- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 540 นัดพบ
บทที่ 540 นัดพบ
บทที่ 540 นัดพบ
หญิงวัยกลางคนเห็นเหตุการณ์ชักจะยืดเยื้อ จึงหันไปรัวภาษาเกาหลีใส่เจียงหยุนเอ๋อร์ชุดใหญ่
หวังฮ่าวหรานฟังไม่รู้เรื่องแม้แต่คำเดียว แต่ดูจากสีหน้าท่าทางที่จริงจังของเธอ ก็พอเดาได้ว่าคงมีธุระด่วนต้องไปทำ จึงเร่งให้เจียงหยุนเอ๋อร์ตัดบท
เจียงหยุนเอ๋อร์พยักหน้ารับคำสั่ง แล้วหันมาโบกมือลาหวังฮ่าวหรานด้วยความอาลัยอาวรณ์
“ฉันมีธุระต้องทำ... ขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ... ไม่รบกวนแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะ” หวังฮ่าวหรานส่งยิ้มละลายใจให้
เจียงหยุนเอ๋อร์ยืนนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยราวกับโดนมนต์สะกดจากรอยยิ้มนั้น
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของฉินฟานได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 900 แต้ม ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -45, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +45!]
ฉินฟานยืนมองภาพบาดตานั้นด้วยความอิจฉาตาร้อนผ่าว กรดในกระเพาะหลั่งออกมาจนแสบท้อง
เจียงหยุนเอ๋อร์เดินจากไป แต่ยังอุตส่าห์หันหลังกลับมามองหวังฮ่าวหรานตาละห้อยอยู่หลายรอบ
จนกระทั่งกลุ่มคนลับสายตาไป ฉินฟานถึงได้เอ่ยปากถามเสียงเขียว
“ฮ่าวหราน... นายชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”
“คุณหมายความว่ายังไง?” หวังฮ่าวหรานแกล้งทำหน้างง
“ก็เมื่อกี้นายยิ้มให้เธอซะขนาดนั้น แถมยังจ้องตาเธอไม่กระพริบอีก” ฉินฟานจับผิด
“ก็ผมคุยกับเธออยู่ จะให้มองเพดานเหรอครับ? มันเป็นมารยาทพื้นฐานนะ” หวังฮ่าวหรานตอบหน้าตาย
“ผมแค่เห็นว่าเธอเล่นหมากล้อมเก่ง เลยอยากผูกมิตรไว้เผื่อขอความรู้เฉยๆ”
“ถ้าสนใจเรื่องหมากล้อม มาถามฉันก็ได้ ไม่เห็นต้องถ่อไปถามคนอื่นให้เสียเวลา” ฉินฟานรีบเสนอหน้า
หวังฮ่าวหรานแอบเบะปากในใจ
‘ไอ้ขี้อิจฉาเอ๊ย... ทนเห็นสาวสวยมองคนอื่นไม่ได้ล่ะสิ’
“คุณเล่นเป็นด้วยเหรอครับ?” หวังฮ่าวหรานแกล้งถามด้วยสายตาดูแคลน
“บอกตามตรงนะ ไอ้หนูจิงลู่ที่เป็นตัวแทนประเทศจีนน่ะ... ลูกศิษย์ฉันเอง” ฉินฟานยืดอกคุยโว หวังจะเห็นแววตาเลื่อมใสจากว่าที่น้องเขย
หวังฮ่าวหรานรู้ทันอยู่แล้ว แต่ก็แกล้งเล่นละครตามน้ำ ทำตาโตเท่าไข่ห่าน
“จริงหรอครับ?! โห... สุดยอดไปเลย! งั้นวันหลังผมคงต้องขอฝากตัวเป็นศิษย์ด้วยคนนะครับ!”
“ได้อยู่แล้ว คนกันเอง” ฉินฟานหัวเราะร่า หลงเชื่อสนิทใจ
“ส่วนเรื่องแม่หนูเจียงหยุนเอ๋อร์นั่นน่ะ... ฉันว่านายอย่าไปยุ่งกับเธอดีกว่า” ฉินฟานเปลี่ยนโหมดเป็นผู้เคร่งขรึม
“ยังไงซะเธอก็เป็นคนต่างชาติ ถือเป็นคู่แข่งของประเทศเรา อยู่ห่างๆไว้ดีกว่า อีกอย่าง... ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูหนานจือ เธอต้องโกรธแน่ๆที่นายไปสนิทสนมกับสาวอื่น”
‘กะจะกันซีนให้ตัวเองไปจีบล่ะสิ ฝันไปเถอะ!’ หวังฮ่าวหรานก่นด่าในใจ แต่ปากตอบรับอย่างว่าง่าย
“จริงด้วยครับ คุณพูดถูก”
ฉินฟานพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วแบมือขอ
“เอาเบอร์เจียงหยุนเอ๋อร์มาให้ฉันหน่อย ฉันมี... เอ่อ... ธุระสำคัญต้องถามเธอนิดหน่อย”
หวังฮ่าวหรานแทบจะหลุดขำ
“ได้ครับ”
หวังฮ่าวหรานบอกเบอร์โทรศัพท์ของเจียงหยุนเอ๋อร์ให้ไปอย่างไม่ลังเล
อยากได้ก็เอาไปสิ... ไม่มีผลอะไรอยู่แล้ว
เจียงหยุนเอ๋อร์โดนเขาตกไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้ฉินฟานมีเบอร์ก็ทำได้แค่ส่งข้อความไปเก้อเท่านั้นแหละ
คิดจะจีบเจียงหยุนเอ๋อร์ตอนนี้? ...รอชาติหน้าเถอะ!
