เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 554 ฝูงฉลามบุก

บทที่ 554 ฝูงฉลามบุก

บทที่ 554 ฝูงฉลามบุก


เมื่อเห็นแสงอรุณรุ่งจับขอบฟ้า หยางอี้ก็ย้อนกลับมาที่ระเบียงทางเดินหน้าห้องพักอีกครั้ง

เขาแสร้งทำเป็นยืนเล่นโทรศัพท์มือถือ แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ประตูห้องของอวี้ซือฉิงอย่างไม่วางตา

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ประตูห้องก็เปิดออก อวี้ซือฉิงเดินออกมา

เธอล็อกห้องเรียบร้อย แล้วเดินมุ่งหน้าไปทางดาดฟ้าเรือโดยไม่สนใจหยางอี้ที่แกล้งยืนคุยโทรศัพท์อยู่เลยแม้แต่น้อย

หยางอี้ทิ้งระยะห่างเล็กน้อย แล้วสะกดรอยตามเธอไป

แต่สิ่งที่หยางอี้ไม่รู้ก็คือ... ทันทีที่เขาเดินลับมุมตึกไป หวังฮ่าวหรานก็เปิดประตูเดินออกมาจากห้องตัวเองเช่นกัน

เมื่อคืนหยางอี้ยืนเฝ้าอยู่ตรงระเบียงตั้งนานสองนาน หวังฮ่าวหรานจะไม่รู้ได้ยังไง?

แถมหลังจากนั้น หยางอี้ยังกลับไปนั่งรอจนสว่างในห้องตัวเอง หวังฮ่าวหรานรู้เห็นทุกการกระทำ

ไอ้หมอนี่... พอเห็นสวี่มู่เหยียนเข้าห้องเขา คงโกรธจนควันออกหู

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหยางอี้คิดจะทำอะไร

มันคงกะจะไปฟ้องอวี้ซือฉิง แฉเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับสวี่มู่เหยียนให้รู้กันไปข้าง

แต่มีหรือที่หวังฮ่าวหรานจะยอมให้แผนตื้นๆแบบนี้สำเร็จ?

คืนแห่งความสุขผ่านไปแล้ว ภารกิจลุล่วง ถึงเวลาต้องจบการเดินทางครั้งนี้สักที

หวังฮ่าวหรานก้าวเท้าตามหยางอี้ไปอย่างเงียบเชียบ

อวี้ซือฉิงเดินมาถึงดาดฟ้าเรือ

เธอยืนพิงราวระเบียง สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า พลางทอดสายตามองวิวทะเลกว้างไกลสุดสายตา

นอกจากเธอแล้ว บนดาดฟ้ายังมีผู้คนบางตาที่ตื่นเช้ามาชมวิวเหมือนกัน

หยางอี้เดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆอวี้ซือฉิง

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า อวี้ซือฉิงก็หันไปมอง พอเห็นว่าเป็นหยางอี้ เธอก็ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ นึกถึงสายตาหยาบโลนที่เขามองเธอเมื่อวาน ก็รู้สึกขยะแขยงจนอยากจะหนีกลับห้อง

“เดี๋ยวก่อนอวี้ซือฉิง! ฉันมีความลับจะบอก!” หยางอี้รีบเรียกเธอไว้

“ฉันไม่สนใจค่ะ” อวี้ซือฉิงตอบเสียงเย็นชา เตรียมจะเดินหนี

“เป็นเรื่องเกี่ยวกับหวังฮ่าวหราน เธอไม่อยากรู้เหรอ?” หยางอี้งัดไม้ตายออกมาใช้

อวี้ซือฉิงชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองเขาด้วยความสงสัย

“คุณจะพูดอะไร?”

หยางอี้ไม่รีบเฉลย แต่ถามนำร่องก่อน

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด เธอกับหวังฮ่าวหรานเป็นแฟนกันใช่ไหม?”

