เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 520 กอบโกยแต้มอย่างบ้าคลั่ง

บทที่ 520 กอบโกยแต้มอย่างบ้าคลั่ง

บทที่ 520 กอบโกยแต้มอย่างบ้าคลั่ง


เสียงปรบมือเกรียวกราวและเสียงชื่นชมดังกึกก้องไปทั่วห้องซ้อมเปียโนในตึกคณะดุริยางคศิลป์

นี่คือผลตอบรับจากการบรรเลงเปียโนบทเพลงใหม่ของหลินโม่

หลินโม่ยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู เพราะรอบนี้เขาโกย ‘ค่าการยอมรับ’ เข้ากระเป๋าได้อีกก้อนโต

และคนที่ดูจะมีความสุขไม่แพ้หลินโม่ก็คืออาจารย์สาว ‘เสียงนางฟ้าหน้าอัปลักษณ์’ คนนั้น

“ฉันแซ่หู ชื่อหูจุ้ยเซียงค่ะ แล้วคุณล่ะ?” อาจารย์สาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนเขินอาย

ได้ยินชื่อนี้ หลินโม่ก็ชะงักไป ข้อมูลบางอย่างในความทรงจำผุดขึ้นมา

‘หูจุ้ยเซียง... นี่มันตำนานสาวทึนทึก... เอ้ย สาวโสดขึ้นคานประจำมหาลัยชิงหลิงไม่ใช่เหรอ?’

ตามข่าวลือ เธออายุอานามปาเข้าไปสามสิบห้าสามสิบหกแล้ว แต่ยังครองตัวเป็นโสด ไม่เคยแม้แต่จะมีแฟน

บรรดาอาจารย์หนุ่มโสดในมหาวิทยาลัยต่างพากันเดินหนีเมื่อเห็นเธอ แต่เขากลับเสนอหน้าเข้ามาหาเรื่องใส่ตัวซะงั้น

และที่ซวยไปกว่านั้น... ดูเหมือนว่าสกิลเปียโนเทพๆของเขาจะไปกระตุกต่อมความสนใจของยัยอัปลักษณ์นี่เข้าให้แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่รุกถามชื่อเสียงเรียงนามขนาดนี้

ใจจริงหลินโม่ไม่อยากตอบ แต่ด้วยมารยาททางสังคม เขาจึงจำใจบอกไป

“ผมชื่อหลินโม่ครับ”

“สวัสดีค่ะอาจารย์หลิน” หูจุ้ยเซียงยื่นมืออูมๆออกมาพร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่ทำให้ดวงตาตี่ๆของเธอหายวับไปกับแก้ม

หลินโม่แทบจะเบือนหน้าหนี แต่ก็ต้องฝืนยิ้มยื่นมือไปจับ

“สวัสดีครับ”

หูจุ้ยเซียงกุมมือเขาแน่นไม่ยอมปล่อย แถมยังลูบไล้เบาๆเหมือนจงใจแต๊ะอั๋ง สายตาจับจ้องเขาไม่วางตา

นักศึกษารอบๆเห็นฉากนี้เข้าก็พากันมองหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะเริ่มส่งเสียงแซว บางคนถึงขั้นตะโกนถาม

“อาจารย์หลินโสดหรือเปล่าครับ?”

หลินโม่ทำหูทวนลมกับคำถามพวกนั้น เขาพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมอันเหนียวแน่นของหูจุ้ยเซียง

บรรยากาศรอบตัวเริ่มทำให้เขารู้สึกอึดอัด

เดิมทีเขาแค่กะมาโชว์เทพเรียกคะแนน แต่ไหงกลายเป็นเป้าให้นักศึกษาจับคู่จิ้นกับยัยป้านี่ไปได้?

