- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 560 ต่างคนต่างร้อนตัว
บทที่ 560 ต่างคนต่างร้อนตัว
บทที่ 560 ต่างคนต่างร้อนตัว
"ให้ตายสิ ถ้าโทรมาบอกเร็วกว่านี้หน่อยผมคงไปส่งพวกคุณกลับได้แล้วแท้ๆ"
หวังฮ่าวหรานแสร้งบ่นอุบอิบหลังจากวางสายโทรศัพท์
จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่หันมาสบตากันด้วยความรู้สึกพูดไม่ออก
ถ้าเลือกได้ ใครจะอยากมานอนค้างคืนข้างนอกกัน?
โดยเฉพาะจี้สุ่ยเหยาที่ค่อยไม่เต็มใจ เพราะตั้นไท่เหยาเยว่เคยเตือนเธอไว้แล้วว่าอย่าไปนอนค้างที่อื่น แต่ตอนนี้ห้องก็จองไปแล้ว เงินก็จ่ายไปจนครบ ต่อให้คืนห้องตอนนี้ ทางโรงแรมก็คงไม่คืนเงินให้เต็มจำนวนอยู่ดี
"คืนนี้พวกคุณพักที่นี่เถอะ เดี๋ยวผมกลับก่อนนะ" หวังฮ่าวหรานเก็บมือถือลงกระเป๋า ทำท่าจะเดินออกจากห้องไป
ทว่าท่าเดินของเขากลับโซซัดโซเซ ราวกับคนเมาหนักจนทรงตัวไม่อยู่
จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่มองตามด้วยความเป็นห่วง
และก็เป็นไปตามคาด หวังฮ่าวหรานเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียงดัง ตุ้บ ฟังดูเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว
สองสาวตกใจจนสะดุ้ง รีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงเขาขึ้นมาทันที
"เป็นยังไงบ้าง? ไหวไหมเนี่ย"
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
ทั้งจี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่ต่างรุมถามด้วยความร้อนใจ
"ไม่เป็นไรครับ" หวังฮ่าวหรานส่ายหน้า สะบัดมือที่ประคองเขาออก แล้วพยายามจะเดินออกไปข้างนอกต่อ
แต่สภาพก็ยังคงโอนเอนจะล้มมิล้มแหล่
เห็นแบบนี้แล้ว จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่จะวางใจปล่อยเขาไปได้ยังไง?
"นายก็นอนที่นี่เถอะ เดี๋ยวฉันไปเปิดห้องเพิ่มให้" ซ่งเจินอวี่เอ่ยขึ้น
"ไม่ต้องหรอกครับ เปลืองเงินเปล่าๆ" หวังฮ่าวหรานรีบห้ามไว้
วันนี้ซ่งเจินอวี่เป็นเจ้ามือ ทั้งค่าอาหารและค่าห้องเธอยืนกรานจะเป็นคนจ่ายทั้งหมด
"ดูสภาพนายสิ เมาหนักกว่าพวกเราอีก ฉันไม่วางใจให้นายกลับไปคนเดียวหรอก เชื่อฉันเถอะ" ซ่งเจินอวี่เกลี้ยกล่อม
"ใช่ พักที่นี่แหละ" จี้สุ่ยเหยาช่วยเสริม
แม้ทั้งสองสาวจะเมาอยู่บ้าง แต่ก็แค่รู้สึกมึนหัว เดินตัวลอยๆนิดหน่อย ไม่ถึงขั้นเดินไม่ตรงทางจนล้มลุกคลุกคลานแบบหวังฮ่าวหราน
สภาพของเขาดูแย่กว่าพวกเธอมาก... แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่พวกเธอคิดไปเองฝ่ายเดียว
"ผมหมายความว่าไม่ต้องไปเปิดห้องใหม่ให้เปลืองเงินหรอก ผมนอนห้องเดียวกับพวกคุณนี่แหละ" หวังฮ่าวหรานเห็นว่าได้จังหวะจึงเสนอขึ้น
พอพูดจบ จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่ต่างก็ยืนงงทำตาปริบๆ หวังฮ่าวหรานจึงชี้ไปที่โซฟาในห้องสวีทหรู แล้วเสริมว่า
"ผมนอนตรงนั้นได้ ไม่แย่งที่พวกคุณหรอก แต่ถ้าพวกคุณไม่สบายใจ... งั้นช่างเถอะ เดี๋ยวผมกลับบ้านเอง"
สองสาวหันมามองตากันอีกครั้ง สื่อสารผ่านสายตาเพื่อถามความเห็นว่าอีกฝ่ายจะถือสาไหม
"ฉันยังไงก็ได้ แล้วพี่ล่ะ?" จี้สุ่ยเหยาตอบแบบไม่ใส่ใจ
"งั้นก็... ประหยัดเงินหน่อยแล้วกัน อย่าให้เสียของเลย" ซ่งเจินอวี่ตอบตกลง
เมื่อได้รับอนุญาต หวังฮ่าวหรานก็เดินโซซัดโซเซตรงไปที่โซฟาทันที เขาทิ้งตัวลงนอน แล้วไม่นานเสียงลมหายใจสม่ำเสมอก็ดังขึ้น