“ใช่ แล้วทำไม?” อวี้ซือฉิงไม่คิดจะปฏิเสธ

เมื่อวานหยางอี้เห็นฉากสวีทของเธอกับหวังฮ่าวหรานไปแล้ว โกหกไปก็ไร้ประโยชน์

“งั้นเธอรู้ไหมว่า... นอกจากเธอแล้ว เขายังมี...” หยางอี้อ้าปากเตรียมจะพรั่งพรูความลับที่เพิ่งรู้เมื่อคืนออกมาให้หมดเปลือก

แต่ทว่า...

ยังไม่ทันที่คำพูดจะหลุดออกจากปาก หยางอี้ก็รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นผลักหลังเขาอย่างแรง!

ร่างของเขาลอยละลิ่วข้ามราวระเบียงไปในพริบตา

ตูม!

เสียงร่างกระแทกผิวน้ำดังสนั่น หยางอี้หายวับไปใต้เกลียวคลื่น

“ว้าย!” อวี้ซือฉิงกรีดร้องด้วยความตกใจ รีบชะโงกหน้ามองลงไปที่ทะเล ด้วยสัญชาตญาณความมีน้ำใจ เธอรีบตะโกนขอความช่วยเหลือ

“คนตกน้ำ! ช่วยด้วยค่ะ! มีคนตกน้ำ!”

ผู้คนบนดาดฟ้าที่ได้ยินเสียงต่างพากันวิ่งเข้ามามุงดู แต่ด้วยความสูงจากดาดฟ้าถึงผิวน้ำ และความลึกของทะเล ทำให้ไม่มีใครกล้ากระโดดลงไปช่วยสุ่มสี่สุ่มห้า

มีพลเมืองดีโยนห่วงยางลงไปให้ และบางคนก็รีบกดปุ่มฉุกเฉินแจ้งลูกเรือ

จังหวะนั้นเอง หวังฮ่าวหรานก็เดินออกมาจากมุมมืด ทำท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนคนเพิ่งเดินมาเจอเหตุการณ์

“ซือฉิง เกิดอะไรขึ้น?” เขาถามอวี้ซือฉิงด้วยสีหน้า ‘ตื่นตระหนก’

“คนชื่อหยางอี้... ไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆเขาก็พลัดตกลงไปในทะเล!” อวี้ซือฉิงตอบเสียงสั่น

หวังฮ่าวหรานร้อง “อ๋อ” ทำหน้าเคร่งเครียด

“แปลกจัง... ทำไมพ่อหนุ่มคนนั้นนิ่งไปเลยล่ะ?”

เสียงจีนมุงคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตขึ้นมา

ปกติคนตกน้ำ ต่อให้ว่ายน้ำไม่เป็น ก็ต้องดิ้นรนตะเกียกตะกายตามสัญชาตญาณเพื่อรอคนมาช่วย

แต่หยางอี้กลับนิ่งสนิท จมหายไปในน้ำโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

“ดาดฟ้าเรือสูงขนาดนี้ ตกลงไปกระแทกน้ำอาจจะสลบไปแล้วก็ได้มั้ง?”

“ใครจะไปรู้ล่ะ”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่

ความจริงแล้ว... หยางอี้ไม่ได้สลบ แต่เขาขยับตัวไม่ได้ต่างหาก!

จุดชีพจรสำคัญบนร่างกายถูกโจมตี ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราว

ไม่อย่างนั้น ด้วยสกิลเอาชีวิตรอดระดับเทพที่เพิ่งได้มา หยางอี้คงว่ายน้ำปร๋อ ปีนกลับขึ้นเรือได้อย่างง่ายดายไปแล้ว

คนทั่วไปมองไม่เห็นใต้น้ำ แต่สำหรับหวังฮ่าวหรานที่มีตาทิพย์ เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจน

หยางอี้ถึงจะขยับตัวไม่ได้ แต่ก็ยังกลั้นหายใจได้

ทักษะ ‘การว่ายน้ำขั้นเทพ’ จากระบบช่วยให้เขาดำน้ำได้นานกว่าคนปกติหลายเท่า

และด้วยแรงลอยตัวของน้ำ ร่างของหยางอี้จึงค่อยๆลอยขึ้นมาเหนือน้ำเอง โดยหงายหน้าขึ้นฟ้า