หลินโม่อยากจะชิ่งหนีออกจากห้องซ้อมเดี๋ยวนี้เลย แต่ก็เสียดาย ‘ค่าการยอมรับ’ ที่ยังกอบโกยได้ไม่จุใจ

“ฝีมือเปียโนของอาจารย์หลินยอดเยี่ยมจนน่าทึ่งจริงๆค่ะ เมื่อกี้ฉันยังฟังไม่จุใจเลย รบกวนเล่นอีกสักสองสามเพลงได้ไหมคะ?” หูจุ้ยเซียงเอ่ยปากขอ

“นั่นสิครับอาจารย์หลิน เล่นต่อเถอะครับ”

“เห็นด้วยๆ”

“อาจารย์หูของเรายังโสดอยู่นะครับ”

“ใช่ๆ เล่นจีบ... เอ้ย เล่นโชว์อีกสักเพลงเถอะครับ”

หลินโม่ยังไม่ทันตอบ นักศึกษาก็พากันเชียร์ยกใหญ่ แต่เสียงเชียร์พวกนั้นดันมีประโยคทะแม่งๆปนมาด้วย ฟังแล้วหลินโม่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

‘พวกเอ็งนี่มันชอบดูความชิบหายของคนอื่นจริงๆ ฉันอาจจะไม่ได้หล่อลากดิน แต่หน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้ แถมยังมีดีกรีเป็นผู้ช่วยสอน รสนิยมฉันคงไม่ตกต่ำถึงขนาดไปคว้ายัยป้าขึ้นคานอย่างหูจุ้ยเซียงมาทำเมียหรอกโว้ย!’

แต่ก็นะ เด็กพวกนี้เป็นลูกศิษย์ของหูจุ้ยเซียง ย่อมต้องเอาใจอาจารย์ตัวเองเป็นธรรมดา

หลินโม่ตั้งท่าจะลุกหนี แต่จู่ๆก็นึกขึ้นได้ถึงข้อมูลสำคัญบางอย่าง

หูจุ้ยเซียงคนนี้ นอกจากจะเป็นอาจารย์สอนดนตรีแล้ว เธอยังมีตำแหน่งเป็นถึง ‘รองอธิการบดี’ ของมหาวิทยาลัยชิงหลิง แถมทางบ้านยังมีอิทธิพลในวงการการศึกษาอีกด้วย

อำนาจการตัดสินใจในมหาวิทยาลัยของเธอนั้นสูงมาก คำพูดของเธอมีน้ำหนักยิ่งกว่าพวกศาสตราจารย์เสียอีก

ในเมื่อทางหลิวเยว่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะให้เขาเริ่มสอนเมื่อไหร่ ถ้าเขาสามารถดึงหูจุ้ยเซียงมาเป็นพวก เขาก็อาจจะใช้บารมีของเธอไปกดดันหวังฮ่าวหรานได้

ถึงหวังฮ่าวหรานจะเป็นลูกเศรษฐี แต่ก็ใช่ว่าจะบงการฟ้าดินได้ทุกเรื่อง

ถ้าผูกมิตรกับหูจุ้ยเซียงได้ เขาก็จะได้ยืมมือเธอมาจัดการปัญหา!

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินโม่ก็ล้มเลิกความคิดที่จะหนี

“ก็ได้ครับ... งั้นผมขอเล่นอีกสักสองสามเพลงแล้วกัน”

เพื่อ ‘ค่าการยอมรับ’ และ ‘คอนเน็กชั่น’ กับหูจุ้ยเซียง เขาต้องยอมเสียสละ!

สิ้นเสียงตอบรับ เสียงโห่ร้องเชียร์ก็ดังกระหึ่มอีกครั้ง

นักศึกษาหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าหลินโม่อยากอยู่ต่อเพื่อสานสัมพันธ์กับหูจุ้ยเซียง

แม้แต่ตัวหูจุ้ยเซียงเองก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น

ใบหน้าอันหมองคล้ำและหยาบกร้านของเธอเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย

หลินโม่เหลือบไปเห็นแวบหนึ่งถึงกับหนังศีรษะชาวาบ รีบเบนสายตากลับมาที่เปียโนแทบไม่ทัน

เขารวบรวมสมาธิ พลิกหน้าโน้ตเพลง เลือกเพลงปราบเซียนเพลงใหม่ขึ้นมาบรรเลง

เสียงดนตรีอันไพเราะพลิ้วไหวดังกังวานขึ้นอีกครั้ง

เนื่องจากประตูห้องเปิดอยู่ เสียงเปียโนจึงลอยล่องออกไป ดึงดูดนักศึกษาคณะดุริยางคศิลป์ให้เข้ามาร่วมมุงดูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับคนทั่วไปอาจจะแค่ฟังแล้วรู้สึกเพราะ แต่สำหรับนักศึกษาเอกดนตรี พวกเขาฟังออกทันทีว่าคนเล่นมีฝีมือระดับเทพ

