เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 546 ซารังแฮโย

บทที่ 546 ซารังแฮโย

บทที่ 546 ซารังแฮโย


หวังฮ่าวหรานเดินเคียงคู่กับเจียงหยุนเอ๋อร์ไปตามทางเดินเล็กๆริมแม่น้ำ

สายลมเย็นยามเย็นพัดโชยมาปะทะกาย ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย

ทว่า... เจียงหยุนเอ๋อร์กลับมีสีหน้าหม่นหมอง ไร้อารมณ์จะดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนสุนทรีย์นี้

หลังจากเดินเงียบๆกันมาได้สักพัก หวังฮ่าวหรานก็แกล้งถามในสิ่งที่รู้อยู่เต็มอก

“วันนี้ผมไปดูคุณแข่งที่สนามด้วยนะ... ผมเห็นชัดๆว่าสองกระดานแรกคุณนำอยู่ แล้วสามกระดานหลังช่วงต้นเกมคุณก็ได้เปรียบ ทำไมจู่ๆถึงเล่นพลาดบ่อยขนาดนั้นล่ะ?”

เจียงหยุนเอ๋อร์หยุดเดินกะทันหัน หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอกำชายเสื้อแน่น ไม่รู้จะตอบยังไง

หวังฮ่าวหรานทำหน้าสำนึกผิด ถามเสียงสั่นเครือ

“เป็นเพราะ... คำพูดของผมวันนั้นหรือเปล่า? คุณเลยจงใจออมมือให้จิงลู่... ใช่ไหม?”

“มะ...ไม่ใช่นะคะ! ฉันแค่ฟอร์มตกเอง ไม่เกี่ยวกับคุณเลย” เจียงหยุนเอ๋อร์ปฏิเสธเสียงแผ่ว

หวังฮ่าวหรานแอบชื่นชมในใจ

‘ช่างเป็นผู้หญิงที่แสนดีอะไรอย่างนี้... กลัวฉันจะรู้สึกผิด ยอมเก็บความเจ็บปวดไว้คนเดียว’

เดินไปได้อีกหน่อย ก็เจอลานหญ้านุ่มๆ หวังฮ่าวหรานจึงชวน

“ไปนั่งพักตรงนั้นกันหน่อยไหมครับ?”

เจียงหยุนเอ๋อร์พยักหน้า

ทั้งคู่เดินไปที่ลานหญ้าริมน้ำ

จู่ๆหวังฮ่าวหรานก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก

เจียงหยุนเอ๋อร์เผลอมองตามตาค้าง

ตอนนี้หวังฮ่าวหรานเหลือเพียงเสื้อยืดสีขาวบางๆที่รัดรูปพอดีตัว เผยให้เห็นมัดกล้ามแขนที่แข็งแรงสมส่วน ไม่มากไม่น้อยเกินไป

แผงอกกว้างและหน้าท้องแบนราบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดนั้น ช่างดูเซ็กซี่ชวนฝัน

เจียงหยุนเอ๋อร์หน้าแดงซ่าน เธอเคยคิดว่าเขาเป็นหนุ่มร่างบาง นึกไม่ถึงว่าหุ่นจะดีขนาดนี้

‘นี่สินะที่เขาเรียกว่า... ใส่เสื้อดูผอม ถอดออกมาเป็นอีกคน!’

เธอแอบกรี๊ดในใจ

“เชิญนั่งครับ” หวังฮ่าวหรานปูเสื้อคลุมลงบนพื้นหญ้า แล้วผายมือเชิญให้เธอนั่ง

แน่นอนว่านี่คือแผน

ข้อแรก... โชว์หุ่นยั่วใจสาว

ข้อสอง... โชว์ความเป็นสุภาพบุรุษผู้แสนอบอุ่น

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนั่งกับพื้นหญ้าก็ได้” เจียงหยุนเอ๋อร์เกรงใจ รีบโบกมือปฏิเสธ

หวังฮ่าวหรานขี้เกียจต่อปากต่อคำ เขาจับไหล่เธอกดลงให้นั่งบนเสื้อคลุมของเขาเบาๆ

“ว้าย!” เจียงหยุนเอ๋อร์ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ แต่ในใจกลับยินดีที่โดน ‘บังคับ’ ด้วยความห่วงใยแบบนี้

หวังฮ่าวหรานนั่งลงข้างๆบนพื้นหญ้า หันไปถามเธอ

“แพ้การแข่งครั้งนี้... จริงๆแล้วคุณเสียใจมากใช่ไหม?”

