- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 518 การลงทุนของหลินโม่
บทที่ 518 การลงทุนของหลินโม่
บทที่ 518 การลงทุนของหลินโม่
จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่ตกลงคบหากับจัวชิวเฉินอวี้ เขาก็ทิ้งๆขว้างๆเธอมาตลอด ไม่เคยพาไปเดตหรือกินข้าวด้วยกันสักมื้อเดียว
ไม่แปลกที่เธอจะน้อยใจและแสดงอาการตัดพ้อออกมาขนาดนี้
หวังฮ่าวหรานเองก็รู้สึกผิดอยู่บ้างเล็กน้อย ในเมื่อใช้งานเธอสารพัด ก็ควรจะปลอบขวัญให้กำลังใจกันบ้างตามสมควร
คิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงเอ่ยปาก
“ถ้าจำไม่ผิด เหมือนเธอจะติดหนี้เดิมพันฉันอยู่อย่างหนึ่งใช่ไหม?”
“ผ่านไปตั้งกี่เดือนแล้ว เพิ่งจำได้เหรอ?” จัวชิวเฉินอวี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขมขื่นปนตัดพ้อ
“เธอว่างไหม?” หวังฮ่าวหรานถามต่อ
“ต่อให้ไม่ว่างฉันก็จะหาเวลาจนได้แหละ... ว่าแต่คุณเถอะ พ่อคนธุระเยอะ จะมีเวลาให้ฉันจริงๆเหรอ?” จัวชิวเฉินอวี้ดีใจจนเนื้อเต้น แอบมีความหวังขึ้นมา
“ส่งโลเคชั่นมา เดี๋ยวฉันไปหา” พูดจบ หวังฮ่าวหรานก็กดวางสายทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับ
กริ๊งงงง!
เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้น
นักศึกษาคนอื่นๆต่างทยอยเดินกลับเข้าห้องเรียน แต่หวังฮ่าวหรานกลับเดินตรงดิ่งไปยังห้องพักอาจารย์ของหลิวเยว่
เขาผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ
หลิวเยว่ที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจงานอยู่บนโต๊ะ ไม่ต้องเงยหน้ามองก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร
เพราะมีแค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่กล้าบุกรุกห้องทำงานเธอโดยไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้
เพียงแต่... ครั้งนี้หลิวเยว่กลับรู้สึกประหม่าขึ้นมาชอบกล
“นี่นายเป็นบ้าเหรอ? มาหาฉันเวลานี้ไม่กลัวคนเขาเอาไปนินทาจนชื่อเสียงฉันป่นปี้หรือไง?”
หลิวเยว่บ่นอุบด้วยความเขินอายปนโมโห แต่พอนึกขึ้นได้ว่าไหนๆเขาก็มาแล้ว จะไล่กลับก็กระไรอยู่ เธอจึงเปลี่ยนท่าที
“ช่างเถอะ... ล็อกประตูซะสิ”
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากหลังโต๊ะทำงาน
เมื่อไร้สิ่งกีดขวาง เรียวขายาวสวยภายใต้ถุงน่องสีดำที่โผล่พ้นชายกระโปรงรัดรูปก็ปรากฏแก่สายตา
ทรงผมลอนใหญ่สลวย เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะปังตามแบบฉบับสาววัยทำงาน... นี่คือลุค ‘เจ๊ใหญ่’ ที่สมบูรณ์แบบ
ทว่า... หวังฮ่าวหรานไม่ได้มาหาเธอเพื่อเรื่องอย่างว่า
“ศาสตราจารย์หลิว ผมมาขอลา” หวังฮ่าวหรานพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางจริงจัง
หลิวเยว่ชะงักเล็กน้อย รู้สึกหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เธอตวัดสายตาค้อนขวับ กลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ ปั้นหน้าเคร่งขรึมวางมาดอาจารย์ทันควัน
“ทำไมถึงลาหยุดบ่อยนัก? จะไปทำอะไร?”
“พ่อผมป่วย ต้องรีบไปดูใจ... เอ้ย ดูอาการท่าน” หวังฮ่าวหรานปั้นน้ำเป็นตัวหน้าตาเฉย
เดิมทีหลิวเยว่ตั้งใจจะเล่นตัวสักหน่อย แต่พอได้ยินเหตุผล สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที
“คุณลุงป่วยเหรอ? งั้นรีบไปเถอะ ฉันจะจัดการเรื่องใบลาให้ ฝากความเป็นห่วงถึงคุณลุงด้วยนะ...”