ระดับนี้... คงมีแต่ศาสตราจารย์เทพธิดาประจำคณะเท่านั้นแหละที่ทำได้

นักศึกษาที่เดินผ่านไปมาต่างคิดเช่นนั้น

แต่พอเดินเข้ามาดู กลับพบว่าคนเล่นไม่ใช่ศาสตราจารย์คนสวย แต่เป็นชายหนุ่มแปลกหน้า

ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความสนใจของฝูงชนลดน้อยลงเลย

ฉิวเฉียนเว่ยที่เพิ่งงีบหลับพักสายตาในห้องพักอาจารย์เดินออกมาสูดอากาศข้างนอก

เสียงเปียโนที่แว่วมาเข้าหูดึงดูดความสนใจของเธอเช่นกัน เพียงแต่ปฏิกิริยาของเธอไม่ได้ตื่นเต้นเท่าพวกนักศึกษา

ประการแรก ฝีมือเปียโนของเธอเหนือกว่าคนผู้นี้

ประการที่สอง เธอเคยสัมผัสกับ ‘ทักษะเปียโนระดับเทพเจ้า’ ที่สมบูรณ์แบบและเหนือชั้นกว่านี้มาแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่าใครเป็นบรรเลง

เพราะสอนอยู่ที่นี่มานาน ไม่เคยเห็นนักศึกษาหรืออาจารย์คนไหนมีฝีมือระดับนี้มาก่อน

‘ใครกันนะ?’

ด้วยความสงสัย ฉิวเฉียนเว่ยจึงเดินตามเสียงเพลงไป

ไม่นานเธอก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องซ้อมดนตรี

เป็นจังหวะเดียวกับที่โน้ตตัวสุดท้ายจบลง เสียงปรบมือเกรียวกราวดังสนั่นห้อง

ฉิวเฉียนเว่ยชะโงกหน้าเข้าไปดู พบว่าคนมุงกันแน่นขนัดจนมองไม่เห็นตัวผู้บรรเลง

เธอไม่อยากเบียดเสียดเข้าไป แต่ความอยากรู้ก็ยังคุกรุ่น ประจวบเหมาะกับที่มีนักศึกษาชายคนหนึ่งกำลังเบียดตัวออกมาพอดี เธอจึงเอ่ยถาม

“ขอโทษนะนักศึกษา คนที่เล่นเปียโนข้างในคือใครเหรอ?”

ได้ยินเสียงหวานใส หลิ่วฮวาเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นว่าเป็นใคร เขาก็หลุดปากเรียกออกไปโดยสัญชาตญาณ

“สวัสดีครับพี่สะใภ้ใหญ่!”

“คะ?!” ฉิวเฉียนเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาด

“เอ้ย! สวัสดีครับศาสตราจารย์ฉิว” หลิ่วฮวารีบแก้คำพูดจนลิ้นแทบพันกัน

ลูกพี่หวังฮ่าวหรานเคยกำชับไว้ว่าดาวมหาลัยกับศาสตราจารย์เทพธิดาทุกคนห้ามพวกเขายุ่งเกี่ยว ให้ปฏิบัติเหมือนเป็น ‘พี่สะใภ้’ หลิ่วฮวาที่สมองเบลอๆเลยเผลอหลุดปากไป

หลังจากตั้งสติได้ เขาจึงตอบคำถาม “คนเล่นเปียโนชื่อหลินโม่ครับ เป็นผู้ช่วยสอนคณะบริหารธุรกิจ”

ฉิวเฉียนเว่ยเลิกคิ้วแปลกใจ ผู้ช่วยสอนคณะบริหารธุรกิจเล่นเปียโนได้เก่งขนาดนี้เชียว? แปลกประหลาดดีแท้

“ขอบคุณที่บอกนะ”

“ครับผม งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” หลิ่วฮวารีบขอตัวแล้วจ้ำอ้าวออกมา

พอพ้นระยะสายตา เขาก็รีบควักมือถือโทรหาลูกพี่ทันที

“ลูกพี่! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! ไอ้หลินโม่มันไม่ได้ไปโชว์พาวที่สนามบาส แต่ดันโผล่มาโชว์เทพเล่นเปียโนอยู่ที่ตึกคณะดนตรี!”

ทันทีที่ปลายสายรับ หลิ่วฮวาก็รีบรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

*****

จบบทที่ บทที่ 520 กอบโกยแต้มอย่างบ้าคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว