เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 542 เล่นกับหัวใจของเด็กสาว

บทที่ 542 เล่นกับหัวใจของเด็กสาว

บทที่ 542 เล่นกับหัวใจของเด็กสาว


หวังฮ่าวหรานจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเจียงหยุนเอ๋อร์ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกเปี่ยมความหมาย

“ความหมายของผมก็คือ... ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นคุณ ผมก็อยากรู้จักและเป็นเพื่อนกับคุณทันที”

ความจริงเขาอยากจะพูดให้ชัดเจนกว่านี้ ประมาณว่า ‘ผมตกหลุมรักคุณตั้งแต่แรกเห็น’ แต่กลัวว่าสาวน้อยขี้อายอย่างเธอจะตกใจจนเตลิดเปิดเปิงไปเสียก่อน เลยต้องใช้คำพูดที่นุ่มนวลหน่อย

แต่ถึงจะอ้อมค้อมยังไง ด้วยสถานการณ์ที่เขาจับมือเธอไม่ปล่อยแบบนี้... ถ้าเจียงหยุนเอ๋อร์ไม่โง่จนเกินไป เธอก็ต้องดูออกอยู่แล้วว่าเขาคิดยังไง

เพื่อนธรรมดาที่ไหนจะมาเดินจูงมือกันแบบนี้ล่ะ? จริงไหม?

“ฉัน... ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เจียงหยุนเอ๋อร์ตอบเสียงเบา ก้มหน้าซ่อนรอยแดงบนแก้ม

“พูดจริงเหรอครับ? ไม่ได้หลอกผมแน่นะ?” หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเสียงตื่นเต้นดีใจ

“ถ้าไม่จริง... ฉันคงไม่ยอมให้คุณ...” เจียงหยุนเอ๋อร์เหลือบมองมือที่ถูกกุมอยู่ แล้วอธิบายเสียงสั่น

“อย่าเข้าใจผิดนะคะ ฉันไม่ใช่คนใจง่าย... นอกจากคนในครอบครัวแล้ว คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันยอมให้จับมือแบบนี้”

หวังฮ่าวหรานแสดงท่าทีดีใจจนเนื้อเต้นอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วจู่ๆสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อย เขาค่อยๆคลายมือออกจากมือของเธอ

เจียงหยุนเอ๋อร์รู้สึกใจหายวาบ เหมือนสูญเสียความอบอุ่นไป เธอเงยหน้ามองเขาด้วยความงุนงง

“ผมคงใจร้อนเกินไป... ความจริงผมไม่ควรพูดเรื่องพวกนี้กับคุณในตอนนี้เลย... เอาไว้รอคุณแข่งเสร็จก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกันอีกครั้งดีกว่า” หวังฮ่าวหรานถอนหายใจยาว

เจียงหยุนเอ๋อร์พยักหน้าช้าๆด้วยความรู้สึกสับสนในใจ

เขาหมายความว่ายังไงนะ? ทำไมต้องรอแข่งเสร็จก่อน?

หวังฮ่าวหรานพาเธอเดินชมศาลามู่หวางต่อ พลางใช้ตาทิพย์สอดส่องหาตำแหน่งของซ่งจื่อฮุ่ยและเฟิงอันนาไปด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจจะพบหน้ากัน

ตลอดทาง เขาทำตัวเป็นสุภาพบุรุษทุกระเบียดนิ้ว รักษาระยะห่างอย่างพอเหมาะ ไม่ฉวยโอกาสแตะเนื้อต้องตัวเหมือนตอนแรก

เจียงหยุนเอ๋อร์รู้สึกได้ถึงช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างกัน

ความห่างเหินนี้ทำให้เธอรู้สึกโหวงเหวงในใจ แต่ด้วยนิสัยขี้อาย เธอจึงไม่กล้าเอ่ยปากถาม ได้แต่เก็บความน้อยใจและความสงสัยไว้เงียบๆ

หวังฮ่าวหรานแอบลอบสังเกตปฏิกิริยาของเธออยู่ตลอด

แผนการของเขากำลังดำเนินไปได้สวย

สิ่งที่เขาทำคือการปั่นหัวและชี้นำความคิดของเธอทางอ้อม

เขากำลังบีบให้เธอต้องเลือก...

ถ้าเธอชนะการแข่ง... ความรักของทั้งคู่คงต้องเจออุปสรรคใหญ่หลวง พ่อแม่และคนรอบข้างเขาจะกีดกัน

แต่ถ้าเธอแพ้... ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น ทางรักจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ

พูดง่ายๆก็คือ เขาใช้ ‘ความรัก’ เป็นตัวประกัน เพื่อกดดันให้เธอ ‘ล้มมวย’ ในการแข่งครั้งนี้

ถ้ามีคนนอกมารู้เห็นเหตุการณ์นี้ คงด่าว่าเขาเลวระยำแน่นอน

เพราะนี่มันคือการหลอกใช้ความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของสาวน้อยผู้ไร้เดียงสาชัดๆ!