ฉินฟานจดเบอร์ยิกๆ ทวนซ้ำสองรอบเพื่อความชัวร์ แล้วยิ้มแก้มปริจนตาหยี
“ไปดื่มกาแฟกันต่อไหม?” เขาเอ่ยชวนอย่างอารมณ์ดี
“ไม่ล่ะครับ ผมต้องรีบกลับไปเรียน ไว้โอกาสหน้านะครับ” หวังฮ่าวหรานรีบปฏิเสธ
“โอเค งั้นไว้เจอกัน” ฉินฟานตอบรับอย่างรวดเร็ว สายตาจดจ่ออยู่แต่กับหน้าจอมือถือ เตรียมจะส่งข้อความหาสาว
บ่ายวันนั้น
ณ ห้องซ้อมหมากล้อม
เจียงหยุนเอ๋อร์กำลังฝึกซ้อมอย่างหนักกับคู่ต่อสู้ที่ไร้ชีวิตจิตใจ... ปัญญาประดิษฐ์(AI)
ในยุคปัจจุบัน AI หมากล้อมพัฒนาไปไกลมากจนเหนือกว่ามนุษย์แล้ว
เจียงหยุนเอ๋อร์และจิงลู่ แม้จะเป็นอัจฉริยะ แต่เมื่อเจอกับ AI ระดับท็อป ก็ยังแพ้มากกว่าชนะ
แต่ถึงอย่างนั้น การฝึกกับ AI ก็ช่วยพัฒนาฝีมือได้อย่างก้าวกระโดด
การแข่งขันใกล้เข้ามาแล้ว เจียงหยุนเอ๋อร์จึงทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการฝึกซ้อม
แต่ทว่า... วันนี้จิตใจของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
สายตาคอยแต่จะเหม่อลอย นึกถึงรอยยิ้มของชายหนุ่มที่เพิ่งเจอเมื่อตอนกลางวัน
สมาธิหลุดลอย ส่งผลให้เดินหมากผิดพลาดบ่อยครั้ง จนโดน AI ระดับธรรมดาต้อนจนมุมอย่างน่าอนาถ
หวืด... หวืด...
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆสั่นเตือน
ใบหน้าอมทุกข์ของเจียงหยุนเอ๋อร์พลันสว่างวาบขึ้นมาทันที
ปกติเวลาซ้อม เธอจะปิดเครื่องทุกครั้ง
แต่วันนี้... เหมือนมีอะไรดลใจให้เธอเปิดเครื่องทิ้งไว้
เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู...
แต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์แปลกที่ไม่รู้จักส่งข้อความมารัวๆสามสี่ข้อความ ความตื่นเต้นก็มอดดับลง เธอวางโทรศัพท์ลงอย่างไม่ใส่ใจ ไม่คิดจะเปิดอ่านพวกมันด้วยซ้ำ
เธอสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิกลับมาที่กระดานหมาก
แต่ผ่านไปไม่กี่วินาที... โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง
เจียงหยุนเอ๋อร์ขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ ตัดสินใจว่าจะปิดเครื่องหนี
แต่พอกดเปิดหน้าจอขึ้นมา...
ชื่อผู้ส่งข้อความที่ปรากฏอยู่ กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบกระดอนออกมา
‘หวังฮ่าวหราน’
“ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ?”
เจียงหยุนเอ๋อร์อ่านข้อความสั้นๆนั้น แล้วนิ้วมือก็ขยับพิมพ์ตอบกลับไปเองโดยอัตโนมัติราวกับโดนสั่งการจากจิตใต้สำนึก
“ไม่ยุ่งเลยค่ะ” ทั้งที่ความจริงตารางซ้อมแน่นขนัด
หวังฮ่าวหรานได้รับข้อความตอบกลับ ก็เริ่มชวนคุยสัพเพเหระ
จากการสนทนา เขาจับได้ว่าเจียงหยุนเอ๋อร์สนใจในวัฒนธรรมจีนเป็นอย่างมาก
ซึ่งก็ไม่แปลก... เพราะตามพล็อตเดิม เธอต้องลงเอยกับฉินฟานและย้ายมาอยู่กินที่จีนถาวร ความสนใจนี้จึงเป็นเหมือนปูพื้นฐานให้ตัวละคร
เมื่อคุยจนเริ่มสนิทสนมได้ที่ หวังฮ่าวหรานก็เริ่มเข้าเรื่อง
“เมืองชิงหลิงมีสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสวยๆเยอะเลยนะ โดยเฉพาะ ‘ศาลามู่หวาง’ ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นศาลาอันดับหนึ่ง... สนใจให้ผมพาไปเที่ยวชมไหม?”
*****