เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 556 แผนการของลู่เป่ยเกอ

บทที่ 556 แผนการของลู่เป่ยเกอ

บทที่ 556 แผนการของลู่เป่ยเกอ


“เป่ยเกอเอ็นเตอร์เทนเมนท์...”

เมื่อได้ยินชื่อบริษัทที่ลู่ซินอี้เอ่ยถึง หวังฮ่าวหรานก็นึกถึงบุคคลคนหนึ่งขึ้นมาทันที... ลู่เป่ยเกอ ประธานบริษัทเป่ยเกอเอ็นเตอร์เทนเมนท์

ลู่เป่ยเกอคือตัวละครตามแบบฉบับ ‘ประธานจอมเผด็จการ’ ในนิยายจีบหนุ่ม

ถ้าไม่ใช่เพราะหวังฮ่าวหรานชิงลงมือทำลาย ‘ความเป็นชาย’ ของหมอนั่นไปก่อน ลู่เป่ยเกอก็คงได้เคลมกู่อวี้โหรวและกลายเป็นตัวเอกในรูทของเธอไปแล้ว

แต่ตอนนี้... สถานะของเขาเหลือเพียงแค่ตัวประกอบ หรือพูดให้ถูกก็คือ ‘ตัวร้าย’

ลู่เป่ยเกอมีความแค้นฝังใจกับกู่อวี้โหรว และความแค้นนั้นยังไม่ได้รับการชำระ

ดูเหมือนว่าความเจ็บแค้นนี้จะผลักดันให้เขาเปลี่ยนจากบทพระรองกลายเป็นตัวร้ายเต็มตัว

ในนิยายจีบหนุ่มทั่วไป ตัวร้ายระดับประธานจอมเผด็จการมักจะเป็นบอสใหญ่ที่ต่อกรยากและลากยาวไปได้หลายร้อยตอน

แต่สำหรับหวังฮ่าวหรานที่เลเวลตันแล้ว การจัดการลู่เป่ยเกอก็เหมือนบี้มดปลวก ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วย

เพียงแต่ว่า... การแอบไปจัดการลู่เป่ยเกอเงียบๆมันได้ผลตอบแทนน้อยเกินไป

ภารกิจหลักของเขาคือการจบรูทของกู่อวี้โหรว ซึ่งต้องทำสองอย่างควบคู่กัน... คือการกำจัดตัวร้าย และทำให้ค่าความประทับใจของเธอเต็มร้อย

ถ้าไม่ทำแบบนี้ จะไปถึงฉากจบได้ยังไง?

ดังนั้น เขาต้องทำให้กู่อวี้โหรวรู้ให้ได้ว่าเขาคือฮีโร่ที่ช่วยเธอแก้ปัญหา

หวังฮ่าวหรานคุยสัพเพเหระกับลู่ซินอี้ต่ออีกสักพัก แล้วจึงวางสาย

ทางด้านกู่อวี้โหรวมีเส้าหว่านหว่านคอยจับตาดูอยู่แล้ว เขาจึงไม่กังวลว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรง

สิ่งเดียวที่ต้องทำคือรอจังหวะ... รอให้พล็อตเรื่องดำเนินไป แล้วค่อยโผล่ไปแย่งซีนในตอนท้าย

ณ สำนักงานใหญ่ บริษัทเป่ยเกอเอ็นเตอร์เทนเมนท์

ภายในห้องทำงานประธาน

ลู่เป่ยเกอจ้องมองสัญญาการลงทุนบนโต๊ะด้วยแววตาเป็นประกายวาวโรจน์

คราวก่อนที่เขาหลอกกู่อวี้โหรวมาที่ห้องทำงาน แต่ทำอะไรเธอไม่ได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขารู้ตัวว่าร่างกายผิดปกติ

หลังจากนั้น เขาตระเวนหาหมอรักษาทั่วสารทิศ

แต่ผลการรักษากลับล้มเหลว... ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลย

สำหรับลูกผู้ชายอกสามศอก เรื่องนี้ถือเป็นความอัปยศอดสูและเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้

ถึงกระนั้น ความคิดที่จะแก้แค้นกู่อวี้โหรวด้วย ‘วิธีนั้น’ ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่จางหาย

ถึงจะ ‘ใช้งานจริง’ ไม่ได้ แต่ก็ยังมีวิธีอื่นอีกร้อยแปดพันเก้าที่จะขยี้ศักดิ์ศรีของเธอ

พอได้ข่าวว่าบทหนังของกู่อวี้โหรวไปเข้าตาผู้กำกับดัง เขาจึงไม่รีรอที่จะทุ่มเงินลงทุนก้อนโต

แผนการคือใช้เรื่องงานเป็นข้ออ้างล่อกู่อวี้โหรวออกมา

แต่บทเรียนคราวที่แล้วทำให้กู่อวี้โหรวระวังตัวแจ เขาจึงออกหน้าเองไม่ได้

งานนี้ต้องใช้ ‘ตัวแทน’

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ลู่เป่ยเกอละสายตาจากเอกสาร เงยหน้าขึ้นมองไปที่ประตู

“เข้ามา”

ประตูถูกผลักเปิดออก หญิงสาวในชุดทำงานพร้อมรองเท้าส้นสูงเดินนวยนาดเข้ามา

เธออายุราวๆยี่สิบต้นๆ รูปร่างเย้ายวน หน้าตาสวยคม มีเสน่ห์แบบสาวมั่นยุคใหม่

“พี่คะ เรียกฉันมามีเรื่องอะไรเหรอ?” เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของลู่เป่ยเกอด้วยแววตาหลงใหลอย่างเปิดเผย

ลู่เป่ยเกออ่านสายตานั้นออกและเผลอขมวดคิ้วด้วยความอึดอัด

ผู้หญิงตรงหน้าคือ ‘ฉุ่ยอวี้ถง’ น้องสาวต่างพ่อของเขาเอง

ฉุ่ยอวี้ถงมีความรู้สึกเกินเลยกับพี่ชายตัวเอง

ลู่เป่ยเกอรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และพยายามหลีกเลี่ยงหรือตักเตือนเธอมาตลอด

แต่น่าเสียดายที่ฉุ่ยอวี้ถงหัวรั้น ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น

ปกติลู่เป่ยเกอจะพยายามเลี่ยงไม่เจอหน้าเธอ

แต่ภารกิจครั้งนี้เป็นความลับสุดยอด จะให้คนนอกทำก็ไม่ไว้ใจ

มีเพียงฉุ่ยอวี้ถงเท่านั้นที่จะเก็บความลับและไม่มีวันหักหลังเขา

“พี่มีเรื่องอยากให้เธอช่วย” ลู่เป่ยเกอเอ่ยเสียงเรียบ

“เรื่องอะไรหรอคะ?” ฉุ่ยอวี้ถงถามอย่างกระตือรือร้น

“เรื่องเกี่ยวกับ... กู่อวี้โหรว” ลู่เป่ยเกอลองหยั่งเชิง

ฉุ่ยอวี้ถงเข้าใจทันที

เธอรู้ดีถึงความแค้นในอดีตระหว่างพี่ชายกับกู่อวี้โหรว

“พี่พูดมาได้เลยค่ะ ไม่ว่าพี่จะสั่งให้ทำอะไร ฉันยอมทำให้ทุกอย่าง ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม” ดวงตาของเธอฉายแววคลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิด

ลู่เป่ยเกอลอบถอนหายใจ รู้สึกขยะแขยงกับความรักอันวิปริตนี้ แต่ก็จำต้องใช้ประโยชน์จากเธอ

เขาบอกกับตัวเองว่า รอให้จัดการเรื่องกู่อวี้โหรวเสร็จเมื่อไหร่ ค่อยหาทางเคลียร์กับเธอให้เด็ดขาด

เมื่อตั้งสติได้ ลู่เป่ยเกอก็เริ่มอธิบายแผนการ

“พี่... หลังจากทำให้กู่อวี้โหรวหมดทางสู้แล้ว พี่จะทำยังไงกับเธอคะ? พี่จะ...” ฉุ่ยอวี้ถงถามด้วยความสงสัยระคนหึงหวง

