- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 548 วิสัยทัศน์แห่งอนาคต
บทที่ 548 วิสัยทัศน์แห่งอนาคต
บทที่ 548 วิสัยทัศน์แห่งอนาคต
ได้ยินเสียงแหลมสูงขนาดนั้น ฉิวเฉียนเว่ยถึงกับปวดแก้วหู ต้องยกมือขึ้นปิดหูโดยอัตโนมัติแล้วบ่นอุบอิบ
“พี่ใหญ่... เบาเสียงลงหน่อยได้ไหม หูฉันจะแตกอยู่แล้ว”
“เธอหมายความว่า... ซูเหวิน ชิงเฉียน แล้วก็เยว่เยว่ ทั้งสามคนนั้น... ก็เป็นแฟนฮ่าวหรานเหมือนกัน?” ตั้นไท่เหยาเยว่ถามเสียงสั่นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่ค่ะ” ฉิวเฉียนเว่ยพยักหน้า
“พระเจ้าช่วย! หมอนั่นมันจะชั่วช้าเกินไปแล้ว!” ตั้นไท่เหยาเยว่กัดฟันกรอด เสียงฟันกระทบกันดังลอดออกมา
ความรู้สึกนี้... เหมือนผักกาดขาวชั้นดีในสวนหลังบ้านที่เธอเฝ้าฟูมฟักมาอย่างดี จู่ๆก็โดนหมูป่าบุกเข้ามาขุดกินไปซะเกลี้ยงสวน!
แต่ที่เจ็บปวดที่สุดคือ... เธอดันไปหลงรักไอ้หมูป่าตัวนั้นเข้าให้แล้ว ทำอะไรมันไม่ได้เลย
“เว่ยเว่ย... เธอใจกว้างเกินไปแล้วนะ เรื่องแบบนี้ยังรับได้อีกเหรอ?” ตั้นไท่เหยาเยว่ถามด้วยความตกใจ
“พี่สามกับพี่รองต่างก็มีเรื่องราวความรักที่น่าประทับใจกับเขาทั้งนั้น ฉันฟังแล้วยังอดเห็นใจไม่ได้ ก็เลยยอมรับได้ค่ะ ต่อมาพี่ห้าก็เข้ามาแจมอีกคน ฉันคิดว่าในเมื่อรับพี่สามกับพี่รองได้แล้ว ถ้าจะกีดกันพี่ห้าคนเดียวก็ดูจะใจแคบไปหน่อย”
ฉิวเฉียนเว่ยหยุดพักหายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“ส่วนตอนนี้... ก็เพิ่มพี่ใหญ่มาอีกคน เอาจริงๆนะคะ ฉันสังเกตเห็นมาสักพักแล้วว่าพี่ดูจะใส่ใจเขาเกินไปหน่อย พอลางสังหรณ์เป็นจริง ฉันเลยไม่ได้แปลกใจอะไรมาก”
ตั้นไท่เหยาเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้น
“เรื่องของเขากับซูเหวินและชิงเฉียนมันเป็นมายังไง เล่าให้พี่ฟังหน่อย”
ฉิวเฉียนเว่ยจึงเล่าเรื่องราวความรักของเปี่ยนซูเหวินและลั่วชิงเฉียนให้ฟังอย่างละเอียด
ตั้นไท่เหยาเยว่ฟังจนจบก็นั่งเหม่อลอยไปพักใหญ่ รู้สึกเหมือนฟังนิยายรักดราม่าที่เหลือเชื่อ
แต่พอลองถามใจตัวเองดู ถ้าเธอตกอยู่ในสถานะเดียวกับฉิวเฉียนเว่ย... เธอก็คงจะยอมรับพวกเขาเหมือนกัน
ยังไงซะทุกคนก็เป็นพี่น้องกัน จะทนเห็นพี่สาวเจ็บปวดได้ยังไง?
อีกอย่าง... สุดท้ายแล้วก็คนกันเองทั้งนั้น
“ตาบ้านั่น... น่าหมั่นไส้จริงๆ” ตั้นไท่เหยาเยว่บ่นอุบอิบอย่างน้อยใจ
ตอนแรกนึกว่ามีแค่เธอกับฉิวเฉียนเว่ยสองคน
ที่ไหนได้... มีงอกออกมาอีกตั้งสาม!
