- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 516 ผู้ชนะที่แท้จริง
บทที่ 516 ผู้ชนะที่แท้จริง
บทที่ 516 ผู้ชนะที่แท้จริง
มู่หนานจือที่อยู่ห้องถัดไปแทบไม่ได้หลับได้นอนตลอดทั้งคืน
แม้ประตูเชื่อมห้องจะเก็บเสียงได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็คงเพราะ ‘กิจกรรม’ ฝั่งนั้นดุเดือดเกินไป เสียงบางอย่างจึงเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ
แล้วแบบนี้... จะให้เธอข่มตานอนลงได้ยังไง?
ทันทีที่ได้ยินเสียงประตูเชื่อมห้องเปิดออก มู่หนานจือก็รีบดีดตัวลุกขึ้นจากเตียง
ภาพที่เห็นคือเปี่ยนซูเหวินกำลังอุ้มเส้าหว่านหว่านเดินเข้ามา
เส้าหว่านหว่านหลับตาพริ้ม ใบหน้าซีดเผือดสลับกับแดงระเรื่อ คิ้วขมวดมุ่นแม้กระทั่งในยามหลับใหล
เห็นได้ชัดว่า... เธอคงผ่านศึกหนักมาไม่น้อย
มู่หนานจือนึกย้อนไปถึงคำสาปแช่งที่เคยให้ไว้กับเส้าหว่านหว่าน ว่าสักวันกรรมต้องตามสนอง
ไม่นึกเลยว่า... เวรกรรมจะติดจรวดตามทันเร็วขนาดนี้
นี่คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว’ สินะ?
มู่หนานจือคิดในใจอย่างปลงๆ
เปี่ยนซูเหวินวางร่างเส้าหว่านหว่านลงกับพื้น แล้วเขย่าตัวปลุกอย่างไม่ค่อยจะเบามือนัก
เส้าหว่านหว่านปรือตาขึ้นอย่างอ่อนเพลีย
ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้ายิ้มเยาะของศัตรูคู่อาฆาตอย่างเปี่ยนซูเหวิน เธอพยายามจะยกมือขึ้นต่อสู้ แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดกลับถูกเปี่ยนซูเหวินกดเอาไว้อย่างง่ายดาย
“คิดไม่ถึงเลยนะว่านางมารอย่างเธอจะมีวันนี้ด้วย” เปี่ยนซูเหวินหัวเราะชอบใจ พลางชูโทรศัพท์มือถือแกว่งไปมา
“ตอนนี้ฉันก็มี ‘ความลับ’ ของเธออยู่ในมือแล้ว สนใจจะแลกเปลี่ยนกันไหม?”
เส้าหว่านหว่านแค่นเสียง “เฮอะ” ในลำคอ เธอรู้ดีว่าเปี่ยนซูเหวินโกหกเรื่องถ่ายคลิป แต่ก็ไม่อาจเปิดโปงได้ เพราะนั่นอาจทำให้ความลับเรื่องท่านบรรพชนแตก
หลังจากชั่งใจดูแล้ว เธอจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบ
“ไม่อยากแลกเหรอ? งั้นก็ถือไว้คนละคลิปแล้วกัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าเรื่องของหนานจือหลุดออกไปเมื่อไหร่ คลิปของเธอก็จะว่อนเน็ตทันที เข้าใจใช่ไหม?” เปี่ยนซูเหวินขู่เสียงเข้ม ทั้งที่ในใจแอบหวั่นเล็กน้อย
เส้าหว่านหว่านไม่ตอบ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการยอมรับโดยดุษณี
ในเมื่อเปี่ยนซูเหวินโกหก... เธอก็โกหกได้เหมือนกัน
ต่างฝ่ายต่างไม่มีหลักฐานอะไรในมือทั้งนั้น ถ้าจะเล่นตามเกมนี้ไปก็ไม่ได้เสียหายอะไร
เส้าหว่านหว่านเลิกสนใจเปี่ยนซูเหวิน หันไปมองมู่หนานจือแล้วพูดว่า “ตอนนี้ถือว่าเราหายกันแล้ว”
มู่หนานจือขมวดคิ้ว สิ่งที่เธอเสียไปมันเรียกกลับคืนมาไม่ได้ แล้วจะเรียกว่าหายกันได้ยังไง?
