- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 528 นักเขียนบทลู่ซินอี้
บทที่ 528 นักเขียนบทลู่ซินอี้
บทที่ 528 นักเขียนบทลู่ซินอี้
วันนี้หวังฮ่าวหรานมีเรียนเช้า เขาจึงตื่นแต่เช้าตรู่
หยางจิงว่านยังไม่อยากลุกจากเตียง ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะความอ่อนเพลียที่สะสมมาจาก ‘กิจกรรม’ เมื่อคืน
“ในหมู่บ้านมีร้านอาหารเช้าอยู่นะคะ คุณไปทานก่อนได้เลย ฉันขอตัวนอนต่ออีกหน่อย ไม่ไหวจริงๆค่ะ” เธอบอกด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“โอเค งั้นผมไปก่อนนะ ว่างๆจะมาหาใหม่”
หวังฮ่าวหรานพยักหน้ายิ้มๆ เดินออกจากห้องพัก ลงลิฟต์มายังชั้นล่าง แล้วมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารเช้าตามคำแนะนำ
ถึงจะเป็นสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่ป้ายบอกทางในหมู่บ้านก็ชัดเจน หาได้ไม่ยาก
เพียงไม่กี่นาทีเขาก็มาถึงร้านอาหารที่หยางจิงว่านพูดถึง
ภายในร้านมีลูกค้านั่งอยู่ราวครึ่งหนึ่งของจำนวนโต๊ะทั้งหมด แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
ไม่มีเสียงพูดคุยโหวกเหวกโวยวาย แม้แต่คนที่คุยกันก็ยังกระซิบกระซาบเสียงเบา
บางคนที่ทานเสร็จแล้วก็หยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาวาง ก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานรัวๆ
ดูเหมือนทุกคนกำลังหมกมุ่นอยู่กับการเขียนอะไรสักอย่าง และคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ก็มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว
หวังฮ่าวหรานนึกขึ้นได้ว่าหยางจิงว่านเคยบอกว่า คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่เป็นนักเขียน ก็เลยไม่รู้สึกแปลกใจอีก
เขาสั่งอาหารเช้ามาทานง่ายๆ แล้วเลือกนั่งที่โต๊ะว่างมุมหนึ่ง
ไม่ไกลจากโต๊ะของเขา มีหญิงสาวคนหนึ่งเพิ่งทานเสร็จและกำลังง่วนอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊ก
เธอเป็นผู้หญิงหน้าสดไร้เครื่องสำอาง แต่ผิวพรรณกลับขาวเนียนละเอียด เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา สวยอย่างเป็นธรรมชาติ ระดับความงามน่าจะอยู่ที่ประมาณ 92 คะแนน
เธอกำลังเปิดดูอีเมลที่มีคนส่งสคริปต์บทภาพยนตร์เข้ามา
บทหนึ่งที่ถูกส่งเข้ามาตอนเช้ามืดดึงดูดความสนใจของเธอเป็นพิเศษ
ในฐานะมืออาชีพ เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าบทนี้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการสร้างตัวละครและการดำเนินเรื่องล้วนอยู่ในระดับมาสเตอร์พีซ ถ้าเอาไปสร้างหนัง โอกาสประสบความสำเร็จมีสูงมาก
เธอยอมรับกับตัวเองเลยว่า ต่อให้เป็นตอนท็อปฟอร์มสุดขีด ก็ยังยากที่เธอจะเขียนงานระดับนี้ออกมาได้
เมื่อดูข้อมูลผู้ส่ง ก็พบว่าเป็นนักศึกษาสาวเอกภาษาและวรรณกรรมที่ยังเรียนไม่จบ และส่งมาเพื่อขอคำชี้แนะ
ชัดเจนว่าคนเขียนเป็นมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในวงการ
พอรู้แบบนี้ เธอก็อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้
‘มือใหม่บ้าอะไรเขียนงานได้เทพขนาดนี้?!’
‘แล้วมืออาชีพอย่างฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?’