พูดไปได้ครึ่งประโยค เธอก็นึกขึ้นได้ว่าสถานะของตัวเองไม่ใช่ ‘ตัวจริง’ จึงรีบแก้คำพูด
“ฝากบอกคุณลุงด้วยว่า... น้องเจ็ดเป็นห่วง ขอให้หายไวๆ”
“ขอบคุณครับศาสตราจารย์หลิว ลาก่อนนะ” หวังฮ่าวหรานโบกมือลาแล้วรีบชิ่งออกจากห้องทันที
หลังหวังฮ่าวหรานจากไปได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูห้องพักอาจารย์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เป็นหลินโม่ที่มาเยือน
“ศาสตราจารย์หลิว เรื่องที่ผมขอทดลองสอนพอจะมีหวังบ้างไหมครับ?” หลินโม่ถามด้วยความคาดหวัง
“ฉันยังกล่อมหวังฮ่าวหรานไม่สำเร็จ ตอนนี้คงยังให้คุณสอนไม่ได้” หลิวเยว่ตอบตามตรง แต่ก็ไม่วายขายฝันให้ความหวัง
“แต่อย่าเพิ่งถอดใจนะ ยังไงก็ต้องมีโอกาสให้คุณได้สอนแน่ ลูกศิษย์ปริญญาโทในความดูแลของฉันไม่เคยมีใครไม่ได้เป็นอาจารย์หรอก”
หลินโม่เห็นท่าทางจริงจังของหลิวเยว่ก็หลงเชื่อสนิทใจ รีบกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณศาสตราจารย์หลิวมากครับที่ช่วยเป็นธุระให้”
“เรื่องแค่นี้เอง หน้าที่ของฉันอยู่แล้ว” หลิวเยว่ตอบเสียงเรียบ
เมื่อเห็นว่าหลิวเยว่ต้องทำงานต่อ หลินโม่จึงไม่กล้ารบกวน ขอตัวลากลับ
หลินโม่เดินออกจากห้องด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
แม้หลิวเยว่จะรับปาก แต่ก็ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน เขาไม่รู้เลยว่าจะได้เริ่มสอนเมื่อไหร่
สำหรับเขาแล้ว การได้สอนหนังสือเป็นเรื่องเร่งด่วนมาก
เพราะช่วงนี้เขาเพิ่งค้นพบความผิดปกติบางอย่างของร่างกาย...
ตอนแรกเขานึกว่าแค่เครียดหรือพักผ่อนน้อย แต่หลังจากลองเปิดหนังผู้ใหญ่ดูไปหลายสิบนาที... ‘เจ้านั่น’ กลับยังคงสงบนิ่งไม่ไหวติง เขาเลยรู้ตัวแล้วว่างานเข้า
นี่มัน ‘เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ’ ชัดๆ!
แต่หลินโม่กลับไม่ได้เอะใจเลยว่าตัวเองถูกวางยา เขาปักใจเชื่อว่าเป็นเพราะร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป
เพราะตอนที่เขาทะลุมิติเข้ามาสิงร่างนี้ เจ้าของร่างเดิมก็มีอาการเหมือนคนใกล้ตายอยู่แล้ว ร่างกายจะพังพินาศขนาดนี้ก็ไม่แปลก
เมื่อรู้ปัญหา หลินโม่ก็อยากจะรีบแก้ไข
แต่ความคิดแรกของเขาไม่ใช่การไปหาหมอ
โรคแบบนี้ไปหาหมอมันน่าอับอายจะตาย แถมไม่รู้จะรักษาหายหรือเปล่า เผลอๆเสียเงินฟรีอีกต่างหาก
เขามี ‘ระบบ’ ที่สามารถใช้ ‘ค่าการยอมรับ’ มาอัปเกรดร่างกายได้ ซึ่งรวมถึงสมรรถภาพทางเพศด้วย
ตอนนี้ค่าพลังส่วนนั้นของเขาติดลบอยู่
ถ้าเขามีค่าการยอมรับมากพอ เขาก็สามารถปรับค่าพลังให้กลายเป็นบวกได้
เมื่อนั้น... ความเป็นชายของเขาก็จะกลับคืนมา ทั้งยิ่งอัปเกรดให้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น
ติดอยู่อย่างเดียว... มันต้องใช้ค่าการยอมรับมหาศาล
ช่วงที่ผ่านมาหลินโม่อุตส่าห์สะสมแต้มมาอย่างยากลำบาก แต่มันก็ยังไม่พอที่จะกลบตัวเลขติดลบนั้นได้
การเป็นอาจารย์สอนหนังสือคือทางลัดในการปั๊มแต้มที่เร็วที่สุด แต่ตอนนี้หนทางนั้นยังมืดมน
จะไปเล่นบาสโชว์เทพก็ไม่ได้ เพราะคราวก่อนดันไปทำเรื่องงามหน้าไว้ที่สนามบาส จนตอนนี้แค่โผล่หัวไปก็โดนคนซุบซิบนินทา
ได้ยินเสียงนกเสียงกาพวกนั้น หลินโม่ก็หมดอารมณ์โชว์ออฟ
และสาเหตุหลักจริงๆก็คือ... ไอ้พวกหลิ่วฮวา แก๊งเด็กนรกห้อง 113 นั่นแหละที่คอยก่อกวน
สรุปว่าแผนโชว์เทพสนามบาส... พับเก็บไปได้เลย
หลินโม่เปิดดูค่าการยอมรับในระบบอย่างหดหู่ แล้วตัดสินใจเด็ดขาด
‘ช่างหัวร่างกายมันก่อน! เอาแต้มไปลงทุนอย่างอื่นดีกว่า!’