“พี่แค่จะสั่งสอนให้ยัยนั่นหลาบจำ ทำให้มันอับอายขายขี้หน้าเฉยๆ ไม่ได้คิดจะทำ... แบบนั้น” ลู่เป่ยเกอกระดากปากที่จะบอกว่าตัวเอง ‘นกเขาไม่ขัน’

ได้ยินดังนั้น ฉุ่ยอวี้ถงก็ยิ้มออก แววตาเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม

“งั้นฉันจะช่วยเต็มที่เลยค่ะ นังนั่นมันร้ายกาจมาก เมื่อก่อนถือดีว่าเป็นคุณหนูตระกูลดังทำเมินพี่ชาย ต้องจัดให้หนักเอาให้เข็ด!”

ลู่เป่ยเกอพยักหน้าอนุญาต

กู่อวี้โหรวสมควรโดน

หลังจากวางแผนกันเสร็จสรรพ ฉุ่ยอวี้ถงก็โทรหาผู้กำกับจางลี่ทันที

ณ วิทยาลัยครูชิงหลิง

วันนี้กู่อวี้โหรวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

บทหนังที่เธอเขียนเล่นๆโดยไม่ได้คาดหวังอะไรกลับไปเข้าตาผู้กำกับชื่อดังอย่างจางลี่

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อยากจะโทรบอกข่าวดีกับหวังฮ่าวหรานใจจะขาด

ถึงลู่ซินอี้จะเป็นคนแนะนำงานนี้ให้ แต่ต้นเหตุจริงๆก็มาจากหวังฮ่าวหราน

ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ลู่ซินอี้คงไม่มีวันกลับตัวกลับใจมาดีกับเธอแบบนี้

แต่... เธอก็ลังเล นิ้วค้างอยู่ที่ปุ่มโทรออกอยู่นานสองนาน

ถ้าโทรไปบอกเขาตรงๆ... มันจะดูเหมือนเธอ ‘อ่อย’ เขาเกินไปหรือเปล่านะ? เดี๋ยวจะเสียฟอร์มแย่

ในขณะที่กำลังลังเล โทรศัพท์ก็ดังขึ้น

กู่อวี้โหรวดีใจจนเนื้อเต้น นึกว่าหวังฮ่าวหรานโทรมา

แต่พอดูหน้าจอ... กลับเป็นเบอร์ของผู้กำกับจางลี่

เธอแอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับอารมณ์ก่อนรับสาย

“สวัสดีค่ะผู้กำกับจาง”

“ว่างไหม? ฉันอยากจะคุยรายละเอียดเรื่องบท แล้วก็พาเธอไปแนะนำให้นายทุนรู้จักหน่อย” จางลี่เข้าประเด็นทันที

“นายทุนคนนั้นคือใครเหรอคะ?” กู่อวี้โหรวถามด้วยความสงสัย

“ชื่อฉุ่ยอวี้ถงน่ะ เป็นตัวแทนจาก... บริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่ง” จางลี่จำคำกำชับของฉุ่ยอวี้ถงได้แม่น จึงเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อบริษัท

พอกู่อวี้โหรวได้ยินว่าเป็นชื่อผู้หญิง ก็คลายความกังวลลงทันที

“ช่วงนี้มหาลัยปิดเทอมพอดีค่ะ ฉันว่างตลอด”

“ดีเลย ตอนนี้ฉันยังติดธุระอยู่นิดหน่อย เอาเป็นว่าเจอกันเย็นนี้นะ ให้ฉันส่งรถไปรับไหม?”

“ไม่เป็นไรค่ะ บอกสถานที่มาได้เลย ฉันเดินทางไปเองสะดวกกว่า” กู่อวี้โหรวตอบอย่างเกรงใจ

*****

จบบทที่ บทที่ 556 แผนการของลู่เป่ยเกอ

คัดลอกลิงก์แล้ว