หลังจากนั่งกลุ้มใจอยู่พักหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจตอบกลับอีเมลฉบับนั้น
เนื้อหาคือขอนัดเจอนักศึกษาสาวเจ้าของผลงานเพื่อพูดคุย
พอกดส่งอีเมลเสร็จ เธอก็พับหน้าจอโน้ตบุ๊กเตรียมตัวจะกลับ
จังหวะที่ลุกขึ้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มโต๊ะข้างๆที่กำลังทานอาหารเช้า
เพียงแค่เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างอันหล่อเหลา หัวใจของเธอก็เต้นรัวแรงราวกับกลองศึก ใบหน้าขาวเนียนเห่อร้อนขึ้นสีแดงระเรื่อ
ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในภวังค์แห่งความรัก... จนถอนตัวไม่ขึ้น
[ติ๊ง! โฮสต์สวมบทบาทเป็นตัวเอกนิยายจีบหนุ่มสำเร็จ กระตุ้นเนื้อเรื่องเสริมของนางเอก ‘กู่อวี้โหรว’, ตัวประกอบหญิง(ว่าที่นางร้าย) ‘ลู่ซินอี้’ ตกหลุมรักโฮสต์ตั้งแต่แรกเห็น ค่าความประทับใจเพิ่มขึ้นเป็น 50 (เริ่มมีใจ)]
หวังฮ่าวหรานที่กำลังเคี้ยวปาท่องโก๋อยู่ถึงกับชะงัก
เขากวาดตามองไปรอบๆ จนไปสะดุดตากับสาวสวยหน้าสดโต๊ะข้างๆที่กำลังจ้องเขาตาไม่กระพริบ
พอรู้ตัวว่าถูกจับได้ สาวเจ้าก็ทำท่าเลิ่กลั่ก ใบหน้ายิ่งแดงก่ำเข้าไปใหญ่
แต่ด้วยความอยากรู้จักหนุ่มหล่อจนตัวสั่น เธอจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยทักทาย
“หน้าไม่คุ้นเลย ไม่เคยเห็นคุณมาก่อน... คุณ... เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอคะ?”
“ผมไม่ได้อยู่ที่นี่” หวังฮ่าวหรานตอบห้วนๆด้วยความงุนงงกับสถานการณ์
[ติ๊ง! โฮสต์สวมบทบาทตัวเอกนิยายจีบหนุ่ม ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องเสริมของนางเอกกู่อวี้โหรว ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม!]
หวังฮ่าวหรานสับสน
‘แค่ตอบห้วนๆไปประโยคเดียวก็ถือว่าขับเคลื่อนเนื้อเรื่องแล้ว?’
แต่พอคิดวิเคราะห์ดูดีๆเขาก็เริ่มเข้าใจ
คาแรคเตอร์ตัวเอกในนิยายจีบหนุ่มมักจะเป็นพวกเย็นชา ปากร้าย ไม่สนโลก แต่จะอบอุ่นอ่อนโยนกับนางเอกแค่คนเดียว
ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอ่อยมาจีบ พี่แกจะเมินใส่แบบไร้เยื่อใย หรือไม่ก็ตอกกลับหน้าหงาย พูดง่ายๆคือเป็น ‘สุนัขผู้ซื่อสัตย์’ ของนางเอกคนเดียวนั่นเอง
เมื่อกี้เขาเผลอตอบห้วนๆไปโดยไม่ตั้งใจ มันเลยไปเข้าแก๊ปคาแรคเตอร์ตัวเอกพอดี ระบบเลยนับว่าเป็นการเดินเรื่อง
และถ้าเดาไม่ผิด... แม่สาว ‘ลู่ซินอี้’ คนนี้คงเป็นศัตรูหัวใจของกู่อวี้โหรวในเส้นเรื่องหลัก
แต่ก็นะ... เรียกว่า ‘ศัตรูหัวใจ’ ก็คงให้เกียรติเกินไป เพราะดูทรงแล้วคงไม่มีปัญญาไปสู้รบปรบมือกับนางเอกได้หรอก
ลู่ซินอี้มีหน้าที่แค่เป็น ‘ตัวเปรียบเทียบ’ เพื่อชูให้เห็นว่าตัวเอกรักนางเอกมากแค่ไหน
ลู่ซินอี้รักตัวเอกแทบตาย ถวายหัวให้ แต่ตัวเอกกลับเมินเฉยไม่เห็นค่า
ความรักแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น จนกลายเป็นนางร้ายคอยกลั่นแกล้งนางเอก
มิน่าล่ะ... ในวงเล็บหลังชื่อถึงระบุว่าเป็น ‘ว่าที่นางร้าย’
แสดงว่าตอนนี้เธอยังเป็นแค่ตัวประกอบ แต่พอเห็นตัวเอก (ซึ่งก็คือเขา) ไปสนิทสนมกับกู่อวี้โหรวเมื่อไหร่... บทบาทของเธอจะเปลี่ยนเป็นนางร้ายทันที
พอเปลี่ยนบทปุ๊บ เส้นเรื่องเสริมก็จะกลายเป็นเส้นเรื่องหลัก
และนั่นหมายความว่า... มหากาพย์ดราม่าน้ำเน่าความยาวพันตอนกำลังจะเริ่มขึ้น!
