาก 9,236 เป็น 18,236
เพิ่มขึ้นมาถึงเก้าพันแต้มเต็มๆ
หวังฮ่าวหรานยังจำได้ดีว่า ครั้งล่าสุดที่ตรวจสอบข้อมูลของฉินฟาน ค่าพลังต่อสู้ของหมอนั่นอยู่ที่ 16,726
ถ้าพลังของฉินฟานยังเท่าเดิม ตอนนี้เขาก็สามารถบดขยี้ฉินฟานได้สบายๆ
แน่นอนว่าความเป็นไปได้ที่พลังของฉินฟานจะเท่าเดิมนั้นมีน้อยมาก
เคล็ดวิชาสราญรมย์ไร้ขอบเขตของเหยียนหยุนเทียนจำเป็นต้องอาศัยการผสานหยินหยางเพื่อยกระดับพลังฝีมือ แต่หลังจากสูญเสียความสามารถทางเพศไป วิชานี้ก็แทบจะไร้ค่า ทำให้การฝึกฝนไม่ก้าวหน้า
แต่ฉินฟานนั้นต่างออกไป
เขายังสามารถฝึกฝนได้ตามปกติ หวังฮ่าวหรานจึงไม่คิดว่าฉินฟานจะย่ำอยู่กับที่
แต่ถึงจะก้าวหน้า ก็คงไม่ก้าวกระโดดจนน่ากลัวนักหรอก
เต็มที่ก็คงเพิ่มขึ้นสักหนึ่งพันแต้มล่ะมั้ง?
นั่นก็รวมเป็นแค่หมื่นเจ็ดพันกว่าๆเท่านั้น ยังไงก็อ่อนกว่าเขาอยู่ดี
หวังฮ่าวหรานมั่นใจว่าตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องกลัวฉินฟานอีกต่อไป และไม่ต้องคอยปั้นหน้าเสแสร้งเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เมื่อมีความมั่นใจว่าจะงัดข้อกันซึ่งหน้าได้ สิ่งที่ทำได้ก็ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย
......
ช่วงพลบค่ำ
หวังฮ่าวหรานเพิ่งเล่นเกมกับสวี่มู่เหยียนเสร็จ
ฉิวเฉียนเว่ยโทรมาตามให้เขาไปกินข้าวเย็นด้วยกัน
หวังฮ่าวหรานตอบตกลงทันที
ระหว่างทางไปวิลล่าของเจ็ดสาว เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจากกำลังภายในสี่ร้อยปี
โดยรวมแล้ว ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นอีกหลายระดับ ร่างกายที่ผ่านการขัดเกลาด้วยลมปราณอันเข้มข้นถึงขีดสุดก็แข็งแกร่งขึ้นมากโข
แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือพลังมหาศาลที่ปะทุขึ้นยามโคจรลมปราณ
หวังฮ่าวหรานลองประเมินดูเล่นๆว่า ถ้าเขาใช้พลังเต็มที่ อาจจะรื้อวิลล่าทั้งหลังได้ภายในไม่กี่วินาที
"เอ๊ะ? ทำไมหมอนั่นถึงมาอยู่ที่นี่?"
เมื่อใกล้ถึงวิลล่าของเจ็ดสาว หวังฮ่าวหรานก็สังเกตเห็นใครบางคนเดินด้อมๆมองๆอยู่แถวนั้น
นั่นมันฉินฟานไม่ใช่เหรอ?
เขาแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็เข้าใจสถานการณ์ได้ทันที
ฉินฟานคงตั้งใจมาขอโทษตั้นไท่เหยาเยว่แน่ๆ
นี่คงมาดักรอให้เธอออกมาล่ะสิ?
