- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 544 หน้าแตกยับเยิน
บทที่ 544 หน้าแตกยับเยิน
บทที่ 544 หน้าแตกยับเยิน
ฉินฟานอ่านทางหมากของเจียงหยุนเอ๋อร์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อเห็นว่าจิงลู่เสียเปรียบตั้งแต่ต้นเกม เขาก็มั่นใจว่าด้วยสไตล์การเดินหมากที่แม่นยำ เด็ดขาด และดุดันของเจียงหยุนเอ๋อร์ เธอจะไม่มีทางเปิดช่องให้จิงลู่ตีตื้นขึ้นมาได้แน่นอน
แต่ทว่า...
จู่ๆการเล่นของเจียงหยุนเอ๋อร์ก็ดูแปลกไป เหมือนคนเล่นหลุดฟอร์ม
จากที่ได้เปรียบอยู่ดีๆ กลับปล่อยให้จิงลู่พลิกสถานการณ์กลับมาตีตื้น และกดดันจนเธอเสียรูปขบวน
สถานการณ์พลิกกลับอย่างกะทันหัน จิงลู่กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ถ้ากระแสเกมยังเป็นแบบนี้ต่อไป... จิงลู่มีสิทธิ์ชนะกระดานนี้สูงมาก
ซึ่งนั่น... ขัดแย้งกับความต้องการของฉินฟานอย่างสิ้นเชิง
“ทำไมเจียงหยุนเอ๋อร์ถึงเดินหมากช้าลงขนาดนั้นล่ะ? หรือว่าเธอกำลังตกเป็นรอง?”
มู่เจาเจาเล่นหมากล้อมไม่เป็นสักนิด ที่มาก็เพราะอยากอยู่กับหวังฮ่าวหราน หันมากระซิบถามด้วยความสงสัย
หวังฮ่าวหรานพอมีความรู้อยู่บ้าง เขามองออกว่าตาชั่งแห่งชัยชนะกำลังเอียงมาทางจิงลู่ แต่ปากกลับพูดกับมู่เจาเจาว่า
“เพื่อนฉันคนนี้เขาก็บอกแล้วไงว่าตานี้จิงลู่แพ้ชัวร์”
มู่เจาเจาพยักหน้าหงึกๆ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ฉินฟานได้ยินบทสนทนานั้นถึงกับมุมปากกระตุก
ลางสังหรณ์บอกว่า... เขากำลังจะหน้าแตก!
ตานี้จิงลู่ชนะแน่ๆ เว้นแต่ว่าจิงลู่จะพลาดท่าทำหมูหกเอง
ฉินฟานแอบภาวนาให้จิงลู่ทำพลาด
แต่คำขอนั้นไม่สัมฤทธิผล...
เกมที่ 3 จบลงด้วยชัยชนะของจิงลู่!
เสียงเฮลั่นสนามดังกึกก้อง
ในฐานะเจ้าบ้าน การที่จิงลู่ตีไข่แตกได้ ไม่โดนถล่มเละ 3-0 ถือเป็นการกู้ศักดิ์ศรีคืนมาได้บ้าง
กองเชียร์ฝั่งจีนต่างพากันฮึกเหิม ตะโกนเชียร์จิงลู่สุดเสียง
[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ทำให้แผนการอวดฉลาดของฉินฟานล้มเหลวไม่เป็นท่า ได้รับแต้มวายร้าย 900 แต้ม ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -45 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +45!]