เจียงหยุนเอ๋อร์ขมวดคิ้ว พยักหน้ายอมรับช้าๆ

“ฉันเริ่มเล่นหมากล้อมตั้งแต่ 6 ขวบ วัยเด็กและวัยรุ่นทั้งหมดของฉันอุทิศให้กับมัน ฉันแทบไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปเลย”

“ความฝันเดียวของฉันคือการเป็นนักหมากล้อมอันดับหนึ่งของโลก ฉันพยายามอย่างหนัก ทุ่มเททุกอย่างเพื่อมัน”

“ฉันยอมแลกอะไรไปมากมาย...”

“แต่วันนี้... ในการแข่งขันที่สำคัญที่สุด ฉันกลับแพ้...”

น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเต็มไปด้วยความขมขื่น

ความรู้สึกนี้ หวังฮ่าวหรานเคยสัมผัสมาแล้วตอนปลอบใจเปี่ยนซูเหวิน

เขารู้ดีว่าคำพูดปลอบโยนสวยหรูไม่มีประโยชน์ในเวลาแบบนี้

เขาถอนหายใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง”

“ไม่เกี่ยวกับคุณเลยค่ะ อย่าคิดมากนะ” เจียงหยุนเอ๋อร์รีบปลอบเขากลับ ทั้งที่ตัวเองเจ็บปวดเจียนตาย

“แน่ใจเหรอครับว่าไม่เกี่ยว?” หวังฮ่าวหรานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

เจียงหยุนเอ๋อร์สบตากับเขา แล้วรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุไปถึงก้นบึ้งหัวใจ เธอรีบหลบสายตาด้วยความประหม่า

“บอกแล้วไงคะว่าไม่เกี่ยวกับคุณ” เธอก้มหน้าพูดเสียงเบา

“มองตาผม... แล้วพูดอีกครั้งสิครับ” หวังฮ่าวหรานสั่งเสียงนุ่ม

เจียงหยุนเอ๋อร์จำใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง

“มันไม่เกี่ยวกับ...”

คำพูดของเธอถูกกลืนหายไป... เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาประทับลงมาปิดปากเธออย่างนุ่มนวล

วินาทีนั้น ร่างกายของเจียงหยุนเอ๋อร์แข็งทื่อ สมองขาวโพลน

แต่เพียงครู่เดียว ความหวานละมุนก็แผ่ซ่านไปทั่ว เธอเผลอไผลจูบตอบอย่างลืมตัว

เนิ่นนานกว่าเขาจะถอนริมฝีปากออก เจียงหยุนเอ๋อร์หอบหายใจถี่ ใบหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก ไม่กล้าสบตาเขา

หวังฮ่าวหรานประคองใบหน้าเธอไว้ ให้สบตาเขาตรงๆ แล้วพูดอย่างหนักแน่น

“คุณแพ้การแข่งไปแล้ว... แต่ผมจะไม่ยอมให้คุณแพ้อย่างอื่นอีก”

“คุณ... หมายความว่ายังไง?” เจียงหยุนเอ๋อร์หัวใจเต้นแรง เห็นความหวังอันริบหรี่ แต่ยังไม่กล้าเชื่อ

“หมายความว่า... คุณจะรังเกียจไหม ถ้าจะมีแฟนเป็นคนจีน?” หวังฮ่าวหรานยิ้มถาม

“ตะ...แต่คุณเคยบอกว่า พ่อแม่กับเพื่อนๆคุณไม่ชอบคนเกาหลี... คุณยอมให้ฉันเป็นแฟนจริงๆเหรอคะ?” เจียงหยุนเอ๋อร์ถามเสียงสั่น