“ถ้าพี่ใหญ่ไม่อยากจะเข้ามาร่วมวงด้วยก็ไม่เป็นไรนะคะ ถอนตัวตอนนี้ยังทัน” ฉิวเฉียนเว่ยแกล้งแหย่
“ไม่ได้นะ! เธอยอมรับพี่แล้ว ห้ามกลับคำเด็ดขาด!” ตั้นไท่เหยาเยว่โพล่งออกมาด้วยความร้อนรน แต่พอรู้ตัวว่าหลุดมาดพี่สาวคนโต ก็หน้าแดงซ่านด้วยความอาย
ฉิวเฉียนเว่ยเห็นท่าทีนั้นก็แอบหัวเราะคิกคัก
“เดี๋ยวนะ... ถ้าถือตามลำดับการมาก่อนมาหลัง... งั้นพี่ก็ต้องเป็นคนสุดท้ายน่ะสิ?” ตั้นไท่เหยาเยว่เพิ่งนึกขึ้นได้
“ก็ใช่น่ะสิคะ” ฉิวเฉียนเว่ยยิ้มเจ้าเล่ห์
ตั้นไท่เหยาเยว่รู้สึกห่อเหี่ยวใจพิลึก
จากพี่ใหญ่ผู้ทรงอำนาจ กลายเป็นน้องเล็กสุดท้อง... ช่องว่างมันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน
“เฟยเหยียนกับสุ่ยเหยา... สองคนนั้นคงไม่ได้มีซัมติงกับเขาใช่ไหม?” ตั้นไท่เหยาเยว่ถามอย่างหวาดระแวง
“ไม่มีค่ะ” ฉิวเฉียนเว่ยส่ายหน้า
“ค่อยยังชั่ว” ตั้นไท่เหยาเยว่ถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยก็ยังไม่ถึงขั้น ‘ยกครัว’
“แต่ฉันกำลังคิดเล่นๆนะคะว่า... ชวนพี่สี่กับพี่หกมาแจมด้วยเลยดีไหม พวกเราเจ็ดพี่น้องจะได้ไม่ต้องแยกจากกัน” ฉิวเฉียนเว่ยพูดทีเล่นทีจริง
“คิดว่าผู้หญิงทุกคนจะหลงหมอนั่นหัวปักหัวปำกันหมดหรือไง เว่ยเว่ย... เธอประเมินมันสูงเกินไปแล้ว” ตั้นไท่เหยาเยว่เบะปากด้วยความหมั่นไส้
“นั่นสินะคะ ฉันก็แค่พูดเล่นไปงั้นแหละ” ฉิวเฉียนเว่ยหัวเราะร่า ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเจ้าเล่ห์
“ว่าแต่... จะให้ฉันเรียกพวกพี่ๆมารวมตัวกัน แนะนำสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการเลยไหมคะ?”
ตั้นไท่เหยาเยว่สมองเบลอไปชั่วขณะ กว่าจะเข้าใจความหมายที่น้องสาวสื่อ
“อย่านะ! อย่าเพิ่งบอกพวกนั้น ขอเวลาพี่ทำใจก่อน” เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน
“ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน... ไหนลองเรียกพี่สาวสิคะ?” ฉิวเฉียนเว่ยกะพริบตาปริบๆ ยิ้มกริ่ม
ตั้นไท่เหยาเยว่อึ้งกิมกี่ ก่อนจะฝืนยิ้มแห้งๆ ทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม
“พี่สาว... เรื่องนี้อย่าเพิ่งบอกคนอื่นได้ไหม?”
“ในเมื่อ ‘น้องสาว’ ขอร้องมาขนาดนี้ พี่สาวก็ตกลงจ้ะ” ฉิวเฉียนเว่ยตีหน้าขรึมได้แค่ไม่กี่วินาที ก็หลุดขำออกมาจนตัวงอ
ตั้นไท่เหยาเยว่หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงหู ความรู้สึกในใจมันช่างซับซ้อนพิลึก
ตอนเด็กๆชอบใช้อำนาจพี่ใหญ่ข่มน้องๆ... สงสัยนี่จะเป็น ‘เวรกรรม’ ตามทันสินะ?
น้องเล็กสุดท้องดันกลายมาเป็น ‘พี่สาวคนโต’ ในฮาเร็มซะงั้น
......
ดึกสงัด
ในยามที่ทุกคนกำลังหลับสนิท
เงาร่างหนึ่งย่องเงียบออกมาจากห้องรับแขก ลอบเข้าไปในห้องนอนหมายเลขหนึ่ง...
......
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางเอกฉิวเฉียนเว่ยอีกครั้ง ได้รับแต้มวายร้าย 1,400 แต้ม ออร่านางเอกของฉิวเฉียนเว่ย -40 ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -70 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +110!]
