- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 558 โดนวางยา
บทที่ 558 โดนวางยา
บทที่ 558 โดนวางยา
ไม่นานอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ พร้อมกับไวน์แดงขวดพิเศษที่หวังฮ่าวหรานสั่งไว้
เขาละสายตาจากห้องของกู่อวี้โหรวชั่วคราว หันมาจัดการรินไวน์ใส่แก้วทั้งสามใบจนปริ่ม แล้วยื่นให้จี้สุ่ยเหยาและซ่งเจินอวี่คนละแก้ว
“ทำไมรินเยอะขนาดนี้ล่ะ? ฉันดื่มไม่ไหวหรอก” ซ่งเจินอวี่รีบออกตัว
“ฉันก็เหมือนกัน ปกติไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์เลย” จี้สุ่ยเหยาเสริม
“แค่ไวน์แดงเองครับ ดีกรีนิดเดียว เหมือนน้ำผลไม้นั่นแหละ” หวังฮ่าวหรานคะยั้นคะยอ พร้อมยกแก้วขึ้นทำท่าจะชน
“มาๆ ชนแก้วกันครับ”
สองสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่สุดท้ายก็จำยอมยกแก้วขึ้นชน
หลังชนแก้ว หวังฮ่าวหรานกระดกเข้าปากอึกใหญ่
ส่วนจี้สุ่ยเหยากับซ่งเจินอวี่แค่จิบๆพอเป็นพิธี ทั้งคู่ทำหน้าเหยเก ไม่ค่อยถูกปากรสชาติฝาดๆของไวน์
หวังฮ่าวหรานทำเป็นไม่เห็น ปล่อยให้พวกเธอกินกับข้าวไปสักพัก แล้วก็ยกแก้วขึ้นชวนดื่มอีกรอบ
“ฉันไม่ถนัดจริงๆ ขอผ่านดีกว่า นายดื่มเถอะ” จี้สุ่ยเหยารีบโบกมือปฏิเสธ
“ไวน์แดงดื่มแล้วช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งนะครับ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัยด้วย นานๆจะมีโอกาสดีๆแบบนี้ ดื่มหน่อยเถอะครับ” หวังฮ่าวหรานงัดไม้ตายออกมาใช้
พอได้ยินคำว่า ‘ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ชะลอวัย’ จี้สุ่ยเหยาก็เริ่มลังเล ความต่อต้านลดฮวบ ยกแก้วขึ้นมาถือไว้
หวังฮ่าวหรานหันไปหาซ่งเจินอวี่ที่ยังนิ่งอยู่
“พี่เจินอวี่ครับ ดูสิ ไวน์ยังเหลือเต็มแก้วเลย เสียดายของแย่ หรือว่าพี่... อยากให้ผมช่วยดื่มแทน? แต่เมื่อกี้พี่จิบไปแล้วนะ ถ้าผมดื่มต่อก็เท่ากับ... จูบทางอ้อมน่ะสิ? หรือพี่อยากให้ผมกินน้ำ...”
“โอเคๆ! ยอมแล้ว! ฉันดื่มเอง!” ซ่งเจินอวี่หน้าแดง รีบยกแก้วขึ้นดื่มเพื่อตัดบท ไม่อยากให้เขาพูดจาสองแง่สองง่ามไปมากกว่านี้
หวังฮ่าวหรานยิ้มกริ่ม ชวนชนแก้วต่อเรื่อยๆ
พอเริ่มกรึ่มๆ ความยับยั้งชั่งใจก็ลดลง สองสาวเริ่มยกดื่มเองโดยไม่ต้องคะยั้นคะยอ
ไม่นานนัก ใบหน้าขาวเนียนของทั้งคู่ก็เริ่มแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดวงตาฉ่ำเยิ้มเหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยง
“ศาสตราจารย์จี้... ที่ฉันสอบติดปริญญาโทสาขาชีววิทยาทางทะเลได้เร็วขนาดนี้ ต้องขอบคุณศาสตราจารย์จริงๆที่สั่งสอนมาอย่างดี” ซ่งเจินอวี่ที่เริ่มเมาได้ที่เอ่ยขอบคุณจี้สุ่ยเหยาด้วยความซาบซึ้งใจ
“พี่สาวซ่ง... พูดเกินไปแล้วค่ะ เป็นเพราะคุณฉลาดและเรียนรู้เร็วต่างหาก” จี้สุ่ยเหยาตอบกลับอย่างถ่อมตัว และแน่นอนว่าเมาพอกัน
“ไม่หรอกค่ะ ถ้าไม่มีศาสตราจารย์ชี้แนะ ต่อให้ฉันหัวไวยังไงก็คงสอบไม่ติดเร็วขนาดนี้แน่ๆ” ซ่งเจินอวี่ยืนยัน
“พี่สาวซ่ง... หลักๆก็เพราะความเก่งของคุณนั่นแหละค่ะ” จี้สุ่ยเหยาที่ปกติเคร่งขรึม วันนี้กลับยิ้มหวานหยด
“ช่างเถอะค่ะ... ไม่พูดเยอะแล้ว คำขอบคุณทั้งหมดอยู่ในแก้วนี้แล้วค่ะ!” ซ่งเจินอวี่นึกคำพูดไม่ออก เลยตัดสินใจยกแก้วขึ้น
จี้สุ่ยเหยาก็ยกตาม
กริ๊ง!