ความจริงในห้องมีเตียงนอนสองเตียง ซ่งเจินอวี่อยากจะบอกว่าให้เธอไปนอนเบียดกับจี้สุ่ยเหยาเตียงเดียวกัน แล้วยกอีกเตียงให้หวังฮ่าวหรานก็ได้ แต่ชายหนุ่มดันหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับปั๊บ พูดไม่ทันเสียแล้ว
จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่จึงแยกย้ายกันไปล้างหน้าล้างตา แล้วเข้านอน
ภายในห้องมืดสลัวลง
ดูเหมือนทุกคนจะหลับกันหมดแล้ว
แต่ทว่า... หวังฮ่าวหรานที่แกล้งหลับอยู่บนโซฟากลับลืมตาโพลงขึ้นมา
แสงจันทร์จางๆสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้เขามองเห็นสภาพภายในห้องได้อย่างชัดเจน
......
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางเอก 'จี้สุ่ยเหยา' เป็นครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 2,800 แต้ม! ออร่านางเอกของจี้สุ่ยเหยา -140 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +140!]
......
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางเอก 'ซ่งเจินอวี่' เป็นครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 1,800 แต้ม! ออร่านางเอกของซ่งเจินอวี่ -90 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +90!]
[ติ๊ง! นางเอก 'ซ่งเจินอวี่' ค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 10 แต้ม ปัจจุบันค่าความประทับใจรวมคือ 70 (รักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย)]
......
เช้าวันรุ่งขึ้น
หวังฮ่าวหรานตื่นขึ้นมาบนโซฟาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เขาก็พาจี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่ไปทานอาหารเช้า
ระหว่างมื้ออาหาร ทั้งจี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่ต่างมีท่าทีพิรุธเหมือนคนทำผิด แทบจะไม่พูดไม่จากันเลย
หวังฮ่าวหรานลอบหัวเราะในใจ แต่ภายนอกยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้
ถูกต้องแล้ว... ทั้งสองคนต่างคิดว่าตัวเองแอบทำเรื่องไม่ดีลับหลังอีกฝ่าย จึงรู้สึกผิดและร้อนตัว
พูดง่ายๆก็คือ ตอนที่จี้สุ่ยเหยากำลัง 'ยุ่ง' อยู่ ซ่งเจินอวี่ก็หลับลึกไม่รู้เรื่องรู้ราว และในทางกลับกัน ตอนที่ซ่งเจินอวี่กำลัง 'ยุ่ง' จี้สุ่ยเหยาก็หลับเป็นตาย ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
การจะทำแบบนี้ สำหรับหวังฮ่าวหรานแล้วมันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วย อย่าว่าแต่ระดับของเขาในตอนนี้เลย ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นปรมาจารย์น้อยฮวาจิ้นที่มีกำลังภายในเพียงห้าสิบปีก็สามารถสกัดจุดนิทราใส่คนจากระยะไกลได้สบายๆ
แน่นอนว่าโดยปกติ จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่คงไม่ยอมให้ความร่วมมือแน่
แต่ก็ทนลูกตื๊อของคนหน้าหนาบางคนไม่ไหว ประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ บวกกับหัวใจที่เทให้เขาไปแล้ว ย่อมต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามบ้างเป็นธรรมดา
พอปัจจัยหลายอย่างมารวมกัน เรื่องราวมันก็เลยลื่นไหลไปตามน้ำ
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบเชียบอยู่นาน
ในที่สุด จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่ก็ทนความอึดอัดไม่ไหว เริ่มหยั่งเชิงกันเอง ไม่อย่างนั้นความระแวงในใจคงไม่จางหาย
จี้สุ่ยเหยาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน "พี่ซ่งคะ เมื่อคืนหลับสบายไหม?"