“คุณยอมทิ้งความฝันเพื่อผมขนาดนี้ แล้วผมจะทิ้งคุณลงได้ยังไง? ส่วนเรื่องพ่อแม่กับเพื่อนๆ ถ้าพวกเขารู้ความจริง เขาต้องรักและเอ็นดูคุณแน่นอน เลิกกังวลเถอะครับ”

“อื้อ!” เจียงหยุนเอ๋อร์พยักหน้าแรงๆทั้งน้ำตา คิ้วที่ขมวดมุ่นคลายออก ความทุกข์ระทมมลายหายไปจนสิ้น

ด้วยความดีใจจนล้นอก เธอเผลอหลุดภาษาบ้านเกิดออกมา

“โอปป้า... ซารังแฮโย”

หวังฮ่าวหรานถึงจะฟังภาษาเกาหลีไม่ออก แต่คำพื้นฐานแค่นี้เขารู้จักดี

เขาทำมือเป็นรูปหัวใจส่งให้เธอ

“ซารังแฮ”

[ติ๊ง! โฮสต์พิชิตใจนางเอก ‘เจียงหยุนเอ๋อร์’ สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 700 แต้ม!]

เจียงหยุนเอ๋อร์ยิ้มแก้มปริ ตาหยีเป็นสระอิ

หวังฮ่าวหรานใบหน้าสวยหวานนั้นก็อดใจไม่ไหว โน้มตัวเข้าไปใกล้อีกครั้ง

เจียงหยุนเอ๋อร์เดาทางออก หลับตาพริ้มรอรับสัมผัส ขนตายาวงอนสั่นระริก แก้มใสแดงระเรื่อ บ่งบอกถึงความคาดหวังและขัดเขิน

......

พลบค่ำ

หวังฮ่าวหรานขับรถไปส่งเจียงหยุนเอ๋อร์ที่โรงแรมจินฮ่าว

เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ในที่สุด... เวทีโชว์พาวของฉินฟานก็ถูกเขารื้อทิ้งจนเหี้ยน

จิงลู่กลายเป็นฮีโร่ของชาติไปแล้ว

ฉินฟานคงไม่หน้าด้านไปท้าดวลกับลูกศิษย์ตัวเองหรอกใช่ไหม?

และต่อให้ไปท้าดวลจริง ก็คงไม่มีใครสนใจ ไม่เป็นข่าวใหญ่โตเหมือนศึกระหว่างประเทศ

แถมตอนนี้คนทั้งประเทศยกย่องจิงลู่เป็นมือหนึ่ง

ถ้าฉินฟานไปท้าดวล ก็เท่ากับฉีกหน้าลูกศิษย์ตัวเองชัดๆ อาจารย์ดีๆที่ไหนเขาทำกัน?

หวังฮ่าวหรานขับรถกลับบ้านอย่างสบายใจ

แต่ก่อนจะถึงบ้าน เขาได้รับข้อความจากฉิวเฉียนเว่ย

ชวนไปทานมื้อเย็นที่บ้าน แน่นอนว่าเป็นฝีมือเธอเอง

มีหรือหวังฮ่าวหรานจะปฏิเสธ

เขาโทรบอกเฟิ่งซวนซู่ว่าไม่ต้องรอทานข้าวเย็น แล้วซิ่งรถไปที่วิลล่าของพวกหลิวเยว่ทันที

มาถึงหน้าบ้าน เขากดกริ่ง

ไม่นาน ตั้นไท่เหยาเยว่ก็มาเปิดประตู พาเขาเดินเข้าไปในบ้าน

ระหว่างเดินผ่านสวนหน้าบ้าน

ตั้นไท่เหยาเยว่กระซิบถามเขาด้วยท่าทีลังเล

“ฉันอยากบอกเรื่องของเราให้เว่ยเว่ยรู้ แต่กลัวเธอจะโกรธ แล้วด่าว่าฉันเป็นพี่สาวหน้าไม่อายที่แย่งแฟนน้องสาว... เอางี้ดีไหม นายช่วยไปบอกเว่ยเว่ยแทนฉันหน่อยสิ?”

*****

จบบทที่ บทที่ 546 ซารังแฮโย

คัดลอกลิงก์แล้ว