เสียงแก้วชนกันใสกังวาน
ด้วยความซาบซึ้งใจ ซ่งเจินอวี่กระดกไวน์หมดแก้วรวดเดียว!
จี้สุ่ยเหยาเห็นลูกศิษย์จัดหนัก จะจิบแค่นิดเดียวก็ดูจะเสียมารยาท จึงกลั้นใจกระดกหมดแก้วตามไปติดๆ
สีแดงบนใบหน้าของทั้งคู่ยิ่งเข้มขึ้นไปอีก
หวังฮ่าวหรานมองดูแล้วก็ขำ
ตอนเจอกันครั้งแรก ทั้งคู่ยังเถียงกันเรื่องสรรพนามอยู่เลย
เขาเคยแหย่เล่นๆว่า ‘ต่างคนต่างนับญาติ’ ซ่งเจินอวี่เรียกจี้สุ่ยเหยาว่าศาสตราจารย์ ส่วนจี้สุ่ยเหยาเรียกซ่งเจินอวี่ว่าพี่สาวเหมือนหวังฮ่าวหราน
ดูเหมือนตอนนี้จะกลายเป็นจริงซะแล้ว
“มาครับๆ เดี๋ยวผมเติมให้” หวังฮ่าวหรานบริการเต็มที่ รินไวน์เติมให้จนเต็มแก้ว
ทั้งคู่เมาจนลืมปฏิเสธ
แป๊บเดียว ไวน์ขวดแรกก็หมดเกลี้ยง
หวังฮ่าวหรานสั่งเพิ่มอีกขวดทันที ระหว่างดื่มก็คอยสอดส่องสถานการณ์ทางฝั่งกู่อวี้โหรวไปด้วย
เป็นไปตามคาด...
กู่อวี้โหรวผู้ไร้เดียงสาโดนฉุ่ยอวี้ถงหว่านล้อมให้ดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนตอนนี้หน้าแดงก่ำ เมามายจนครองสติไม่อยู่
ดูท่าทางจะคออ่อนยิ่งกว่าจี้สุ่ยเหยากับซ่งเจินอวี่เสียอีก
ดื่มไปไม่กี่แก้วก็แทบจะน็อค
หรือบางที... ฉุ่ยอวี้ถงอาจจะแอบใส่ ‘ยา’ ลงในแก้วของกู่อวี้โหรวด้วยก็ได้?
เพราะหวังฮ่าวหรานมัวแต่สนใจทางฝั่งตัวเอง เลยไม่ได้จับตาดูตลอดเวลา
เมื่อเห็นกู่อวี้โหรวเมาได้ที่ ฉุ่ยอวี้ถงก็รีบปิดจ็อบ
เธอบอกจางลี่ว่าจะไปส่งกู่อวี้โหรวเอง และไล่จางลี่กลับไปก่อน
พอจางลี่คล้อยหลังไปได้ไม่นาน ฉุ่ยอวี้ถงก็หยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความ
ไม่กี่นาทีต่อมา ลู่เป่ยเกอที่รออยู่ในห้องส่วนตัวอีกห้อง ก็ลุกขึ้นเดินตรงดิ่งมายังห้องของกู่อวี้โหรว
เขาเดินเข้ามาในห้อง แล้วล็อกประตูลงกลอนแน่นหนาทันที
“ทะ...ทำไมถึงเป็นนาย?!”