หวังฮ่าวหรานยิ้มมุมปาก อารมณ์ดีขึ้นทันตา
เห็นได้ชัดว่า ‘แผน’ ของเขาได้ผล
ถ้าเจียงหยุนเอ๋อร์ไม่แกล้งล้มมวย ป่านนี้เกมคงจบไปตั้งแต่กระดานที่แล้ว
ฉินฟานรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้อง เขากลับได้ยินเสียงเยาะเย้ยถากถางดังชัดเจน
“เฮอะ! เมื่อกี้ทำมาเป็นพูดยืดพูดยาว นึกว่าจะเก่งจริง ที่แท้ก็มั่วนี่นา” มู่เจาเจาทำท่าเอานิ้วขูดแก้มล้อเลียน
ฉินฟานหน้าเจื่อน เถียงไม่ออก
เป็นเพราะเขาใจร้อนอยากโชว์สาวเกินไป ด่วนสรุปเร็วไปหน่อย ถ้ารอให้เกมเดินไปอีกสักพักค่อยฟันธง ก็คงไม่หน้าแตกยับเยินแบบนี้
“เมื่อกี้มันแค่อุบัติเหตุเฉยๆ ฉันก็ไม่นึกว่าเจียงหยุนเอ๋อร์จะหลุดฟอร์มขนาดนั้น ไม่อย่างนั้นจิงลู่ไม่มีทางชนะหรอก” ฉินฟานพยายามแถ รักษามาดเซียนหมากล้อมสุดฤทธิ์
“ข้ออ้างเยอะจริง” มู่เจาเจาเบ้ปากใส่
“ไม่ใช่ข้ออ้าง มันคือข้อเท็จจริงต่างหาก” ฉินฟานเถียงข้างๆคูๆ
หวังฮ่าวหรานเห็นฉินฟานยังพยายามจะ ‘แอ็ค’ ต่อ ก็เลยจัดให้
“เอาน่า เจาเจา เขาอาจจะพลาดจริงๆก็ได้ ผมเชื่อคุณนะ... กระดานหน้าคุณลองทายอีกทีสิ พิสูจน์ให้เพื่อนผมเห็นเลยว่าคุณมีของจริงๆ”
ฉินฟานพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง มองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาขอบคุณ นึกว่า ‘ว่าที่น้องเขย’ พยายามช่วยกู้หน้าให้
พักเบรกจบลง กระดานที่ 4 เริ่มต้นขึ้น
วางหมากไปได้ไม่ถึง 10 ตา หวังฮ่าวหรานก็รีบชง
“รอบนี้ใครชนะครับ?”
“เพิ่งเริ่มเอง ยังดูไม่ออกหรอก รออีกหน่อย” คราวนี้ฉินฟานเข็ด ไม่กล้าด่วนสรุป กลัวหน้าแตกซ้ำสอง
“ถ้ารออีกหน่อย ผมว่าใครๆก็ดูออกแล้วมั้งครับ” หวังฮ่าวหรานยิ้มยียวน
ฉินฟานนิ่งเงียบ รอจังหวะจนมั่นใจว่ารูปเกมเอียงไปทางเจียงหยุนเอ๋อร์ เขาก็อ้าปากเตรียมจะฟันธง
“จิงลู่ชนะ!” หวังฮ่าวหรานชิงพูดตัดหน้า แล้วหันไปถามฉินฟาน “คุณว่าใครชนะ?”
ความจริงหวังฮ่าวหรานดูไม่ออกหรอกว่าใครได้เปรียบ แต่นั่นไม่สำคัญ
สำคัญที่ว่า... เขาชิงทายว่า ‘จิงลู่ชนะ’ ไปแล้ว
ถ้าฉินฟานจะทายว่าจิงลู่ชนะเหมือนกัน ก็เท่ากับพูดตามหลังเขา
แต่ถ้าทายสวนว่าเจียงหยุนเอ๋อร์ชนะ... ก็เสี่ยงหน้าแหก
“ฮ่าวหราน นายยังอ่อนหัดนัก ระดับเจียงหยุนเอ๋อร์ไม่มีทางพลาดซ้ำสองหรอก ตอนนี้เธอกุมความได้เปรียบไว้หมดแล้ว เจียงหยุนเอ๋อร์ชนะแน่นอน” ฉินฟานกัดฟันตอบด้วยความมั่นใจ
หวังฮ่าวหรานแอบหัวเราะในใจ นั่งรอชมผลงาน
เวลาผ่านไป... กระดานที่ 4 จบลง
หน้าฉินฟานดำคล้ำราวกับก้นหม้อ
เจียงหยุนเอ๋อร์ ‘พลาด’ อีกแล้ว ทิ้งความได้เปรียบไปดื้อๆ ปล่อยให้จิงลู่พลิกกลับมาชนะ
สกอร์เสมอ 2-2!
[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ทำให้แผนการอวดฉลาดของฉินฟานล้มเหลวซ้ำสอง ได้รับแต้มวายร้าย 900 แต้ม ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -45 ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +45!]
