- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 550 ตัวเอกสายติดเกาะ
บทที่ 550 ตัวเอกสายติดเกาะ
บทที่ 550 ตัวเอกสายติดเกาะ
“คุณคือ?”
หวังฮ่าวหรานเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นชายแปลกหน้าเข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม
“ผมแซ่เหวินครับ เป็นกัปตันเรือลำนี้ ครั้งหนึ่งผมเคยทานข้าวร่วมโต๊ะกับท่านหวังเซียง ก็เลยมีโอกาสได้พบคุณชายด้วย คุณชายคุ้นๆบ้างไหมครับ?” กัปตันวัยประมาณห้าสิบปีอธิบายด้วยรอยยิ้ม
หวังฮ่าวหรานจำไม่ได้แม้แต่น้อย แต่ก็แกล้งทำเป็นร้องอ๋อ “อ๋อ... จำได้แล้ว ที่แท้ก็กัปตันเหวินนี่เอง”
“ลูกพี่! ลูกพี่ก็อยู่บนเรือนี้ด้วยเหรอครับ?!” เว่ยจื่อหาง หลิ่วฮวา และหลี่หมิงตะโกนเรียกด้วยความดีใจ
หวังฮ่าวหรานไม่แปลกใจเลยที่เจอพวกเขา เพราะตาทิพย์สแกนเห็นตั้งแต่แรกแล้ว
มีนางเอก มีตัวร้าย... แสดงว่า ‘ตัวเอก’ ก็ต้องอยู่แถวนี้แน่ๆ
คิดได้ดังนั้น สายตาของเขาก็เบนไปหาชายหนุ่มหน้าตาปูดบวมที่ยืนอยู่ข้างๆโดยอัตโนมัติ
สภาพเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของกลุ่มเว่ยจื่อหาง บ่งบอกชัดเจนว่าเพิ่งผ่านศึกมา
และดูจากสถานการณ์แล้ว... พ่อหนุ่มหน้าบวมคนนี้น่าจะเป็นเหยื่ออารมณ์ของพวกมัน
“ลูกพี่! พวกผมพาแฟนมาแค่คนละหนึ่ง แต่ลูกพี่นี่สุดยอดจริงๆ พามาทีเดียวตั้งห้าคน!” เว่ยจื่อหางตาโตเมื่อเห็นสาวๆทั้งห้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังหวังฮ่าวหราน ก่อนเผลอพูดจาหมาๆออกมาตามนิสัย
หวังฮ่าวหรานอยากจะกระโดดถีบปากมันสักที
ไอ้ลูกน้องสมองกลวง! ถึงจะคิดแบบนั้นจริง แต่ใครใช้ให้พูดออกมาดังๆวะ?!
นี่มันจงใจหาเรื่องใส่ตัวให้ฉันชัดๆ!
“อย่าพูดจาเพ้อเจ้อ! พวกเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉัน เราไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบนั้น!” หวังฮ่าวหรานรีบปฏิเสธเสียงแข็ง
ฉินหยุนหานและสวี่มู่เหยียนที่ตกลงกันไว้แล้วว่าจะปิดเรื่องความสัมพันธ์ จึงทำนิ่งไม่โต้แย้ง
อวี้ซือฉิงเองก็มีสัญญาใจว่าจะเก็บเป็นความลับ
เหวินจิงยิ่งแล้วใหญ่ เธอเป็นประเภทไม่หาเรื่องใส่ตัวอยู่แล้ว
ส่วนมู่เจาเจา... รายนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
“อ้าว คุณชายรู้จักพวกเขาด้วยเหรอครับ?” กัปตันเหวินถามขึ้น สีหน้าและท่าทีที่มีต่อกลุ่มเว่ยจื่อหางเปลี่ยนไปทันที
จากเดิมที่ตั้งใจจะไล่ลงจากเรือ ตอนนี้เปลี่ยนใจกะทันหัน
“กฎของเรือคือห้ามทะเลาะวิวาท แต่เห็นแก่อายุยังน้อยและเป็นนักศึกษา ฉันจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ขอเตือนว่าอย่าให้มีครั้งหน้าอีก” กัปตันเหวินสรุปเรื่องง่ายๆ แล้วสั่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพาตัวหยางอี้ไปทำแผลที่ห้องพยาบาล
นี่มัน... ลำเอียงเห็นๆ
“ทำไมตัดสินแบบนั้นล่ะ?! พวกมันเป็นคนเริ่มก่อน แถมยังรุมผมอีก! ทำไมกลายเป็นทะเลาะวิวาทไปได้?!” หยางอี้โวยวายด้วยความไม่พอใจ
“ฉันบอกว่าทะเลาะวิวาทก็คือทะเลาะวิวาท มีปัญหาอะไรไหม?” กัปตันเหวินตวาดเสียงเข้ม
หยางอี้กำหมัดแน่น
เมื่อกี้กัปตันยังทำท่าจะเอาเรื่องพวกมันอยู่เลย แต่พอรู้ว่าไอ้พวกนี้รู้จักกับคุณชายหวัง สีก็เปลี่ยนทันที
สายตาอาฆาตของหยางอี้พุ่งตรงไปที่หวังฮ่าวหราน
‘เพราะแกคนเดียว! ถ้าไม่ใช่เพราะแก กัปตันคงไม่เข้าข้างพวกมันแน่!’