พูดง่ายๆคือเอาแต้มไปแลกซื้อ ‘สกิลเทพ’ สักอย่าง แล้วเอาสกิลนั้นไปโชว์พาวเรียกแต้มกลับคืนมา
หลินโม่เปิดหน้าร้านค้าในระบบ ไล่ดูรายการสินค้า ไม่นานก็สะดุดตากับ ‘ทักษะเปียโนระดับปรมาจารย์’ ราคาของมันพอดีกับแต้มที่เขามีอยู่ตอนนี้เป๊ะ
หลินโม่กดแลกซื้อทันทีโดยไม่ลังเล
ที่มหาวิทยาลัยชิงหลิงมีคณะดุริยางคศิลป์ และที่นั่นก็มีศาสตราจารย์สาวสวยระดับเทพธิดาผู้โด่งดังอยู่คนหนึ่ง
เหตุผลส่วนหนึ่งที่หลินโม่เลือกสกิลนี้ก็เพื่อหาเรื่องเข้าใกล้ ‘เทพธิดาแห่งดนตรี’ คนนั้นนั่นแหละ
ช่วงบ่ายเป็นเวลาว่าง นักศึกษาไม่มีเรียน โอกาสทองในการโชว์มาถึงแล้ว!
หลินโม่เดินดุ่มๆไปยังตึกคณะดุริยางคศิลป์ด้วยความตื่นเต้น
ภายในตึกแว่วเสียงดนตรีหลากหลายชนิด ทั้งไวโอลิน กีตาร์ และเปียโน
เขาเดินตามเสียงเปียโนที่ไพเราะจับใจไปจนถึงหน้าห้องซ้อมดนตรีห้องหนึ่ง
เสียงเปียโนที่ดังออกมาจากห้องนั้น... พลิ้วไหวต่อเนื่อง แม่นยำทุกตัวโน้ต ระดับนี้ไม่น่าใช่นักศึกษาเล่นแน่ๆ
หลินโม่เดินเข้าไปในห้อง เห็นกลุ่มนักศึกษายืนมุงล้อมรอบเปียโนหลังหนึ่ง ตั้งใจฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม
เนื่องจากคนบังมิด เขาจึงมองไม่เห็นคนเล่น
แต่ระดับฝีมือขนาดนี้... อย่างน้อยต้องเป็นอาจารย์แน่ๆ
หลินโม่คาดเดาในใจ
ไม่นาน เสียงเปียโนก็จบลง
เสียงหวานใสของหญิงสาวดังขึ้นอย่างนุ่มนวล กำลังอธิบายเทคนิคการเล่นให้นักศึกษาฟัง
แค่ได้ยินเสียง หลินโม่ก็ใจเต้นระรัว รู้สึกเหมือนดอกไม้บานสะพรั่งในหัวใจ
เสียงเพราะขนาดนี้... ตัวจริงต้องสวยหยาดเยิ้มแน่ๆ
หรือว่าจะเป็น ‘ฉิวเฉียนเว่ย’ เทพธิดาเปียโนคนนั้นกันนะ?
หลินโม่อดรนทนไม่ไหว ค่อยๆขยับตัวแทรกฝูงชนเข้าไปใกล้ต้นเสียง
และเมื่อเขาแหวกวงล้อมนักศึกษาเข้าไปจนมองเห็นเจ้าของเสียงหวานนั้นชัดๆ...
ดวงตาของหลินโม่เบิกโพลง
ความตกตะลึง ความงุนงง และความไม่อยากจะเชื่อสายตา... ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขา
*****