- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 522 หลินโม่ผู้เปลี่ยนไป
บทที่ 522 หลินโม่ผู้เปลี่ยนไป
บทที่ 522 หลินโม่ผู้เปลี่ยนไป
“ถ้าอย่างนั้นเชิญผู้ช่วยหลินตามสบาย ผมไม่รบกวนแล้ว” หวังฮ่าวหรานส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของฉิวเฉียนเว่ย
การจับตาดูความเคลื่อนไหวของหลินโม่ไม่จำเป็นต้องยืนเฝ้าข้างๆเสมอไป การนั่งเฝ้าผ่าน ‘ตาทิพย์’ ที่ห้องฉิวเฉียนเว่ยก็ได้เหมือนกัน
ที่นั่นมีเก้าอี้ทำงานนุ่มๆให้นั่ง สบายกว่ายืนขาแข็งอยู่ที่นี่ตั้งเยอะ
คำพูดทิ้งท้ายของหวังฮ่าวหรานสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับหลินโม่ไม่น้อย
เมื่อกี้เขากำลังเล่นเปียโนอยู่ดีๆ พอหวังฮ่าวหรานโผล่มาปุ๊บ มือเขาก็เป็นตะคริวปั๊บ
หรือว่า... เรื่องนี้จะเกี่ยวกับหวังฮ่าวหราน?
หลินโม่ตั้งข้อสงสัย แต่ไม่นานก็ถูกปัดตก เพราะมันดูไร้สาระเกินไปหน่อย เพราะหวังฮ่าวหรานไม่ได้แตะตัวเขาเลยแม้แต่ปลายเล็บ
แต่ถึงอย่างนั้น ระดับความระมัดระวังตัวของเขาก็พุ่งสูงขึ้น
เขารู้ดีว่าหวังฮ่าวหรานจ้องจะเล่นงานเขา
เรื่องที่เขาไม่ได้สอนหนังสือก็เพราะฝีมือของหมอนี่ไม่ใช่เหรอ?
ในเมื่อเล่นเปียโนต่อไม่ได้แล้ว ฝูงชนที่มุงดูก็เริ่มทยอยสลายตัวไป
ไม่นานนัก ในห้องก็เหลือเพียงหูจุ้ยเซียงกับลูกศิษย์ของเธอ
ลูกศิษย์พวกนี้ช่างรู้งาน เห็นบรรยากาศเป็นใจก็รีบขอตัวแยกย้าย เปิดโอกาสให้อาจารย์ได้อยู่กับหนุ่มสองต่อสอง
หูจุ้ยเซียงดีใจจนเนื้อเต้น
ส่วนหลินโม่นั้น... รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
แต่ด้วยความที่ต้องการจะเกาะบารมีหูจุ้ยเซียงเพื่อต่อกรกับหวังฮ่าวหราน เขาจึงต้องกัดฟันฝืนทนอยู่ต่อ
หูจุ้ยเซียงเอ่ยปากขอแลกช่องทางติดต่อ
หลินโม่ย่อมไม่ปฏิเสธ เขาหยิบมือถือขึ้นมาให้เธอสแกนคิวอาร์โค้ด
“อาจารย์หลิน มือคุณยังสั่นอยู่เลย เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ?” หูจุ้ยเซียงสังเกตเห็นอาการสั่นเทาเล็กน้อยที่ปลายนิ้วของเขาจึงถามด้วยความห่วงใย
“คงเป็นเพราะไม่ได้จับเปียโนมานาน พอกลับมาเล่นเพลงเร็วๆนิ้วเลยปรับสภาพไม่ทันน่ะครับ” หลินโม่แถไปเรื่อย
“มือของนักเปียโนสำคัญมากนะคะ ต้องดูแลให้ดี ฉันเล่นเปียโนบ่อยๆก็เคยเจอปัญหาแบบนี้ เดี๋ยวฉันนวดให้ รับรองดีขึ้นแน่นอน” หูจุ้ยเซียงเสนอตัวด้วยรอยยิ้ม
“มะ... ไม่เป็นไรครับ ไม่รบกวนดีกว่า” หลินโม่รีบปฏิเสธ พยายามไม่มองหน้าบานๆของเธอเพราะกลัวจะอาเจียนออกมา