แต่เจียงหยุนเอ๋อร์ผู้ใสซื่อและกำลังตกอยู่ในห้วงรัก ไม่มีทางรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวของเขาหรอก

หวังฮ่าวหรานยอมรับกับตัวเองหน้าด้านๆว่าเขามันเลว

แต่สุดท้ายเดี๋ยวผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? เพราะยังไงซะเจียงหยุนเอ๋อร์ก็ไม่มีทางเอาชนะฉินฟานได้อยู่แล้ว

เธออาจจะชนะจิงลู่ได้ แต่ด่านสุดท้ายคือฉินฟาน... ยังไงเธอก็ต้องพ่ายแพ้

สิ่งที่เขาทำก็แค่รวบรัดตัดตอนให้มันจบเร็วขึ้นเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปทำลายอนาคตใครสักหน่อย...

หลังจากเดินเที่ยวจนพอใจ หวังฮ่าวหรานก็อาสาไปส่งเธอกลับ

ระหว่างทาง เขาหาข้ออ้างขอยืมโทรศัพท์ของเธอมาดูนู่นดูนี่... แล้วแอบบล็อกเบอร์ฉินฟานซะ!

ถึงจะมั่นใจว่าฉินฟานไม่มีน้ำยาจีบเจียงหยุนเอ๋อร์ติด แต่กันไว้ดีกว่าแก้

ไม่อยากให้ไอ้ตัวเอกนั่นมาวุ่นวายสร้างความรำคาญใจให้นางเอกของเขา

อีกอย่าง... อะไรที่ทำแล้วตัวเอกเดือดร้อน เขายินดีเสมอ ความสุขของตัวร้ายคือความทุกข์ของตัวเอกนี่นา

ณ คฤหาสน์หรู

ฉินฟานกำลังเป็นคู่ซ้อมให้จิงลู่ สายตาก็เหลือบมองโทรศัพท์เป็นระยะ

เขาส่งข้อความไปหาเจียงหยุนเอ๋อร์ตั้งหลายข้อความแล้ว แต่เธอก็ยังไม่ตอบกลับ

เขาพยายามคิดในแง่ดีว่าเธอคงยุ่งอยู่กับการซ้อม

แต่พอตกเย็น ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ก็ยังเงียบกริบ

‘ซ้อมหนักขนาดไหนก็ต้องกินข้าวบ้างใช่ไหม?’

ความอดทนเริ่มหมดลง ฉินฟานตัดสินใจกดโทรออก

แต่ปลายสายกลับแจ้งเตือนว่า ‘สายไม่ว่าง’ ตลอดเวลา

ตอนแรกก็นึกว่าเธอคุยโทรศัพท์อยู่

แต่พอลองโทรซ้ำหลายๆรอบ ห่างกันเป็นพักๆ ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

ฉินฟานเริ่มเอะใจ...

หรือว่า... เขาโดนบล็อก?!

ความรู้สึกหดหู่และหงุดหงิดเข้าครอบงำทันที

“อาจารย์ดูอารมณ์ไม่ดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” จิงลู่ถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ใช่เรื่องของเด็กอย่างนายหรอก” ฉินฟานตอบปัดๆ ไม่อยากเสียฟอร์ม

จิงลู่หุบปากฉับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะถามเรื่องที่ตัวเองกังวล

“อาจารย์ครับ... เวลาเหลือน้อยแล้ว ผมคงพัฒนาฝีมือให้เหนือกว่าเจียงหยุนเอ๋อร์ไม่ได้แน่ๆ อาจารย์พอจะมี ‘หมากเด็ด’ หรือ ‘วิชาลับ’ อะไรสอนผมบ้างไหมครับ? เผื่อผมจะเอาไปใช้พลิกเกมชนะเธอได้”

‘ถ้าแกชนะแล้วฉันจะไปอยู่ไหน? แผนกู้ชื่อเสียงของฉันล่ะ?’ ฉินฟานคิดในใจ แต่ภายนอกยังคงตีหน้าขรึม ตอบเสียงเรียบว่า

“วิชาพวกนั้นมันซับซ้อนเกินไป นายเรียนรู้ไม่ทันในเวลาสั้นๆหรอก ฝึกพื้นฐานให้แน่นตามปกตินั่นแหละดีที่สุด”

ความจริงแล้ว... เขามี ‘วิชาลับ’ ที่ฝึกได้รวดเร็วอยู่จริง

ถ้าสอนให้จิงลู่ โอกาสชนะก็จะเพิ่มขึ้นมาก

แต่... เขาไม่สอนอยู่แล้ว

เพราะถ้าจิงลู่ชนะ แผนการ ‘วีรบุรุษกู้ชาติ’ ของเขาก็พังยับเยินสิ!