พอได้ยินคำถามนี้ หัวใจของซ่งเจินอวี่ก็กระตุกวูบแทบจะกระดอนออกมานอกปาก ในใจเริ่มหวาดระแวง... หรือว่าเธอจะรู้แล้ว?
แต่เธอก็พยายามข่มใจที่เต้นรัว ตอบกลับไปอย่างนิ่งๆว่า
"สบายดีนะคะ หลับยาวรวดเดียวถึงเช้าเลย"
จี้สุ่ยเหยาได้ยินดังนั้นก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเออออตามไป "ฉันก็เหมือนกัน หลับรวดเดียวถึงเช้าเลย"
หลังจากการหยั่งเชิงจบลง ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มออกมาบางๆ
ดูเหมือนต่างฝ่ายต่างรู้สึกโชคดี พลางคิดในใจว่า ค่อยยังชั่วที่เธอไม่รู้!
หวังฮ่าวหรานที่นั่งฟังอยู่ข้างๆเกือบจะหลุดขำออกมา ดีที่ยัดอาหารเข้าปากอุดไว้ทัน เลยกลั้นหัวเราะไว้ได้
หลังมื้อเช้า หวังฮ่าวหรานเรียกรถแท็กซี่ให้จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่นั่ง ส่วนตัวเองก็ขับรถอีกคันตามไป
แท็กซี่มาจอดที่บริเวณใกล้มหาวิทยาลัยชิงหลิง
ซ่งเจินอวี่เพิ่งสอบปริญญาโทเสร็จ ช่วงนี้เลยค่อนข้างว่าง เธอตั้งใจจะกลับไปพักผ่อนที่หอพักอาจารย์ของจี้สุ่ยเหยา
หวังฮ่าวหรานเสนอตัวจะไปส่ง
ซ่งเจินอวี่ย่อมไม่ปฏิเสธ
จี้สุ่ยเหยาเองก็อยู่ในช่วงปิดเทอม ไม่มีธุระอะไร แต่เธอไม่อยากเดินกลับวิลล่า ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะ 'เหตุผลอื่น'
หวังฮ่าวหรานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญย่อมรู้เรื่องนี้ดี เขาแอบส่งข้อความหาจี้สุ่ยเหยาบอกให้รอสักครู่
จี้สุ่ยเหยาลอบยิ้มด้วยความดีใจ คิดในใจว่าหมอนี่ช่างใส่ใจจริงๆ
ซ่งเจินอวี่ขึ้นไปนั่งฝั่งที่นั่งข้างคนขับ
หวังฮ่าวหรานขับรถเข้าไปในมหาวิทยาลัยชิงหลิง มุ่งหน้าไปยังหอพักอาจารย์
แต่เมื่อขับผ่านถนนสายเปลี่ยวที่เงียบสงบไร้ผู้คน จู่ๆหวังฮ่าวหรานก็เหยียบเบรกจอดรถกะทันหัน
ซ่งเจินอวี่หันมามองเขาด้วยความสงสัย
"เฮ้อ... ผมมันเลว ผมมันสมควรตายจริงๆ..."
วิญญาณนักแสดงรางวัลออสการ์เข้าสิงร่าง หวังฮ่าวหรานตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ซ้ำๆ
ซ่งเจินอวี่ตกใจจนหน้าถอดสี รีบคว้ามือเขาไว้เพื่อห้ามปราม ถามด้วยความตกตะลึงว่า "นายเป็นอะไร?! ตบหน้าตัวเองทำไม?"
หวังฮ่าวหรานหันหน้ามา ดวงตาของเขาแดงก่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและโทษตัวเองอย่างหนัก
ซ่งเจินอวี่อึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน "ตาโง่ ฉันไม่ได้โทษนายสักหน่อย จะทำร้ายตัวเองทำไม?"
"ผมทำผิดต่อคุณ... แล้วก็ทำผิดต่อมู่เหยียนด้วย" หวังฮ่าวหรานถอนหายใจเฮือกใหญ่
ซ่งเจินอวี่ชะงักไปเล็กน้อย ราวกับเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างลางๆ
*****