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ เชื่อฉันสิ ฉันนวดเก่งนะ” เมื่อปลอดคน หูจุ้ยเซียงก็รุกหนัก คว้ามือหลินโม่มานวดทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต
หลินโม่แทบอยากจะร้องไห้ แต่เพราะต้องพึ่งพาเธอ จึงไม่กล้าสะบัดมือทิ้ง
“เมื่อกี้ได้ยินนักศึกษาเรียกคุณว่าผู้ช่วยสอน คุณเป็นแค่ผู้ช่วยสอนที่คณะบริหารธุรกิจจริงๆเหรอคะ?” หูจุ้ยเซียงถามขณะนวดนิ้วให้เขาอย่างเพลิดเพลิน
ในสายตาของเธอ คนที่มีฝีมือระดับนี้อย่างน้อยก็น่าจะเป็นถึงรองศาสตราจารย์ การที่เขาเป็นแค่ผู้ช่วยสอนจึงทำให้เธอแปลกใจมาก
“ใช่ครับ เป็นแค่ผู้ช่วยสอน... แถมยังเป็นผู้ช่วยสอนที่ไม่มีโอกาสได้ขึ้นสอนด้วย” หลินโม่ถือโอกาสฟ้อง
“ทำไมล่ะคะ?” หูจุ้ยเซียงซักไซ้
“ก็เพราะไอ้หนุ่มไฮโซที่คุยกับผมเมื่อกี้นั่นแหละครับ ก่อนหน้านี้ผมมีเรื่องขัดแย้งกับเขานิดหน่อย เขาเลยแกล้งป่วนในคาบเรียนจนผมสอนไม่ได้” หลินโม่ใส่ไฟเต็มที่
“แล้วที่ปรึกษาที่ดูแลคุณล่ะ? ไม่ทำอะไรเลยเหรอ?”
“บ้านหมอนั่นมีอิทธิพลมากครับ ไปกดดันจนศาสตราจารย์เองก็ทำอะไรไม่ได้”
“ลูกเศรษฐีแล้วไง? คิดว่าจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!” หูจุ้ยเซียงแค่นเสียงฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะประกาศกร้าว
“เรื่องนี้ฉันจัดการเอง รับรองว่าฉันจะช่วยให้คุณกลับมาสอนได้ตามปกติแน่นอน”
“จริงเหรอครับ? ขอบคุณมากครับอาจารย์หู!” หลินโม่ดีใจจนเนื้อเต้น
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ... จริงๆแล้ว พอฉันเห็นหน้าคุณครั้งแรกก็รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเรารู้จักกันมานาน... บางที นี่อาจจะเรียกว่า... บุพเพสันนิวาสก็ได้นะคะ”
หูจุ้ยเซียงกุมมือหลินโม่แน่น ส่งสายตาหวานเยิ้มสื่อความนัย
หลินโม่เหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง “ฮะๆ... อาจารย์อย่าล้อเล่นสิครับ”
“ฉันพูดจริงนะ ดูสิ เราชอบเล่นเปียโนเหมือนกัน คุยภาษาเดียวกัน ถ้าเราได้คบหากัน ต้องเข้ากันได้ดีมากแน่ๆ เหมือนกิ่งทองใบหยกเลยล่ะ!”
ด้วยความที่เป็นสาวโสดขึ้นคานมานาน หูจุ้ยเซียงจึงไม่อ้อมค้อมเหนียมอายเหมือนสาวน้อยวัยรุ่น ชอบก็บอกว่าชอบ รุกก็รุกให้สุด
หลินโม่โดนลวนลามทางสายตาและวาจาจนขนลุกขนพอง อยากจะสะบัดมือทิ้งแล้วตะโกนใส่หน้าว่า ‘ฝันไปเถอะป้า!’