ทำให้จมูกพ้นน้ำ หายใจได้สะดวก รอดตายหวุดหวิด รอแค่คนมาช่วย

‘สมกับเป็นตัวเอก... โดนเล่นงานขนาดนี้ยังรอดมาได้’ หวังฮ่าวหรานแอบชมในใจ

แต่เขาเจนจัดกับการรับมือตัวเอกมานักต่อนัก รู้ดีว่าพวกนี้ตายยากตายเย็น

ดังนั้น... เขาจึงเตรียม ‘แผนสำรอง’ ไว้แล้ว

หวังฮ่าวหรานแอบโปรยผงยาชนิดพิเศษลงไปในทะเลอย่างแนบเนียน

ผงยาไร้สีไร้กลิ่นปลิวว่อนไปตามลม ตกลงสู่ผิวน้ำ

ลูกเรือที่ได้รับแจ้งเหตุ รีบวิ่งมาเตรียมเรือยางเพื่อลงไปช่วยคนตกน้ำ

แต่ทันใดนั้น...

ครีบปลาขนาดมหึมาจำนวนมากก็โผล่พ้นผิวน้ำ แหวกว่ายตรงดิ่งมาทางเรือสำราญด้วยความเร็วสูง!

ไม่ใช่แค่ตัวสองตัว... แต่เป็นสิบ!

“ฉะ...ฉลาม! ฉลามบุก!”

“เวรเอ๊ย! ทำไมฉลามถึงเยอะขนาดนี้?!”

ลูกเรือที่เตรียมจะโดดน้ำลงไปช่วยต่างชะงักกึก หน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ ใครจะกล้าเอาชีวิตไปเสี่ยงในดงฉลาม?

ทุกคนได้แต่เกาะราวระเบียงมองดูด้วยความหวาดผวา ภาวนาให้ฉลามแค่ว่ายผ่านไปเฉยๆ

“พ่อหนุ่ม! อยู่นิ่งๆ! ห้ามขยับเด็ดขาด! ไม่งั้นฉลามจะพุ่งเข้าใส่ทันที!”

ลูกเรือรุ่นเก๋าคนหนึ่งตะโกนเตือนหยางอี้สุดเสียง

หยางอี้ที่ขยับตัวไม่ได้อยู่แล้วและมองไม่เห็นสถานการณ์รอบข้าง พอได้ยินเสียงตะโกนว่า ‘ฉลาม’ ก็ฉี่แทบราด

อยู่ๆก็โดนผลักตกน้ำ ขยับตัวก็ไม่ได้ สถานการณ์โคตรจะประหลาด

ตอนนี้ยังมีฉลามโผล่มาอีก

หยางอี้งงเป็นไก่ตาแตก อยากรู้ใจจะขาดว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น

แต่ความจริงอันโหดร้ายไม่เปิดโอกาสให้เขาได้สงสัยนาน

เสียงน้ำแตกกระจายดังซ่าที่ข้างหู หางตาเหลือบไปเห็นครีบยักษ์ว่ายวนเวียนอยู่รอบตัว

เงาทะมึนของปากกว้างที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมปรากฏขึ้นข้างๆ

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียนลอยมาเตะจมูก

หยางอี้ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความรู้สึกใดๆอีกต่อไป...

ผิวน้ำทะเลสีครามแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำในพริบตา

ฉลามนับสิบตัวรุมทึ้งเหยื่ออันโอชะ เลือดสาดกระเซ็นย้อมผืนน้ำจนแดงฉาน ภาพสยดสยองเกินบรรยาย

คนขวัญอ่อนบนดาดฟ้ากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับไป

*****

จบบทที่ บทที่ 554 ฝูงฉลามบุก

คัดลอกลิงก์แล้ว