แต่ถึงจะยังคาใจ อย่างน้อยเส้าหว่านหว่านก็ได้รับบทเรียนอย่างสาสม และเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าความลับจะรั่วไหลอีกต่อไป
เพียงแต่... มู่หนานจือรู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ เส้าหว่านหว่านดูไม่ได้เศร้าโศกเสียใจฟูมฟายเหมือนคนที่เพิ่งสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปเลย
เมื่อเทียบกับตอนที่เธอสติแตกร้องห่มร้องไห้แทบเป็นแทบตาย... อาการของเส้าหว่านหว่านดูจะปกติเกินไปหน่อยไหม?
มู่หนานจือรู้สึกไม่ยุติธรรมในใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอย่างน้อยเส้าหว่านหว่านก็ไม่เคยคิดจะเอาชีวิตเธอ
“ซูเหวิน ปล่อยเธอไปเถอะ” มู่หนานจือเอ่ยปาก
เปี่ยนซูเหวินพยักหน้า แล้วคลายจุดให้เส้าหว่านหว่าน
พอได้อิสระคืนมา เส้าหว่านหว่านก็รีบลุกขึ้นจากพื้นเย็นเฉียบ แต่พอขยับตัวแรงไปหน่อย ความเจ็บปวดก็แล่นพล่านจนต้องสูดปาก คิ้วสวยขมวดมุ่น
“ให้ช่วยจ่ายยาไหม? คิดราคาพิเศษเลย” เปี่ยนซูเหวินถามยิ้มๆ
“ไม่ต้อง!” เส้าหว่านหว่านถลึงตาใส่
ถึงนางจะเชี่ยวชาญด้านพิษ แต่ความรู้เรื่องยาก็พอมี อาการบาดเจ็บแค่นี้นาดูแลตัวเองได้
เส้าหว่านหว่านกัดฟันพยุงร่างอันบอบช้ำเดินออกจากห้องไปอย่างช้าๆ
ระหว่างทาง แม้จะรู้สึกโหวงๆในใจที่ต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ไป แต่นางกลับไม่ได้รู้สึกรับไม่ได้อย่างที่คิด
ท่านบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ยอมลดตัวลงมาช่วยถอนพิษให้นางเชียวนะ! จะมีอะไรให้อาฆาตแค้นอีก? ในมุมหนึ่ง นี่ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิตด้วยซ้ำ
“แบบนี้... จะถือว่าเราเป็น ‘ฮูหยิน’ จ้าวสำนักได้ไหมนะ?”
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ก็ต้องรีบสลัดทิ้งไป
เพ้อเจ้อไปกันใหญ่แล้ว...
ท่านบรรพชนคือปีศาจผู้ไร้หัวใจ จะมามีความรักใคร่ชอบพอคนอย่างนางได้ยังไง?
คิดได้ดังนั้น เส้าหว่านหว่านก็รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาเล็กน้อย
หลังเส้าหว่านหว่านจากไป เปี่ยนซูเหวินก็หันไปถามมู่หนานจือ
“แฟนฉันนอนหลับเป็นตายอยู่ห้องข้างๆ เธออยากเห็นหน้าเขาไม่ใช่เหรอ? แอบไปดูหน่อยไหม?”