กู่อวี้โหรวแม้จะเมามายและสติเลือนราง แต่พอเห็นหน้าลู่เป่ยเกอ ความตกใจสุดขีดก็ทำให้สร่างเมาไปกว่าครึ่ง
เหตุการณ์ที่เคยโดนหลอกไปที่บริษัทคราวนั้นยังฝังใจไม่ลืม
นึกไม่ถึงว่าหนีเสือปะจระเข้ หลุดมาได้ครั้งนึงแล้ว ยังต้องมาเจออีกจนได้!
พอเห็นลู่เป่ยเกอโผล่มา เธอก็รู้ทันทีว่าฉุ่ยอวี้ถงกับเขาเป็นพวกเดียวกัน
“กู่อวี้โหรว... เราเจอกันอีกแล้วนะ”
ลู่เป่ยเกอยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคยดูเท่แบบประธานจอมเผด็จการ ตอนนี้กลับดูบิดเบี้ยวและโรคจิต
ความผิดปกติทางร่างกายทำให้จิตใจของเขาบิดเบี้ยวตามไปด้วย เขาไม่ใช่แค่ท่านประธานจอมโหดคนเดิมอีกแล้ว
ฉุ่ยอวี้ถงยื่นกระเป๋าสะพายของเธอให้ลู่เป่ยเกอ
เขารับมาเปิดออก แล้วหยิบของข้างในออกมาวางเรียงบนโต๊ะ
หวังฮ่าวหรานที่แอบดูอยู่ถึงกับตาโต
เขาเห็นฉุ่ยอวี้ถงสะพายกระเป๋ามา แต่ไม่ได้สนใจว่าข้างในมีอะไร
จนกระทั่งลู่เป่ยเกอหยิบออกมาโชว์นี่แหละ...
โอ้แม่เจ้า!
ในกระเป๋านั่นเต็มไปด้วย ‘อุปกรณ์สำหรับผู้ใหญ่’ แบบฮาร์ดคอร์!
ของเล่นประเภทโซ่แส้กุญแจมือ และอุปกรณ์หน้าตาประหลาดๆที่เห็นแล้วชวนขนลุก
ชัดเจนว่าเตรียมมาเพื่อกู่อวี้โหรวโดยเฉพาะ
หวังฮ่าวหรานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจ
ลู่เป่ยเกอมีนิสัยดิบเถื่อนซาดิสม์เป็นทุนเดิม แต่พอ ‘นกเขาไม่ขัน’ จะระบายความใคร่แบบปกติก็ไม่ได้
เลยต้องหันมาพึ่งพา ‘อุปกรณ์เสริม’ เพื่อตอบสนองตัณหาความรุนแรงของตัวเอง
ได้เวลาตัวเอกขี่ม้าขาวออกโรง!
หวังฮ่าวหรานบอกสองสาวว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วรีบเดินออกจากห้องทันที
ในห้องกู่อวี้โหรว
ฉุ่ยอวี้ถงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโหมดถ่ายวิดีโอ เตรียมพร้อมบันทึกภาพ
จู่ๆเธอก็พูดขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า
“พี่คะ... หรือพี่จะ ‘ลงมือจริง’ ไปเลยดีไหม?”
ที่พูดแบบนี้ เพราะเธออยากเห็นกับตาว่าพี่ชายสุดที่รักจะมีลีลาเด็ดดวงขนาดไหน
กู่อวี้โหรวตอนนี้แขนขาอ่อนแรงขยับไม่ได้ จะร้องให้คนช่วยก็ไม่มีเสียง
เธอมั่นใจแล้วว่าโดนวางยาแน่นอน
เธอได้แต่ก่นด่าความสะเพร่าของตัวเอง และรู้สึกสิ้นหวังจนน้ำตาไหล
คำยุยงของฉุ่ยอวี้ถงเหมือนมีดกรีดลงกลางใจลู่เป่ยเกอ
ลงมือจริงงั้นเหรอ? ...ถ้าทำได้ก็ทำไปนานแล้วโว้ย!
“ผู้หญิงพรรค์นี้... ฉันไม่มีวันลดตัวลงไปแตะต้องหรอก”
ลู่เป่ยเกอแสร้งทำเป็นรังเกียจเพื่อกลบเกลื่อนความลับอันน่าอับอายของตัวเอง ปฏิเสธข้อเสนอของน้องสาวเสียงแข็ง
*****