[ติ๊ง! ออร่านางเอกของฉิวเฉียนเว่ยลดลงเหลือ 0, ออร่านางเอกสิ้นสุดลง สูญเสียสถานะนางเอกอย่างสมบูรณ์]
[ติ๊ง! ฉิวเฉียนเว่ย ค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 5 แต้ม ค่าความประทับใจรวมคือ 100 (รักยิ่งกว่าชีวิตและความตาย)]
ข้อความแจ้งเตือนสามอันเด้งขึ้นมาติดๆกัน ทำเอาหวังฮ่าวหรานตื่นเต้นจนตัวสั่น
ต่อสู้ฝ่าฟันมาตั้งนาน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาสามารถทำให้ ‘นางเอก’ คนหนึ่งสูญเสียสถานะนางเอกไปได้โดยสมบูรณ์
เมื่อไร้ซึ่งออร่านางเอก ฉิวเฉียนเว่ยก็จะไม่ถูกดึงดูดเข้าไปพัวพันกับพล็อตเรื่องหลักของตัวเอกคนไหนอีกต่อไป ปลอดภัยไร้กังวล
และข้อความที่สาม ยิ่งทำให้เขาเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
มันยืนยันข้อสันนิษฐานของเขาได้ชัดเจนว่า... เมื่อสูญเสียสถานะนางเอก การเพิ่มค่าความประทับใจจะง่ายขึ้นเป็นกอง
และเมื่อค่าความประทับใจเต็มร้อย... ประโยชน์ที่จะได้รับก็มหาศาล
ดูตัวอย่างจากลู่เหยียนสิ...
ตอนอยู่ที่วิทยาลัยศิลปะ ลู่เหยียนเข้าใจผิดคิดว่าเขาชอบหลิงหนานสวี่ แทนที่จะหึงหวง เธอกลับอาสาจะไปขอเบอร์สาวให้เขาซะงั้น
ช่วยแฟนหนุ่มจีบสาว... ช่างเป็นผู้หญิงที่ประเสริฐอะไรอย่างนี้!
ถ้าสาวๆในฮาเร็มทุกคนเป็นเหมือนลู่เหยียนกันหมด...
เขาก็ไม่ต้องมานั่งสับรางหลบๆซ่อนๆให้ปวดหัวอีกต่อไป สามารถเปิดตัวคบซ้อนได้อย่างเปิดเผย!
แน่นอนว่าเป้าหมายนั้นยังอีกยาวไกล
ขนาดฉิวเฉียนเว่ยที่อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน เพิ่งจะปลดล็อกได้แค่คนเดียว
แต่นี่ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม
หวังฮ่าวหรานพักผ่อนครู่หนึ่ง แล้วย่องออกจากห้องหมายเลขหนึ่ง
แต่เขาไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องรับแขกทันที...
กว่าจะกลับไปนอนที่ห้องรับแขกจริงๆก็ปาเข้าไปเกือบรุ่งสาง
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็ไปเรียนตามปกติ
คาบเรียนแรก เขาฟุบหลับบนโต๊ะและเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
เพียงแค่ชั่วโมงเดียว ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนทั้งคืนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่าสดชื่นเต็มร้อย
นี่คืออานุภาพของกำลังภายในสองร้อยปี!
......
หลังจากคว้าแชมป์ จิงลู่ก็ไม่ได้รั้งอยู่ที่เมืองชิงหลิงนานนัก พักอยู่แค่สองวันก็เดินทางต่อไปยังเมืองอื่น
ตอนแรกหวังฮ่าวหรานกะว่าจะหาทางเล่นงานจิงลู่สักหน่อย แต่พอเห็นอีกฝ่ายจะไปแล้ว ก็เลยล้มเลิกความคิด
จิงลู่เป็นแค่ตัวประกอบ ไม่ใช่นางเอกหรือตัวละครสำคัญอะไร
ตามพล็อตดั้งเดิมแล้ว บทบาทของจิงลู่น่าจะมีแค่ในฉาก ‘ศึกดวลหมากล้อม’ เพื่อปูทางให้ฉินฟานโชว์เทพเท่านั้น
พูดง่ายๆก็คือ... ตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง
แต่ในเมื่อหวังฮ่าวหรานเข้าไปเปลี่ยนเนื้อเรื่อง ทำให้จิงลู่ชนะการประลอง
เวทีโชว์เทพของฉินฟานก็ถูกรื้อทิ้งไปโดยปริยาย
ในเส้นเรื่องหลักของฉินฟานต่อจากนี้ จิงลู่น่าจะหมดบทบาทไปแล้ว คงไม่โผล่มาให้รำคาญตาอีก
หวังฮ่าวหรานจึงไม่จำเป็นต้องไปหาเรื่องใส่ตัวเพิ่ม
ปล่อยให้จิงลู่จากไปพร้อมกับความภาคภูมิใจในฐานะฮีโร่ของชาตินั่นแหละดีที่สุดแล้ว
*****