“เก่งนี่นา ทายถูกสองรอบติดเลย เก่งกว่าไอ้คนข้างๆตั้งเยอะ” มู่เจาเจาหันมาชมหวังฮ่าวหรานตาเป็นประกาย
เหวินจิงที่นั่งอยู่อีกข้างก็ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ด้วยความชื่นชม
“ฉันดูไม่ค่อยเป็นหรอก มั่วๆเอาน่ะ” หวังฮ่าวหรานถ่อมตัว
ฉินฟานหน้าชาจนไร้ความรู้สึก
ขนาดหวังฮ่าวหรานเดามั่วๆยังถูก แล้วเซียนหมากล้อมอย่างเขาที่วิเคราะห์เป็นฉากๆกลับทายผิดหมด... จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
“คนที่เก่งจริงๆคือเพื่อนฉันคนนี้ต่างหาก” หวังฮ่าวหรานยังคงแกล้งอวยฉินฟานไม่เลิก
“พอเถอะ อย่าล้อเล่นเลย เพื่อนนายก็แค่พวก ‘เซียนกำมะลอ’ ดีแต่ปาก ขี้คุยไปวันๆ” มู่เจาเจาตอกกลับเจ็บแสบ
ฉินฟานยกมือขึ้นจะปิดหน้าด้วยความอาย แต่ก็นึกได้ว่าใส่หน้ากากอยู่แล้ว เลยเอามือลง
หวังฮ่าวหรานแอบยกนิ้วให้มู่เจาเจาในใจ
หลังจากพักเบรกสั้นๆ ศึกตัดสินกระดานสุดท้ายก็เริ่มขึ้น
บรรยากาศในสนามตึงเครียดถึงขีดสุด
ผ่านไปสิบกว่าตา หวังฮ่าวหรานก็เริ่มปฏิบัติการอีกครั้ง
“กระดานตัดสินแล้ว คุณลองทายอีกทีสิ รอบนี้ใครจะชนะ?”
ฉินฟานอยากจะบอกว่าเจียงหยุนเอ๋อร์ได้เปรียบอีกแล้ว แต่โดนตบหน้ามาสองรอบติด ชักเริ่มปอดแหก
“สถานการณ์พลิกผันได้ตลอดเวลา... ใครก็มีสิทธิ์ชนะทั้งนั้น” ฉินฟานตอบแบบเพลย์เซฟ
“แต่ผมว่าจิงลู่ชนะแน่” หวังฮ่าวหรานฟันธงทันที
“นายทายถูกมาสองครั้งแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะถูกสามครั้งรวด” ฉินฟานแย้งเสียงเรียบ
“หมายความว่า... คุณคิดว่าเจียงหยุนเอ๋อร์จะชนะงั้นสิ?” หวังฮ่าวหรานวางกับดัก
“ทั้งคู่มีโอกาสชนะพอๆกัน” ฉินฟานไม่หลงกล
“พูดแบบนี้ก็เหมือนไม่ได้พูด จะมาทำทรงเก่งทำไมก็ไม่รู้” มู่เจาเจาแขวะเข้าให้อีกดอก
ฉินฟานมุมปากกระตุก ยัยเด็กนี่ปากคอเราะร้ายชะมัด แต่พอมองหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มของเธอก็โกรธไม่ลง
แต่เพื่อกู้ศักดิ์ศรีคืนมา...
เมื่อเกมดำเนินมาถึงช่วงกลางกระดาน ฉินฟานรวบรวมความกล้า วิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียด แล้วประกาศก้อง
“ฮ่าวหราน รอบนี้นายเดาผิดแล้วล่ะ เจียงหยุนเอ๋อร์ชนะแน่นอน!”
หวังฮ่าวหรานหรี่ตา
‘อยากทายว่าเจียงหยุนเอ๋อร์ชนะก็ทายไปสิ จะมาพาดพิงฉันทำไม? จงใจจะเหยียบฉันเพื่อกู้หน้าตัวเองล่ะสิ?’
“คุณมั่นใจเหรอ?” หวังฮ่าวหรานถามย้ำ
“แน่นอน!” ฉินฟานตอบเสียงหนักแน่น
กฎสามครั้ง... คนเราจะพลาดเรื่องเดิมซ้ำๆถึงสามครั้งได้ยังไง?
เจียงหยุนเอ๋อร์เป็นมืออาชีพ รอบตัดสินแบบนี้เธอต้องเน้นสุดชีวิต ไม่มีทางพลาดง่ายๆอีกแน่!
“งั้น... เรามาพนันกันหน่อยไหมครับ?” หวังฮ่าวหรานยิ้มเจ้าเล่ห์ วางอุบายทันที
*****