ไม่นาน ฉินฟานก็สังเกตเห็นหวังฮ่าวหราน และรีบวิ่งตรงเข้ามาหาทันที
หวังฮ่าวหรานรีบใช้แต้มวายร้ายตรวจสอบค่าสถานะของฉินฟาน
เป็นไปตามคาด ค่าพลังต่อสู้ของฉินฟานเพิ่มขึ้นจริงๆ จากเดิม 16,726 เป็น 17,345
อืม... ยังห่างชั้นกับ 18,236 ของเขาอยู่พอสมควร
หวังฮ่าวหรานโล่งใจทันที
ถ้าตอนนี้เขาลงมือกับฉินฟานตรงๆ เขามั่นใจว่าสามารถจัดการอีกฝ่ายร่วงได้ในพริบตา
แต่หวังฮ่าวหรานยังไม่คิดจะทำแบบนั้น
แกะตัวนี้ยังอ้วนพีอยู่ ถ้าเชือดทิ้งตอนนี้เลยก็น่าเสียดายแย่ เก็บไว้รีดไถผลประโยชน์ต่ออีกหน่อยดีกว่า
อีกอย่าง ถ้าเก็บฉินฟานไว้ ลูกศิษย์คนอื่นๆของหมอนั่นก็จะทยอยโผล่มา
หวังฮ่าวหรานไม่สนใจลูกศิษย์ชายของฉินฟานแม้แต่น้อย แต่กับลูกศิษย์สาวๆนี่สิ เขาอยากทำความรู้จักด้วยใจจะขาด
ก่อนหน้านี้ต้องคอยหลบๆซ่อนๆ หาข้ออ้างสารพัด อึดอัดจะแย่
ไม่กล้าบอกเรื่องตั้นไท่เหยาเยว่ ไม่กล้าพูดเรื่องซ่งจื่อฮุ่ย
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าเขาจีบลูกศิษย์ต่อหน้าต่อตาฉินฟาน หมอนั่นจะทำหน้ายังไงกันนะ?
"มาทำอะไรที่นี่?" หวังฮ่าวหรานถามเสียงเรียบเมื่อฉินฟานเดินมาถึงตัว
ฉินฟานชะงักไปเล็กน้อย เพราะท่าทีและน้ำเสียงของหวังฮ่าวหรานในตอนนี้ดูไม่เหมือนเด็กหนุ่มขี้อายหัวอ่อนคนเดิมเลย
แต่ฉินฟานก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะกำลังร้อนใจเรื่องของตัวเองอยู่
"ก็นายไม่ยอมส่งข่าวบอกฉันสักที ฉันเลยกะว่าจะมาดักรอขอโทษพี่สาวนายเป็นการส่วนตัว" ฉินฟานไม่ปิดบัง บอกจุดประสงค์ตรงๆ แล้วยังออกคำสั่งอีกว่า
"เมื่อกี้ฉันลองเคาะประตูแล้ว ไม่มีใครมาเปิดเลย ตอนแรกกะว่าจะแอบปีนเข้าไป แต่เจอนายก็ดีแล้ว นายช่วยหาข้ออ้างเรียกพี่สาวนายออกมาหน่อยสิ"
หวังฮ่าวหรานเงยหน้ามองฟ้าที่เริ่มมืดสลัว คิดว่าแสงยังสว่างไปหน่อย ไม่สะดวกจะลงมือ จึงแกล้งรับปากไป "ได้ รอเดี๋ยว พอฟ้ามืดสนิทฉันจะเรียกพี่สาวออกมาให้"
"เยี่ยมไปเลย! ฮ่าวหราน ถ้านายช่วยให้ฉันคืนดีกับพี่สาวนายได้ ฉันจะไม่มีวันลืมบุญคุณนี้เลย!" ฉินฟานพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดขีด
หวังฮ่าวหรานยิ้มออกมา แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการสมเพชในความเพ้อเจ้อของฉินฟาน
ฝันกลางวันอยู่หรือไง?
หลังจากแยกกับฉินฟาน หวังฮ่าวหรานก็เดินตรงไปที่วิลล่าของเจ็ดสาวแล้วเคาะประตู
หน้าประตูมีกล้องวงจรปิด คนข้างในจึงเห็นว่าเป็นใคร
พอเห็นว่าเป็นหวังฮ่าวหราน ประตูก็เปิดรับเขาทันที
ฉินฟานที่มองดูอยู่ไกลๆได้แต่ชะเง้อคอรอด้วยความหวัง
ฉิวเฉียนเว่ยและคนอื่นๆกำลังยุ่งอยู่ในครัว
หวังฮ่าวหรานนั่งรอทานข้าวอยู่ในห้องรับแขก
ระหว่างนั้น เขาติดต่อหาเจียงเกาเสวียน
หวังฮ่าวหรานมีแผนจัดการฉินฟานเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่อยากให้มือตัวเองต้องเปื้อน เลยเรียกเจียงเกาเสวียนมารับจบแทนดีกว่า
ยังไงซะ เจียงเกาเสวียนก็มีประสบการณ์มาแล้วตั้งสองครั้ง ย่อมเชี่ยวชาญกว่าเขาไม่น้อย
*****