จิงลู่ผู้ซื่อสัตย์และเคารพอาจารย์สุดหัวใจ ไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าอาจารย์กำลังกั๊กวิชาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

เขาพยักหน้ารับคำอย่างเชื่อฟังและตั้งใจฝึกซ้อมต่อไป

ค่ำวันนั้น

หวังฮ่าวหรานกลับถึงคฤหาสน์ ทานมื้อเย็นเสร็จก็นั่งเล่นในห้องรับแขกสักพัก ก่อนจะขึ้นห้องนอน

จู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้น... ซ่งจื่อฮุ่ยโทรมา

“วันนี้ฉันพาอันนาไปเที่ยวศาลามู่หวางมาด้วยล่ะ” ซ่งจื่อฮุ่ยเล่าเสียงใส

หวังฮ่าวหรานสะดุ้งในใจ ถามกลับทันที

“คุณบอกเรื่องที่เราคบกันให้เฟิงอันนารู้แล้วใช่ไหม?”

“แหม... รู้ใจฉันจริงๆนะเนี่ย เป็นพยาธิในท้องฉันเหรอ?” ซ่งจื่อฮุ่ยหัวเราะคิกคัก

หวังฮ่าวหรานร้องอ๋อในใจ

มิน่าล่ะ... เฟิงอันนาถึงกล้าโดดงานไปเที่ยวโดยไม่บอกกล่าว ที่แท้ก็มีซ่งจื่อฮุ่ยเป็นแบ็กนี่เอง

“ทำไมเงียบไปล่ะ? โกรธเหรอ? ขอโทษนะ... ฉันเคยสัญญาว่าจะไม่บอกใคร แต่กับอันนาไม่เหมือนกันนะ เขาเป็นเพื่อนรักฉัน เขาไม่ปากโป้งหรอก ไว้ใจได้แน่นอน” ซ่งจื่อฮุ่ยรีบอธิบายเมื่อเห็นปลายสายเงียบไป

หวังฮ่าวหรานขี้เกียจจะถือสาหาความ จึงเปลี่ยนเรื่อง

“ตอนนี้คุณยังพักที่โรงแรมจินฮ่าวอยู่หรือเปล่า?”

“ใช่ แต่ฉันกำลังคิดว่าจะซื้อบ้านที่เมืองชิงหลิงสักหลัง เธอมีโครงการดีๆแนะนำบ้างไหม?”

“เดี๋ยวผมช่วยหาข้อมูลให้ เจอที่เหมาะๆแล้วจะรีบบอกนะ” หวังฮ่าวหรานรีบอาสาทันที

ต้องรีบจัดการเรื่องนี้ ไม่งั้นถ้าปล่อยให้เธอหาเอง แล้วเกิดมาซื้อบ้านอยู่ข้างๆวิลล่าเขา... ความลับเรื่องฮาเร็มแตกแน่ๆ!

“อื้อ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ขอแค่ถูกใจก็พอ” ซ่งจื่อฮุ่ยประกาศความป๋า

“สายเปย์จริงๆนะเนี่ย รวยจังเลยครับ” หวังฮ่าวหรานแซว

“แน่นอนสิยะ คิดว่าฉันหน้าเงินมาเกาะเธอกินเหรอ? จะบอกให้นะว่าฉันไม่ได้สนเงินเธอหรอก”

“งั้นคุณสนอะไรในตัวผมล่ะ?”

“ก็... ความถูกชะตามั้ง เห็นหน้าเธอแล้วมันรู้สึกดี ชอบตั้งแต่แรกเห็นเลย” ซ่งจื่อฮุ่ยพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม

“แล้วเธอล่ะ? ชอบฉันตรงไหน?”

“ชอบ... ขาเรียวสวยของคุณครับ” หวังฮ่าวหรานตอบแบบไม่ต้องคิด

“แค่นั้นเหรอ? ฉันมีดีตั้งเยอะแยะนะ เธอไม่เห็นเลยเหรอ?” ซ่งจื่อฮุ่ยแกล้งทำเสียงน้อยใจ

“ตอนนี้ยังไม่เห็น... ไว้รอเราได้ ‘ศึกษาดูใจ’ กันลึกซึ้งกว่านี้... ผมคงจะได้เห็นข้อดีอื่นๆของคุณอีกเยอะแน่ๆ” หวังฮ่าวหรานตอบเสียงนุ่มทุ้มแฝงความนัย

ซ่งจื่อฮุ่ยฟังแล้วหน้าแดงซ่าน ความคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล

แต่พอนึกถึงบุคลิกที่ดูเป็น ‘เด็กหนุ่มขี้อาย’ ของเขา เธอก็รีบดึงสติกลับมา

‘เขาคงไม่ได้หมายความถึงเรื่องลามกหรอกมั้ง... ออกจะใสซื่อขนาดนั้น’

แต่พอกลับสู่โลกความจริง เธอก็อดรู้สึกเสียดายนิดๆไม่ได้

‘เฮ้อ... แฟนเรานี่ซื่อบื้อจริงๆ เมื่อไหร่จะรุกสักทีนะ?’

*****

จบบทที่ บทที่ 542 เล่นกับหัวใจของเด็กสาว

คัดลอกลิงก์แล้ว