หวังฮ่าวหรานสัมผัสได้ถึงความแค้นในแววตานั้น รู้สึกเหมือนโดนลูกหลงแบบงงๆ
เขาไม่ได้สั่งให้กัปตันทำแบบนี้สักหน่อย กัปตันมันเสนอหน้าทำเองต่างหาก
แต่ก็นะ... เขาไม่ใช่พ่อพระที่จะต้องมาผดุงความยุติธรรมให้ใคร
ยิ่งเป็นศัตรูตามธรรมชาติอย่างตัวเอกด้วยแล้ว... ยิ่งไม่มีทางญาติดีด้วย
หวังฮ่าวหรานเปิดระบบ จ่ายแต้มวายร้ายเพื่อตรวจสอบข้อมูลของหยางอี้
[ตัวเอก: หยางอี้]
[พลังต่อสู้: 132]
[ค่าเสน่ห์: 78]
[ออร่าตัวเอก: 3,867]
[สกิล: ระบบเอาชีวิตรอดบนเกาะร้าง (ยังไม่เปิดใช้งาน)]
เป็นไปตามคาด... หมอนี่คือตัวเอกจริงๆ
และดูจากชื่อระบบแล้ว... พล็อตเรื่องมันเดาง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย
เขาตั้งชื่อเรื่องให้ได้เลย “ชีวิตบนเกาะร้างกับเหล่าสาวงาม” “ติดเกาะกับดาวมหาลัย” หรือ “บันทึกรักเกาะสวาทหาดสวรรค์”
พล็อตเรื่องคงประมาณว่า...
เรือสำราญล่มกลางทะเล -> หยางอี้และเหล่าสาวงามรอดตายไปติดเกาะร้าง -> สาวๆที่แสนบอบบางช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาหยางอี้ -> ระบบเอาชีวิตรอดทำงาน -> หยางอี้โชว์เทพ สร้างบ้าน หาอาหาร ปกป้องสาวๆ -> สาวๆซาบซึ้งใจจนยอมตกเป็นของเขา
...น้ำเน่าสิ้นดี
หลายคนอาจสงสัยว่า เรือสำราญลำเบ้อเริ่มขนาดนี้จะล่มได้ยังไง?
เหอะ... ไททานิคที่ว่าแน่ยังจมมาแล้วเลย
หวังฮ่าวหรานมั่นใจว่า ถ้าปล่อยให้เรือลำนี้แล่นต่อไปตามยถากรรม มันต้องเกิดเรื่องแน่
แต่คงยังไม่ใช่ตอนนี้
เพราะมองออกไปนอกหน้าต่าง ยังเห็นตึกสูงบนฝั่งอยู่ลิบๆ
ถ้าเรือล่มตอนนี้ หน่วยกู้ภัยคงมาถึงในไม่กี่นาที พล็อตติดเกาะก็ล่มสิ
เรือน่าจะไปล่มตอนที่แล่นผ่านน่านน้ำที่ห่างไกลผู้คนและใกล้เกาะร้างสักแห่ง
แต่หวังฮ่าวหรานไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน
ในขณะที่หวังฮ่าวหรานประเมินหยางอี้ หยางอี้ก็จ้องมองหวังฮ่าวหรานด้วยความริษยา
ความแค้นที่โดนกลั่นแกล้งเป็นส่วนหนึ่ง
แต่อีกส่วนหนึ่งที่รุนแรงกว่าคือความอิจฉา
อิจฉาที่หวังฮ่าวหรานรายล้อมไปด้วยสาวสวยระดับเทพธิดาถึงห้าคน
หยางอี้รู้จักดาวมหาวิทยาลัยทั้งสี่คนดี เคยเห็นรูปในเว็บบอร์ดบ่อยๆ
ส่วนอีกคนแม้ไม่คุ้นหน้า แต่ความสวยก็กินกันไม่ลง
ตอนที่คบกับซือซือ เขาไม่ได้รักที่นิสัย แต่หลงรูปร่างหน้าตา
พูดง่ายๆคือเขาเป็นพวก ‘บ้ากาม’ ที่เห็นสาวสวยเป็นไม่ได้
แม้ในความเป็นจริง เขาจะไม่มีปัญญาแม้แต่เฉียดกรายเข้าใกล้
วันนี้ได้มาเห็นพวกเธอตัวเป็นๆ เดินตามไอ้ลูกเศรษฐีต้อยๆ...
หยางอี้อิจฉาจนแทบกระอักเลือด
เขาภาวนาให้ผู้ชายทั้งโลกตายๆไปซะให้หมด ให้เหลือแค่เขากับสาวสวยพวกนี้บนโลกใบนี้
สายตาที่หยางอี้มองมาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนและชั่วร้าย
หวังฮ่าวหรานอ่านความคิดชั่วๆนั้นออกทะลุปรุโปร่ง
แต่ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้มาก เขาจึงเลิกสนใจหยางอี้ หันไปถามเลขห้องพักของกลุ่มเว่ยจื่อหาง แล้วพาสาวๆไปทานมื้อเที่ยง
หลังจากทานข้าวเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็แยกย้ายกับสาวๆ แล้วเดินไปที่ห้องพักของเว่ยจื่อหาง
เขายกมือจะเคาะประตู
แต่หูของเขากลับได้ยินเสียงแปลกๆดังเล็ดลอดออกมาจากในห้อง
เสียงครวญครางแผ่วเบา... ผนังห้องเก็บเสียงดีมาก แต่สำหรับหวังฮ่าวหรานแล้ว มันชัดเจนแจ่มแจ้ง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าเสียงนี้คืออะไร
เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมาย กะว่าจะไปรอที่ห้องหลิ่วฮวาหรือหลี่หมิงแทน
แต่ปรากฏว่า... ทั้งสองห้องนั้นก็กำลัง ‘ยุ่ง’ อยู่เหมือนกัน!
*****