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ หวังฮ่าวหรานก็ตัดสินใจเล่นตามบท
ลู่ซินอี้เห็นท่าทีเย็นชาของเขา แทนที่จะถอดใจ กลับยิ่งรู้สึกท้าทาย
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อลู่ซินอี้... แล้วคุณล่ะคะ?”
“ไสหัวไป” หวังฮ่าวหรานสวมวิญญาณตัวเอกปากร้าย ตวาดไล่เสียงเย็น
[ติ๊ง! โฮสต์สวมบทบาทตัวเอกนิยายจีบหนุ่ม ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องเสริมของนางเอกกู่อวี้โหรว ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม!]
แต้มไหลมาเทมาตามคาด
“คุณ... ทำไมหยาบคายขนาดนี้”
ลู่ซินอี้หน้าเสีย เสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า
“ฉันไม่ชอบคุยกับผู้หญิงแปลกหน้า ก่อนที่ฉันจะโมโห... ไสหัวไปซะ” หวังฮ่าวหรานยังคงคีพลุคตัวเอกมาดดุ ไล่ตะเพิดซ้ำสอง
[ติ๊ง! โฮสต์สวมบทบาทตัวเอกนิยายจีบหนุ่ม ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องเสริมของนางเอกกู่อวี้โหรว ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม ออร่านางเอกของกู่อวี้โหรว -15, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +15!]
หวังฮ่าวหรานแอบทึ่งในใจ
‘การปั๊มแต้มมันง่ายขนาดนี้เลย?’
ที่น่าทึ่งกว่าคือ... ยัยลู่ซินอี้คนนี้ แทนที่จะโกรธแล้วเดินหนีหลังจากโดนด่า กลับดูเหมือนจะ ‘ชอบใจ’ ซะงั้น?
หวังฮ่าวหรานถึงกับพูดไม่ออก
ผู้หญิงในนิยายแนวนี้... เป็นมาโซคิสต์ชอบโดนด่าหรือไง?
ถ้าเป็นผู้หญิงปกติ เจอผู้ชายไล่ตะเพิดว่า ‘ไสหัวไป’ สองรอบติด ต่อให้หล่อลากไส้แค่ไหนก็คงด่าสวน หรือไม่ก็เดินสะบัดก้นหนีไปแล้ว
ใครมันจะไปทนไหว?
แต่ลู่ซินอี้กลับทนได้... แถมดูเหมือนจะยิ่งหลงใหลในความ ‘เลว’ ของเขามากขึ้นไปอีก
“ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้คุณเลยนะ... ทำไมต้องไล่กันขนาดนี้ด้วย?” ลู่ซินอี้ถามเสียงอ่อน แววตาตัดพ้อระคนเว้าวอน
หวังฮ่าวหรานเงียบไปครู่หนึ่ง
เริ่มหมดมุก... จะให้ไล่ตะเพิดรอบที่สามมันก็ดูซ้ำซากจำเจ
ในสถานการณ์แบบนี้... ตัวเอกจอมเย็นชาเขาต้องทำยังไงกันต่อนะ?
*****