“อย่าดีกว่า ฉันกลัวเห็นอะไรที่ไม่ควร เดี๋ยวเธอจะหึงเอาเปล่าๆ” มู่หนานจือส่ายหน้าพร้อมหัวเราะแห้งๆ
“ถ้าเป็นคนอื่นฉันอาจจะหึงอยู่บ้างนะ แต่กับเพื่อนรักอย่างเธอฉันไม่ใจแคบขนาดนั้นหรอก” เปี่ยนซูเหวินหยอกเย้า
“ฉันก็มีคนของตัวเองนะยะ ใครจะอยากดูแฟนเธอ เอาไว้แนะนำอย่างเป็นทางการตอนกินข้าวด้วยกันดีกว่า” มู่หนานจือปฏิเสธ
“โอเค ตามใจ”
เปี่ยนซูเหวินยักไหล่ ไม่คะยั้นคะยอ เธอเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกฝั่งเพื่อเก็บกวาด ‘หลักฐาน’
โดยเฉพาะรอยเลือดบนผ้าปูที่นอน... ต้องจัดการให้เรียบร้อย
หลังจากเคลียร์พื้นที่เสร็จ เธอก็เดินไปที่เตียงเพื่อคลายจุดให้หวังฮ่าวหราน
แต่เขายังคงนอนนิ่ง ไม่ยอมตื่น
เปี่ยนซูเหวินอมยิ้ม ใช้นิ้วม้วนปลายผมตัวเองแล้วเอาไปเขี่ยจมูกเขาเบาๆ
หวังฮ่าวหรานแกล้งทำจมูกฟุดฟิด ขยี้จมูก แล้วค่อยๆปรือตาขึ้นมา ทำท่าเหมือนเพิ่งตื่นนอน
“ตื่นแล้วเหรอ” เปี่ยนซูเหวินส่งยิ้มสดใสให้เขา แต่แววตากลับแฝงความขมขื่นจางๆ
การที่ต้อง ‘แบ่งปัน’ แฟนตัวเองให้คนอื่น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร มันก็อดรู้สึกจี๊ดในอกไม่ได้
แต่พอนึกถึงสภาพอันน่าสังเวชของเส้าหว่านหว่าน ความรู้สึกนั้นก็บรรเทาลงไปได้มาก
“ตื่นเช้าจัง” หวังฮ่าวหรานทำเสียงงัวเงีย
“แน่นอนสิ” เปี่ยนซูเหวินกระพริบตาอย่างรักใคร่ “เห็นไหม อาการป่วยฉันหายเป็นปลิดทิ้งเลย”
เธอจงใจพูดเปรยๆถึงเรื่องเมื่อคืน
เพราะมั่นใจว่าฤทธิ์ยาที่ผสมในไวน์จะทำให้หวังฮ่าวหรานจำรายละเอียดอะไรไม่ได้มากนักนอกเสียจากความรู้สึกเลือนราง เธอจึงสวมรอยว่าผู้หญิงที่อยู่กับเขาเมื่อคืนคือตัวเธอเอง
“โรคของเธอหาย แต่หัวผมยังมึนตึ้บอยู่เลย” หวังฮ่าวหรานนวดขมับ แกล้งทำท่าไม่สบาย
“สงสัยจะหักโหมไปหน่อย เรื่องปกติ” เปี่ยนซูเหวินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แล้วยื่นมือมา “เดี๋ยวฉันนวดศีรษะให้ จะได้ดีขึ้น”
ผ่านไปสักพัก หวังฮ่าวหรานก็แกล้งทำท่ากระปรี้กระเปร่า “ดีขึ้นเยอะเลย”
“งั้นก็ดีแล้ว” เปี่ยนซูเหวินถอนหายใจโล่งอก เหลือบมองนาฬิกา “ลุกขึ้นเถอะ ไปกินมื้อเช้ากัน”
หวังฮ่าวหรานมองออกไปนอกหน้าต่าง “ฟ้าเพิ่งสางเอง จะรีบกินไปไหน?” เขาพูดพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้เปี่ยนซูเหวิน
เปี่ยนซูเหวินชะงัก เข้าใจความหมายในสายตานั้นทันที ใจหนึ่งก็หวั่นไหว แต่อีกใจก็นึกขึ้นได้ว่าเพื่อนรักยังอยู่ห้องข้างๆ
“ถ้านายไม่ไป งั้นฉันไปกินคนเดียวนะ พอดีนัดคนไข้ไว้แต่เช้าต้องรีบไปตรวจ”
พูดจบ เธอก็ทำท่าจะรีบชิ่งหนีทันที
หวังฮ่าวหรานนึกขำในใจ
‘วางแผนเล่นงานเสร็จแล้วคิดจะหนีงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!’
‘ถ้าไม่เอาคืนให้สาสมก็เสียชื่อจอมวายร้ายหมด!’
*****