แต่เพื่อแผนการยืมมีดฆ่าคน เขาต้องกล้ำกลืนฝืนทน
“เอ่อ... คือ... มันเร็วไปหน่อย ผมปรับตัวไม่ทัน...” หลินโม่พยายามบ่ายเบี่ยงอย่างนุ่มนวลที่สุด เพื่อรักษาสถานะ ‘พันธมิตร’ เอาไว้
“งั้นหมายความว่า... คุณเองก็มีใจให้ฉันเหมือนกันใช่ไหมคะ? แค่ต้องการเวลาปรับตัว... แบบนั้นใช่ไหม?” หูจุ้ยเซียงตาลุกวาวราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว
“กะ... ก็ประมาณนั้นแหละ” หลินโม่กัดฟันตอบรับแบบขอไปที
...
ณ ห้องทำงานของฉิวเฉียนเว่ย
หวังฮ่าวหรานที่แอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านตาทิพย์ถึงกับหลุดขำออกมาดังลั่น
ไอ้หลินโม่นี่มันทุ่มทุนสร้างจริงๆ ถึงขนาดเอาตัวเข้าแลก ยอมขายเรือนร่างเพื่อเอาชนะเขา
เดิมทีหวังฮ่าวหรานกะว่าจะให้เจียงเกาเสวียนจัดหนักชุดใหญ่ให้หลินโม่แบบเดียวกับที่เคยทำกับลู่เฉิน แต่พอเห็นฉากรักสุดสยองขวัญระหว่างหลินโม่กับหูจุ้ยเซียง... เขาก็เปลี่ยนใจ
ชื่อเสียงกิตติศัพท์ของหูจุ้ยเซียง เขาพอจะเคยได้ยินมาบ้าง
สาวทึนทึกอายุสามสิบห้าที่กำลังอยู่ในช่วงวัย ‘เสือป่าหิวกระหาย’...
แผนการชั่วร้ายบทใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของหวังฮ่าวหราน
...
เวลาล่วงเลยไป เสียงออดบอกเวลาเข้าเรียนภาคบ่ายคาบแรกดังขึ้น
หวังฮ่าวหรานออกจากห้องพักอาจารย์ มุ่งหน้าไปห้องเรียนที่ตึกคณะบริหารธุรกิจ
หลังจากจบคลาสแรก
หวังฮ่าวหรานถูกหลิวเยว่เรียกตัวไปพบที่ห้องพักอาจารย์
“นายโดนเบื้องบนเพ่งเล็งแล้ว มีคำสั่งลงมาว่า ถ้ายังขืนป่วนห้องเรียนอีกจะไล่ออกทันที” หลิวเยว่แจ้งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
หวังฮ่าวหรานคาดไว้อยู่แล้วจึงไม่ตกใจอะไร ตอบกลับเรียบๆว่า
“เข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่จะให้หลินโม่เข้าสอน ช่วยดึงเวลาไว้ให้ถึงพรุ่งนี้ได้ไหม?”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา” หลิวเยว่พยักหน้ารับ
ก๊อก ก๊อก
สิ้นเสียงสนทนา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เชิญ” หลิวเยว่เอ่ยอนุญาต
หลินโม่ผลักประตูเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อเห็นหวังฮ่าวหรานอยู่ที่นี่ เขาก็ไม่ได้แปลกใจ
เพราะเดาได้อยู่แล้วว่าหวังฮ่าวหรานต้องโดนเรียกมาตักเตือนเรื่องระเบียบวินัย
“ศาสตราจารย์หลิว เรื่องการเข้าสอนของผมคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วสินะครับ?” หลินโม่ถามด้วยรอยยิ้มกระชากใจ
ใช่แล้ว... หลินโม่หล่อขึ้น!
ทั้งหน้าตาและบุคลิกภาพดูดีขึ้นผิดหูผิดตา
สาเหตุก็มาจาก ‘ค่าการยอมรับ’ มหาศาลที่กอบโกยมาได้จากการโชว์เล่นเปียโนนั่นเอง
นอกจากจะเอาไปอัปเกรด ‘ความเป็นชาย’ จนเหนือมนุษย์แล้ว เขายังแบ่งแต้มมาอัปเกรดหน้าตาและบุคลิกภาพด้วย
จากที่เคยดูธรรมดาจืดชืด ตอนนี้เขากลายเป็นหนุ่มหล่อมาดเท่ไปแล้ว
แม้แต่หลิวเยว่เห็นแล้วยังอดตะลึงไม่ได้
*****